เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 10: จากคำพยากรณ์ขององเมียวจิฮิเมะ (Form the Onmyoji Princess’s Oracle)

    “เหตุวินาศกรรมในครั้งนี้ได้สร้างความสะเทือนขวัญเป็นอย่างมากต่อผู้คนในประเทศ และประชากรจากนานาประเทศต่างๆ ทั่วโลก”ผู้ประกาศข่าวกำลังยืนประกาศข่าวบนหน้าจอโทรทัศน์“งือ น่ากลัวจังเลย”“แทบไม่อยากจะเชื่อเลย”“ระบบรักษาความปลอดภัยที่นั่นมันแน่นหนามากเลยนะ”“แล้วมันเกิดเหตุระเบิดขึ้นได้ยังไง”“เฮ้ย จริงดิ มีคนตายในนั้นด้วย”“พ่อฉันทำงานที่นั่น ดีนะที่พ่อขอลากิจวันนี้ ไม่งั้นฉันคงไม่ได้เจอหน้าพ่ออีกเป็นแน่”“ดีนะที่ฉันเดินเที่ยวมาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่งั้นฉันคงโดนย่างสดแน่”เมื่อข่าวการเกิดเหตุวินาศกรรมที่อาคารศาลาว่าการกรุงฯ ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนตามสื่อโซเชียลต่างๆ เหล่าบรรดาผู้ คนต่างก็เริ่มมีการแสดงความเห็นกันต่างๆ นาๆ บนโลกโซเชียล“แชะ แชะ แชะ” ภายในห้องประชุมที่อาคารกรมตำรวจนครบาลโตเกียว มีเหล่าบรรดานักข่าวจากหลายสำนักต่างก็พากันขอคำสัมภาษณ์จากชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มีผมหยักโศกสีดำยาวสลวยเซอร์ๆ ที่มีกลิ่นอายแบบชาวร็อคนิดๆ ไว้หนวดเคราหน่อยๆ ซึ่งเขาก็คือศาสตราจารย์ฟูจิวาระ เก็นเซย์ มือขวาของเก็นอิจิโร่ อิชชิน นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่ได้ลงสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการกรุงโตเกียว ซึ่งนั่งอยู่ริมซ้ายสุดข้างๆ ผู้เป็นมือขวา ในเรื่องของความน่าเชื่อถือของคำพยากรณ์ที่องเมียวจิฮิเมะได้ทำนายไว้เมื่อ 500 กว่าปีก่อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุวินาศกรรมขึ้นที่อาคารศาลาว่าการกรุงฯในขณะเดียวกัน ก็มีนักข่าวส่วนหนึ่งพากันถือกล้องวิดีโอติดไมค์เพื่อถ่ายทอดสด และมีนักข่าวอีกส่วนหนึ่งพากันถ่ายภาพบันทึกไว้ในกล้องถ่ายรูป แสงแฟลชสีขาวที่กระพริบรัวๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องนั้นทำเอาศาสตราจารย์ผู้ให้สัมภาษณ์ถึงกับตาแทบพร่าจนแทบอยากจะเบือนหน้าหนี“จากความเห็นที่ศาสตราจารย์ได้ให้กับทางตำรวจนั้น เชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์รึเปล่าครับ”นักข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งยกมือหนาขึ้นเพื่อขอคำสัมภาษณ์“จากความเห็นที่ผมได้ให้กับทางตำรวจนั้น ผมขอยืนยันครับว่า การเกิดเหตุวินาศกรรมขึ้นที่อาคารศาลาว่าการกรุงโตเกียวในครั้งนี้ได้ถูกพยากรณ์ไว้แล้วครับ”คำสัมภาษณ์ที่ได้ให้ไปนั้น สร้างความตื่นตกใจให้กับเหล่าบรรดานักข่าวเป็นอย่างมาก“ศาสตราจารย์ฟูจิวาระคะ มันหมายความว่าเจ้าหญิงฮิเมรากิที่ว่านั่นได้ทำนายไว้ล่วงหน้าแล้วใช่ไหมคะ”เท็นโจอิน นัทสึมิ นักข่าวหญิงจากสำนัก NP-News ยกมือเรียวงามขึ้นถามเพื่อความแน่ใจ พวกนักข่าวคนอื่นๆ ต่างก็พากันคล้อยตามกันไปด้วย“ใช่ครับ เจ้าหญิงฮิเมรากิได้ทำนายไว้ล่วงหน้าแล้วครับ เมื่อ 500 กว่าปีก่อน” ศาสตราจารย์ฟูจิวาระยืนยันในคำสัมภาษณ์ พวกนักข่าวต่างก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก“ศาสตราจารย์ครับ แล้วเจ้าหญิงฮิเมรากิที่ว่านั่นคือใครเหรอครับ เท่าที่พวกผมเคยเรียนมา ไม่เคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหนมาก่อนเลยครับ” ยูโตะยกมือหนาขึ้นถามด้วยความสงสัย“เธอเป็นนักพรตองเมียวหญิงที่มีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงรัชทายาทในราชสำนักเมื่อ 500 กว่าปีก่อน” คำตอบที่ได้มานั้น สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าบรรดานักข่าวไม่น้อย“ศาสตราจารย์จะบอกว่า นักพรตองเมียวหญิงคนนั้นเกิดในสายเลือดขององค์จักรพรรดิอย่างงั้นเหรอคะ”“ใช่แล้วครับ”นัทสึมิยกมือเรียวงามขึ้นถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ทางด้านยูโตะเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นก็เกิดเห็นภาพนิมิตเมื่อ 500 กว่าปีก่อนขึ้นณ บ้านพักติดลำธารกลางป่าแห่งหนึ่งในยุคอดีตในท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่างในยามค่ำคืน มีร่างงามของหญิงสาวนางหนึ่งในชุดกิโมโนสำหรับนอนกำลังนั่งอยู่เพียงลำพังภายในห้องโถงอันมืดมิดที่มีแสงจากตะเกียงบนโต๊ะส่องสว่างแทบจะทั้งห้อง มือเรียวงามของเจ้าหญิงฮิเมรากินั้นกำลังจรดพู่กันลงบนม้วนกระดาษโบราณเล่มที่ไม่หนาเกินไปและไม่บางเกินไปราวกับกำลังบันทึกอะไรบางอย่างเอาหล่ะเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าหญิงฮิเมรากิอัญเชิญภูติพิทักษ์ประจำกายออกมา“เท็นมะ ช่วยหน่อยนะ” เจ้าหญิงฮิเมรากิไหว้วานให้ภูติพิทักษ์ที่เป็นม้าปีกสีนิลมีเขาช่วยนำบันทึกม้วนไปส่งให้กับองค์จักรพรรดิผู้เป็นพระบิดาที่พระราชวังเกียวโตม้าปีกมีเขาตนนั้นบินไปที่ด้านหน้าประตูพระราชวัง ทหารองครักษ์ที่เฝ้าประตูหน้าวังสังเกตเห็นบันทึกม้วนที่คล้องคอมันไว้ จึงเดินเข้าไปหยิบบันทึกม้วนนั่นออกมาและเจอกระดาษข้อความแปะที่หน้าม้วนที่เขียนไว้ว่า ‘ส่งให้ท่านพ่อ’“ท่านพระองค์ขอรับ มีใครคนหนึ่งนำบันทึกม้วนนี้มาให้ขอรับ”ทหารองครักษ์รีบนำบันทึกม้วนมาส่งให้กับองค์จักรพรรดิที่ทรงประทับอยู่บนตำหนักพระโรง หลังจากที่ได้รับบันทึกม้วน พระองค์รีบสั่งให้ทหารองครักษ์นายนั้นรีบเดินออกไปจากตำหนักพระโรงทันที ‘อีกห้าร้อยกว่าปีจากคำพยากรณ์โหรทำนายบ้านเมืองสู่อาเพศ’ ข้อความที่ได้บันทึกไว้นั้น ล้วนเป็นคำพยากรณ์ที่เจ้าหญิงฮิเมรากิได้ทำนายเอาไว้ในรูปแบบของกลอนไฮกุ องค์จักรพรรดิที่ได้ทรงพระอักษรข้อความในบันทึกม้วนนั้นจนจบก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงแต่อย่างใด เพราะกว่าจะถึงตอนนั้น พระองค์ก็ไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว ในภายหลังต่อมา บันทึกม้วนเล่มนั้นถูกส่งต่อไปยังองค์จักรพรรดิรุ่นต่อๆ กันไปเพื่อเป็นการย้ำเตือนให้กับคนรุ่นหลังถึงเหตุอาเพศที่จะเกิดขึ้นในอีก 500 กว่าปีต่อมา“ยูโตะ ยูโตะ” เสียงเรียกของนัทสึมินั้นช่วยดึงสติของยูโตะกลับมายังปัจจุบัน“มีอะไรเหรอยูโตะ เมื่อกี๊ฉันเห็นนายกำลังนั่งเหม่ออยู่หน่ะ”“ขอโทษด้วยครับรุ่นพี่นัทสึมิ เผอิญว่าเมื่อคืนผมนอนน้อยไปหน่อย ก็เลยเบลอๆ”ยูโตะรีบเบี่ยงเบนโดยไม่ให้ผิดสังเกต“จริงๆ เลยนะนายเนี่ย...” รุ่นพี่นัทสึมิถอนหายใจสักพักก่อนที่จะชวนให้ออกมาจากห้องประชุมด้วยกัน“เราว่ารีบไปกันเถอะ คนอื่นๆ เค้าเริ่มทยอยกันเดินออกไปแล้ว”ยูโตะกับรุ่นพี่นัทสึมิต่างก็รีบเก็บข้าวของทุกอย่างแล้วรีบเดินออกมาจากอาคารกรมตำรวจนครบาลโตเกียวเพราะอะไรกันนะทางด้านยูโตะก็ไม่เข้าใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมตัวเขาถึงได้เกิดมองเห็นภาพเหตุการณ์อดีตในตอนนั้น ที่เจ้าหญิงฮิเมรากิเขียนคำทำนายอะไรบางอย่างลงบนม้วนบันทึกนั่น500 กว่าปีก่อน?? จะว่าไปแล้ว มันก็ตรงกับช่วงเวลาในคำทำนายที่ได้บันทึกลงในม้วนนั่นไม่ใช่หรือยังไง จริงสิ“รุ่นพี่นัทสึมิ เดี๋ยวผมขอแวะเข้าห้องน้ำสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะรีบกลับมา”ยูโตะรีบก้าวฝีเท้าเดินเข้าไปหาศาสตราจารย์ฟูจิวาระภายในอาคารก่อนที่ศาสตราจารย์จะเดินหายไปจากอาคารแห่งนี้“ศาสตราจารย์ครับ” ยูโตะได้พบกับศาสตราจารย์ฟูจิวาระที่กำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ VIP ยี้ห้อหรูภายในลานจอดรถ คำถามที่มีอยู่ในหัวตอนนี้ก็คือ ศาสตราจารย์ฟูจิวาระเคยไปอ่านเจอในพงศาวดาร จดหมายเหตุ หรือบันทึกโบราณอะไรบาง อย่างมาใช่ไหม ถึงได้มั่นใจซะเหลือเกินว่า เหตุวินาศกรรมที่อาคารศาลาว่าการกรุงฯ นั้นได้ถูกพยากรณ์ไว้แล้ว“ศาสตราจารย์ฟูจิวาระครับ ผมมีเรื่องอยากจะถามหน่อย”ยูโตะรีบก้าวฝีเท้าเดินไปหาศาสตราจารย์ฟูจิวาระเพื่อที่จะถามข้อสงสัยที่มีอยู่ในหัว อย่างน้อยก็เพื่อความแน่ใจที่ว่า เขาเคยอ่านเจอในบันทึกบางอย่างที่มันตรงกับที่เพิ่งได้เห็นในภาพนิมิตนั่น แต่ก็ถูกลูกน้องเดินเข้ามาขวางไว้“ขอโทษนะน้อง ตอนนี้เขาไม่ว่างจะคุย เขามีธุระอย่างอื่นที่ต้องไปทำ”ทางด้านศาสตราจารย์ฟูจิวาระก็รีบขึ้นไปในรถโดยที่ไม่สนใจสิ่งอื่นใด จากนั้นลูกน้องคนอื่นๆ ก็รีบพากันเดินขึ้นไปในรถและทำการล็อคประตูรถไว้ ยูโตะพยายามวิ่งเข้าไปเคาะกระจกประตูรถเพื่อเรียกศาสตราจารย์ฟูจิวาระออกมาคุย แต่ทุกคนในรถต่างก็พากันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จนกระทั่งรถ VIP ได้แล่นพ้นไปจากตัวอาคารไป ยูโตะถอนหายใจด้วยความผิดหวังก่อนที่จะรีบเดินไปหารุ่นพี่นัทสึมิ“คนอะไร ตื้อเป็นบ้าชะมัดเลย” อิชชิน นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลกล่าวคำสบถออกมา“จะให้พวกผมสืบหาต้นสังกัดของเจ้านั่น และรายงานกับทางนั้นเลยไหมครับ” ศาสตราจารย์ฟูจิวาระผู้เป็นมือขวากล่าวเสนอความเห็นต่อผู้เป็นนาย“ไม่จำเป็น” อิชชินตอบปฏิเสธ อันเนื่องจากว่าในช่วงนี้ก็ใกล้จะถึงวันเลือกตั้งเข้ามาทุกที ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการที่จะลดตัวไปแตะต้องกับสามัญชนพวกนั้น ซึ่งอาจจะทำให้เขาเสียเครดิตไปได้