ตอนเช้าวันนี้ที่มหาวิทยาลัยเอกชนที่มอสและเวียร์เรียนอยู่
มอสและเวียร์คู่หูของเขา และเป็คู่รักด้วยหรือเปล่าไม่รู้ เข้าห้องเรียนแล้วเห็นสิ่งที่เกิดในห้องว่า เหล่านักศึกษาไปเกาะกลุ่มกันที่สองพระหน่อซากาอิกับโจวเร ตรงนั้นมันมีอะไรกันหนอ มอสจึงอยากรู้และเดินเข้าไป
เสียงของนักศึกษาผู้หญิงอุทานออกมาอย่างชื่นชมว่า "ซากาอิ มันน่ารักจังเลย"
"เธอๆขอฉันดูใกล้ๆบ้างสิ"
"หู ราคาเท่าไหร่หรอเพื่อน"
มอสแหวกทางมายังมุมที่พอจะสอดส่องเห็นอะไรได้ชัด
ซากาอิ หนุ่มนักศึกษาชาวญี่ปุ่นนั่งบนโต๊ะเรียนที่รับน้ำหนักตัวเขาได้เนื่องจากทำมาจากโลหะแข็ง ในมือซากาอิมีเ้าเม่นแคระที่อยู่ในสภาพหงายท้อง เป็ที่ติดอกติดใจเพื่อนๆเมื่อได้พบเห็น
ซากาอิลูบท้องมัน "เ้าเม่นมันรู้สึกตื่นตัวต่อคนมากมายซึ่งก็เป็ธรรมชาติของมัน จริงๆมันไม่ได้ใช้ชีวิตหากินตอนเช้าตอนกลางวันหรอก เอาล่ะนะเดี๋ยวฉันจะปล่อยให้มันเดินบนโต๊ะให้ทุกคนดูนะ"
เพื่อนๆทุกคนเขยิบออกเป็พื้นที่ โจวเรก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเปิดทางให้เม่นแคระเดิน
บางอย่างเบื้องหน้าเม่นแคระ มันมองเห็นมอสยืนแล้วนิ่งงัน
"เกิดอะไรขึ้น" ซากาอิเ้าของเม่นแคระมองดูแล้วผิดสังเกต โดยไม่สงสัยหรือมองไปสังเกตถึงตัวมอส
ตาประสานตาระหว่างเม่นแคระกับมอส และเ้าตัวเล็กก็ขดเป็วงกลม กลายเป็เหมือนการแสดงออกในท่าทางของเม่นแคระที่ผู้คนดูแล้วตื่นตา
"น่ารักงง่ะ มันม้วนเป็วงกลม ดูสิๆ" สาวๆในกลุ่มหลงรักเ้าตัวเล็กอย่างมาก
ซากาอิไปคว้ามาเก็บ "โอเค ฉันให้ดูประมาณนี้ มันม้วนตัวเพราะ้าพักผ่อนในเวลาเช้าน่ะ"
มอสมายังโต๊ะเวียร์ที่นั่งคอยอยู่ เวียร์ถามถึง"ตรงนั้นมีอะไรหรือ?"
"ซากาอินำเม่นแคระมาโชว์ในห้องน่ะ" มอสบอก นึกเห็นพฤติกรรมของเม่นแคระตัวนั้นที่ม้วนขดเป็วงกลมอย่างที่มอสเข้าใจเพียงผู้เดียว คือ เม่นแคระไม่ได้ถึงกับพักผ่อนตอนเช้า แต่มันเป็การป้องกันตัวเมื่อเห็นมีภัยอะไรบางอย่างในตัวของมอส มอสคิดว่าเป็อย่างนั้นก็จะเก็บเอาไว้คิดลำพัง
"ออ เม่นแคระ มันกินหนอนและแมลงบ้าง"เวียร์บอกถึงเม่นแคระที่พอจะได้ศึกษามาบ้าง "เวลามีเม่นแคระแล้วเราก็ต้องเล่นกับมันบ่อยๆนะ "
"เวียร์รู้เพราะเคยเลี้ยงมาก่อนหรือ?" มอสสงสัยว่าเวียร์เป็เพื่อนที่น่าจะมีเม่นแคระสักตัวทำให้รู้และอธิบายได้
"ไม่เคยเลี้ยง แต่รู้จากการอ่านหนังสือหรือหาความรู้เท่านั้นเอง"
และจากนั้นอาจารย์ประจำวิชาก็เข้ามาในห้องจากนั้นก็อยู่ในเวลาการเรียน เวลาผ่านไปจนถึง่สี่โมงเย็น มอสและเวียร์แวะทานบะหมี่หมูแดงที่ร้านริมทางอีกครั้ง
เวียร์พูดถึงเม่นแคระ "มอสชอบมั้ยล่ะ มันอาจจะดูแลง่ายกว่าหมาแมว แต่วิธีเลี้ยงคงแตกต่างกัน"
มอสดูดน้ำเสร็จแล้วพูด "ตอนนี้ฉันยังไม่ได้สนใจจะเลี้ยงสัตว์ใดๆหรอก" ่เวลาเช้าที่ผ่านมานั้นมอสรู้ได้ทันทีว่าเม่นแคระมีปฏิกิริยากับเขา เหมือนเม่นกลัวเมื่อเจอสุนัขที่จะคอยเข้ามาทำร้าย
"บะหมี่หมูแดงและเกี๊ยวน้ำจ้ะ" คุณป้าเ้าของร้านนำมาเสิร์ฟ
ผ่านไป หลังจากที่แยกย้ายกับเวียร์แล้ว มอสกลับมาถึงบ้าน พบพี่สาวยืนกอดอกอยู่หน้าทางบันได เธอมองด้วยสีหน้ากังวลต่อมอสอะไรสักเื่
"พี่มุขมีอะไรเหรอ" มอสถาม
"........................."แต่พี่มุขเงียบงัน
"พี่ครับ" มอสรู้สึกว่าวันนี้พี่สาวของตัวเองดูเหมือนส่งสายตาที่้าจะบอกอะไรบางอย่างที่มอสไม่สมเพชเวทนา เขาทำเื่ไม่ดีหรือ
"พี่ทำเหรียญหายากของเพื่อนผู้หญิงของพี่ตกไปไว้ไหนของบ้านก็ไม่รู้ พี่เลยกลุ้มใจน่ะมอส" พี่สาวที่ยืนอยู่บอก สองแขนปล่อยลงจากอก
เื่ของหาย มอสรู้มอสช่วยเหลือเื่เหล่านี้ได้ ยังไงก็ตาม มอสคิดในใจว่าอย่าแสดงออกถึงเซนส์หรือพลังบางอย่างหลุดออกไปต่อหน้าพี่สาว เขาอยากจะช่วยพี่สาวของตัวเองแต่ต้องปกปิดบางอย่างเอาไว้
"มาดูนี่สิมอส" พี่มุขกวักมือเรียกน้องชายมายังห้องรับแขก บนโต๊ะมีตลับกำมะหยี่ขนาดย่อม "พี่ไม่รู้จะทำยังไงดี พี่ทำเหรียญหายไป เหลือแต่ตลับที่เปิดค้างอยู่"
มอสนั่งโซฟาเพ่งมองตลับนั้น และอยากจะมองไปพูดปลอบใจพี่สาว "พี่อย่าเพิ่งเป็กังวลไปเลยนะ มอสจะลองช่วยหาอีกแรง สักวันเราจะได้เจอก็ได้"
พี่มุขฟังคำพูดของมอสแล้วสีหน้าเริ่มผ่อนคลาย "อือ ขอบใจนะ" และพี่มุขก็เดินออกจาห้องและไปยังห้องส่วนตัวของหล่อน
มอสถือตลับมาดม เขาแยกแยะกลิ่นตลับและกลิ่นเหรียญให้ออกและวางกล่องไว้บนโต๊ะดังเดิม แล้วก็รับรู้แหล่งของเหรียญใกล้ๆอย่างเร็ว ใต้โซฟาที่เขานั่งน่ะเอง มอสเจอเหรียญแล้ว
เขาเขี่ยเหรียญข้างใต้โซฟา หยิบมันไปยังหน้าห้องส่วนตัวของพี่สาว เคาะประตูเรียก "พี่มุข มอสเจอเหรียญแล้วนะ"
พี่สาวเปิดแง้มประตูออกมาดู
มอสบอกว่า "มอสช่วยหาอีกแรงแล้วก็เจอแล้ว เหรียญนี้ใช่มั้ย มันไม่หายไปไหนไกล มันอยู่ที่ใต้โซฟา" พอมอสยื่นเหรียญไป พี่สาวกลับยืนนิ่งเงียบงันไม่รับสิ่งนี้ไปจากมือของน้องชาย สีหน้าไม่ได้ดูมีความสุขอย่างที่ควรจะเป็
"พี่มุข พี่เป็อะไรไปล่ะ ก็ในเมื่อผมช่วยเหลือพี่ได้แล้ว พี่มุขไม่ดีใจหรอ"
"มอส...."
"หืม?"
พี่มุขก้มหน้าลง "มอส อย่าทำแบบนี้อีกเลยนะ"
" !?" มอสไม่เข้าใจว่าพี่สาวของตัวเอง้าจะพูดอะไร หรือเขาทำเื่ที่ผิดมาแล้วพี่สาวจะสั่งสอน
"พี่สงสัยไว้ว่า มอสทำเื่ไม่ดี" และพี่มุขก็เริ่มเงยขึ้นมา "บอกพี่มานะ ทุกวันนี้มอสคงไม่ใช่โจรลักซ่อนสิ่งของของใครๆใช่มั้ย"
มอสงุนงงสับสน พี่สาวถามอย่างนี้เพราะอะไร มอสไม่รู้อะไรว่าตัวเองถูกคนตรงหน้าเรียกว่าโจรลักซ่อน "ผมจะทำเื่ผิดหรือไม่ดีต่อใครๆแบบนั้นทำไมครับพี่มุข"
พี่มุขชี้ไปที่มือของมอส "เหรียญหายากนี่ จริงๆมันไม่ได้หายไปไหนหรอก พี่แค่แกล้งเอามันไปซ่อนไว้เอง พี่รู้อยู่แล้วว่ามันอยู่ใต้โซฟา มอส นอกจากวันที่แม่ของเวียร์สงสัยก็ทีนึงแล้ว วันนี้คุณป้านิตยาจากอีกซอยมาบอกกับพี่เื่ที่มอสรู้สถานที่ซ่อนสิ่งของ ป้านิตยาแกไม่คิดว่าสิ่งที่มอสทำมันดูเป็การช่วยป้า มาฟ้องพี่ว่ามอสน่าจะปิดบังเื่การเก็บสิ่งของเอาไปซ่อน อย่างนี้มอสไม่รู้เหรอว่ามันดูเป็คนยังไง" พี่มุขระบายความในใจออกมาแล้ว สายตาเกือบจะมีน้ำตา "มอส มอสทำอะไรอย่างนี้นะ บอกพี่มาซิ ว่ามอสเป็เหมือนโจร หรือมอสคงไม่ใช่"
"ผมช่วยเหลือคนอื่นจริงๆครับ ผมไม่ได้รู้เลยว่าสิ่งของต่างๆมันอยู่ตรงไหน พี่มุข ฟังผมนะ ถ้ามอสเป็โจร" มอสสีหน้าเคร่ง จริงจัง"ถ้ามอสเป็โจรอย่างที่สงสัย พี่คิดอย่างนี้หรอครับว่าคนที่เป็โจรจะมีวันเอาของไปคืน"
พี่สาวเริ่มคิดได้กับคำถามของมอส "อ๊ะ....เอ่อ.... ก็จริง"
"ผมไม่ได้เกี่ยวกับลักซ่อนอะไร เหรียญอันนี้ก็เหมือนกัน ผมบอกว่าช่วยหา ก็เอามาให้พี่แล้ว"
พี่สาวรับเหรียญไปจากมือของมอส "........มอส พี่ขอบใจ ...." พี่มุขถือเหรียญมาดูและหันไปเข้าห้อง ปิดประตู
มอสยืนนิ่งมองประตูห้องของพี่สาวตัวเอง แววตาของพี่สาวที่เขาเห็นยังคงหม่นหมอง ทั้งๆที่บอกไปแล้วว่าโจรที่แท้จริงคงไม่คืนของง่ายๆ ถ้าเกิดพี่สาวรับรู้เื่เหนือธรรมชาติว่ามีอาการเป็สุนัขของมอสคงต้องแสดงอาการช็อกต่อการได้รับรู้
รอดมาแล้ว มอสถึงกับถอนหายใจเลยทีเดียว พลางคิดโล่งอกในใจปนกับถอนหายใจว่า "เฮ้อ โชคดี เื่เซนส์สุนัข ความยังไม่แตก"
แต่มอสก็อยากให้พี่สาวในตอนที่มีเวลาก็ให้ไปอธิบายให้ผู้อื่นถูกต้องว่ามอสไม่ได้เป็คนแย่อย่างที่ว่ากันมา