ตอนที่2
หนึ่งเดือนที่ย้ายมาอยู่ในเมืองกรุงศศินยังคงเป็เด็กเงียบขรึมหากแต่ขยันขันแข็งเป็ที่น่าเอ็นดูสำหรับผู้ใหญ่ในบ้านทุกวันก่อนตั้งโต๊ะอาหารของเ้านายศศินจะไปช่วยป้านีเตรียมอาหารในครัว แม้จะยังไม่คล่องมากนักเพราะยังแปลกที่ทว่าก็เป็ลูกมือช่วยแบ่งเบางานจากป้านีได้อย่างดีเยี่ยมเช่นเดียวกับเป็เด็กเปิดประตูบ้านช่วยลุงสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ั้แ่มีเ้าศินคุณๆก็ไม่ต้องรอคนแก่เดินช้าไปเปิดประตูให้แล้วต้องขอบใจเ้าศิน” ลุงสุขเอ่ยชมศศินให้ยายฟังบนโต๊ะอาหารเย็นในวันหนึ่ง
แม้ไม่ใช่คนช่างพูดหากแต่ศศินรู้ดีว่าทุกคนในบ้านใจดีกับตนมากและต่างต้อนรับอย่างอบอุ่นหัวใจที่ว้าเหว่เพราะขาดแม่และต้องห่างบ้านมายังที่ที่ไม่คุ้นเคยค่อยๆเปิดกว้างรับไมตรีจากคนรอบข้างมากขึ้น
เย็นวันหนึ่งหลังจากเก็บถ้วยชามมื้ออาหารค่ำของเ้านายในบ้านไปล้างศศินที่กำลังช่วยพี่สร้อยอยู่ในครัวก็ถูกเรียกตัวไปที่ห้องรับแขกพร้อมยายที่นั่นคุณท่านและคุณภาคกำลังนั่งคุยกันและหันมามองศศินกับยายที่เดินเข้ามานั่งพื้นใกล้ๆทั้งสองทันที
“คุณท่านเรียกสายกับศินมามีอะไรจะให้รับใช้หรือเปล่าคะ”ยายของศศินเอ่ยกับเ้านายทั้งสอง
“ไม่มีอะไรจะใช้หรอกแต่ภาคมีเื่จะบอกสายกับศิน” คุณบุษบาตอบกลับมาน้ำเสียงปรานีแล้วหันไปพยักหน้ากับหลานชาย
“ฉันหาโรงเรียนให้ศินได้แล้วนะไม่ไกลบ้านมาก โรงเรียนมีชื่อเลยแหละพอดีเพื่อนฉันเขารู้จักกับผู้อำนวยการเลยช่วยติดต่อให้เขาช่วยรับไว้ ถึงจะเปิดเทอมมาได้สักพักแล้วแต่เพราะผลการเรียนศินดีมากคงไม่มีปัญหาถ้าต้องเรียนเพิ่มเพื่อตามเก็บให้ทันเพื่อน เดี๋ยวฉันหาครูสอนเพิ่มหลังเลิกเรียนให้เอง”
นางสายใจทอดสายตามองเ้านายคนเล็กของบ้านอย่างซาบซึ้งใจยกมือขึ้นไหว้ทั้งน้ำตาคลอ “สายขอบพระคุณคุณภาคที่ช่วยเหลือเด็กกำพร้าอย่างศินถึงขนาดไปวิ่งเต้นให้ได้เรียนโรงเรียนดีๆ ทูนหัวของสายช่างมีเมตตากับคนแก่จริงๆ”
“เอ้า แล้วกันพูดอยู่ดีๆมาร้องไห้ให้กันดูซะแล้ว บอกแล้วไงว่าฉันไม่ชอบเห็นน้ำตาสายนะ”ภาคแซวพี่เลี้ยงเก่าแก่ั้แ่รุ่นแม่ยันรุ่นตัวเองด้วยความรัก
คนถูกแซวเช็ดน้ำตาพร้อมยิ้มน้อยๆ วางมือลงบนศีรษะศศินที่นั่งฟังเงียบๆเอ่ยบอกอ่อนโยน “ไหว้ขอบคุณคุณภาคซะศินเพราะความเมตตาของคุณภาคศินจะได้ไปโรงเรียนแล้ว แถมเป็โรงเรียนดีซะด้วยบุญของศินแท้ๆ”
ศศินพนมมือขึ้นไหว้คุณภาคตามคำบอกของยายทันทีหากแต่ยังไม่กล้าเงยหน้ามองสบตาตรงๆ
“ขี้อายจริงเ้าศิน ก้มหน้างุดเชียว”เป็คุณบุษบาที่เอ่ยแซวขึ้นอย่างเอ็นดู
“สงสัยยังกลัวภาคอยู่” ภาคเอ่ยแซวขึ้นอีกคนในขณะที่ศศินยังนั่งก้มหน้าเงียบเช่นเดิมก่อนเสียงทุ้มนุ่มจะเอ่ยขึ้นมาอีก “แต่มีข้อแลกเปลี่ยนกันนิดหน่อยนะศินจะยอมช่วยฉันหน่อยได้ไหม”
ศศินที่ก้มหน้างุดค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตาคุณภาคพร้อมเอ่ยตอบเสียงค่อย
“ศินยินดีทำทุกอย่างที่คุณภาคสั่งครับ”
ภาคหัวเราะน้อยๆ เอ่ยบอกอย่างใจดี “ไม่ใช่งานยากอะไรหรอกแค่จะวานให้มาทำความสะอาดห้องนอนกับห้องทำงานแทนสร้อยหน่อยรายนั้นชอบหยิบของฉันไปวางมั่วหมด ฉันี้เีจะปวดหัวเวลาเดินหาไม่ได้ทำทุกวันหรอกนะ ห้องนอนเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูสามวันครั้งพอ เตียงฉันเก็บเองได้ส่วนห้องทำงานสัปดาห์ละครั้งก็พอ”
“ได้ครับคุณภาค”ศศินรับคำทันทีด้วยความเต็มอกเต็มใจ
“คิดว่าทำได้มั้ย หนักไปหรือเปล่า”
“ทำได้ครับ”ศศินรับคำแข็งขัน จึงได้รับรอยยิ้มและการพยักหน้าอย่างพอใจจากคุณภาคกลับมา
“โอเค งั้นถือว่าเราทำข้อตกลงร่วมกันแล้วนะ”ภาคยื่นมือมาตรงหน้าคนตัวเล็กที่มองมือเขานิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกล้ายื่นมือผอมมาจับกับมือเขา
“ใสซื่อจริงๆลูกเอ้ย”คุณบุษบาเอ่ยขึ้นทั้งหัวเราะน้อยๆให้กับท่าทางยื่นมือมาจับกับภาคอย่างไม่ค่อยแน่ใจของศศิน
“พรุ่งนี้ศินแต่งชุดนักเรียนนะแล้วไปกับฉันฉันจะพาไปสมัครเรียนแล้วก็ซื้ออุปกรณ์การเรียนกับชุดนักเรียนใหม่เหมือนจะมีชุดยูนิฟอร์มอื่นๆต้องซื้อเพิ่มด้วย พรุ่งนี้จัดการให้ครบทีเดียวเลยสัปดาห์หน้าจะได้เริ่มไปโรงเรียนได้ อ้อ เตรียมเอกสารสมัครเรียนตามนี้นะ” ภาคหันไปหยิบเอกสารที่วางอยู่โต๊ะข้างๆมายื่นให้
“ครับ”ศศินรับคำพร้อมรับกระดาษไปถือไว้อย่างดี
“ให้สายพาศินไปก็ได้นะคะรบกวนเวลาคุณภาคทำงาน สายเกรงใจ”
“รบกวนที่ไหนกันสายนี่เค้าเรียกว่าแลกเปลี่ยนกันต่างหาก ฉันช่วยศิน ศินรับปากจะช่วยฉันทำความสะอาดแฟร์ๆกันทั้งสองฝ่าย”ภาคเอ่ยอย่างเป็กันเอง
“ต้องกตัญญูต่อคุณท่านกับคุณภาคให้มากๆนะศินท่านดีกับศินมาก”
“ครับยาย”ศศินรับคำหนักแน่นช้อนสายตามองผู้มีพระคุณทั้งสองก็พบว่ากำลังมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาอยู่ศศินคลายความเกร็งลงเป็อย่างมากรับรู้ถึงไมตรีที่ได้รับจากคนทั้งบ้าน
รุ่งเช้าศศินขึ้นรถไปกับคุณภาคที่พาไปสมัครเรียนที่โรงเรียนเนื่องจากวันนี้เป็วันศุกร์และศศินยังไม่มีอุปกรณ์การเรียนพร้อมหลังจากเข้าไปฝากตัวกับคุณครูประจำชั้นและแนะนำตัวกับเพื่อนๆร่วมห้องศศินก็ถูกคุณภาคพาไปซื้อหนังสือพร้อมอุปกรณ์การเรียนและชุดยูนิฟอร์มต่างๆที่จำเป็ต้องใช้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมต้นทว่าเพราะยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ในกรุงเทพเท่าไหร่นักศศินจึงเดินตามหลังคุณภาคด้วยท่าทางหวาดๆขณะเข้าไปในห้างใหญ่เมื่อคุณภาคหันมาเห็นก็รีบยื่นมือมาดึงแขนให้เดินขึ้นไปเคียงทันที
“กลัวหลงเหรอ มาเดินใกล้ๆฉันนี่”เสียงทุ้มนุ่มบอกอ่อนโยน แล้วเปลี่ยนจากดึงแขนมาเป็โอบไหล่ศศินให้เดินไปพร้อมกันโดยไม่รังเกียจเด็กบ้านนอกท่าทางเงอะงะเลยแม้แต่นิด
ศศินถูกโอบไหล่ไปที่แผนกเครื่องเขียนและแผนกเครื่องแต่งกายสำหรับนักเรียนระดับมัธยมนอกจากนั้นคุณภาคยังพาไปเลือกซื้อชุดใส่เล่นอีกหลายชุดซึ่งแน่นอนว่าคุณภาคเป็คนจ่ายเงินให้ทั้งหมดศศินได้ยินพนักงานเอ่ยบอกราคาข้าวของทั้งหมดก็ถึงกับใกับยอดเงินที่คุณภาคต้องจ่ายให้เมื่อกลับมาถึงบ้านจึงพนมมือขึ้นไหว้คุณภาคด้วยความซาบซึ้งใจอย่างที่สุด
“ศินขอขอบคุณคุณภาคมากครับที่เมตตาซื้อของให้มากมายคุณภาคจ่ายเงินให้ศินเยอะมาก”
มือใหญ่วางลงมาบนศีรษะพร้อมรอยยิ้มใจดีขณะเอ่ย“ผลการเรียนศินดีมาก ฉันอยากสนับสนุนรักษาความสามารถของตัวเองไว้นะ”
“ครับคุณภาค” เป็ครั้งแรกที่ศศินกล้าสบตาคุณภาคตรงๆพร้อมรอยยิ้ม
“ว้าว ศินยิ้มแล้วนี่มีลักยิ้มสองข้างเลยเหรอ” คุณภาคถึงกับทำเสียงตื่นเต้นเมื่อเห็นศศินยิ้มให้และยิ่งไปกว่านั้นคือการได้เห็นลักยิ้มทั้งสองข้างของศศินชัดๆเป็ครั้งแรกจึงยิ่งยีมือลงบนศีรษะศศินด้วยความเอ็นดูเพิ่มมากขึ้นไปอีก “ยิ้มเยอะๆสิเราเวลาศินยิ้มแล้วน่ารักขึ้นเป็กองเลยรู้มั้ย ยิ่งมีลักยิ้มแบบนี้ยิ่งน่ารักศินอายุยังน้อยอย่าทำหน้าเศร้านักเลย”
“ครับคุณภาค”ศศินตอบรับเสียงค่อย ทว่าอดใจเต้นแรงกับคำชมที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนไม่ได้รับรู้ในวินาทีนั้นว่าคุณภาคเป็คนที่ใจดีมากจริงๆ
“เอาของไปเก็บเถอะฉันเองก็ต้องไปบริษัทแล้ว”เสียงทุ่มนุ่มบอกอ่อนโยน
ศศินวางถุงมากมายลงที่บันไดหน้าบ้านขณะเอ่ยอาสา“ศินจะไปเปิดประตูรอครับ”
ไม่นานรถของคุณภาคก็ขับออกมาที่ประตูใหญ่ที่ศศินเปิดไว้รอก่อนจะชะลอพร้อมกระจกรถเลื่อนลงคุณภาคเอ่ยกับศศิน “ขอบใจมากศิน”
ศศินยิ้มจนลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงทั้งสองข้างอีกครั้งให้คุณภาคและกลายเป็คนที่ยิ้มมากขึ้นนับจากวันนั้นจนผู้คนในบ้านต่างชมเป็การใหญ่ว่าลักยิ้มของศศินทำให้ดูน่ารักและดูสดใสขึ้นเป็กอง
สัปดาห์ต่อมาศศินก็เริ่มไปโรงเรียนพร้อมๆกับรับหน้าที่ทำความสะอาดห้องของคุณภาคต่อจากพี่สร้อยที่กำชับนักกำชับหนาว่าห้ามหยิบของในห้องไปวางมั่วเด็ดขาดศศินเคร่งครัดกับตัวเองทุกครั้งที่เข้าไปทำความสะอาดให้คุณภาคทำทุกอย่างด้วยความตั้งอกตั้งใจเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด
“เป็ไงบ้างคะคุณภาคเ้าศินทำงานเรียบร้อยหรือเปล่าคะ” นางสายใจเอ่ยถามเ้านายคนเล็กขึ้นในเย็นวันหนึ่งขณะที่เ้านายนั่งลงที่โต๊ะเตรียมจะทานอาหารมื้อเย็นโดยศศินยืนรอรับใช้อยู่มุมหนึ่งและตั้งใจฟังว่าคุณภาคจะตอบยายว่าอย่างไร
“เรียบร้อยดีมากสายฉันไม่ต้องหัวหมุนเดินหาของแล้วตอนนี้”คุณภาคตอบยายทว่าหันมายิ้มให้ศศินที่สบตากลับโดยไม่หลบ เพราะศศินยกให้คุณภาคเป็อันดับหนึ่งของคนที่ศศินไว้ใจมากที่สุดในตอนนี้
ผ่านไปครึ่งปีศศินก็ปรับตัวเป็เด็กเมืองกรุงได้ดียิ่งขึ้นเช่นเดียวกับการปรับตัวเป็สมาชิกบ้านหลังใหญ่และเป็นักเรียนที่โรงเรียนซึ่งไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดศศินในตอนนี้คุ้นเคยกับยายและคนทั้งบ้านอย่างสนิทใจแล้วเพราะความใจดีที่ทุกคนแสดงออกทำให้ศศินทั้งเคารพและไว้ใจกล้าที่จะพูดคุยและปรึกษาในเื่ต่างๆแทบจะทุกเื่ราวกับเป็ครอบครัวเดียวกันไปแล้วศศินร่าเริงขึ้นและยิ้มได้ง่ายมากขึ้นจนแม้แต่ผู้เป็ยายก็ยังรู้สึกแปลกใจในความเปลี่ยนแปลงนี้โดยไม่รู้เลยว่าผู้จุดประกายรอยยิ้มให้ศศินคือคุณภาคผู้ซึ่งศศินทั้งเคารพรักและไว้วางใจเป็อย่างมาก
ศศินยังคงช่วยงานในบ้านอย่างขยันขันแข็งไม่ว่าจะเป็ลูกมือทำอาหารช่วยป้านี ช่วยพี่สร้อยเก็บล้างถ้วยชามและคอยทำความสะอาดห้องให้คุณภาครวมถึงช่วยลุงสุขดูแลสวนในบางเวลาด้วย ถึงจะทำงานบ้านมากมายทว่าศศินยังคงขยันเรียนและมีผลการเรียนดีอย่างต่อเนื่องสามารถวิ่งไล่ทันเพื่อนได้อย่างรวดเร็วแม้จะเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อนก็ตาม
“ศินถ้าฝนตกฝากเก็บผ้าทีนะพี่นัดกับพี่ชัยไว้ อาจจะกลับมาช้าหน่อย”สร้อยเข้ามาซุบซิบศศินขณะเตรียมจะออกไปจ่ายตลาด
“ได้จ้ะพี่สร้อย”ศศินที่กำลังกวาดห้องครัวเอ่ยรับคำอย่างไม่อิดออดทันที
“แล้วถ้าแม่พี่ถามหาก็บอกว่าพี่เพิ่งออกไปจ่ายตลาดนะห้ามบอกว่าออกไปนานแล้วเด็ดขาด ไม่งั้นกลับมาต้องถูกแม่บิดหูชาแน่”
ศศินอมยิ้มพร้อมพยักหน้ารับคำขอรู้ดีว่าเหตุผลที่พี่สร้อยจะออกไปจ่ายตลาดนานจนอาจกลับมาช้าเพราะจะไปพบแฟนหนุ่มซึ่งวันนี้เป็วันหยุดของอีกฝ่าย
“พี่ไปล่ะศิน”สร้อยบอกลาแล้วรีบเร่งออกจากบ้านทันที
หลังจากสร้อยออกจากบ้านไปแล้วศศินก็ทำงานในมือต่อจนทุกอย่างที่ชั้นล่างเสร็จเรียบร้อยจึงย้ายขึ้นไปทำความสะอาดชั้นบนอันเป็หน้าที่สำคัญเพราะเป็การทำความสะอาดห้องของคุณภาค
ศศินเดินไปแหวกม่านที่หน้าต่างจะให้แสงแดดสาดเข้ามาทว่าเมื่อท้องฟ้าเบื้องนอกกลับกำลังทะมึนไปด้วยเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาอย่างรวดเร็วก็ต้องรีบปิดม่านลงอีกครั้งรีบเร่งทำงานให้เสร็จเพื่อจะได้รอรับมือกับฝนที่กำลังจะเทลงมาทว่าในขณะที่กำลังเริ่มต้นจัดเอกสารบนโต๊ะทำงานของคุณภาคด้วยความระมัดระวังไม่ให้เคลื่อนย้ายผิดที่ฝนที่เพิ่งตั้งเค้าอยู่ไกลๆก็เทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยศศินใลนลานวิ่งลงไปด้านล่างเมื่อนึกขึ้นได้ถึงคำที่พี่สร้อยสั่งไว้ว่าให้ช่วยเก็บผ้าที่ตากไว้หลังบ้านด้วยแม้จะคิดว่าตัวเองเร็วแล้วทว่าเสื้อผ้าส่วนหนึ่งก็ยังเปียกมากอยู่ดีศศินมองอย่างกลุ้มๆ
“เปียกแบบนี้จะโดนพี่สร้อยบ่นมั้ยเนี่ย”ศศินมองเสื้อผ้าเปียกด้วยความกลุ้มใจเล็กๆขณะทยอยแขวนผ้าไว้ในราวตากในบ้าน
หลังจากจัดการตากผ้าเรียบร้อยศศินก็กลับขึ้นไปทำความสะอาดห้องทำงานคุณภาคต่อจนเสร็จเมื่อลงมาด้านล่างก็พอดีเจอเข้ากับคุณภาคกลับมาจากบริษัทจึงรีบคว้าร่มวิ่งไปเปิดประตูใหญ่ให้
“เปียกหรือเปล่านั่นศิน”คุณภาคที่ลงจากรถหยุดรอที่หน้าบันไดหน้าบ้านเพื่อจะเอ่ยถาม
“กางเกงเปียกนิดหน่อยครับคุณภาค”
“รีบไปเปลี่ยนซะ เดี๋ยวไม่สบายนะ”น้ำเสียงห่วงใยเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ศศินมักได้เห็นเสมอ
“ครับคุณภาค”ศศินรับคำพร้อมยิ้มสดใสให้ ตอนนี้การยิ้มพร้อมสบตาคุณภาคตรงๆโดยไม่หลบตาไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไปแล้วสำหรับศศิน
หลังจากกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านพักศศินก็กลับมาช่วยป้านีทำงานต่อในครัวทว่าในขณะที่กำลังหั่นผักอยู่นั้นคุณภาคก็โผล่เข้ามาในครัวเอ่ยเรียกเสียงเรียบ
“ศินมานี่หน่อย”
ศศินที่รู้สึกแปร่งปร่ากับน้ำเสียงของคุณภาครีบลุกไปล้างมือแล้วเดินตามคุณภาคขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านทันทีมองจากด้านหลังไม่สามารถล่วงรู้ว่าคุณภาคกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนจนเมื่อคุณภาคหันมามองจ้องจึงได้รู้ว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นกำลังดุและไร้ซึ่งรอยยิ้มอย่างสิ้นเชิงศศินหัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีพร้อมลางสังหรณ์ว่าตัวเองได้ทำอะไรบางอย่างผิดพลาดเข้าแล้วจนเมื่อคุณภาคชี้ไปยังกองเอกสารหลายแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าห้องทำงานหัวใจของศศินก็เหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“นี่อะไร”
“คุณภาค คือศิน…”ศศินพูดไม่ออกรู้โดยทันทีว่านั่นคือเอกสารเกี่ยวกับงานของคุณภาคและมันควรจะอยู่ในห้องทำงานมากกว่าอยู่ข้างนอกนี่
“จำได้มั้ยว่าสิ่งที่ฉันขอเพียงสิ่งเดียวจากศินที่มาช่วยทำความสะอาดห้องให้คืออะไร”
“จำได้ครับ”ศศินบอกเสียงสั่น
“ทวนให้ฟังหน่อยสิ”คุณภาคยกมือขึ้นกอดอกถามเสียงเรียบ สายตาที่มองมาทั้งดุและไร้แววอ่อนโยนอย่างที่มักมีให้เสมอศศินรู้สึกกลัวจนตัวสั่นขึ้นมานิดๆ กระนั้นก็รีบเอ่ยถึงข้อห้ามที่จำได้ขึ้นใจทันที“ไม่ว่าจะทำความสะอาดห้องไหนของคุณภาคสิ่งสำคัญคือห้ามเคลื่อนย้ายของในห้องไปวางที่อื่นเด็ดขาด เพราะคุณภาคจะหาไม่เจอ”
“ก็จำได้นี่ แล้วนี่อะไร” มือใหญ่ชี้ไปที่กองเอกสารที่ถูกวางลืมไว้บนโต๊ะหน้าห้องทำงานอีกครั้งศศินมองมันด้วยแววตาสั่นระริกที่กำลังเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ
“ศินขอโทษครับคุณภาค ศินผิดเองที่ทำงานสะเพร่า”ศศินเงยหน้าขึ้นมองเ้านายพร้อมยกมือขึ้นพนมไหว้ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาเ็าเพียงเท่านั้น
“ฉันผิดหวังมากนะทั้งที่คิดว่าฉันไว้ใจศินได้ รู้มั้ยเอกสารนี้สำคัญมากถ้าหายไปจะเกิดความเสียหายต่องานของฉันเป็อย่างมากแต่ศินก็ทำเหมือนไม่ใส่ใจ เอาเถอะ ต่อไปศินไม่ต้องมาทำความสะอาดห้องฉันอีกแล้วไม่ว่าห้องนอนหรือห้องทำงาน ฉันจะให้สร้อยกลับมาทำเหมือนเดิม ไปได้แล้ว”น้ำเสียงเ็าเอ่ยบอกหากแต่ไม่ได้ดุเลยแม้แต่นิดทว่าช่างมีอานุภาพต่อจิตใจเด็กอย่างศศินที่อยากเป็เด็กดีในสายตาคุณภาคศศินรู้สึกเหมือนหัวใจแหลกสลาย ราวกับฟ้าได้ถล่มทลายลงต่อหน้า ความไว้ใจทั้งหมดที่ได้รับจากคุณภาคมาแรมปีมลายหายไปหมดสิ้นในพริบตาเพียงเพราะความสะเพร่าของตัวเองโทษใครไม่ได้และศศินไม่คิดโทษใครนอกจากเดินคอตกลงไปด้านล่างสวนทางกับพี่สร้อยที่มองมาด้วยความใเมื่อเห็นศศินร้องไห้
“สร้อยขึ้นมานี่หน่อย”
สร้อยยังไม่ได้เอ่ยปากถามศศินก็ถูกคุณภาคเรียกตัวก่อนจนต้องรีบเดินขึ้นไปชั้นสองศศินที่รู้ดีว่าพี่สร้อยถูกเรียกตัวไปรับคำสั่งให้กลับมาทำความสะอาดเหมือนเดิมรีบวิ่งกลับไปที่บ้านพักแล้วปล่อยโฮด้วยความเสียใจทันที
คืนนั้นศศินนอนคลุมโปงร้องไห้จนหลับไปแม้แต่ตอนยายมาปลุกไปทานข้าวก็เอ่ยปฏิเสธแถมยังฝันร้ายว่าโดนคุณภาคดุจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา มองดูนาฬิกาก็พบว่าอีกไม่นานก็จะสว่างจึงลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วออกไปช่วยลุงสุขรดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้านระหว่างทางศศินหยุดแหงนเงยใบหน้าขึ้นไปมองห้องนอนของคุณภาคก่อนจะก้มหน้าลงทั้งคอพับเมื่อจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้ดีคุณภาคไม่ไว้ใจให้ศศินทำงานให้อีกแล้วต่อจากนี้
“อ้าวตื่นขึ้นมาทำไมแต่เช้าขนาดนี้เ้าศิน”ลุงสุขผู้ที่ตื่นเช้ามากที่สุดในบ้านเป็ประจำเอ่ยทักเมื่อเห็นศศินโผล่เข้าไปในสวนที่ตัวเองกำลังก้มๆเงยๆพรวนดินต้นไม้อยู่
“เมื่อคืนนอนเร็วก็เลยตื่นเช้ากว่าปกติจ้ะลุงเดี๋ยวศินช่วยรดน้ำต้นไม้นะ”
“บอกแล้วว่าวันไหนต้องไปโรงเรียนไม่ต้องมาช่วยเดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสาย” ลุงสุขบ่นทว่าน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเอ็นดูจนศศินยิ้มน้อยๆออกมาได้
“ศินรีดชุดนักเรียนเรียบร้อย กระเป๋าก็จัดหนังสือใส่เรียบร้อยการบ้านก็ทำเสร็จแล้ว เวลาเหลือเฟือจ้ะลุง”
“เอาๆตามใจเรามันคนขยันลุงห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟังหรอก”ลุงสุขเอ่ยอย่างยอมแพ้ปล่อยให้ศศินช่วยรดน้ำต้นไม้ในขณะที่ตัวเองเดินไปหยิบกรรไกรมาตัดแต่งกิ่งต้นไม้
หลังจากช่วยงานสวนลุงสุขจนเสร็จ ศศินก็กลับไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปโรงเรียนทานอาหารเช้าในครัวเสร็จก็สะพายกระเป๋าเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถที่หน้าปากซอยทว่าระหว่างที่กำลังเดินไปยังประตูใหญ่หน้าบ้านเสียงรถยนต์ก็ดังขึ้นด้านหลังและศศินรู้ดีว่าเป็รถของคุณภาคที่กำลังขับออกไปทำงานจึงหยุดเดินทั้งก้มหน้างุดให้รถผ่านออกไปก่อน โดยปกติศศินจะหยุดยืนเพื่อยกมือขึ้นพนมไหว้ขณะที่รถคุณภาคผ่านหน้าไปแต่วันนี้ด้วยความละอายใจจากเื่เมื่อวานจึงยืนตรงก้มหน้านิ่งเท่านั้น
ทว่ารถของคุณภาคที่ควรจะวิ่งผ่านหน้าไปกลับหยุดลงตรงที่ศศินยืนก้มหน้าอยู่พร้อมกระจกรถเลื่อนลงศศินค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองด้วยความใก็เห็นว่าคุณภาคกำลังยิ้มให้อยู่
“ศินขึ้นมาสิ”น้ำเสียงปรานีเอ่ยเรียก
ศศินทำหน้าใเพราะไม่คิดว่าจะถูกเอ่ยเรียกจึงโดนคุณภาคหัวเราะให้แล้วเอ่ยเรียกย้ำอีกครั้ง
“ขึ้นมาสิ วันนี้ฉันจะแวะไปส่งที่โรงเรียน”
“คะ…ครับ” ไม่รอให้คุณภาคต้องเอ่ยซ้ำเป็ครั้งที่สามศศินเดินอ้อมตัวรถเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคุณภาคทันทีพร้อมดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดอย่างเรียบร้อยรถจึงเริ่มวิ่งไปยังประตูใหญ่อีกครั้ง
“เื่เมื่อวานน่ะ…”เพียงคุณภาคเริ่มต้นประโยคศศินก็แทบลืมหายใจด้วยความกลัวว่าจะโดนดุอีก “ฉันขอโทษศินนะ”
ทว่าสิ่งที่คุณภาคเอ่ยต่อมากลับทำให้ศศินแปลกใจจนต้องหันกลับไปมองคนพูดที่หันมายิ้มให้เช่นกันในแววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและขอโทษ คุณภาคคนที่ใจดีกลับมาแล้ว
“สร้อยเล่าให้ฉันฟังแล้วล่ะว่าเมื่อวานออกไปหาแฟนแล้วฝากงานไว้กับศินทั้งที่ศินมีงานล้นมืออยู่แล้วแล้วฝนดันมาตกกะทันหันจนศินคงไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนดี แล้วจังหวะที่รีบลงไปเก็บผ้าคงหยิบเอกสารของฉันไปวางลืมไว้ด้านนอกฉันมาคิดทบทวนดูศินทำงานไม่เคยผิดพลาดมาโดยตลอด ทำไมอยู่ดีๆจะทำเื่สำคัญผิดพลาดได้ง่ายๆทั้งที่ไม่เคยทำผิดพลาดมาก่อนก็เริ่มเห็นด้วยกับคำอธิบายของสร้อยว่าจังหวะที่ทุกอย่างประดังประเดเข้ามาพร้อมกันศินคงรีบมากจนไม่รู้ว่าหยิบเอกสารติดมือออกมาด้วยอีกอย่างฉันนึกเสียใจที่รีบตัดสินว่าศินผิดโดยไม่แม้แต่จะรับฟังคำอธิบายจากศินด้วยซ้ำฉันใจร้ายกับศินมากเลยใช่มั้ย ฉันขอโทษนะ ศินจะยกโทษให้ฉันสักครั้งได้ไหม”เสียงทุ้มนุ่มถามอ่อนโยน พร้อมสายตาเอ็นดูทอดมองมาจนศศินทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
“คุณภาคไม่ต้องขอโทษศินหรอกครับศินทำงานผิดพลาดจริงๆ ถึงจะบอกว่ายุ่งแค่ไหนแต่ก็ลบล้างความจริงที่ว่าศินทำงานอย่างสะเพร่าไม่ได้”
“หึหึ เรานี่น้า เป็เด็กจิตใจดีจริงๆทั้งที่ฉันด่วนตัดสินว่าผิดทั้งที่ยังไม่ได้ฟังคำอธิบายด้วยซ้ำศินก็ยังไม่โทษฉันฉันนี่แย่จัง ศินช่วยงานตั้งหลายอย่างกลับใช้อารมณ์ดุศินไปแบบนั้นสร้อยบอกว่าศินถึงกับร้องไห้ไม่ยอมทานข้าวเย็น ฉันกังวลแทบนอนไม่หลับเลยล่ะเมื่อคืนดีใจที่เช้านี้ขับรถออกมาแล้วเจอศินเข้าพอดีและได้เอ่ยขอโทษศินตรงๆศินจะยกโทษให้ฉันได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะไม่ดุศินอีก”
ศศินรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงออดอ้อนขอความเห็นใจจากคุณภาคก็รู้สึกแก้มร้อนขึ้นมายิ่งเมื่อรับรู้ว่าคุณภาครู้ว่าศศินร้องไห้ก็ยิ่งให้รู้สึกอายมากขึ้นไปอีก รีบพยักหน้าหงึกหงักแทนคำตอบพร้อมก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา
“เขินเหรอเรา”คุณภาคเอ่ยแซวขึ้นอย่างรู้ทัน ศศินยกมือขึ้นปิดหน้าเพราะทำอะไรไม่ถูกจึงถูกคุณภาคหัวเราะขึ้นอีกครั้ง
“โทษฐานที่ฉันทำนิสัยไม่ดีกับศินศินอยากได้อะไรจากฉันเป็การไถ่โทษดี”
“ไม่เป็ไรครับคุณภาคแค่ที่คุณภาคให้อุปกรณ์การเรียนมาศินก็ตอบแทนพระคุณคุณภาคไม่หมดแล้วครับ”ศศินรีบปฏิเสธทันที
“ไม่เกี่ยวกับพวกนั้นสิอันนั้นศินควรได้รับอยู่แล้ว เด็กดีแบบศินควรถูกส่งเสริมให้ได้เรียนสูงๆ”
“เท่านั้นก็พอแล้วครับคุณภาคให้ศินมามากแล้ว”
“เอาเถอะ ศินไม่ยอมบอกว่าอยากได้อะไรฉันก็จะเป็คนซื้อมาให้เองเลยแล้วกัน”ทว่าคำปฏิเสธของศศินไม่ถูกรับฟังเพราะคุณภาคยืนกรานว่าจะซื้อของมาไถ่โทษให้ได้ศศินอมยิ้มเล็กๆอย่างมีความสุขไม่ใช่เพราะว่าจะได้ของขวัญหากแต่เพราะได้ความเชื่อใจจากคุณภาคกลับมาอีกครั้ง
“ว่าแต่ศินจะกลับมาช่วยฉันทำความสะอาดห้องเหมือนเดิมได้ไหม”
“ได้ครับ ศินจะตั้งใจทำเต็มที่คราวนี้จะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอีกเด็ดขาด” ศศินรับคำคุณภาคทันทีพร้อมคำสัญญาหนักแน่น
คุณภาคหัวเราะเสียงทุ้มยื่นมือมาวางลงบนศีรษะอ่อนโยน “ไม่เป็ไรต่อไปฉันจะไม่ดุศินอีกถ้าเกิดทำผิด เราจะค่อยๆพูดกันนะ”
ศศินเชื่อแล้วว่าฟ้าหลังฝนงดงามเสมอเพราะหลังจากร้องไห้อย่างหนักเมื่อคืนเพียงเช้านี้หัวใจของศศินก็ได้รับความอบอุ่นอีกครั้งและครั้งนี้ดูจะมากล้นกว่าครั้งไหนๆ
‘คุณภาคน่ะใจดีที่สุดเลย’
คืนนั้นศศินได้รับนาฬิกาข้อมือดิจิตอลราคาแพงแทนคำขอโทษจากคุณภาคโดยคุณภาคเป็คนสวมใส่ข้อมือให้และเอ่ยอธิบายว่าทุกอย่างถูกเซ็ตพร้อมใช้งานได้เลย ศศินมองมันด้วยใจที่เต้นแรงสิ่งนี้เป็ของขวัญที่มีค่าที่สุดที่ศศินเคยได้รับและเป็ทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียวในชีวิตของศศินศศินกราบลงบนหัวเข่าคุณภาคที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างซาบซึ้งใจที่สุด คุณภาคหัวเราะวางมือลงบนศีรษะพร้อมเอ่ยอ่อนโยน
“เด็กดีอย่างศินสมควรจะได้รับมันแล้ว”
หัวใจของศศินสลักลึกลงไปในก้นบึ้งหัวใจว่าคุณภาคคือผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตที่ศศินเคยพบเจอมาและศศินจะตอบแทนความเมตตานี้ด้วยความกตัญญูอย่างที่สุด
#ศศิน
…………………………………………………………
โปรดติดตามตอนต่อไป….
เื่นี้เนื้อเื่เรียบเรื่อยไม่ใช่ดราม่าหนักๆนะคะยินดีต้อนรับทุกท่านที่จะเดินทางไปพร้อมกันเพื่อดูการเติบโตของน้องศินนะคะ ^^