หลังจากที่นอนพักไปตลอดหนึ่งวันเต็ม ปารมีก็เริ่มที่จะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้ว สภาพจิตใจก็เริ่มจะกลับมาเป็ปกติ เช้าวันนี้เธอจึงออกจากคอนโดไปหาซื้อของมาตุนในตู้เย็น เพราะว่าเมื่อวานเธอค้นเอามาทำอาหารจนเกือบหมดแล้ว อีกอย่างคือ่นี้สภาพอากาศไม่ค่อยเอื้ออำนวยสักเท่าไหร่ มรสุมเข้า ฝนตกหนักเกือบทุกวัน ทำให้เธอนั้นไม่สามารถออกไปข้างนอกได้บ่อย อีกทั้งเธอก็ไม่อยากจะออกไปทั้ง ๆ ที่ฝนตก เธอไม่ชอบความเฉอะแฉะของฝนเท่าไหร่นัก
กลิ่นฝนที่เพิ่งหยุดตกไปเมื่อเช้ามืดทำให้ปารมียิ่งสดชื่นขึ้นมากกว่าเดิม ท้องฟ้าตอนนี้ก็เต็มไปด้วยเมฆดำขมุกขมัวที่เตรียมตัวจะตกได้ตลอดเวลา เธอจึงต้องรีบไปซื้อของและกลับมาให้ทันก่อนฝนจะตกอีกครั้งในตอนบ่าย
เนื่องจากตลาดสดอยู่ใกล้ ๆ คอนโด เธอจึงเดินไปแทน เป็การออกกำลังกายไปในตัว หลังจากช้อปปิ้งของสด และขนมที่เอาไว้กินตอนทำงานเสร็จแล้วนั้น เธอก็รีบเดินกลับคอนโด เพราะดูเหมือนว่าเ้าเมฆดำบนท้องฟ้านั้นมันไม่สามารถที่จะอุ้มเม็ดฝนไว้ได้อีกแล้ว ทำให้เริ่มที่จะมีหยาดฝนเม็ดเล็ก ๆ ตกลงมาเหมาะแหมะแล้ว
“ไหนบอกว่าจะตกอีกทีตอนบ่ายไง...กรมอุตุโกหก”
ปารมีบ่น เพราะเธอนั้นไม่ได้เอาร่มติดมาด้วย เธอคิดว่าคงจะใช้เวลาไม่นานนัก และคงกลับไปทันก่อนฝนตก
เหลืออีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงคอนโดเธอแล้ว เธอก็รีบวิ่งไปทันทีเพราะเหมือนว่าฝนจะเริ่มลงเม็ดหนักขึ้นเรื่อย ๆ
“โอ๊ย— ขอให้อิฉันถึงคอนโดก่อนสิ แล้วค่อยตก....”
ขณะที่กำลังบ่นไปพลางวิ่งไปพลาง เธอก็ต้องชะงักเท้าของเธอทันที เมื่อเห็นว่ามีใครบางคนที่คุ้นตาและเป็คนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดยืนอยู่ที่หน้าคอนโดพร้อมกับกระเช้าดอกไม้ขนาดใหญ่
‘อีตานั่น ยังกล้ามาอีกเหรอ!!’
ปารมีอยากจะปรี่เข้าไปชกใบหน้าหล่อ ๆ ของนักรบให้หายโมโห แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ ข่มใจเอาไว้ แล้วก็เดินเข้าคอนโดไปโดยที่ไม่สนใจนักรบที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ กับกระเช้าดอกไม้อยู่คนเดียว
นักรบเมื่อเห็นว่าปารมีนั้นเดินไปเลยไม่สนใจเขา เขาจึงรีบเดินไปและคว้าข้อมือของปารมีเอาไว้ และด้วยสัณชาตญาณของปารมี เธอนั้นสามารถบิดสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาออกได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันไปมองเขาด้วยแววตาโกรธเคือง
แม้จะรู้สึกโล่งใจที่เห็นว่าปารมีนั้นร่างกายแข็งแรงดี แต่ก็รู้สึกผิดหวังนิด ๆ ที่เธอทำเหมือนกับเขาไม่มีตัวตน รู้สึกผิดที่เขานั้นมองเธอในแง่ร้ายและทำไม่ดีกับเธอเอาไว้เยอะทีเดียว
“ผมขอโทษ...”
เขาพูดขอโทษพร้อมทั้งยื่นกระเช้าดอกไม้ไปให้ปารมี
“........”
ปารมีมองหน้านักรบราวกับอยากจะกินเืกินเนื้อ เธอกระชากกระเช้าดอกไม้นั้นจากมือของนักรบ แล้วก็เดินไปที่ถังขยะหน้าคอนโดพร้อมกับทิ้งลงถังขยะต่อหน้าเขา ท่ามกลางสายฝนที่มันเริ่มลงเม็ดหนักขึ้น
“กลับไปซะ!!ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ!!!”
เธอกัดฟันพูดเสียงเย็นก่อนที่จะหันหลังขึ้นคอนโดไปโดยหาได้สนใจนักรบเลยสักนิดเดียว นักรบที่เห็นทุกการกระทำของปารมีนั้น เขาได้แต่ยืนอึ้งทำตัวไม่ถูก สีหน้าที่เคยเรียบนิ่งเปลี่ยนเป็สีหน้าเคร่งเครียดครุ่นคิดทันที
‘เขาจะทำยังไงให้เธอหายโกรธดี’
เขายืนคิดอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่ได้สนใจหยาดฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวของเขานั้นเปียกปอนไปทั้งตัว และเขาก็ไม่คิดที่จะกลับขึ้นรถของตัวเองเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เขาอยู่ในห้วงความคิดเขาอยู่อย่างนั้น โดยเื่ที่คิดนั้นเกี่ยวกับปารมีล้วน ๆ
เมื่อปารมีกลับขึ้นมาที่ห้องของตัวเองแล้วนั้น เธอก็กระแทกของที่ซื้อมาลงบนโต๊ะกินข้าวอย่างโมโหพร้อมกับบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด
“ฮึ!! ขอโทษงั้นเหรอ...แค่คำขอโทษ กับกระเช้าดอกไม้แค่นี้เทียบกับสิ่งที่ฉันเจอมาไม่ได้หรอกนะ...ฮึ่ย!!อารมณ์เสีย...ไปอาบน้ำดีกว่า”
ว่าแล้วเธอก็ไปอาบน้ำสระผมเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่มันแข็งเกร็งไปด้วยความเครียดและความโกรธทันที
หลังจากที่อารมณ์เริ่มที่จะเย็นลงแล้ว เธอก็เดินมาที่หน้าต่างมองสายฝนที่ตกกระหน่ำราวกับห่าลง อีกทั้งยังมีฟ้าผ่า ฟ้าแลบอีกต่างหาก แต่เมื่อเธอมองลงไปด้านล่างของคอนโดแล้ว เธอก็ต้องใที่ยังเห็นนักรบยืนอยู่ตรงที่เดิม โดยไม่มีร่มหรือทีท่าว่าจะหลบฝนเลยสักนิดเดียว
เธอยืนมองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่ง เริ่มจะทนไม่ได้ เธอจิ๊จ๊ะเล็กน้อยก่อนที่จะรีบวางผ้าขนหนูเช็ดผม และเดินไปคว้าร่มคันใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าประตู และเดินลงไปด้านล่างทันที
“ให้ตายเถอะ....”
------------------
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ที่เขายังคงยืนอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งเขาเห็นปลายรองเท้าแตะสีสันสดใสหยุดยืนตรงหน้าเขา พร้อมกับสายฝนที่เคยตกกระทบตัวเขาแต่ตอนนี้กลับไม่มีสักหยดที่จะมาถึงตัวเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะร่มคันใหญ่สีเหลืองที่หญิงสาวคนที่เขาคิดว่าเธอคงไม่สนใจเขาซะแล้ว ยืนกางให้เขาราวกับฉากโรแมนติกที่หนุ่มสาวอยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน
นักรบรู้สึกดีใจนิด ๆ ที่ปารมีนั้นยังคงไม่ใจร้ายกับเขาเกินไปนัก กลิ่นสบู่กับแชมพูอ่อน ๆ ลอยปะปนมาพร้อมกับกลิ่นฝน ทำให้เขารับรู้ได้เลยว่าเธอคงเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ
“อย่าเข้าใจผิดเชียวนะ— ฉันไม่อยากให้จอมทัพต้องไร้ญาติขาดมิตรหรอกน่า”
เธอเอ่ยขึ้นห้วน ๆ มองไปที่นักรบเขม็ง สีหน้าบึ้งตึง นักรบมองหญิงสาวที่สูงเลยอกเขาขึ้นมาแค่นิดเดียวเท่านั้น ยืนเขย่งเท้ากางร่มให้เขา ด้วยความที่ตัวเขานั้นตัวสูงกว่าเธอพอสมควร ด้วยหัวใจที่มันพองโต แม้น้ำเสียง สีหน้าของเธอนั้นไม่ได้อ่อนหวาน หรือยิ้มให้เขา แต่ทำไมเขารู้สึกว่ามันน่าดูขนาดนี้
“แล้วก็อย่ามาทำเป็พระเอกเอ็มวีแถวนี้!! เห็นว่าคุณเป็ผู้ปกครองของจอมทัพหรอกนะ ไม่งั้นฉันปล่อยคุณให้ตากฝนอยู่อย่างนี้ไปทั้งวันแน่...”
ปารมีเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำท่าทางให้นักรบตามเธอเข้ามาในคอนโด แต่เมื่อเห็นว่านักรบนั้นไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน เธอก็ถึงกับบ่นออกมาทันที
“โอ๊ย— จะยืนเป็หุ่นขี้ผึ้งแล้วกลายเป็อนุสาวรีย์หน้าคอนโดฉันรึยังไง ตามมาสิ ฝนทำท่าจะตกหนักแล้ว อีกอย่างฉันเมื่อยแขน....ฮึ่ย!! จะสูงไปไหนกันนะ”
เธอถือวิสาสะคว้ามือใหญ่ของนักรบแล้วจูงเขาให้เดินตามเธอมายังห้องของเธอ
นักรบเดินตามปารมีมาอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร เขาเหลือบมองมือเล็กของปารมีที่จับมือเขาเดินจูงไปยังห้องของเธอด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ เขาได้ยินปารมีบ่นเขาไปตลอดทาง แต่ทว่าเขากลับไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย มันทำให้เขารู้ว่าที่จริงปารมีเป็คนปากร้าย แต่ใจดีและขี้สงสารอีกต่างหาก
ไม่ผิดจากที่กวินคาดการณ์เลยแม้แต่น้อย เขาคงต้องกลับไปขอบคุณกวินเพื่อนเขาคนนี้เสียหน่อยแล้ว
-------------------
ปารมีนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอเองพร้อมกับกุมขมับด้วยความรู้สึกประหม่า ก่อนหน้านี้ทำไปโดยไม่คิดอะไร แต่พอนักรบเข้าไปอาบน้ำ เธอเอาเสื้อผ้าเขาไปซัก และจัดหาเสื้อผ้าให้เขาเสร็จแล้ว ถึงมีเวลามานั่งคิดทบทวนในสิ่งที่เธอเพิ่งทำลงไป
‘ยัยปารมีเอ๊ย!!แก่นกะโหลกเสียจริงพาผู้ชายเข้าห้องเนี่ย’
หรืออาจจะเป็เพราะเธอเป็คนที่ขี้สงสาร และขี้ใจอ่อน มันจึงทำให้เธอนั้นได้มาอยู่ในสภาพแบบนี้
‘เย็นไว้ปารมี ให้นึกซะว่าเก็บลูกหมาที่เปียกฝนกลับมาละกัน— อีกอย่างหมอนั่นทำอะไรไว้ต้องจำให้ดี อย่าเป็เหมือนเมื่อก่อนนะ จำไว้ยัยปารมี'
เธอคิดพร้อมกับพยายามสูดหายใจลึก ๆ เพื่อหวังที่จะให้ไอ้หัวใจที่มันเต้นรัวตอนนี้สงบลง ก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกริ๊กของกลอนประตูห้องน้ำดังขึ้น
ปารมีไม่ทันที่จะทำอะไร ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงของนักรบในชุดคลุมอาบน้ำ และกำลังเช็ดผมเดินออกมาทันที
‘นี่มันลูกหมาพันธุ์อะไรกันเนี่ย—’
ภาพที่ปารมีเห็นคือ ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อกระชากใจสาว ผมเผ้าที่เปียกหมาด ๆ มีผ้าขนหนูพาดหัวเอาไว้ ทำให้ลุคที่ดูจริงจังดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตานิ่งเ็าดูมั่นคงไม่หวั่นไหว
เมื่อมองไล่มาเรื่อย ๆ เธอก็เห็นลำคอที่มีลูกกระเดือกกำลังเคลื่อนที่ขึ้นลงพร้อมกับหยดน้ำที่ไหลลงมาตามลำคอ จนเธอแทบจะกลืนน้ำลายตาม ชุดคลุมอาบน้ำที่นักรบใส่นั้นแหวกออก ทำให้เธอนั้นเห็นแผงอกกำยำของเขาอย่างชัดเจน
ปารมีรีบหันหน้าหนีภาพที่ชวนให้ใจเต้นนั้นทันที ก่อนจะรีบคว้าชุดที่เธอเตรียมเอาไว้ให้เขายัดใส่มือเขาแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที
นักรบที่เห็นปฏิกิริยาของปารมีนั้นเขาก็หัวเราะในลำคอ ก่อนจะก้มลงมองชุดที่ปารมีเอาให้เขาใส่ เมื่อเห็นว่าเป็ชุดอะไรสีหน้าเขาก็อึมครึมทันที
เธอจะให้เขาใส่ไอ้นี่เนี่ยนะ—
โปรดติดตามตอนต่อไป