ชาตินี้ ฉันต้องรวย สวย เก่ง

    ตอนที่ 3 พบกันครั้งแรก

    บรรยากาศที่โต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ดีไซน์สไตล์ยุโรป ที่มีที่นั่งถึง 12 ที่นั่ง ขณะนี้ มีเพียงเด็กสาววัยรุ่นนั่งอยู่เพียงลำพัง พลางจ้องอาหารที่วางอยู่เต็ม อาหารล้วนดูน่ากิน แต่เซียวอี้เฟยกลับไม่รู้สึกหิวขึ้นมาดื้อๆ จะว่าไป เธอเองก็กินข้าวคนเดียวมาตลอด แถมอาหารที่เธอกินก็ไม่น่ากินขนาดนี้ บ่อยครั้งที่เธออาศัยอาหารสำเร็จรูปง่าย ๆ จากร้านสะดวกซื้อแถวห้องเช่าประทังชีวิต แต่การได้มานั่งอยู่ในห้องอาหารขนาดใหญ่ ตกแต่งอย่างหรูหรา พร้อมอาหารชั้นเลิศมาประเคนอยู่ตรงหน้า กลับทำให้เธอรู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจ

    เซียวอี้เฟยเขี่ยอาหารในจานเล่นอีกสองสามที ก่อนจะบอกให้แม่ครัวเข้ามาเก็บโต๊ะ ก่อนไปเธอยังค้อมหัว กล่าวขอโทษแม่ครัวที่ทำให้เสียเวลา และพลังงานมาเตรียมอาหารให้เธอ แต่เธอกลับไม่กินเสียนี่ แม่ครัวถึงกับ๻๷ใ๯ มือไม้อ่อน เกือบทำถ้วยซุปหลุดมือ คิดในใจ คุณหนูโดนยาตัวไหนมา นิสัยถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

    อี้เฟยเดินหาป้าฟางจนพบ ก่อนจะถามถึงคุณพ่อ

    “ป้าฟางคะ คุณพ่อกลับบ้านดึกอย่างนี้ประจำเลยหรือคะ”

    “คุณผู้ชายมักจะอยู่ทำงานที่บริษัทจนดึก หรือไม่ก็มีการไปกินข้าวสังค์สรรค์กับเพื่อน ๆ นักธุรกิจด้วยกัน เพื่อผลประโยชน์ทางการค้าน่ะค่ะ คุณหนูไม่ต้องเป็๲ห่วงนะคะ ถ้าคุณหนูง่วงนอนแล้ว จะเข้านอนเลยก็ได้ ไม่ต้องรอคุณพ่อหรอกค่ะ เดี๋ยวป้าจะบอกคุณผู้ชายให้ค่ะว่าคุณหนูเข้านอนแล้ว” ป้าฟางตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

    “งั้นหนูไปนอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะป้าฟาง”

    “ฝันดีค่ะ คุณหนู” ป้าฟางรู้สึกว่า คุณหนูที่ความจำเสื่อม นิสัยน่ารักน่าเอ็นดูกว่าเมื่อก่อนมาก หากเป็๲เมื่อก่อน คุณหนูคงไม่แม้แต่จะถามถึงคนเป็๲พ่อ หรือจะกล่าวราตรีสวัสดิ์กับนาง 

    ‘ถ้าเป็๞ไปได้ อยากให้คุณหนูความจำเสื่อมไปตลอดเลยก็คงจะดี’ ป้าฟางแอบคิดในใจ

    ..................

    เช้าวันอาทิตย์ แสงแดดส่องผ่านช่องของผ้าม่าน ทำให้เซียวอี้เฟยต้องจำใจลุกจากที่นอน หลังจากล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเป็๞ชุดลำลองเบาๆ สบายๆ แต่ราคาไม่เบาตัวนี้ เพราะเป็๞แบรนด์เนมทั้งชุด เซียวอี้เฟยพยายามหาชุดที่ดูเรียบง่ายที่สุดในตู้เสื้อผ้าแล้ว เดรสสั้นสีฟ้าอ่อนชุดนี้ราคาพอ ๆ กับรถสกูตเตอร์คันนึงเลยนะ อี้เฟยอดลูบคลำชุดเดรสสีฟ้าอ่อนบนตัวอย่างระมัดระวังไม่ได้ เกิดเธอทำชุดขาดหรือเป็๞รอยขึ้นมาจะทำยังไง แค่หยิบมาใส่ก็รู้สึกผิดจะแย่แล้ว

    ขณะกำลังเดินลงบันไดไปยังห้องนั่งเล่น อี้เฟยก็ได้ยินป้าฟางทักขึ้นมา

    “ตื่นเช้าจังเลยนะคะ คุณหนู วันนี้วันอาทิตย์ ทำไมไม่นอนต่ออีกสักหน่อยล่ะคะ”

    “แดดส่องขนาดนี้ นอนต่อไม่ไหวหรอกค่ะ อากาศตอนเช้าก็ดีด้วย หนูเลยว่าจะลงไปเดินเล่นในสวนสักหน่อยค่ะ”

    ป้าฟางมองคุณหนูที่แต่งตัวเรียบร้อยด้วยสีหน้าคาดไม่ถึง คุณหนูของนางไม่เคยตื่นก่อนเที่ยง ถ้าไม่มีใครไปปลุก กว่าจะเยื้องย่างออกจากห้องได้ ก็ต้องอุ่นอาหารไปแล้วถึงสองรอบ นอกจากนี้คุณหนูไม่เคยคิดจะเหยียบย่างออกจากบ้านไปในสวน อย่าว่าแต่สวนเลย แค่สนามหญ้าหน้าบ้าน แม่นมฟางก็ไม่คิดว่าคุณหนูของเธอจะเคยออกไปเดินดูมาก่อน ถ้าไม่ออกไปช้อปปิ้งที่ห้าง หรือไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ คุณหนูก็จะขลุกตัวอยู่ในห้องนอนทั้งวัน

    “คุณพ่อตื่นรึยังคะป้าฟาง” เซียวอี้เฟยลองถามดู เผื่อว่าถ้าหากเธอต้องรับประทานอาหารเช้ากับคุณพ่อ เธอจะได้เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับการพบกันครั้งแรก แต่แล้วกลับต้องผิดหวัง

    “คุณพ่อออกไปเล่นกอล์ฟกับก๊วนเพื่อนๆ นักธุรกิจ๻ั้๫แ๻่เช้ามืดแล้วค่ะ เห็นบอกว่าไม่ต้องเตรียมอาหารเที่ยงเผื่อด้วย เพราะคงจะไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ต่อ”

    “อ่อ ค่ะ”

    ‘พ่อลูกบ้านนี้ความสัมพันธ์ต้องไม่ดีแน่นอน พ่อประสาอะไร ลูกสาวคนเดียวที่๢า๨เ๯็๢จนความจำเสื่อม กลับมาถึงบ้าน แต่ไม่อยู่เจอหน้าทักทายลูกสักนิด แต่เป็๞แบบนี้ก็ดี เราจะได้ไม่ต้องมาคอยพะวงว่าจะเข้าหน้าพ่อไม่ติด เกิดมาก็ไม่เคยไม่พ่อกับเขา เลยไม่รู้ว่าเวลามีพ่อต้องทำตัวยังไงดี’

    เซียวอี้ฟางเดินทอดน่องไปตามทางเดินจนออกไปนอกรั้ว บ้านเรือนแถวนี้เป็๲หมู่บ้านของคนรวยในโครงการบ้านจัดสรร ที่มีการแบ่งสรรพื้นที่เพื่อความเป็๲ส่วนตัว แต่ก็ยังมีพื้นที่ส่วนรวมที่ผู้อาศัยในโครงการสามารถมาใช้ประโยชน์ได้ อย่างเช่นสปอร์ตคลับ หรือสวนสาธารณะริมทะเลสาบแห่งนี้

    อี้เฟยเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย แหงนหน้ามองยอดไปจนไม่ได้สังเกตสิ่งรอบตัว จนเผลอชนเข้ากับหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่กำลังจ๊อกกิ้งอยู่

    “โอ๊ย...” เซียวอี้เฟยร้องออกมาหลังจากล้มก้นจ้ำเบ้า นั่งแหมะอยู่กับพื้น

    “อะไรเนี่ย เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยรึไง” เสียงทุ้มแฝงความหงุดหงุดดังขึ้นเหนือศีรษะ

    อี้เฟยเงยหน้ามองก็พบกับเบ้าหน้าฟ้าประทาน เด็กหนุ่มอะไร หน้าตาหล่อเหลายิ่งนัก คาดคะเนแล้วอายุน่าจะราว ๆ17-18 ปี เรือนผมสีน้ำตาลเข้มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่กลับขับให้ดวงหน้าหล่อ คมเข้ม เร้าใจมากขึ้น ผู้ชายอะไร ผิวขาว เนียนกว่าผู้หญิงซะอีก 

    “จะมองอีกนานรึเปล่า”

    เซียวอี้เฟยสะดุ้ง ก่อนจะดึงสายตากลับมาด้วยความเสียดาย

    ‘แหม... ดุจริง แค่แอบชื่นชมความงามตามธรรมชาติแค่นี้เอง’

    “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เพิ่งเคยออกมาเดินแถวนี้เป็๲ครั้งแรก เลยไม่ทันได้ระวังค่ะ ขอโทษนะคะ คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ” อี้เฟยพูดพลางยื่นมือไปจับขาของหนุ่มน้อยตรงหน้า เพื่อตรวจหาร่องรอยการ๤า๪เ๽็๤

    เผี๊ยะ!

    มือของอี้เฟยโดนเด็กหนุ่มปัดออกอย่างแรงด้วยความรวดเร็ว

    “ไม่ต้องมายุ่ง อย่ามาแตะต้อง เอามือสกปรกของเธอออกไป” จางอี้เทียนกัดฟันพูดใส่หน้าเซียวอี้เฟย

    ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มร่างกายกำยำสองคนในชุดสูทก็วิ่งเข้ามายังคนทั้งสอง 

    “นายน้อยครับ เป็๞ยังไงบ้างครับ ขออภัยที่ตามมาช้าไปครับ” หนึ่งในสองคนกล่าว

    “ไม่เป็๲ไร ไปกันเถอะ กลับบ้านเลยก็แล้วกัน หมดอารมณ์จะวิ่งแล้ว” เด็กหนุ่มหันไปบอกชายทั้งสองก่อนจะวิ่งเหยาะๆ จากไป โดยไม่หันมามองเธออีกเลย

    “เชอะ... เอามือสกปรกของเธอออกไป.... แหม.... คุณชายบ้านไหนเนี่ย ขี้เก๊กน่าดู ถึงหน้าตาจะดี แต่ถ้านิสัยแย่แบบนี้ ก็ไม่น่าปลื้มเหมือนกันนะ” อี้เฟยบ่นงึมงำ

    จากนั้นเซียวอี้เฟยก็ลุกขึ้นพร้อมปัดฝุ่นออกจากชุดเดรสของเธอ ก่อนจะสะดุ้ง๻๠ใ๽ นี่ฉันทำชุดสกูตเตอร์ขาดรึเปล่าเนี่ย ป้าฟางจะดุไหมนะ ก่อนจะหันหลัง รีบเดินกลับไปทางเดิม 

    ########