ตอนนี้ฉันได้แต่เดินไปเดินมาอยู่หน้าบาร์ จะทำยังไงดี คิดสิพู่กัน จะกลับบ้านก็ไม่ได้
ติ๊ด ติ๊ด
ใครโทรมาตอนนี้เนี่ย ฉันมองสายเรียกเข้าที่หน้าจอเป็ยัยเชอรีนนั่นเอง ฉันคิดออกแล้วว่าจะไปที่ไหน
[ฉันเพิ่งกลับจากปาร์ตี้เลยไม่ได้รับสายแก มีอะไรย๊ะถึงโทรหาฉันดึกขนาดนี้]
[แกกลับถึงคอนโดแล้วใช่มั้ย เดี๋ยวฉันไปหานะ แล้วจะเล่าให้ฟัง]
[เออๆ มาถึงแล้วแกโทรมาละกัน ฉันขออาบน้ำแป๊บนึง] ฉันวางโทรศัพท์แล้วเรียกแท็กซี่ทันที หวังว่าคงไม่มีใครตามมานะ
“ไปสุขุมวิท 71ค่ะ เหยียบให้เต็มที่เลยลุง” .
สิบนาทีผ่านไป ระหว่างที่ฉันนั่งอยู่ในรถแท็กซี่กึ่งหลับกึ่งตื่น ฉันสังเกตเห็นลุงคนขับมองฉันแปลกๆ
” มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“หนูหนีใครมาหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ ไม่ได้หนีใครหนูจะไปหาเพื่อน” ฉันบอกลุงคนขับแท็กซี่ไป ว่าแต่ทำไมลุงถึงคิดแบบนั้น ท่าทางฉันมันแสดงออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอ
เอี๊ยดดด
กรี๊ดดดดด
เสียงกรี๊ดของฉันดังก้องไปทั่วถนน ฉันเอามือปิดตาไว้เมื่อเห็นว่ามีรถคันนึงขับมาปาดหน้ากะทันหัน รถคันนั้นจอดอยู่ข้างหน้า มีคนเปิดประตูลงมาจากฝั่งคนขับ ฉันมองเห็นไม่ชัด เพราะในซอยนี้ค่อนข้างจะมืด เขาคนนั้นเดินตรงมายังรถฝั่งที่ฉันนั่งแล้วเปิดประตูรถออก ร่างสูงหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างใจเย็น
“พี่คิน” ฉันได้แต่จ้องหน้าเขานิ่ง ร่างสตั้นไปสามวิ ทำไงได้ก็คนมันกลัว
“ลงมา” เสียงดุดันของคนตรงหน้าเอ่ยขึ้น
“มีปัญหาอะไรก็ไปเคลียกันนะหนู เื่ของผัวเมียลุงเข้าใจ” ลุงแท็กซี่หันมาคุยกับฉัน ที่จริงจะไล่ฉันลงจากรถแหละ แต่พูดแบบมีมารยาทหน่อย
“หนึ่ง สอง สาม”
“โอ๊ย พู่เจ็บนะ” พี่คินกระชากฉันลงจากรถ
“พันนึงไม่ต้องทอนลุง” พี่คินยื่นเงินให้ลุงแล้วจูงมือฉันหรือจะเรียกว่าลากก็ได้ไปที่รถของเขา
“เข้าไป” แค่สองพยางค์แค่นี้ฉันก็ยอมเข้าไปนั่งในรถแต่โดยดี
รถหรูพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็ว ฉันถึงกับหลับตาแน่นด้วยความกลัวพร้อมกับส่งเสียงกรี๊ดเป็ระยะ
ติ๊ดๆ
เสียงโทรศัพท์ฉันดังขึ้น
[ยัยพู่แกถึงไหนแล้ว ฉันลงมารอหน้าคอนโดแล้วนะ]
[แก ฉันไม่ได้ไปหาแกแล้วนะ ตอนนี้ฉันยุ่งอยู่ ฉันสัญญาว่าพรุ่งนี้ฉันจะเล่าให้แก]
กรี๊ดดดด
“ขับช้าหน่อยไม่ได้เหรอคะ” ฉันหันหน้าไปพูดกับพี่คิน เขาได้แต่ทำหน้านิ่งไม่รู้สึกรู้สา
[แกเป็อะไรหรือเปล่า ใครทำอะไรแก แล้วแกอยู่กับใครพู่]
[ฉันบอกตอนนี้ไม่ได้ เื่มันยาวฝากแกลาอาจารย์ให้ฉันด้วยนะ] ฉันกดวางโทรศัพท์ ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุม พี่คินเริ่มขับรถช้าลงนิดนึงขอย้ำว่านิดเดียว
“จะไปไหนเหรอคะ นี่ไม่ใช่ทางไปบาร์”
“บาร์มันไม่มีเตียงนุ่มๆ เหมือนที่บ้านหรอกนะ” พี่คินหันมาจ้องฉันอย่างมีเลศนัย
“บะ บ้าน ให้พู่ไปอยู่ที่บาร์ก็ได้นะคะ หรือว่าไปอยู่กับเจ้ชมก็ได้”
“ไม่ได้ เธอเป็คนของพี่ จะไปอยู่กับคนอื่นได้ไง”
“แต่พู่ต้องไปทำงานที่บาร์ไม่ใช่เหรอคะ”
“ใครบอกล่ะ แค่อยู่ที่บ้านทำตัวน่ารักอย่าทำให้พี่ขัดใจก็พอ” ฉันกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ชักร้อนๆ หนาวๆ แปลกๆ
เวลาผ่านไปไม่นาน รถหรูก็แล่นมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่โตหลังหนึ่งหรือจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็ได้
ฉันและพี่คินลงจากรถ มีผู้หญิงคนหนึ่งออกมาต้อนรับ
” ป้านึกว่าคุณคินจะไม่กลับมานอนที่บ้านแล้ว”
” ได้ไงล่ะครับ ผมคงจะคิดถึงป้าแมวจนนอนไม่หลับ” พี่คินยิ้มแล้วหัวเราะกับป้าคนนั้น ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาก็มีมุมอ่อนโยนแบบนี้เหมือนกัน
” พอเลยค่ะ ไม่ต้องมาอ้อนเลย เอ่อ คุณคินคะ เมื่อตอนสองทุ่มคุณโรสโทรมา คุณโรสบอกว่าโทรไปหาคุณคินแล้ว แต่คุณคินไม่รับสาย”
“เดี๋ยวผมจัดการเองครับ”
“ว่าแต่แม่หนูคนนี้ คือใครคะ” ป้าแมวถามพี่คินแล้วยิ้มให้ฉันอย่างเป็มิตร
“เมียครับ”
” ห๊ะ” เสียงของฉันและป้าแมวดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ไม่ใช่นะคะป้า เราไม่ได้เป็…”
“ผมง่วงแล้ว ผมไปนอนก่อนนะครับ” พี่คินเข้ามาโอบไหล่ฉัน ฉันได้แต่ยิ้มให้ป้าแมวเจื่อนๆ พี่คินจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดแบบนี้ไม่ได้นะ
เขาพาฉันขึ้นมาชั้นสองของบ้าน ภายนอกดูว่าหรูหราแล้วแต่ภายใดกลับดูหรูหรายิ่งกว่า
“ทำไมพี่ถึงบอกป้าเค้าแบบนั้น” ฉันถามพี่คินขณะที่เขากำลังจะเปิดประตูห้อง
” เื่ไร”
” ก็เื่ที่พู่เป็ เอ่อช่างมันเถอะ ขอตัวก่อนนะคะ”
“จะไปไหน” พี่คินคว้าข้อมือฉันไว้
” ไปหาที่นอนค่ะ จะเช้าแล้วยังไม่ได้นอนเลย”
“งั้นก็ไปนอน” พูดจบพี่คินก็อุ้มฉันเข้าไปในห้อง เขาวางฉันบนเตียงแล้วขึ้นคร่อมฉันไว้ ในภาพมโนของฉันตอนนี่มีแต่ฉาก18+เต็มไปหมด ไม่ๆ มันต้องไม่มีทางเกิดขึ้น ฉันสลัดภาพเ่าั้ออกจากหัว
“เป็อะไรหึ” พี่คินโน้มตัวลงมาพูดกับฉัน ใบหน้าของเราใกล้กันมากจนจมูกจะแตะกันอยู่แล้ว แล้วไอ้มือซุกซนของเขาก็กำลังปลดกระดุมเสื้อฉันอยู่
” พู่ร้อนมากเลยค่ะ อยากอาบน้ำ” ฉันจับมือพี่คินไว้ก่อนที่เขาจะทำอะไรไปมากกว่านั้น
“ได้สิ รอแป๊บนะ” พี่คินดีดตัวออกจากตัวฉันเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ฉันจึงลุกขึ้นนั่งใส่กระดุมเสื้อให้เรียบร้อยเหมือนเดิม เขาเป็คนสองบุคลิกหรือยังไงกัน ต่อหน้าคนอื่นก็ดูเถื่อนๆ อารมณ์ร้อน พออยู่กันสองคนกับฉันก็มีมุมอ่อนโยนแบบคิดไม่ถึง หรือตอนที่ฉันได้ยินพี่คินพูดในห้องน้ำฉันจะเข้าใจผิดไปเอง เขาคงไม่ได้ไปฆ่าแกงใครหรอก (มั้ง)
“คิดอะไรอยู่ ถ้าคิดจะหนีบอกเลยว่าเหนื่อยเปล่า” พี่คินเดินออกมาจากห้องน้ำั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้เขาจ้องหน้าฉันนิ่ง แต่ฉันไม่ได้โฟกัสที่หน้าหรอกนะ ร่างท่อนบนเปลือยเปล่าของพี่คินต่างหากที่เบี่ยงเบนความสนใจของฉันไป ไม่ๆ เื่อย่างว่าวกกลับมาในหัวฉันอีกแล้ว
“พี่เตรียมน้ำไว้ให้แล้ว ไปอาบสิ”
“พี่ออกไปก่อนได้มั้ย”
“อย่าเื่มาก จะอาบมั้ย ถ้าไม่อาบจะได้ทำอย่างอื่นต่อ” พี่คินพูดแล้วเดินเข้ามาหาฉันช้าๆ เอาล่ะิญญาซาตานเริ่มเข้าสิงร่างอีกแล้ว ฉันถอยหลังครูดแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำอย่างเร็ว
ปัง
ฉันปิดประตูห้องน้ำแล้วนั่งลงพิงประตู หัวใจจะวายตายแล้วฉันจะรักษาเวอร์จิ้นได้อีกนานแค่ไหนกันเนี่ย
10 นาทีผ่านไป…
การได้ัักับน้ำอุ่นๆ ในบรรยากาศเย็นๆ ตอนเช้ามันทำให้ฉันสดชื่นขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้หายง่วงนอนเลย
” พู่ เปิดประตูซิ” เสียงพี่คินพูดอยู่ด้านนอก เขาพูดซ้ำอยู่อย่างนั้นสองสามครั้ง ฉันไม่ยอมเปิด ถ้าเปิดแล้วเขาเข้ามาปล้ำฉัน ฉันจะทำยังไงล่ะ
” ไม่ค่ะ พู่ยังอาบน้ำไม่เสร็จ”
“ถ้างั้น ตอนเธออาบน้ำเสร็จ เธอก็เดินออกมาเปลือยเปล่าแบบนั้นเลยละกัน” ใช่สิ ในห้องน้ำไม่มีชุดคลุมอาบน้ำเลยสักตัว มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนจิ๋วอยู่ผืนเดียว
“พี่คินช่วยหาชุดคลุมให้พู่หน่อยได้มั้ย”
” พี่ให้ป้าแมวเอาขึ้นมาให้แล้ว ของใช้ของผู้หญิงทุกอย่างเตรียมไว้ให้หมด”
ฉันหยิบผ้าเช็ดตัวผืนจิ๋วผืนนั้นมาพันร่างไว้ แล้วเปิดประตูแง้มออกแค่นิดเดียว เพื่อให้มือยื่นออกไปได้
“ส่งมาเลยค่ะ”
หมับ
กรี๊ดดดดด
“พี่คินจะทำอะไร.”