ณ คฤหาสน์ตระกูลฉีฉีหรูเสวี่ยกลับถึงบ้านแล้วแต่กลับถูกฉีชางเซิ่งผู้เป็พ่อขวางไว้ และพาไปยังห้องโถงของตระกูลฉีตอนนี้พวกลุงๆ อาๆ ของฉีหรูเสวี่ยต่างก็นั่งอยู่ที่นั่นกันแล้วพวกเขาทุกคนได้ยินเื่ที่ฉีหรูเสวี่ยฉีกหนังสือสัญญาถอนหมั้นและไม่ยอมถอนหมั้นกับเย่เทียนเฉินแล้วเื่นี้ทำให้ตระกูลฉีช็อก โดยเฉพาะฉีชางเซิ่งผู้เป็พ่อของฉีหรูเสวี่ยที่ได้รับคำตำหนิจากเหล่าพี่น้องและลุงๆอาๆ ทั้งหลาย
“หรูเสวี่ยทำไมลูกถึงไม่ถอนหมั้นกับเย่เทียนเฉิน?” ฉีชางเซิ่งกล่าวถามพลางมองลูกสาวด้วยความโกรธ
“พ่อ พวกพ่อไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วเื่ของหนู หนูจะตัดสินใจเอง อีกอย่างนี่เป็เื่ใหญ่ในชีวิตของหนูจะยังไงหนูก็ไม่ถอนหมั้นกับเย่เทียนเฉินแน่” ฉีหรูเสวี่ยพูดอย่างดื้อรั้น
“ลูก...เพราะอะไรกัน? หรือว่าลูกรักเ้าเย่เทียนนเฉินนั่นเข้าแล้ว?”
ฉีชางเซิ่งไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรฉีหรูเสวี่ยลูกสาวของตนจึงไม่ยอมถอนหมั้นกับเย่เทียนเฉินต้องทราบว่าเพื่อที่จะได้ถอนหมั้นกับตระกูลเย่ในครั้งนี้ ตระกูลฉีต้องใช้เงื่อนไขทั้งสองที่มีมูลค่ามหาศาลแลกมาทั้งยังได้พูดคุยกับทางฝั่งของตระกูลฉินเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ว่าเดือนหน้าจะให้ฉีหรูเสวี่ยแต่งเข้าไปเพื่อกำหนดเื่นี้ให้เสร็จตระกูลฉีกับตระกูลฉินจะได้เริ่มต้นร่วมมือกันได้ แต่คิดไม่ถึงว่าพอจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วลูกสาวกลับไม่ยินยอมถอนหมั้นกับ
เย่เทียนเฉิน นี่จะได้อย่างไรกัน??
“ไม่ใช่หนูกับเย่เทียนเฉินเพิ่งจะเจอหน้ากันครั้งแรก และไม่ได้สนใจผู้ชายคนนี้เลยสักนิด ต่อให้เขาจะหล่อขนาดไหนแต่ก็ไม่พอที่จะทำให้หนูสนใจได้หรอก เพียงแต่ว่าเื่ของหนูหนูจะตัดสินใจเองหนูจะไม่ถอนหมั้นกับเย่เทียนเฉิน และจะไม่แต่งงานกับฉินเหิงตระกูลฉินเื่มันก็ง่ายๆ แค่นี้” ฉีหรูเสวี่ยพูดอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
เมื่อได้ยินคำพูดของฉีหรูเสวี่ยผู้เป็ลูกฉีชางเซิ่งก็โกรธจนแทบจะเป็ลมนี่มันไม่ใช่ว่าเป็การทำให้ตนเองกลืนไม่เข้าคายไม่ออกต่อหน้าเหล่าพี่น้องลุงอาทั้งหลายหรอกหรือ?
เดิมทีการที่ฉีชางเซิ่งได้ขึ้นเป็ผู้นำตระกูลฉีก็มีพี่น้องลุงอาบางส่วนรู้สึกไม่พอใจอยู่แล้วและการถอนหมั้นกับตระกูลเย่และร่วมมือกับตระกูลฉินในครั้งนี้เป็สิ่งที่ทุกคนตัดสินใจร่วมกันอย่างเป็เอกฉันท์ กล่าวให้ชัดเจนก็คือนี่ไม่ใช่เื่ของฉีหรูเสวี่ยคนเดียว และไม่ใช่เื่ที่ฉีชางเซิ่งจะสามารถตัดสินใจได้แต่เกี่ยวโยงไปถึงความรุ่งเรืองของตระกูลฉีทั้งตระกูล การร่วมเป็พันธมิตรที่แข็งแกร่งกับตระกูลฉินมีผลดีมากมายหากว่าทำเื่นี้ไม่สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะเป็การล่วงเกินตระกูลฉินสูญเสียผลประโยชน์มากมาย และยังทำให้ตระกูลฉีกลายเป็ตัวตลกของเมืองหลวงอีกด้วย
“น้องสามลูกสาวของนายคนนี้ต้องสั่งสอนให้ดีๆ หน่อยนะ!”
“หรูเสวี่ยถูกนายตามใจจนเสียคนแล้ว”
“การแต่งงานกับตระกูลฉินใกล้เข้ามาแล้วคณะกรรมาธิการทหารก็ใกล้จะได้เวลาเลือกใหม่ เดือนหน้าจำเป็จะต้องแต่งงานให้ได้”
ฉีชางเซิ่งยังไม่ได้พูดอะไร พวกลุงๆ อาๆของฉีหรูเสวี่ยก็เริ่มบีบบังคับ เนื่องจากการแต่งงานกับตระกูลฉินมีความเกี่ยวโยงถึงความรุ่งเรืองของตระกูลฉินถ้าหากว่าฉีหรูเสวี่ยไม่ตกลง ผลลัพธ์ทุกอย่างก็จะสูญเปล่า และสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของตระกูลฉี
“หรูเสวี่ย ไม่ว่ายังไงลูกก็จำเป็ต้องแต่งงานกับฉินเหิง” ฉีชางเซิ่งกล่าวเสียงเข้ม
“ไม่ หนูไม่เคยเจอหน้าผู้ชายคนนั้นเลยสักครั้งหากว่าแต่งกับเขาไปทั้งอย่างนี้ หนูก็กลายเป็สินค้าที่ถูกซื้อขายได้ตามอำเภอใจไม่ใช่เหรอไง? หนูไม่อยากจะเป็เหยื่อสังเวยเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตระกูล!”ฉีหรูเสวี่ยพูดขึ้นด้วยเสียงอันดัง
เพียะ!
ฉีหรูเสวี่ยถูกตบหน้าเสียงดังเพียะมองดูท่าทีเดือดดาลของพ่อของเธอ ดวงตาอันงดงามของฉีหรูเสวี่ยก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาั้แ่เล็กจนโตพ่อไม่เคยตีเธอมาก่อน ครั้งนี้เพื่อที่จะบีบบังคับให้ตนแต่งงานกับตระกูลฉินถึงกับตบเธอเป็ครั้งแรก
“พ่อ พ่อ...” น้ำตาของฉีหรูเสวี่ยไหลลงมาไม่หยุดรู้สึกเ็ปใจเป็อย่างมาก
“อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ เพราะฉันตามใจแกมาั้แ่เด็กก็เลยทำให้แกไม่รู้จักเจียมตัวแบบนี้ เื่นี้ต่อให้แกไม่อยากตกลงก็ต้องตกลงก็ตัดสินใจแบบนี้แล้วกัน!” ในใจของฉีชางเซิ่งเองก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้างั้แ่เล็กจนโตเขาไม่เคยลงไม้ลงมือกับลูกสาวเลย คราวนี้เพื่อการแต่งงานกับตระกูลฉินจำเป็ต้องใจแข็งสักหน่อย
ฉีหรูเสวี่ยตกตะลึงอยู่ตรงนั้นน้ำตาไหลลงมาไม่หยุด เธอเ็ปใจมาก คิดไม่ถึงว่าพ่อที่ตามใจเธอมาตลอดจะลงไม้ลงมือกับเธอ ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ไม่สนใจความสุขชั่วชีวิตของเธอใช้อำนาจบีบบังคับให้เธอต้องแต่งงานเข้าตระกูลฉิน นี่เป็การเห็นความสุขของเธอเป็ของเด็กเล่นไม่ใช่เหรอ?
ฉีหรูเสวี่ยก็เป็เช่นเดียวกับคนที่เกิดในตระกูลใหญ่ั้แ่เด็กพบเห็นการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลมาไม่น้อยแต่ไม่มีสักคนเดียวที่มีความสุข จะอย่างไรก็คือคนสองคนที่ไม่มีความรู้สึกต่อกันเลยสักนิดแต่เพราะผลประโยชน์บางอย่างถูกรวมเข้าด้วยกัน ชีวิตของพวกเขาจะมีความสุขเหรอ?
ไม่ว่าเป็เป็ผู้หญิงแบบไหนในสมองของเธอก็มักจะมีความใฝ่ฝันดั่งเทพนิยายอยู่เสมอ ฝันว่าจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขกับคนรักคลอดลูกสาวลูกชาย พบกับแสงแดดยามเช้า เดินเข้าสู่อาทิตย์ยามเย็นอยู่ด้วยกันจนกระทั่งแก่ตัวไปช้าๆ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
“หรูเสวี่ย ฉินเหิงเป็คนไม่เลวนะ ภาพลักษณ์ก็ดูดีมีความสามารถหนูจะไม่ลำบากแน่”
“ใช่แล้ว แต่งเข้าตระกูลฉินได้รับทั้งเกียรติยศและความมั่งคั่งไม่มีสิ้นสุด”
“ตระกูลฉีกับตระกูลฉินก็เหมาะสมจะไม่ทำอะไรที่ไม่เป็ธรรมกับเธอหรอกหรูเสวี่ย ผู้าุโตระกูลฉินเองก็เป็ผู้มีอำนาจด้วย”
“การแต่งงานของตระกูลฉีกับตระกูลฉินในครั้งนี้พอจะพูดได้ว่าเป็การร่วมมือเป็พันธมิตรที่แข็งแกร่ง อิทธิพลของพวกเราทั้งสองตระกูลจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น!”
เมื่อเห็นว่าเป็ตายอย่างไรฉีหรูเสวี่ยก็ไม่ยอมแต่งเข้าตระกูลฉินอีกทั้งไม่ยอมถอนหมั้นกับเย่เทียนเฉิน พวกลุงๆ อาๆ ต่างก็เริ่มพูดจาหว่านล้อมถึงที่สุดพวกเขาก็มีเป้าหมายอยู่เพียงอย่างเดียว ซึ่งก็คือความรุ่งโรจน์ในด้านผลประโยชน์และการได้รับผลประโยชน์ของพวกเขา
“หนูไม่ใช่พวกคุณ หนูจะไม่แต่งเข้าตระกูลฉินแล้วก็ไม่้าเกียรติยศความมั่งคั่งอะไรนั่นด้วยเพื่อประโยชน์ของตัวเองพวกคุณถึงกับผลักหนูเข้าไปในกองไฟ พวกคุณโหดร้ายเกินไปแล้ว!”ฉินหรูเสวี่ยะโใส่ลุงๆ อาๆ เ่าั้
“ลูก...จะเป็การผลักลูกเข้าไปในกองไฟได้ยังไง? ฉินเหิงแห่งตระกูลฉินเป็คนมีความสามารถเป็ไปได้สูงว่าจะได้เป็คนใหญ่คนโต มีผู้าุโตระกูลฉินอยู่ เส้นทางข้าราชการของฉินเหิงจะต้องราบรื่นไร้อุปสรรคอย่างแน่นอนลูกแต่งเข้าตระกูลฉินยังไงก็ไม่ลำบาก” ฉีชางเซิ่งกล่าวพร้อมกับถอนหายใจครั้งหนึ่ง
“พ่อคะ ฉินเหิงเป็คนยังไงพ่อก็รู้อยู่ไม่ใช่เหรอ? เคยเข้าคุกเพราะคดีข่มขืนพ่อให้หนูแต่งงานกับคนแบบนี้ หนูจะไปมีความสุขได้ไง?” ฉินหรูเสวี่ยใจสลาย คนในครอบครัวกระทั่งพ่อของเธอต่างก็บีบบังคับจะไม่ให้โกรธและเสียใจได้อย่างไร
“แล้วมันเป็ยังไงล่ะ? แค่แต่งงานกับคนตระกูลฉินได้ก็จะทำให้ตระกูลของพวกเรายกระดับขึ้นไปอีกขั้น นี่ถึงจะเป็เื่ที่สำคัญที่สุด”ฉีชางเซิ่งกัดฟันพูดเสียงดัง
“ไม่ ถ้าหากว่าจำเป็ต้องเลือกต่อให้หนูต้องแต่งงานกับเย่เทียนเฉิน ก็ไม่แต่งให้ฉินเหิงเด็ดขาด!”
ฉีหรูเสวี่ยร้องไห้วิ่งออกไปจากห้องโถงฉีชางเซิ่งสูดหายใจลึกๆ ครั้งหนึ่ง เขาไม่คิดว่าลูกสาวจะดื้อรั้นเช่นนี้ ความจริงแล้วเหตุใดเขาจะไม่ทราบถ้าหากบอกว่าเย่เทียนเฉินเป็ลูกหลานไม่เอาไหน และเศษสวะ ถ้างั้นฉินเหิงแห่งตระกูลฉินก็เป็ไอ้ขี้คุกเป็คนที่ไม่มีความเป็มนุษย์ หลายปีมานี้ทำแต่เื่ชั่วๆ ในเมืองหลวงเป็เื่ที่ทุกคนต่างก็รู้ หากไม่ใช่เพราะผู้าุโตระกูลฉินมีอำนาจฉินเหิงคงถูกโทษยิงเป้าไปนานแล้ว
แต่ว่าการแต่งงานกับตระกูลฉินในครั้งนี้มีความเกี่ยวโยงถึงความรุ่งเรืองของตระกูลฉีทั้งตระกูลไม่อาจไม่กล่าวว่าสำหรับตระกูลฉีแล้ว การที่แต่งงานกับตระกูลฉินได้เป็โอกาสอย่างหนึ่งดังนั้นฉีชางเซิ่งจึงต้องอดกลั้นยอมทิ้งสิ่งที่รัก ส่งลูกสาวไปแต่งงานเข้าตระกูลฉิน
“น้องสาม น้องเห็นว่านี่...”
“ผมจัดการได้ บอกคนของฝั่งตระกูลฉินเถอะเดือนหน้าเราจะทำการหมั้นหมายตรงเวลา เื่ของการหมั้นหมายต่างๆ ทั้งหมดให้จัดการตามปกติ”ฉีชางเซิ่งเอ่ยขึ้น
ตอนนี้เย่เทียนเฉินได้ส่งน้องสาวกลับถึงโรงเรียนเรียบร้อยแล้วหลังจากที่ออกจากโรงเรียนมัธยมแห่งเมืองหลวง เย่เทียนเฉินก็ไม่ได้กลับบ้าน แม้เฉินหาวจะถูกตนฆ่าไปแล้วแต่พวกวัชพืชจำเป็ต้องถอนรากถอนโคนให้หมด เฉินหู่พ่อของเฉินหาวเป็อันธพาลเ้าถิ่นอยู่ที่เขตนี้ฉายาไอ้หมาบ้า ได้ยินว่าเป็คนสติไม่ดีคนหนึ่ง ทั้งปล้นฆ่าข่มขืน ไม่มีเื่ชั่วใดๆที่มันไม่ทำในเขตนี้ ความสัมพันธ์กับอิทธิพลในโลกเบื้องหน้าของเมืองหลวงก็แน่นแฟ้นดังนั้นจึงยังไม่ถูกจัดการ แต่ว่าครั้งนี้เฉินหาวกล้ามาลักพาตัวเย่เชี่ยนเหวินกระตุ้นความโกรธของเย่เทียนเฉิน กำหนดไว้แล้วว่าสองพ่อลูกจะต้องตาย
ตอนที่เย่เทียนเฉินออกจากโรงเรียนมัธยมเมืองหลวงมานั้นชายสองคนที่แต่งตัวธรรมดาๆ ก็ตามอยู่เื้ัของเขาติดๆทั้งสองคนมองตากันครู่หนึ่ง พยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วพากันตามต่อ
“ไม่คิดเลยว่าข้อมูลของชายคนนี้จะเอามาได้ยากเย็นแบบนี้ได้ยินว่าหัวหน้ายื่นเื่ไปยังเบื้องบน ยังรอการอนุมัติอยู่เลย”
“ไม่หรอกมั้ง ด้วยความสามารถของหัวหน้าหาก้าหาข้อมูลของคนๆ หนึ่งไม่ใช่เื่ยาก เ้าหมอนี้มันเจ๋งขนาดนี้เลย?”
“หรือว่าหมอนี่มันตบตาคนทั้งเมืองหลวงจริงๆ? จะพยายามเกินไปไหมแสร้งทำเป็คนไม่เอาไหนกับเศษสวะมายี่สิบปี แค่ความอดทนนี้ก็น่านับถือแล้ว ”
“หึ ไม่ว่าจะยังไง ถ้าพวกเรามีโอกาสก็ต้องจัดการลงมือสั่งสอนมันสักหน่อยให้มันรู้ถึงความร้ายกาจของพวกเรา อย่าให้หัวหน้าต้องผิดหวัง”
หลังจากที่ชายทั้งสองพูดคุยกันสองสามประโยคก็เดินแยกจากกันติดตามเย่เทียนเฉินจากคนละตำแหน่งเพื่อป้องกันการถูกค้นพบ
เย่เทียนเฉินยังไม่ได้ออกจากเขตนี้แต่เดินเตร่อยู่รอบๆ ตลอด สิ่งที่เขาััได้เยอะที่สุดก็คือพวกอันธพาลในเขตนี้เนื่องจากเขากำลังฟัง ฟังว่าเ้าอันธพาลเฉินหู่อยู่ที่ไหน หากเ้าหมอนี่ไม่ถูกกำจัดเขาก็จิตใจไม่สงบ น้องสาวของเขาเย่เชี่ยนเหวินก็จะไม่ได้เรียนหนังสืออย่างวางใจ
เวลาสี่ทุ่มกว่า ภายในคฤหาสน์หลังหนึ่งชายฉกรรจ์คนหนึ่ง สองตาแดงก่ำ มองไปเบื้องหน้าอย่างอาฆาตมาดร้ายที่ด้านหน้าของเขามีปืนพกกระบอกหนึ่งวางเอาไว้ เขาไม่ได้จับปืนมาหลายปีแล้ว ดูเหมือนว่าคราวนี้จะจำเป็ต้องใช้
ในตอนบ่ายชายฉกรรจ์คนนี้ได้รับข่าวว่าลูกชายเพียงคนเดียวของเขาตายแล้ว ตายภายในโรงงานรกร้างบริเวณชานเมือง ตายเพราะเืออกจากทวารทั้งเจ็ดชายฉกรรรจ์คนนี้ก็คือเฉินหู่พ่อของเฉินหาวนั่นเอง
“แม่งเอ้ย ใคร ใครฆ่าลูกชายของฉัน ฉันจะฉีกร่างมันออกเป็ชิ้นๆ” เฉินหู่แผดเสียงคำรามออกมาด้วยใบหน้าดุร้าย
ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขาก็คือผู้ช่วยที่มีความสามารถทั้งสามและคนที่มีร้ายกาจที่สุด ฝีมือของทั้งสามล้วนยอดเยี่ยม ทั้งหมดถูกเฉินหู่เรียกมารวมตัวกันลูกชายตายแล้ว เขาจะต้องแก้แค้นให้อย่างแน่นอน
“พี่ใหญ่ ได้ข่าวว่าเสี่ยวหาวลักพาตัวเย่เชี่ยนเหวินลูกสาววคนเล็กของตระกูลเย่จากนั้นก็ขู่ให้พี่ชายที่ชื่อเย่เทียนเฉินไปหา จากนั้นก็...”ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“เย่เทียนเฉิน? หรือมันจะเป็คนฆ่าลูกชายของฉัน? เศษสวะกับคนไม่เอาไหนอย่างมัน สามารถเอาชนะชายฉกรรจ์สามสิบกว่าคนได้เหรอ? อีกอย่างเ้าหน้าหนูก็อยู่ด้วย......”เฉินหู่กล่าวถามด้วยความสงสัย