สองชั่วโมงผ่านไป
บ้านสวนพิกุล
บ้านสวนพิกุลเป็เรือนไทยไม้สักขนาดใหญ่ยกใต้ถุนสูงหลังคาทรงจั่วเป็เรือนแฝดมีชานหน้าบ้านเปิดโล่งมีรั้วโปร่งเตี้ยๆกั้นโดยรอบสำหรับนั่งรับลมตั้งอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้นาๆชนิดล้อมรอบด้วยเนื้อที่หลายสิบไร่ซ้ำยังสงบร่มรื่นมากอีกด้วย
ั้แ่พิกุลพาหลานสาวของเธอกลับมาถึงบ้านได้ก็เค้นเสียงสั่นถึงเื่ผลตรวจครรภ์ที่ชานหน้าเรือนใน่โพล้เพล้
"หนูไปท้องกับใครบอกยายมาเดี๋ยวนี้นะ" พิกุลนั่งบนเก้าอี้ไม้สักตัวใหญ่จ้องหน้าหลานสาวของเธอที่พับเพียบสะอึกสะอื้นไม่ยอมตอบคำถามที่เธอ้าเสียที
"ยายจ๋าหนูขอโทษ" ผ้าแพรเอาแต่นั่งสะอื้นตัวโยนยกมือไหว้ขอโทษยายของเธอประหงกๆเพราะเธอลำบากใจที่จะตอบเื่นี้จริงๆด้วยรู้ว่าพ่อของเด็กในท้องคงไม่เต็มใจที่จะรับผิดชอบแน่
"บอกยายมาว่าไปทำตัวง่ายกับใคร" พิกุลน้ำตาคลอเธอเค้นถามคำถามนี้มาพักใหญ่แล้วแม่หลานสาวของเธอก็ไม่ยอมตอบออกมาเสียทีว่าท้องกับใครเธอจะได้เรียกให้คนๆนั้นมารับผิดชอบ
"บอกยายไปสิแพรว่าเราท้องกับใคร" พิมพรรณนั่งข้างๆกับคนเป็แม่เอเองก็ช่วยคะยั้นคะยอให้หลานเธอตอบก่อนที่แม่ของเธอจะโมดหไปมากกว่านี้และอาจจะถึงขั้นลงไม้ลงมือได้
"คือ น..หนู..ไม่รู้..ฮือๆๆๆ" ผ้าแพรเงยหน้าขึ้นมาตอบคนเป็ยายกับน้าในขณะที่มือน้อยๆยังคงยกมือไหว้อย่างรู้สึกผิดทั้งน้ำเสียงที่ออกมาก็ปนสะอื้นให้อย่างน่าสงสารเธอบอกยายของเธอไม่ได้จริงๆเื่พ่อของเด็ก
"ยายสอนหนูว่าอะไรเคยจำบ้างหรือป่าวแม่เราก็คนนึงแล้ว" พิกุลลุกขึ้นมือไม้สั่นเธอผิดหวังกับพรทิพย์ลูกสาวคนโตแม่ของผ้าแพรคนหนึ่งแล้วที่อุ้มท้องกลับมาไม่มีพ่อให้ชาวบ้านเขานินทาแต่เธอก็ทนเลี้ยงหลานกันมาได้พอถึงรุ่นหลานก็ต้องมาเจอเื่ซ้ำเดิมอีกเธอจึงเ็ปใจเกินจะทนโทษตัวเองในใจว่าตนนั้นเลี้ยงลูกสอนหลานไม่ดีเื่อะไรถึงได้ใจง่ายไปเสียหมด
"ตีเสียให้ตายเลยดีมั้ย" ด้วยความโมโหที่หลานเธอนั้นไม่ยอมตอบออกมาเสียทีจึงเดินไปหยิบไม้หวายที่เอาไว้ไล่แมวขโมยของที่ตากอยู่ชานบ้านเหน็บอยู่ที่ฝาบ้านหมายจะตีหลานไม่รักดีเสียที
"แม่อย่าตีหลานหนูแพรท้องอยู่นะแม่" พิมพรรณเห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้าไปโอบกอดหลานสาวของเธอเอาไว้เพราะั้แ่พี่สาวเธอเสียเมื่อคลอดผ้าแพรเธอเองก็เป็เหมือนแม่ที่เลี้ยงคนหนึ่งผ้าแพรมาโดยตลอดจะตีสักคราดุสักครั้งก็ไม่เคยมาถึงครานี้เธอก็จะไม่ยอมให้แม่เธอลงไม้ลงมือกับผ้าแพรเช่นกันหากจะต้องถูกลงโทษจะต้องเป็เธอมากกว่าที่ดูแลหลานสาวไม่ดีเอง
"แกมันก็เข้าข้างแต่หลานนั่นแหละถึงได้เป็แบบนี้ไง" พิกุลตวาดเสียงฝาดจนสองหน้าหลานที่กอดกันสะดุ้งโหยง
“คุณย่าขาเร็วๆค่ะ” หลังจากที่เพียงฟ้าไปรอรับคนทั้งสามที่สนามบินหลังจากให้ทั้งสามบินด่วนมาจากกรุงเทพเป็ชั่วโมงกว่าตอนนี้เพียงฟ้าขับรถมาถึงที่บ้านของผ้าแพรพร้อมกับภูผาและแม่กับย่าของเขา
เพื่อที่จะมารับผิดชอบผ้าแพรเมื่อมาถึงพียงฟ้าก็รีบจูงสายทองคุณหญิงจากเมืองกรุงรีบขึ้นไปบนบ้านของผ้าแพรโดยเร็วเพราะไม่รู้ว่าผ้าแพรนั้นจะโดนยายเธอนั้นต่อว่าหรือจัดการอะไรบ้าง
“ย่าก็รีบอยู่นี่ไงลูกหนูฟ้า” สายทองหญิงชราวัยเจ็ดสิบสองรู้สึกปวดหัวกับเื่หลานๆของเธอพอสมควรมาวันนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่ยังช็อกที่พึ่งจะรู้ตัวว่าหลานชายตนไปทำผู้หญิงท้องจึงต้องรีบลากหลานชายกับลูกสะใภ้ของเธอมาที่เชียงใหม่ด่วน
.................................
โอ้ยเื่ใหญ่แล้วเื่ใหญ่แล้วววววว