ไป๋เสี่ยวอันสายลับสาวแอบปีนรั้วเข้ามาในเขตคฤหาสน์หรูของหัวหน้าแก๊งเซียจื่น เพื่อมาขโมยของบางอย่างเธอแอบเข้ามาในคฤหาสน์แล้วก็กางแบบแปลนบ้านดู ว่าของที่ตามหาอยู่ตรงไหน? จะได้ไปเอาแล้วรีบออกจากที่นี่
ก่อนจะมีคนรู้ตัวว่าในบ้านนี้มีแขกไม่ได้รับเชิญอย่างเธอเข้ามา ซึ่งเป็อันตรายต่อตนเองมากถ้าหากถูกจับได้ขึ้นมา
"ไหนมาดูหน่อยว่าของอยู่ที่ไหน? "
หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองขณะกางแบบแปลนบ้านดูไม่นานก็เจอเครื่องหมายกากบาทสีแดง เมื่อรู้ต้องไปห้องไหนค่อยๆ ย่องเดินไป ทางชั้นใต้ดินของคฤหาสน์หรู ระหว่างเดินไป๋เสี่ยวอันหันซ้ายแลขวาระแวดระวังตัวอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้ใครจับได้ก่อนที่จะทำภารกิจสำเร็จ
เปลี่ยนจากสายลับสาวกลายเป็นางแมวสองมือรื้อค้นข้าวของอย่างเงียบเชียบเบามือที่สุด ยกนั้นจับนี้หมุนไปมาอยู่นานก็ยังไม่เจอของที่้า หาจนเหนื่อยสุดท้าย หญิงสาวก็เลิกหายืนเท้าสะเอวใช้สายตากวาดมองไปรอบๆ จากรายงานต้องเป็ห้องนี้อย่างแน่นอนที่ซ่อนของสำคัญเอาไว้ แต่ก็ค้นทั่วทุกซอกทุกมุมแล้วทำไมยังไม่เจออีก
ในจังหวะที่กำลังจะก้าวออกจากห้องนี้พลันรู้สึกว่าเหมือนจะลืมสำรวจไปที่หนึ่ง จึงได้หยุดเดินหันกลับไปมองที่ผนังห้องด้านในสุดตรงนั้นมีภาพวาดปลาคาร์ฟแปดตัว สองเท้าค่อยๆ ก้าวเดินไปหยุดมองอยู่ครู่ใหญ่ถึงจะเอื้อมมือที่สวมถุงมือหนังสีดำ เอาภาพวาดปลาคาร์ฟที่แขวนอยู่ออกก็พบกับตู้เซฟที่ซ่อนไว้หลังภาพ
ไป๋เสี่ยวอันไม่รอช้ารีบทำการถอดรหัสเพื่อเปิดตู้เซฟพยายามอยู่นาน จากนั้นเธอใช้อุปกรณ์แสนไฮเทคปลดรหัสได้อย่างง่ายดาย
และของด้านในก็เป็สิ่งที่ตามหาหญิงสาวฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ ยื่นมือหยิบหลอดยาสีม่วงออกมาจากตู้เซฟเก็บไว้ในกระเป๋า
จากนั่นภายในห้องที่มืดอยู่กลับสว่างไสวขึ้นอย่างน่าใ ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับคนที่พากันกรูเข้ามารายล้อม ไป๋เสี่ยวอันไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีแต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่คิดว่างานนี้ต้องออกแรงอีกแล้วสิท่า
ไป๋เสี่ยวอัน หมุนคอ หมุนแขน สะบัดข้อมือ จากนั้นจึงกวักมือเรียกชายฉกรรจ์ที่ที่ยืนเรียงรายให้เข้ามาเธอพร้อมที่จะต่อสู้แล้ว การต่อสู้ฟาดลวดลายออกอาวุธทั้งหมัดศอกเข่าเตะที่ได้ร่ำเรียนมาจัดการคนของแก๊งเซียจื่น
ป้องกันตัวเองอย่างสุดฤทธิ์เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ แต่ก็ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างอยู่ๆ ก็มีคนหนึ่งสาดผงสีขาวใส่เพียงไม่นานไป๋เสี่ยวอันก็ล้มลงนอนอยู่กับพื้นไม่ได้สติ
ภายในห้องใต้ดินของแก๊งเซียจื่อไป๋เสี่ยวอันถูกจับมัดตึงกับเสาไม้พวกมันทรมานด้วยวิธีต่างๆ อย่างที่โหดร้าย บนร่างกายเต็มไปด้วยและคราบเืสีแดงเข้ม ทว่าก็ไม่มีเสียงร้องโอดครวญถึงจะเ็ปแค่ไหน เธอก็อดทนอดกลั้นไม่ร้องขอชีวิตไม่ขอให้พวกมันปล่อย ไม่เปิดปากพูดอะไรทั้งนั้นมีแต่จ้องหน้าด้วยสายตาที่อาฆาตแค้น
"หัวหน้าทรมานมันมาก็หลายชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่ยอมบอกอะไรเลยครับ" ชายผู้หนึ่งรายงานขึ้น
หัวหน้าแก๊งเซียจื่อมองไป๋เสี่ยวอันด้วยท่าทีนิ่งสงบ คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่กลัวเจ็บไม่กลัวตาย เพราะใช้ทุกการทรมานแล้ว
"ไม่ยอมเปิดปาก! "เขาพูดน้ำเสียงแ่เบา
จากนั้นจึงลุกขึ้นยืน เดินตรงไปหาไป๋เสี่ยวอัน เอื้อมมือไปจับเชยคางเรียวออกแรงบีบอยู่สักพักก่อนจะปล่อย ห่างกันแค่คืบเดียวใบหน้าของเขาจะชนกับหน้าของเธออยู่แล้ว
"เธอเป็สายลับที่มีความอดทนสูงมาก"
"จะฆ่าจะแกงก็เชิญ แต่อย่าหวังว่าฉันจะพูดอะไรออกไป"
หัวหน้าแก๊งเซียจื่อหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วจุดไฟดูดเอาควันไว้ในปากจากนั้นก็พ่นใส่หน้าของหญิงสาว
"เอาค้อนกับตะปูมา" เขายืนแสยะยิ้มร้ายเหมือนกำลังจะมีเื่สนุกเกิดขึ้น
เมื่อของสองสิ่งอยู่ในมือหน้าตาของเขาก็เปลี่ยนไปฉายแววความเหี้ยมเกรียมถามหญิงสาวที่ถูกจับมัดตรึงอยู่"รู้ไหมว่าฉันเอาค้อนกับตะปูมาทำไม"
ไป๋เสี่ยวอันไม่ตอบเอาแต่จ้องหน้าคนถามเหมือนอยากจะฉีกเขาเป็ชิ้นๆ
"โอกาสสุดท้ายแล้วพูดมา! "
ถึงจะบอกว่าเป็โอกาสสุดท้ายหญิงสาวก็ไม่พูดอะไรอยู่ดี มีแต่เบี่ยงหน้าหนีเหมือนจะบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำเถอะเธอไม่กลัวตาย
เมื่อเห็นท่าทีอย่างนั้นหัวหน้าแก๊งเซียจื่อก็ค่อยๆ ตอกตะปูลงฝ่ามือของหญิงสาวเสียงค้อนกระทบลงบนหัวตะปูดังเคร้ง...เคร้ง...ระงมไปอยู่ภายในห้องใต้ดินหรือที่คนในแก๊งเซียจื่อเรียกว่าห้องเชือด ใครที่ถูกจับเข้ามาอยู่ในห้องนี้ถ้าไม่ตายก็พิการทุกรายยากที่จะรอดชีวิตกลับไปยังครบสามสิบสองหรือมีลมหายใจ
ขณะที่โดนตอกตะปูไป๋เสี่ยวอันเม้มริมฝีปากแน่นไม่ยอมส่งเสียงให้ศัตรูรู้ว่าเ็ปแค่ไหน ส่วนคนตอกตะปูก็ตอกไปทีละนิดๆ อย่างใจเย็นมองดูหน้าของหญิงสาวอย่างสะใจและอารมณ์ดี ทุกครั้งที่ถูกทรมาน บนใบหน้ามีเหงื่อไหลออกมามากมายสายตาก็จ้องอาฆาตพยาบาทคนที่ลงมือตอกตะปูที่ฝ่ามือ
"อึดใช้ได้นี่! ขนาดโดนตะปูฝังเข้าเนื้อจนทะลุอีกด้านหนึ่งยังไม่ร้องสักคำ"
ไป๋เสี่ยวอันหน้านิ่งไม่พูดจามีแต่มองคนที่อยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายก็จ้องกลับไปเช่นกันท่าทีเย้ยหยันและพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าก่อนจะแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว ตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจเสียงดัง เขากล่าวชมว่าเป็ผู้หญิงใจเด็ดยิ่งกว่าผู้ชายบางคนซะอีก ที่เขาถูกเขาทรมานเท่าไหร่ก็ยอมเปิดปากพูดความจริงออกมาจนหมด
ทว่าคำกล่าวชมไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกดีหรือยอมพูดในสิ่งที่เขาอยากรู้กลับถูกยั่วโมโหด้วยการถ่มน้ำลายใส่หน้า ด้วยความโกรธจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ถูกกระทำแบบนั้นจึงได้สวนกลับด้วยการตบหน้าอย่างแรงพร้อมกับออกคำสั่ง"พามันไปที่ทะเล"