จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 100 เข้าร่วมสถาบันมังกร

    ตอนที่ 100 เข้าร่วมสถาบันมังกร เป็นครั้งแรกที่กาติรัสแหงนศีรษะขึ้นมองบุคคลบนท้องนภา บุคคลเบื้องบนปรากฏชายชราสามคน คนแรกที่แหกปากมาตั้งแต่เมื้อกี้มีใบหน้าดูดุร้าย แต่อีกสองคนข้างหลังกลับมีใบหน้าใจดี กาติรัสละสายตาจากพวกมัน สายตาของจักรพรรดิเคลื่อนมองไปทางแอสทารอสพลางขมวดคิ้วมุ่น แน่นอน ความรู้สึกอยากฆ่ามันบรรเทาลงไปอย่างน่าเหลือเชื่อ คราวแรก ต่อให้เป็นเทวราชลงมาโปรดด้วยตัวเอง ความปรารถนาแห่งการฆ่าของจักรพรรดิล้วนไม่หวั่นไหว!! ทันใดนั้นเองที่นิสเวมสับขาวิ่งมาหากาติรัสอย่างสุดกำลัง สาวน้อยฟีนิกซ์ปรากฏใบหน้าตื่นตระหนกและวิตกยิ่ง ทันทีที่เธอเข้ามาใกล้กาติรัส อ้อมแขนของดรุณน้อยโอบอ้อมจากด้านหลังพลางกล่าวเสียงสั่นเครือ “พอแล้ว… อย่าฆ่าเขา… ข้าปลอดภัยดี…”  นิสเวมที่พยายามครุ่นคิดถึงเหตุผลที่กาติรัสกระทำเช่นนั้น ทุกเหตุการณ์ที่มีคนบาดเจ็บปางตายมักจะมีเธอเข้าไปพัวพันอยู่เสมอ ผนวกกับที่กาติรัสดูแลเธอเป็นอย่างดีดั่งอัญมณีอันล้ำค่า มันทำให้สาวน้อยขบคิดว่าตัวเองนั้นเป็นต้นเหตุ และมันก็ใช่จริงๆ ความโกรธเกรี้ยวของจักรพรรดิเริ่มบรรเทาอาการลงจนแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว หนึ่งสิ่งที่จักรพรรดิพึงกระทำอยู่เสมอคือการรักษาเกียรติของตนเอง และการไม่ไว้หน้าศัตรู… คิดเป็นศัตรูกับจักรพรรดิ จำต้องแลกด้วยชีวิต!! กาติรัสไม่เอ่ยพูดอะไร นิสเวมรับรู้ได้ว่าอารมณ์ของเขาเริ่มสงบบ้างแล้ว สาวน้อยจึงปล่อยมือออก ทันใดนั้น กาติรัสหันกายกลับมาทางเธออย่างช้าๆด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเล็กน้อย ฝ่ามือของจักรพรรดิลูบศีรษะของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน นิสเวมประสานสายตาจักรพรรดิด้วยใบหน้าซื่อใสบริสุทธิ์ ความซื่อใสของเด็กสาวทำให้จักรพรรดิอดยิ้มออกมาไม่ได้ แอสทารอสเริ่มถอยหลังอีกสามก้าวด้วยความหวาดกลัว หงาดเหงื่อพร่างพรายทั่วทั้งใบหน้า สายตาของชายหนุ่มยังคงจับจ้องสัตว์ประหลาดเบื้องหน้าพลางเส้นขนที่ลุกชูชัน ดูเหมือนว่าลิขิตฟ้าจะเป็นใจ “ข้ารอดงั้นรึ…” กาติรัสหรี่ตามองแอสทารอสด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา “นางไหว้วอนข้า---มันมิได้หมายความว่าเจ้าจะมีลมหายใจตลอดเวลา…” แอสทารอสหางคิ้วกระตุกเล็กน้อยราวกับฉุดคิดได้ถึงอะไรบางอย่าง แท้จริงแล้ว ความโกรธเกรี้ยวดุจมังกรคลั่งของกาติรัส มันกลับเป็นเพราะสาวน้อยผู้นี้! อาจเป็นเพราะเขาทำร้ายนาง!! “บ้าน่า---เหตุผลบ้าๆแบบนั้น…” แอสทารอสมิอาจสรรหาคำไหนมาบรรยายความบ้าบิ่นนี้ ครั้งแรกที่เขาหมายชีวิตของชายหนุ่มเบื้องหน้า มันยังไม่แสดงความพิโรธโกรธาถึงเพียงนี้ แต่ตอนที่เขาวาดกระบี่ทั่วทั้งแท่นประลอง ซึ่งส่งผลให้สาวน้อยผู้นั้นโดนลูกหลงไปด้วย หลังจากนั้น… อากัปกิริยาของมันก็กลับกลายเป็นโกรธแค้นดุจมังกรคลั่ง หลังจากพยายามประติดประต่อเรื่องราว ถ้าความคิดของเขาเป็นความจริง ชายผู้นี้มันบ้าไปแล้วชัดๆ!! “กล้าเมินข้าถึงเพียงนี้!!!” ชายชราใบหน้าดุแผดเสียงลอดไรฟันอย่างโกรธกริ้ว สีหน้าเริ่มกลับกลายเป็นเบี้ยวบิด คิ้วขมวดชิดเป็นปมแน่นทอดมองสองบุรุษเบื้องล่างพลางสั่นกรามกระตุก ชายชรากำลังจะระเบิดพลังเนื่องมาจากเพลิงโทสะที่มิอาจยับยั้งได้อีก ทันใดนั้นเอง ชายชราใบหน้าใจดีอีกสองคนพลันกระชากชายชราหน้าดุ ก่อนใช้ฝ่ามือปิดปากของเขาเอาไว้ ชายชราทั้งสองซึ่งใบหน้าดูใจดีนั้นมีนาวว่าผู้อาวุโสหมิงและผู้อาวุโสเหยา โดยที่ผู้อาวุโสที่ถูกปิดปากอยู่มีนามว่าผู้อาวุโสจาง ในขณะนี้เอง ผู้อาวุโสหมิงกำลังใช้ฝ่ามือปิดปากผู้อาวุโสจางสนิทแน่น ชายชราไม่ต้องการให้เขาใช้ปากพล่อยๆจนทำให้เสียการ ผู้อาวุโสหมิงพยักหน้าให้ผู้อาวุโสเหยาราวกับส่งสัญญาณบางอย่าง ผู้อาวุโสเหยาพยักหน้ากลับเป็นการตอบรับ “ผู้อาวุโสจาง---ท่านสังเกตหรือไม่? ห่างออกไปจากแท่นประลอง เราพบเห็นศิษย์ลู่ผิงปีสองซึ่งดำรงอยู่ลำดับที่99แห่งศิลาสถาบันมังกรโดยนอนสลบอยู่ห่างจากแท่นประลองไม่มากนัก ถ้าสมมติว่า เด็กทั้งสองนี่เข้ารับการทดสอบซึ่งผ่านกันทั้งคู่ แต่เกิดมีปัญหาบางอย่างทำให้พวกเขาทะเลาะกัน ถึงกระนั้น มันยังบ่งบอกว่าพวกเขาแข็งแกร่งเพียงใด ดูจากสภาพของลู่ผิงที่นอนสลบเหมือดและแท่นประลองที่แทบจะพังทลายเต็มที นอกจากนี้ มันยังบอกว่าพวกเขาต้องการเข้าร่วมกับเรา” ผู้อาวุโสเหยาอธิบายอย่างใจเย็น เหล่าผู้อาวุโสและอาจารย์ทุกท่านในสถาบันมังกรล้วนจดจำเหล่าศิษย์ที่กล้าแกร่งร้อยลำดับแรกได้ขึ้นใจ พวกเขานับว่าเป็นหน้าเป็นตาให้แก่สถาบันมังกรนัก ศิษย์เหล่านี้มีอำนาจมากพอจนได้รับสิทธิพิเศษต่างๆจากสถาบัน แม้กระทั่ง เหล่าอาจารย์ยังเกรงใจ แต่นั่นไม่นับเหล่าผู้อาวุโสซึ่งมีฐานะใหญ่กว่าอาจารย์หลายขุม อย่างไรเสีย ผู้อาวุโสจางล้วนมีอำนาจมากกว่าผู้อาวุโสหมิงและผู้อาวุโสเหยา สิ่งนี้สามารถสังเกตได้โดยง่ายจากท่าทีองอาจและเย่อหยิ่งของมัน โดยไม่เห็นหน้าของผู้อาวุโสอีกสองคนข้างหลังเลยแม้แต่น้อย การกระทำของพวกมันที่ใช้มือปิดปากผู้อาวุโสจางนับว่าเป็นการล่วงเกิน หากไม่อธิบายเหตุผลที่สมเหตุสมผลให้ผู้อาวุโสจางฟัง ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจดูไม่งามนัก แน่นอน ผู้อาวุโสจางนั้นเรียกได้ว่าโง่! เขามักจะถูกผู้อาวุโสหมิงและผู้อาวุโสเหยานินทาอยู่บ่อยครั้ง ปากพล่อยพาเสียมามากแล้ว! ครั้งนี้พวกเขาจะไม่พลาดโอกาสทอง!! “ท่านสังเกตเห็นเจ้าเด็กนั่นหรือไม่?” ผู้อาวุโสเหยาชี้ไปทางแอสทารอสซึ่งห้อยกุญแจประตูทางเข้าสถาบันมังกรเอาไว้ข้างเอว สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดียิ่งว่าเขาผ่านการทดสอบ “เด็กนั่นครองกุญแจประตูไว้ บางที อาจเป็นเพราะว่ากุญแจมีเพียงดอกเดียว พวกเขาจึงทะเลาะกัน” ผู้อาวุโสจางใช้ฝ่ามือกระชากฝ่ามือของผู้อาวุโสหมิงออกคล้ายหงุดหงิด ชายชราหน้าดุเริ่มพิจารณาตามคำพูดของผู้อาวุโสเหยา เขาพยักหน้าเล็กน้อย ทุกคำพูดของผู้อาวุโสเหยาล้วนมีเหตุและผล “อาจเป็นไปได้…” ผู้อาวุโสจางเริ่มสังเกตบนแท่นประลองที่บังเกิดรอยลึกดั่งถูกของมีคมตัดผ่าน มันมีรอยเช่นนั้นมากมายปานแท่นประลองจะพัง สภาพแวดล้อมบ่งบอกว่าการต่อสู้ของพวกเขาดุเดือดเพียงใด แต่ทว่า สายตาของผู้อาวุโสจางจำต้องเคลื่อนมองไปทางสาวน้อยผมแดงที่อยู่ข้างกายของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ชายหนุ่มคนนั้นสวมอาภรณ์สีดำขลับ ร่างสูงใหญ่ หน้าตาเรียกได้ว่าฉุดคร่าวิญญาณ จนกระทั่งผู้อาวุโสจางยังอิจฉาในชะตาฟ้าของมัน “เจ้าพวกนี้อาจแข็งแกร่งมากจริงๆ อย่างน้อย พวกมันคงติดร้อยลำดับแรกแห่งศิลาสถาบันมังกร” ผู้อาวุโสจางเริ่มเอ่ยขึ้นพลางหัวใจที่เต้นไม่เป็นระส่ำ หากเขารับนักเรียนที่โดดเด่นซึ่งอาจจะติดร้อยลำดับแรกของศิลาสถาบันมังกร มันจะกลายเป็นผลงานชิ้นใหญ่! เขาอาจได้รางวัลพิเศษ!! ผู้อาวุโสหมิงและผู้อาวุโสเหยาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แท้จริงแล้ว ผู้อาวุโสจางมิได้โง่ตลอดเวลา มันยังมีมุมฉลาดเหมือนผู้รอบรู้คนอื่นอยู่ด้วย นับว่าโล่งอกจริงๆ “พวกเจ้าทั้งคู่!!” ผู้อาวุโสจางแผดเสียงกึกก้อง สายตาทอดมองไปทางสองบุรุษอย่างทรนง ทั้งที่ใจจริงอยากจะก้มกราบกรานให้พวกเขาทั้งคู่เข้าร่วมกับสถาบันมังกร แต่ด้วยฐานะของผู้อาวุโสใหญ่ เขาจำต้องรักษามาดให้ดูน่าเคารพ “ต้องการเข้าสถาบันมังกรใช่หรือไม่?” ทันทีที่ได้ยินคำว่าเข้าร่วมกับสถาบันมังกร กาติรัสแหงนศีรษะขึ้นมองนภาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง นิสเวมพลันมองตามขึ้นไปอย่างฉงน ในขณะเดียวกัน แอสทารอสกลับไม่รู้สึกสนใจเลยแม้แต่น้อย จุดประสงค์ของเขาที่เข้าร่วมกับสถาบันมังกรเพียงเพื่อต้องการเฟ้นหาสัตว์ประหลาดที่คู่ควรเป็นศัตรูกับเขา แต่ในขณะนี้ สิ่งที่เขากำลังตามหากลับอยู่ข้างหน้าเท่านั้นเอง “ข้าต้องการ” กาติรัสตอบออกไปอย่างไม่ลังเล อย่างไรเสีย ก่อนแผนการของจักรพรรดิจะเริ่มเขาจำต้องรู้จักศัตรูให้ทั่วกว่านี้ แน่นอน สถาบันมังกรคือแหล่งหาข้อมูลชั้นดี! นอกจากนี้ ลาซิเฟียยังอยู่ที่นี้ด้วย!! เมื่อกาติรัสตอบตกลง หัวใจของเหล่าผู้ชราเฒ่าซึ่งเหี่ยวเฉามานานพลันชุ่มชื่นขึ้นด้วยความปิติยินดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้อาวุโสจาง ชายชราเผยรอยยิ้มอย่างหุบไม่อยู่ นับว่าเป็นผลงานชิ้นใหญ่!! ผู้อาวุโสจางหันมองไปทางแอสทารอสด้วยความหวังยิ่ง สายตาของผู้ชราทอดมองลงมาราวกับราชัน แอสทารอสซึ่งอยู่ในอาการงุนงงพลันสบตาเข้า ชายหนุ่มเอ่ยตอบอย่างไม่ลัง “ข้าต้องการ” จุดประสงค์ของแอสทารอสคืออะไร? แน่นอน! เขาต้องการค้นหาผู้แข็งแกร่ง!! คนที่ทำให้เขารู้สึกสนุก!! ในเมื่อเขาพบเจอเป้าหมาย แล้วเหตุใดจะต้องปล่อยมันไป? ในเมื่ออีกฝั่งเข้าร่วมสถาบันมังกร เขาก็จะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน!! ถึงแม้ลึกล้ำลงไปในจิตใจ แอสทารอสจะรู้สึกหวาดกลัวกาติรัสจับจิต หวาดกลัวเสียจนไม่อยากจะพบหน้าอีก แต่พอลองทบทวนสถาการณ์อย่างถี่ถ้วนแล้ว ถ้าหากเขาได้ประมือกับชายหนุ่มเรื่อยๆ สักวันเขาจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่ามันแน่ “ดี! ในเมื่อพวกเจ้าทั้งคู่ต้องการ ด้วยสิทธิพิเศษของผู้อาวุโส ข้าจะรับพวกเจ้าเข้าเอง!” ผู้อาวุโสจางเผยรอยยิ้มซึ่งหุบไม่อยู่ ผู้อาวุโสหมิงและผู้อาวุโสเหยามองเหยียดด้วยความรังเกียจ ผลงานชิ้นนี้ควรจะเป็นของพวกเขาสองคนแท้ๆ แต่กลับต้องยอมให้ผู้อาวุโสจางชิงไปอย่างหน้าตาเฉย เพียงเพราะพวกเขาไม่มีอำนาจมากพอ! ผู้อาวุโสจางร่อนกายจากนภาดุจเทพเซียน เขาแสดงอากัปกิริยาราวกับผู้ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้า ทั้งที่ในสายตาของจักรพรรดิ มันก็แค่ผู้เฒ่าไร้ประโยชน์คนหนึ่ง หากมันไม่เอ่ยเรื่องเกี่ยวกับการเข้าร่วมสถาบันมังกร จักรพรรดิคงไม่คิดที่จะแหงนมองขึ้นฟ้า “เดินมาข้างกายข้า” ผู้อาวุโสจางพูดอย่างสุภาพหากแต่คงไว้ซึ่งมาดผู้อาวุโสน่าเคารพ กาติรัสก้าวเดินไปเบื้องหน้าอย่างสบายๆโดยมีสาวน้อยฟีนิกซ์เดินตามหลังต้อยๆ นิสเวมล้วนคงไว้ซึ่งสีหน้าบริสุทธิ์ใสน่าเอ็นดู ในขณะที่กาติรัสล้วนใบหน้าไร้อารมณ์ตลอดเวลา แอสทารอสก้าวเดินไปทางผู้อาวุโสจางอย่างเชื่องช้า สายตาของเขาจับจ้องกาติรัสไม่กระพริบตา ดวงจิตล้วนหวาดสะพรึงกลัวถึงขั้ววิญญาณ เขาไม่กล้าประมาทศัตรูแม้เพียงเสี้ยววินาที ทันใดนั้นเอง ผู้อาวุโสจางมองค้อนไปทางนิสเวมซึ่งสวมอาภรณ์ดูสกปรกไร้ชาติสกุล “นางเป็นใครหรือ?” ผู้อาวุโสจางเอ่ยถามกับกาติรัสด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ถึงกระนั้น สายตาของผู้อาวุโสแสดงออกถึงความเหยียดหยามที่มีต่อนิสเวม “นางเป็นทาสของข้า” กาติรัสตอบกลับด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ถึงแม้จักรพรรดิจะไม่พอใจกับอากัปกิริยาของมันที่แสดงต่อนิสเวม แต่เขาจำต้องใจเย็นลงเพื่อการเข้าร่วมสถาบันมังกร… หลังสิ้นคำกล่าวของกาติรัส นิสเวมพลันหางคิ้วกระตุก ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นระส่ำ ใบหน้าของนิสเวมนิ่งสนิท ใบหน้าที่ดูสดใสบริสุทธิ์ดั่งผ้าขาวปรากฏอาการหม่นหมองลงหลายเท่าตัว คำพูดของชายหนุ่มกลับกระทบจิตใจของเด็กสาวอย่างรุนแรง “ไหนท่านบอกว่า---ข้ามิใช่ทาสไง…” นิสเวมครุ่นคิดในใจ แววตาของสาวน้อยสั่นเครือด้วยความเจ็บปวด มันเหมือนกับการถูกหักหลัง ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่รู้สึกเหมือนตนเองถูกหักหลัง!! กาติรัสสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเย็นเยียบจากรอบตัวของนิสเวม ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เขาลูบศีรษะของสาวน้อยฟีนิกซ์ก่อนเอ่ยขึ้น “ไม่สิ---นางเป็นสตรีของข้า…” คราแรก กาติรัสตั้งใจจะพูดเช่นนั้นเพียงเพราะต้องการเลี่ยงปัญหายุ่งยาก หากบอกว่านางเป็นทาส นิสเวมจะได้เข้าร่วมกับสถาบันมังกรเพราะถือเป็นหนึ่งในสมบัติของกาติรัส แต่ชายหนุ่มไม่ได้คาดคิดถึงผลกระทบทางจิตใจเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้กาติรัสจะเอ่ยพูดขึ้นใหม่เพื่อแก้ต่าง แต่จิตใจที่ถูกทำร้ายไปแล้วมิอาจหวนคืนให้กลับมาสดใสดังเดิมได้ประหนึ่งตบหัวแล้วลูบหลัง คำพูดอ่อนหวานล้วนกลายเป็นหนามทิ่มแทง นิสเวมเริ่มลังเลแล้วว่าการกระทำของเขาเสแสร้งขึ้นมาหรือไม่ หรือว่าตั้งแต่ต้นจนจบมันเป็นเพียงการแสดง? ความน่าเชื่อถือของนิสเวมที่มีต่อกาติรัสดิ่งฮวบราวกับตกเหว เพียงการผิดพลาดแค่ครั้งเดียวย่อมส่งผลอย่างร้ายแรง “ดี! พานางมาด้วยก็ได้” ผู้อาวุโสจางพยายามพูดประจบเอาใจหวังซื้อใจ แน่นอน ชายชราเข้าใจไปแล้วว่าสาวน้อยคนนั้นเป็นทาส เขาไม่คิดว่าคำพูดอย่าง “สตรีของข้า” จะเป็นอะไรที่จริงจังขนาดนั้น ทำให้ผู้ชราเอ่ยคำยอมรับให้นางเข้าร่วมสถาบันมังกรเพราะทาสนับเป็นหนึ่งในทรัพสมบัติของนักเรียน นักเรียนจะนำสิ่งของของตัวเองเข้าสถาบัน มันผิดตรงไหน? กลับกัน กาติรัสกลับเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มทั่วทั้งร่าง ความรู้สึกผิดจุกอกแต่เขามิอาจทำอะไรอื่นได้นอกจากยืนอยู่เฉยๆ ใจจริงแทบอยากจะกอดร่างของนิสเวมเลยด้วยซ้ำ “เจ้าเรียกให้มายืนข้างเจ้าทำไม?” แอสทารอสเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงง มันไม่มีความเคารพในถ้อยคำเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งคำเรียกขานผู้อาวุโสกว่า ยังถูกใช้คำว่า “เจ้า” มันบ่งบอกเลยว่าชายหนุ่มไม่มีความเคารพผู้อาวุโสจางแม้เพียงเสี้ยว ผู้อาวุโสจางพลันใบหน้าบิดกระตุก เขาวางมาดผู้อาวุโสน่าเคารพได้อย่างดีเลิศ แต่อากัปกิริยาของแอสทารอสกลับไม่มีความเคารพให้ชายชราเลย ผู้อาวุโสจางกระแอมหนึ่งครา “ข้าจะพาพวกเจ้าไปทันที” สิ้นคำกล่าวของผู้อาวุโสจาง ร่างกายของกาติรัส,แอสทารอสและนิสเวมเริ่มลอยขึ้นเหนือผืนดินอย่างช้าๆ รวมไปถึงร่างของผู้อาวุโสจางก็ด้วย เรือนร่างทั้งสี่เริ่มลอยเหนือผืนดินอย่างช้าๆ ก่อนลอยเหนือผืนดินราวสามร้อยเมตร แอสทารอสเบิกตากลมโตกว้าง เขาเคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถบินได้อยู่ แม้กระทั่ง มนุษย์ที่ขึ้นไปเหยียบนภาเขาก็เคยพบ แต่ทว่า เขาไม่เคยบินขึ้นมาด้วยตัวเองเลยสักครั้งเดียว! นับว่าเป็นบุญตา!! ความตื่นเต้นและตกตะลึงนี้ไม่เว้นแม้แต่นิสเวม สาวน้อยฟีนิกซ์กอดร่างกาติรัสแน่น แววตาคู่งามปิดสนิทคล้ายหวาดกลัว กาติรัสชำเลืองมองไปทางนิสเวม สีหน้าของจักรพรรดิกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ชายหนุ่มจะต้องปรับความเข้าใจกับนิสเวม! ไม่เช่นนั้นจักรพรรดิคงรู้สึกผิดจนไม่เป็นอันทำการ! “ไปกันเถอะ” ผู้อาวุโสจางมองไปทางผู้อาวุโสหมิงและผู้อาวุโสเหยา ก่อนผู้อาวุโสจางจะพาบุคคลทั้งสามลอยเหาะไปทางสถาบันมังกร ..สเตตัสปัจจุบัน...
    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,201 พลังกาย:82,119,007 พลังเวทย์:83,201,036 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ
     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน