ซากิพุ่งทะยานเข้าไปในโกดังร้างหมายเลข 7 ริมอ่าวอย่างรวดเร็ว ความร้อนรนบีบคั้นจนแทบขาดใจ แสงสลัวๆ จากหลอดไฟที่แขวนห้อยลงมาจากเพดานเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้า ภาพที่ทำให้หัวใจของซากิเหมือนถูกมีดนับพันเล่มกรีดลงไป
ฮารุถูกจับมัดอยู่กับเสา สภาพของน้องชายทำให้ซากิแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของฮารุซีดเผือด มีร่องรอยของการถูกทำร้าย เสื้อผ้าเปื้อนคราบเื ดวงตาที่บวมช้ำของฮารุมองมาที่ซากิด้วยความหวาดกลัวและเ็ป
“พี่…” เสียงของฮารุแ่เบา
รอบๆ ตัวฮารุ มีชายฉกรรจ์ชุดดำยืนรายล้อมอยู่เกือบสิบคน แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือร่างของ ไนล์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าฮารุ ใบหน้าของไนล์ในตอนนี้มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความอำมหิตอย่างชัดเจน
“มาตรงเวลาดีนี่ ซากิ” ไนล์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึก
ซากิหยุดยืนห่างจากฮารุไม่กี่ก้าว ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นที่ประทุขึ้นจนแทบควบคุมไม่อยู่ แต่เขาก็พยายามข่มมันไว้ให้ลึกที่สุด ใบหน้าของซากิยังคงเรียบนิ่ง แต่เส้นเืที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงความกดดันมหาศาล
“ฉันก็มาคนเดียวตามที่นายบอก” ซากิเอ่ยเสียงต่ำ พลางกวาดสายตามองไปยังชายฉกรรจ์ที่ยืนล้อมรอบ
“แต่อะไรกัน พวกนายมีกันตั้งหลายสิบคนขนาดนี้ เหอะ กลัวฉันขนาดนั้นเลยหรอว้ะ แม่งโครตจะกากเลยว่ะ”
คำพูดของซากิได้ผล ชายฉกรรจ์บางคนเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ ไนล์เองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ปากดีนักนะมึง!” ชายคนหนึ่งคำราม พลางก้าวเท้าเข้ามา
“ใจเย็นก่อน” ไนล์เอ่ยขึ้น “อย่าเพิ่งเสียเวลา พวกนายจับตาดูเขาไว้ให้ดี อย่าให้คลาดสายตาแม้แต่เสี้ยววิเดียว”
ซากิใช้จังหวะที่ชายฉกรรจ์กำลังประเมินสถานการณ์ พลางก้าวเท้าเข้าไปใกล้ฮารุอีกนิด ดวงตาของซากิไม่เคยละไปจากน้องชายเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ถ้านายกล้าจริงก็มาตัวต่อตัวกับฉันสิ” ซากิพูดท้าทายไนล์ เพื่อถ่วงเวลาและลดช่องว่างระหว่างเขากับฮารุ
ไนล์ยิ้มเยาะ “อย่าคิดว่าฉันจะโง่นักเลยซากิ” เขากล่าว “อยู่เงียบๆไปดีกว่า ถ้านายอยากให้น้องชายยังรอดอยู่”
ซากิกัดฟันแน่น เขาค่อยๆก้าวไปข้างหน้าอีกสองก้าว จนตอนนี้เขายืนอยู่ห่างจากฮารุไม่มาก ดวงตาคมกริบของซากิส่งสัญญาณไปยังฮารุอย่างเงียบๆ ฮารุเองก็จับจ้องพี่ชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัว
ซากิกระซิบเสียงแ่ พลางพยักหน้าเล็กน้อยให้ฮารุ “วิ่งไหวไหม?”
ฮารุพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว แม้จะยังคงหวาดกลัว แต่ความมุ่งมั่นในดวงตาของพี่ชายก็ส่งผ่านถึงเขา
เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ฮารุพยักหน้า ซากิก็เปิดฉากยิงทุกคนที่เขามองเห็น ปืนพกสั้นในมือเขาคำรามกึกก้อง เสียงะุปะทะร่างดังสลับกัน ก่อนจะตวัดปลายดาบคมตัดเชือกที่ตัวฮารุ ซากิดึงตัวน้องชายว้ข้างหลัง ก่อนจะ พาวิ่งหนีไปหลบหลังกำแพง ที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก
เสียงปืนจากฝ่ายศัตรูกราดยิงตามมาไม่หยุดหย่อน ลูกะุพุ่งเข้าชนกำแพงเสียงดังสนั่น
ซากิรู้ดีว่าสถานการณ์ตรงหน้ายังไงก็ไม่รอด เขามีคนน้อยกว่ามาก าแเก่าที่ต้นขายังคงส่งความเ็ป แต่เขาก็ต้องพยายามถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุด เพื่อให้ฮารุมีโอกาสหนี
“ฮารุ ฟังฉัน” ซากิเอ่ยเสียงเข้ม พยายามควบคุมลมหายใจที่หอบหนัก
“เดี๋ยวถ้าพี่บอกให้วิ่งก็วิ่งให้สุดแรง แล้วอย่าหันกลับมามองอะไรอีก วิ่งไปอย่าหยุด นายรู้ใช่ไหมว่าต้องไปหาใคร”
ฮารุพยักหน้าน้ำตาไหลอาบแก้ม “แล้วพี่ล่ะ” เขาถามขึ้น เสียงสะอื้น
“นายไปก่อน เดี๋ยวฉันค่อยตามไป” ซากิโกหกออกไป สีหน้าของเขาเศร้าหมองเล็กน้อยเมื่อต้องพูดคำโกหกนี้ แต่ฮารุเองก็รู้ดีว่าคนๆเดียวจะไปสู้คนนับสิบได้ยังไงกัน
“ไม่ พี่ไม่ไป ฮึก…ผมก็ไม่ไป” ฮารุส่ายหน้าอย่างแรง กอดพี่ชายแน่น
“โธ่ ฮารุ! อย่าดื้อ” ซากิเอ่ยขึ้นอย่างมีน้ำโห รู้สึกหงุดหงิดกับความไม่เข้าใจของน้องชาย
“เราไม่มีเวลาแล้ว นายเลิกเอาแต่ใจสักที”
“ฮึก… ไม่!” ฮารุยังคงสะอึกสะอื้น กอดพี่ของตนแน่น “จะให้ผมทิ้งพี่ตายแล้วหนีไปรึไง ผมทำไม่ได้”
ในขณะเดียวกัน เสียงของไนล์ก็เริ่มดุดันขึ้นจากด้านหลัง “พวกมึงมัวแต่เล่นอะไรกันอยู่ตรงนั้นห้ะ!”
“ฮารุ!” ซากิตะคอกเสียงแข็ง “นายต้องไปเดี๋ยวนี้ ฟังฉันบ้างสิ ขอร้องล่ะ ช่วยเชื่อฉันสักครั้งเถอะ ขอแค่ครั้งนี้”
ซากิเริ่มพูดอ่อนลงเมื่อเห็นน้ำตาของน้องชาย และความมุ่งมั่นที่จะไม่ทิ้งเขาไปไหน “นี่ ถ้านายออกไปได้ฉันก็มีโอกาสรอดนะ ถ้านายไปตามเครอส เขาจะต้องรีบมาช่วยแน่ แต่ถ้านายยังอยู่ที่นี่พวกเราก็จะตายทั้งคู่นะ ลองคิดดูสิฮารุ! แค่ถ่วงเวลารอเครอสมาฉันทำได้แน่” ซากิให้คำมั่นอีกครั้ง และครั้งนี้ได้ผล ฮารุพยักหน้ารับช้าๆ น้ำตายังคงไหลไม่หยุด
ซากิสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปยังทิศทางที่ฮารุจะต้องวิ่งหนี เขาคำนวณทุกความเป็ไปได้ในเสี้ยววินาที จากนั้นเขาก็ ลุกขึ้นกราดยิง พลางะโสุดเสียง
“วิ่งฮารุ!!!!!”
ด้วยทักษะการต่อสู้ที่เหนือชั้นและสายตาที่รวดเร็วดุจพญาอินทรี ซากิคอยคุ้มกันฮารุได้อย่างเฉียดฉิวจากะุทุกนัดที่พุ่งตรงมายังน้องชาย เขาสู้ไปคุ้มกันไป ถอยหลังไปพร้อมกับยิงปืนไม่หยุดยั้ง ดาบคาตานะในมืออีกข้างถูกใช้ในการปัดป้องและจู่โจมระยะประชิดอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย เขางัดทุกทักษะที่มีออกมาใช้ ทั้งการหลบหลีก การยิงสวน และการใช้ดาบป้องกันตัว ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วราวกับปีศาจ ซากิรู้ว่านี่คือการต่อสู้เพื่อชีวิตของฮารุเท่านั้น
เสียงปืนดังสนั่น กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วร่าง ชายฉกรรจ์นับสิบคนยังคงกรูกันเข้ามาไม่หยุดหย่อน ซากิสู้ได้อย่างดุเดือด แต่ก็เริ่มถูกต้อนจนมุม ในที่สุดฮารุก็สามารถวิ่งหนีออกไปจากโกดังได้สำเร็จ ห่างออกไปจนลับสายตาของซากิ
ในวินาทีที่ฮารุหายไป ซากิก็หยุดการคุ้มกันและโถมตัวเข้าใส่ชายฉกรรจ์ทั้งสิบคน ที่รุมเข้ามาทันที เขาพยายามที่จะปัดป้องและต่อสู้เพื่อถ่วงเวลาให้นานที่สุด แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าและความเ็ปจากาแมากมายที่ได้รับทำให้เขาเริ่มต้านทานไม่ไหว
ปัง!
ะุเจาะเข้าที่ต้นแขนซ้ายของซากิ เืทะลักออกมาดั่งสายน้ำเชี่ยว
ฉึก!
มีดเฉือนเข้าที่สีข้างด้านขวา ตามมาด้วยแรงกระแทกที่หน้าท้อง จากหมัดหนักๆ ซากิกระอักเืไอออกมาอย่างแรง แต่ก็ยังพยายามยืนหยัด
ปัง! ปัง!
ะุถากเข้าที่แขนขวาและขาขวา เพิ่มาแเดิมให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น ร่างกายของซากิเต็มไปด้วยาแทั้งจากะุปืนและคมมีด เืสีแดงฉานอาบเสื้อผ้าของเขาจนชุ่ม แต่เขาก็ยังคงพยายามปัดป้องและต่อสู้เพื่อซื้อเวลา...เวลาที่เขาหวังว่าเครอสจะมาถึง
.
.
ในขณะเดียวกัน ฮารุที่วิ่งหนีตายออกมาจากโกดังอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งไปตามถนนที่เปลี่ยวร้างจนกระทั่งมาถึงมุมถนนหนึ่ง เขามองเห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ชายผู้นั้นสวมแว่นตา ใบหน้าเรียบนิ่ง ฮารุจำเขาได้ ชายผู้นี้คือหนึ่งในสมุนของไนล์ ที่ฮารุเคยเห็นก่อนหน้านี้ เขาใอย่างขีดสุด รีบใส่แรงที่มีวิ่งหนีให้เร็วยิ่งขึ้น แต่ชายผู้นั้นกลับทำเป็ไม่สนใจ แววตาของเขาว่างเปล่าราวกับไม่เห็นฮารุเลยแม้แต่น้อย เขาหันหลังกลับเดินจากไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ฮารุวิ่งหนีต่อไปด้วยความหวาดกลัวและสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
.
.
แสงแดดยามบ่ายคล้อยต่ำลง ทาบทาผืนฟ้าให้กลายเป็สีส้มแดง เครอสขับรถกลับมาถึงคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตนด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักทั้งวัน สิ่งแรกที่เขาคิดถึงคือซากิ ที่วันนี้ต้องหยุดพักรักษาตัวจากาแ
แต่ก่อนที่เครอสจะก้าวเท้าลงจากรถ ภาพบางอย่างที่อยู่ตรงประตูทางเข้าคฤหาสน์ก็ทำให้เขาแปลกใจ ร่างเล็กๆ ของฮารุที่เคยสดใสและร่าเริง บัดนี้กลับยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น เปื้อนฝุ่นและคราบดิน ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและร่องรอยของความหวาดกลัวอย่างที่สุด
ฮารุที่เคยร่าเริงเหมือนแสงตะวัน บัดนี้เหมือนเด็กหลงทางที่เพิ่งผ่านพ้นพายุอันบ้าคลั่งมา เครอสััได้ถึงความผิดปกติในทันที
“ฮารุ” เครอสเปิดประตูรถพรวดพราด พุ่งตรงเข้าไปหาร่างเล็กนั้นอย่างรวดเร็ว
ฮารุเงยหน้าขึ้นมองเครอส ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโล่งใจ แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขารีบวิ่งเข้าหาเครอสอย่างไม่คิดชีวิต ปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก เสียงสะอื้นไห้ปนกับเสียงหวีดหวิวของลมหายใจที่หอบเหนื่อย
“เครอส… ฮึก… พี่… ไปช่วยพี่เร็ว…ฮือ..เร็วเขา” ฮารุเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก เล่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างติดขัด เื่การถูกทำร้าย และการที่ซากิยอมสละตัวเองเพื่อช่วยเขาหนี
ทุกคำพูดของฮารุเป็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเครอส ใบหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมและเ็าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความเ็ปจากการที่ซากิคนที่เขารักถูกจับไป ความหวาดกลัวว่าซากิจะเป็อันตราย และความโกรธแค้นที่กล้าแตะต้องครอบครัวของเขา ผสมปนเปกันจนแทบคลั่ง หัวใจของเครอสเหมือนถูกบีบรัดอย่างแรง เ็ปทรมานจนแทบหยุดหายใจ
“มัน…” เครอสพึมพำเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายและโทสะที่กำลังปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เครอสล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ กดโทรออกอย่างรวดเร็วไปยังบุคคลต่างๆ ในเครือข่ายของเขา เสียงเข้มเกรี้ยวกราดสั่งการอย่างเด็ดขาด
“รวมพลตอนนี้! ที่โกดังร้างหมายเลข 7 ริมอ่าว ด่วนที่สุด!”