เมื่อเห็นของที่อยู่ในมือหอกเหล็ก ดวงตาของอวิ๋นโม่ก็เป็ประกายขึ้นมาหินิญญาหนึ่งก้อน!
หินิญญาคือรากของต้นไม้ิญญาชนิดหนึ่งซึ่งเจริญเติบโตบนหินผลึก ภายในสะสมพลังิญญาเข้มข้น ผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตขึ้นไปสามารถดูดซับพลังเพื่อฝึกฝนหินิญญาแบ่งคุณภาพได้สี่ระดับ คือ ขั้นยอดเยี่ยม ขั้นสูง กลาง และขั้นต้นหินิญญาในมือของหอกเหล็กเป็หินิญญาขั้นต้นขนาดประมาณสองชั่งหนึ่งก้อนคุณภาพใกล้เคียงหินิญญาขั้นกลาง แม้จะเป็หินิญญาเพียงก้อนเดียวแต่ในสถานที่อย่างเมืองกวนซานเจิ้นนี่คือสิ่งล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินราคาเช่นเดียวกับถุงเฉียนคุนผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตต่างกระหายในหินิญญาอย่างที่สุดทั้งยัง้ามากกว่าถุงเฉียนคุนเพราะความใฝ่ฝันของผู้ฝึกยุทธ์คือการเลื่อนสู่ระดับพลังที่สูงขึ้น
อวิ๋นโม่รับหินิญญามาจากหอกเหล็ก ผงกศีรษะด้วยความพอใจคุณค่าของหินิญญาก้อนนี้เหนือกว่าการเก็บเกี่ยวตลอดหลายวันที่ผ่านมาเสียอีก
“หินิญญาก็มอบให้เ้าแล้ว เ้าปล่อยข้าไปเถอะ!”หอกเหล็กมองอวิ๋นโม่อย่างขอร้อง
“ตกลง ข้าจะไว้ชีวิตเ้า” อวิ๋นโม่ผงกศีรษะ
หอกเหล็กได้ยินแล้วสีหน้าก็ปรากฏความยินดีแต่ในส่วนลึกของดวงตากลับมีความชั่วร้ายเข้มข้น มันสาบานว่าจะต้องหาทางฆ่าคนผู้นี้สมบัติของหอกเหล็ก ไม่ใช่ใครที่ไหนจะเอาไปได้ง่ายๆ
แต่ว่าทันใดนั้นแสงหนาวเย็นก็สว่างขึ้นมา มันรู้สึกลำคอเย็นวาบเืสีแดงสดไหลรินราวน้ำพุร้อน
“เ้า… เ้าไม่รักษาคำพูด!” หอกเหล็กกุมลำคอด้วยความหวาดกลัวคำพูดไม่ชัดเจน ร่างกายเอนล้ม แววตายังคงไม่ยินยอม จบชีวิตอย่างตายตาไม่หลับ
“หึ!”
อวิ๋นโม่แค่นเสียงเ็าคำหนึ่ง กับคนที่คิดจะฆ่าตนเองเขาไม่จำเป็ต้องออมมือให้คำพูดเมื่อครู่ก็เพียงเพื่อให้หอกเหล็กผ่อนความระมัดระวังเท่านั้นอย่างไรก็เป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับเปลี่ยนชีพจรขั้นเจ็ดชั้นฟ้าหากมันยอมสู้ตายล่ะก็ อวิ๋นโม่คงต้องสิ้นเปลืองพละกำลังมากจึงจะฆ่าอีกฝ่ายได้
“ดูสิว่าเ้าพวกนี้ยังมีของดีอะไรอีกบ้าง!”อวิ๋นโม่เดินไปข้างศพของพวกโจรที่ตายไปแล้วจากนั้นเริ่มค้นห่อสัมภาระที่คนพวกนั้นสะพายติดตัวโจรระดับเสริมกำลังสองคนนับว่ายากจนที่สุดชิ้นส่วนของสัตว์อสูรที่มีอยู่ในห่อผ้าแทบจะไม่มีราคาอวิ๋นโม่ไม่สนใจจะมองเสียด้วยซ้ำ มีเพียงสมุนไพรไม่กี่อย่างที่พอจะมีราคาอยู่บ้างบนร่างของคนอื่นๆ มีของดีอยู่ไม่น้อย อวิ๋นโม่คัดแยกสมุนไพรและชิ้นส่วนสัตว์อสูรสุดท้ายค่อยพบว่าสมบัติติดตัวคนเหล่านี้พอรวมกันเข้าก็มีมูลค่าสูงกว่าของที่อวิ๋นโม่รวบรวมได้เสียอีก
“ไม่รู้ว่าเ้าพวกนี้ฆ่าคนมาแล้วกี่มากน้อยถึงได้สะสมสิ่งของได้มากมายเช่นนี้”อวิ๋นโม่พบรอยเืมนุษย์บนสมุนไพรและวัตถุดิบจากสัตว์อสูรชัดเจนว่าสิ่งของเหล่านี้ถูกพวกโจรแย่งชิงมา
สุดท้ายเขาเดินไปยังห่อสัมภาระของหอกเหล็ก หวังว่าจะพบหินิญญาอีกสักก้อนแต่เมื่อเปิดดูก็เห็นเพียงสมุนไพรเท่านั้น
“เหอะ ข้ามัวแต่คิดอะไรอยู่ ได้หินิญญามาหนึ่งก้อนก็ถือว่าไม่เลวแล้วยังจะมี… เอ๋ นี่คือ”
อวิ๋นโม่คว้าสมุนไพรต้นหนึ่งขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น มันมีใบเรียวบางสามใบหลังจากตรวจดูอย่างละเอียดก็ทำให้คนตื่นเต้นจนหัวใจแทบะเิ
“หญ้าผลาญิญญา! เป็หญ้าผลาญิญญาจริงๆ ด้วย!”
อวิ๋นโม่ตื่นเต้นสุดระงับสมุนไพรที่ถูกหอกเหล็กยัดเก็บไว้อย่างไม่สนใจต้นนี้ ที่จริงแล้วคือหญ้าผลาญิญญา!มันเป็สมุนไพริญญาที่เมื่อกินเข้าไปจะออกฤทธิ์เผาผลาญจิติญญาแต่สามารถนำไปหลอมเป็โอสถเสริมิญญาซึ่งช่วยเสริมสร้างจิติญญาของผู้ฝึกยุทธ์หากผู้ฝึกยุทธ์ระดับเสริมกำลังได้กินโอสถเสริมิญญาจะเกิดญาณหยั่งรู้!
ญาณหยั่งรู้ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อจิติญญาแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งญาณหยั่งรู้เกี่ยวพันกับจิติญญา เสมือนลมปราณเกี่ยวพันกับร่างกายเมื่อมีญาณหยั่งรู้ผู้ฝึกยุทธ์ก็เหมือนกับมีดวงตาที่มองเห็นทุกสิ่งได้อย่างทะลุปรุโปร่งข้างหนึ่งสามารถตรวจสอบสถานการณ์ภายนอกแม้มีวัตถุขวางกั้นโดยทั่วไปจะต้องเข้าสู่ระดับก่อจิตไปแล้วจึงจะสามารถก่อเกิดญาณหยั่งรู้อีกอย่างถุงเฉียนคุนจำเป็ต้องมีญาณหยั่งรู้ก่อนจึงจะใช้งานได้ก่อนหน้านี้อวิ๋นโม่ยังคิดว่าหาทางถุงเฉียนคุนก่อนค่อยเค้นสมองคิดวิธีใช้งานภายหลังคาดไม่ถึงว่าจะมีโชคใหญ่ได้รับหญ้าผลาญิญญาหนึ่งต้นจากกลุ่มโจรที่นี่
“หอกเหล็กผู้นี้สมควรไม่รู้จักหญ้าผลาญิญญา จึงเก็บมันไว้อย่างลวกๆ” อวิ๋นโม่หยิบกล่องไม้สำหรับเก็บรักษาสมุนไพริญญาโดยเฉพาะออกมาค่อยๆ วางหญ้าผลาญิญญาลงไปอย่างระมัดระวัง
“สมุนไพริญญาและวัตถุดิบจากสัตว์อสูรที่เก็บมาได้ก่อนหน้านี้รวมกับสิ่งของจากพวกโจร ก็น่าจะพอถูไถแล้ว”อวิ๋นโม่พูดกับตัวเอง ต่อให้ไม่พอเขาก็ไม่คิดจะค้นหาอีก เมื่อมีหญ้าผลาญิญญาเขาก็อยากหลอมโอสถเสริมิญญาอย่างทนรอไม่ไหว เพื่อก่อญาณหยั่งรู้ยกระดับความสามารถขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
อวิ๋นโม่ที่กำลังจะจากไปพลันหยุดเท้าหลังขบคิดครู่หนึ่งก็รวบรวมอาวุธของโจรระดับเปลี่ยนชีพจรทั้งห้าคนอาวุธของคนเหล่านี้พอจะฝืนเรียกว่าอาวุธิญญาได้อยู่ มีราคาไม่น้อยส่วนอาวุธธรรมดาของระดับเสริมกำลังอีกสองคน อวิ๋นโม่ย่อมไม่สนใจ
อวิ๋นโม่เคลื่อนกายไปตามเส้นทางที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นใช้เสาะหาสัตว์อสูรบนูเาเพียงไม่นานก็สามารถออกจากเทือกเขาเหนือเมฆาได้สำเร็จ
ยามที่อวิ๋นโม่ปรากฏตัว บนหลังแบกสัมภาระสองห่อใหญ่ในมือถืออาวุธิญญาหลายชิ้น คนมากมายเบิกตาโตมองเขาอย่างพูดอะไรไม่ออก
“เป็ไปไม่ได้ ข้าตาฝาดไปหรือไม่ เด็กหนุ่มนั่น ยังมีชีวิตรอดออกมา!”
เ้าของแผงที่ก่อนหน้านี้เคยขอซื้อคืนเหมันต์ขยี้ตาของตนมองอวิ๋นโม่อย่างไม่อยากจะเชื่อ “ไอ้หนุ่มนั่นไม่ใช่แค่มีชีวิตรอดออกมาแต่ยังเหมือนได้อะไรติดมือมาไม่น้อยด้วย”
เ้าของแผงที่เคยแนะนำอวิ๋นโม่ด้วยความปรารถนาดีก็ตกตะลึงเช่นกันพอเห็นอาวุธิญญาในมือของอวิ๋นโม่ก็อ้าปากค้าง ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมา
“นี่มัน… นี่มัน…”
“กรงเล็บคร่าิญญา แล้วยังหอกเหล็ก! เ้า…เ้าฆ่าพวกแมวป่าและหอกเหล็กได้” เ้าของแผงผู้นั้นถามตะกุกตะกัก
เห็นได้ชัดว่าทั้งแมวป่าและหอกเหล็กเป็โจรป่าที่มีชื่อเสียงเมื่อเ้าของแผงเห็นอาวุธของทั้งสองจึงแสดงสีหน้าเช่นนี้
ตอนนี้สายตาที่ทุกคนมองไปยังอวิ๋นโม่เปลี่ยนไปแล้วเขาไหนเลยจะเป็เด็กน้อยระดับเสริมกำลังที่ไร้ประสบการณ์ เห็นอยู่ชัดๆว่าต้องเป็ยอดฝีมือระดับเปลี่ยนชีพจรชั้นสูงที่มีประสบการณ์โชกโชน!ไม่เพียงกล้าขึ้นเขาไปตามลำพัง แต่ยังฆ่าโจรป่าชื่อฉาวโฉ่ไปหลายคน
ตึง!
อวิ๋นโม่วางห่อผ้าสะพายหลังที่เก็บวัตถุดิบจากสัตว์อสูรลงบนโต๊ะของเ้าของแผงผู้ใจดี“ท่านรับซื้อวัตถุดิบจากสัตว์อสูรไม่ใช่หรือ ของพวกนี้จะรับหรือไม่”
เมื่ออวิ๋นโม่แกะห่อผ้าออก เ้าของร้านผู้นั้นก็เบิกตาโต
“ดวงตาของวิฬารเนตริญญา ขนอ่อนของอินทรีฟ้าคราม ดีงูของอสรพิษลิ้นไฟ…นี่… นี่…” วัตถุดิบจากสัตว์อสูรแต่ละชนิดล้วนมีราคาสูงทำให้เ้าของแผงถึงกับตาพร่า
วัตถุดิบเหล่านี้ล้วนไม่ธรรมดาต่อให้เป็ยอดยุทธ์จากสามตระกูลใหญ่ในเมืองกวนซานเจิ้นเกรงว่าไม่ได้ของดีมามากขนาดนี้
“้าหรือไม่”
“้า! ้าแน่นอน!” เ้าของแผงรีบพยักหน้ารับ เขารวยแล้วซื้อขายเพียงรอบเดียวเกรงว่ายังเหนือกว่าที่ทำมาตลอดหลายเดือนปกติแล้วตนได้แต่ซื้อสินค้ามีตำหนิเพราะขุมกำลังใหญ่เมื่อออกมาจากเทือกเขาจะไม่ขายอะไรให้พวกเขา
เ้าของแผงลอยอื่นๆ พากันมองเ้าของแผงผอมสูงด้วยสีหน้าอิจฉาในใจอดคิดไม่ได้ว่า หากตอนนั้นมีน้ำใจเตือนอวิ๋นโม่สักคำไม่แน่ว่ายามนี้ตนเองอาจพอมีส่วนแบ่งบ้าง
“ข้า้าวัตถุดิบพวกนี้ทั้งหมด แต่ตอนนี้ข้ามีเงินไม่พอจำเป็ต้องไปรวบรวมมาก่อน นายท่านสามารถรอสักหน่อยได้หรือไม่ขอแค่ครึ่งชั่วยาม*เท่านั้น!” เ้าของร้านผอมสูงเอ่ยอย่างนอบน้อมต่ออวิ๋นโม่โดยไม่รู้ตัว
“ไม่มีปัญหา เ้าไปเถอะ ข้าจะรออยู่ที่นี่” อวิ๋นโม่เอ่ยเขารู้ว่าการซื้อขายที่นี่ให้ราคาต่ำกว่าเมืองกวนซานเจิ้นอยู่บ้างแต่เ้าของแผงผอมสูงผู้นี้มีน้ำใจให้คำแนะนำซึ่งเป็ประโยชน์ต่อเขาดังนั้นหากเขาจะช่วยเหลือเ้าของแผงบ้างก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
ส่วนสมุนไพรที่แบกอยู่บนหลัง เขาย่อมไม่ขายที่นี่อยู่แล้ว
………………………………………
*时辰 Shíchén หน่วยนับเวลา 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง