เมื่อเห็นว่าต้าหมิงสามารถเอาชนะสัตว์เวทระดับ 5 ดาวได้จักรพรรดิหญิงก็กลายเป็นพอใจอย่างมากสำหรับตอนนี้นางหวังพึ่งต้าหมิงให้สามารถชนะประลองกับอีกสองดินแดนเพื่อชิงสิทธิ์ในการเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามหรือพื้นที่ลับของดินแดนรกร้าง ซึ่งข้างในนั้นมักจะเกิดทุกๆ 100 ปี และมีจำนวนแค่ 20 คนที่เข้าไปได้ เพราะงั้นนอกจากระดับจักรพรรดิที่ต้องการเข้าไปแล้วจะมีเพียงรุ่นเยาว์เพียงแค่ 10 คนที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าไป
“ตอนนี้ความสามารถของเจ้าก็พัฒนามาถึงระดับที่ข้าพอใจแล้ว เอาละพวกเรากลับกันได้แล้วอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่ก่อนอื่นข้าคงต้องนำสถานที่ฝึกซ้อมแห่งนี้ไปด้วย” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“หา ท่านจะเอาไปยังไง” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ในตอนนั้นจักรพรรดิหญิงก็นำลูกแก้วขนาดเท่ากำปั้นออกมา ลูกแก้วมีม่วงลูกนี้อัดแน่นไปด้วยพลังมิติอย่างน่าเหลือเชื่อ
“จอมเวทย์มิติของอาณาจักอัคคีของพวกเราเป็นถึงระดับจักรพรรดิและยังเป็นถึงผู้สร้างอันดับ 1 ของดินแดนมนุษย์อีกด้วย” จ้าวหยูซินกล่าวด้วยสีหน้าชื่นชม
“แบบนี้นี่เองเพราะแบบนั้นอุปกรณ์เวทของพวกท่านถึงได้ทรงพลังขนาดนี้” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
จอมเวทย์มิติเรียกได้ว่าได้ยากอย่างมาก ทั่วทั้งอาณาจักรอัคคีมีเพียงจอมเวทย์มิติเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ซึ่งด้วยจำนวนเท่านี้พวกเขาทั้งหมดจึงมีสถานะที่ไม่ธรรมดา
“วูบ!!!!!!”
ในตอนนั้นเองลูกแก้วมิติก็ส่องแสงออกมาห้องบ่มเพาะ ห้องฝึกฝนร่างกาย และสถานที่ฝึกฝนอื่นๆถูกลูกแก้วมิติดูดเข้าไปซึ่งเห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิหญิงได้สร้างลูกแก้วมิติขึ้นมาเพื่อเหตุนี้
เพียงไม่นานพื้นที่ทั้งหมดก็ถูกดูดเข้าไปในลูกแก้วมิติเหลือไว้เพื่อพื้นที่โล่งที่มีหลุมขนาดใหญ่อยู่เต็มไปหมด
ต้าหมิงถูกพากลับอาณาจักรอัคคีในเวลาต่อมา ตามจริงต้าหมิงยังมีเวลาฝึกฝนอีกสองเดือนซึ่งสำหรับต้าหมิงถือว่าเพียงพอในการทำให้แกนเวทย์ของตนมั่นคงได้อย่างถึงที่สุด
“ตอนนี้ข้าก็เป็นจอมเวทย์ระดับ 6 แล้ว อสูรมายาตัวที่สามของข้าน่าจะสามารถเรียกออกมาได้แล้ว” ต้าหมิงคิดในใจพร้อมกับวางแผนเพื่อเรียกอสูรมายาตัวที่สามออกมาหลังจากกลับไป
ไม่นานข่าวที่จักรพรรดิหญิงมีพื้นที่ลับเอาไว้ในครอบครองก็กระจายออกไปและต้าหมิงที่เป็นคู่หมั้นยังได้รับการดูแลจากจักรพรรดิหญิงเป็นการส่วนตัวทำให้หลายฝ่ายกลายเป็นอิจฉา ต้าหมิงที่เป็นเพียงเด็กน้อยในสายตาของพวกเขากลับได้รับความโปรดปรานจากจักรพรรดิหญิงของพวกเขาทำให้พวกเขายอมรับไม่ได้
หลังจากที่พวกต้าหมิงออกไป ร่างเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏอยู่หน้าทางเข้าพื้นที่ลับ ร่างเงานั้นพุ่งเข้าไปในสถานที่ลับทันที แต่พริบตาที่เข้าไปในสถานที่ลับเขากลับไม่พบสิ่งใดเหลืออยู่เลยทุกอย่างหายไปหมดเหลือแต่หลุมขนาดใหญ่เอาไว้
“หงเหม่ยอิง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ร่างเงานั้นคำรามออกมาด้วยความโกรธและคำรามนามของจักรพรรดิหญิงออกมาตรงๆ
ส่วนทางด้านตระกูลหลางและจวิ้นต่างได้รับแรงกดดันไม่น้อยเมื่อรู้ว่าจักรพรรดิหญิงทุ่มเทให้กับต้าหมิงไปมาก เมื่อต้าหมิงกลับมาถึงเมืองหลวง ขุนนางหลายคนต่างก็เข้ามาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับต้าหมิงทันที
เมื่อก่อนพวกเขายังไม่กล้าฟันธงว่าจักรพรรดิหญิงจะรักเด็กหนุ่มคนนี้จริงๆ แต่ตอนนี้พวกเขาเชื่อแล้ว จักรพรรดิหญิงกล้าประกาศออกไปว่าต้าหมิงคือคือคนรักของนางต่อหน้าจักรพรรดิของสามดินแดนนี่ทำให้พวกเขาไม่รอช้ารีบเข้าหาต้าหมิงทันที
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันทำไมคนเหล่านี้ถึงได้มาหาข้า แถมยังนำของล้ำค่ามามอบให้กับข้าแบบนี้” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“เพราะในตอนนี้พวกเขาแน่ใจแล้วว่าเจ้าจะต้องได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิของอาณาจักรอัคคีคู่กับกับท่านจักรพรรดิหญิงยังไงละ” จ้าวหยูซินกล่าว
“เหอะ พอเห็นผลประโยชน์เข้าหน่อยก็เปลี่ยนสีหน้ากันเร็วจริงๆ สมกับเป็นพวกขุนนางจริงๆเลย” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
“เอาน่าอย่างน้อยพวกเขาก็นำของล้ำค่ามาให้เจ้าฟรีๆ” จ้าวโยวหลันกล่าว
ตอนนี้อยู่ในตำหนักของตนเองและกำลังพักผ่อนและมีพวกจ้าวหยูซินมานั่งคุยด้วยแก้เบื่อ ส่วนจักรพรรดิหญิงได้เตรียมการให้ต้าหมิงเข้ากับพบจอมเวทย์มิติผู้สร้างอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาณาจักรอยู่
“ข้าไม่สนใจของพวกนี้หรอกแต่ข้าสนใจรางวัลของข้ามากกว่า” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้มก่อนจะหันไปทางหญิงสาวทั้งสาม
“เจ้าเด็กลามกเจ้าคงจะรอเวลานี้มานานมากเลยสินะ” จ้าวโยวหลันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ายวนก่อนจะเดินเข้าไปหาต้าหมิงและจุมพิตที่แก้มของต้าหมิงเบา
“พี่สาวเป็นคนรักษาคำพูดเสมอในเมื่อเจ้าทำสำเร็จเจ้าก็ควรจะได้รับรางวัล” จ้าวโยวหลันกล่าว
“สมกับเป็นพี่สาวโยวหลันไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าพอใจกลิ่นหอมบนตัวของจ้าวโยวหลันทำให้หัวใจของต้าหมิงต้องเต้นไม่เป็นจังหวะเลยทีเดียว
“ในเมื่อเจ้าทำตามข้อตกลงได้แล้วข้าเองก็ไม่คิดจะผิดสัญญา” จ้าวหยูซินกล่าวพร้อมกับจุมพิตแก้มอีกข้างของต้าหมิงทันที
ต้าหมิงในตอนนี้รู้สึกราวกับความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไปทันที ต่อจากนั้นต้าหมิงก็มองไปยังจ้าวหยูเฟยที่ยืนหน้าแดงเพราะรางวัลที่ต้าหมิงสนใจที่สุดคือสิ่งนี้ ต้าหมิงเดินเข้าไปใกล้จ้าวหยูเฟยก่อนจะยกยิ้ม
“พี่สาวหยูเฟยคงไม่คิดจะผิดสัญญาหรอกนะ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับเชิดคางของจ้าวหยูเฟยขึ้น
จ้าวหยูเฟยไม่ตอบแต่กลับหลับตาลง ต้าหมิงที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ขัดขืนจงบรรจงจุมพิตที่ปากของจ้าวหยูเฟยอย่างนุ่มนวล ในตอนแรกร่างของจ้าวหยูเฟยสั่นสะท้านและเกร็งแต่ต่อมากลับเริ่มคุ้นชิดและมีความสุขไปกับมัน
จ้าวหยูซินและจ้าวโยวหลันพากันหน้าแดงเมื่อเห็นทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่ม พวกนางเองใช่ว่าจะเคยสัมผัสการจูบมาก่อน ต่อให้เป็นจ้าวโยวหลันที่เป็นนายหญิงแห่งหอโคมแดงก็ยังต้องตื่นเต้น
“เพียงเท่านี้ก็พอแล้วใช่ใหม” จ้าวหยูเฟยกล่าวพร้อมกับหอบหายใจ
“บอกตามตรงข้ายังไม่พอใจเลยแต่ว่าครั้งนี้เอาไว้เท่านี้ก่อน เอาไว้ครั้งหน้าค่อยทำให้มากกว่านี้” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าชั่วร้าย
“เจ้าคนลามก” จ้าวหยูเฟยกล่าวด้วยสีหน้าแดง
“ต้าหมิง อีกสองเดือนมานี้เจ้าไม่ควรจะออกไปใหนมาใหนให้มากนักเพราะเจ้าควรจะซ่อนพลังเอาไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่จะมาถึง” จ้าวหยูซินกล่าว
“พวกท่านหมายถึงตระกูลหวังหรือตระกูลเหล่ยละ” ต้าหมิงกล่าว
“ทั้งสอง ตระกูลเหล่ยเองก็ไม่มีทางยอมอยู่เฉยๆแน่หลังจากที่คนของเขาถูกสังหารไปดังนั้นก่อนการประลองจะเริ่มขึ้นเจ้าจะต้องฝึกฝนอยู่แต่ในวังหลวงเท่านั้น” จ้าวหยูซินกล่าว
“สำหรับข้าขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆสาวงามเช่นพวกท่านข้าก็พอใจแล้ว” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีเน้าเจ้าเล่ห์
“เจ้าเด้กลามกอย่าได้ให้มันมากนัก ระวังจักรพรรดิหญิงจะโกรธเจ้าเอานะ” จ้าวโยวหลันกล่าว