ณ ใจกลางอาณาจักรเสินหลิง
เมืองจักรพรรดิขาว สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแผ่ขยายครอบคลุมกว่าอาณาหมื่นลี้ พื้นดินอาบด้วยปราณฟ้าดินแ่าดุจสายน้ำิญญาไร้สิ้นสุด
ทว่าฟากฟ้าอันเคยสว่างกลับถูกหมอกดำกลืนกินจนหม่นมืด เสียงคำรามสะท้านหล้าดังลั่นทั่วเมือง
ัร่างมหึมา าแเหวอะหวะ เืดำไหลไม่หยุด ย่างเท้าเหนือเวหา ดวงเนตรทองคำลุกวาบราวกับเทพพิโรธ
“หลงเจี้ยน! หยุดดิ้นรนเสียเถอะ ข้าจักให้เ้าตายโดยไร้ความเ็ป...”
เบื้องหน้าอสูรา
จ้าวเสวียนจื่อยืนหยัดบนยอดเขา ท่ามกลางสายลมกรรโชก คัมภีร์โบราณหมุนวนรอบกาย อักขระสีทองเรืองแสงสะท้อนแสงจันทรา ดวงเนตรนิ่งสงบแฝงความลึกล้ำราวกับดาราจักร
“แค่จอมยุทธ์จากตระกูลเซียน... หวังจะสังหารข้า?”
หลงเจี้ยนคำราม ดวงตาแดงฉานด้วยโทสะ ปราณสีดำขลับปะทุพวยพุ่งออกจากลำคอราวสายธารอเวจี เสียดแทงเวหา เผาผลาญแสงสว่างจากฟากฟ้าจนมืดมน
“ลมหายใจั!”
ขณะที่จ้าวเสวียนจื่อยังคงเงียบสงบ ดวงเนตรคมล้ำจ้องตรงไปยังร่างมหึมาด้วยเจตจำนงอันแน่วแน่
“ค่ายกลปราการ์!”
เสียงของจ้าวเสวียนจื่อดังก้อง เส้นอักขระทองคำล้อมรอบกาย ปะทะเพลิงมืด เกิดเป็ะเิสะท้านผืนแผ่นดิน อาณาร้อยลี้กลายเป็ราบเรียบ ยอดเขามลายสิ้น
ทว่า จ้าวเสวียนจื่อยังคงยืนหยัดอยู่กลางเวหา ไร้ริ้วรอยใด มองลงมาด้วยแววตาดั่งจักรพรรดิไร้เทียมทาน
หลงเจี้ยนกรูถอยหลังไปหลายก้าว สีหน้าบิดเบี้ยว โลหิตสีดำซึมตามเกล็ดไม่หยุด พลางกลายร่างเป็มนุษย์กำยำ ในมือกำดาบยาวสีดำไว้แน่น ดาบนั้นแผ่รัศมีแกร่งกล้า กลิ่นอายพลังสั่นคลอนห้วงมิติ
"จ้าวเสวียนจื่อ! ถึงแม้ว่าข้าจะเห็นแก่นาง... แต่วันนี้ข้าจะดับลมหายใจของเ้าซะ!"
เขาตวาดเสียงกึกก้องฟ้า ดาบกวาดนภา! ศาสตราวุธไร้เทียมทาน พลันฟาดฟันออกไปสุดแรง เกิดเป็สามคลื่นดาบแผ่ซ่านพลังสังหารแห่งหายนะกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่ตัดผ่าน
“กรงเล็บั!”
จ้าวเสวียนจื่อเบี่ยงกายหลบ คลื่นปราณดาบเฉียดร่างเพียงปลายเส้นผม
ทว่า หลงเจี้ยนกลับไม่หยุดให้เขาได้พักหายใจ พุ่งปราดเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนือสายฟ้า
“หมัดพิโรธอเวจี!”
หมัดที่เปี่ยมด้วยไอพลังสีดำทมิฬจากห้วงเหวลึก คล้ายัคำรามพุ่งเข้าใส่จ้าวเสวียนจื่อ
“หมัดวัฏสงสาร!”
จ้าวเสวียนจื่อสวนกลับด้วยหมัดที่หมุนวนดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกราด ดูดกลืนพลังแห่งหายนะของหลงเจี้ยนเข้ามาสู่ศูนย์กลาง ก่อนจะะเิออกเป็ผุยผง
หลงเจี้ยนกลับไม่ละความพยายาม...
“ดาบอาญาศักดิ์สิทธิ์!”
หลงเจี้ยนสะบัดดาบกวาดนภาอีกครา พลังดาบมหึมาแหวกม่านเมฆาฟาดฟันลงมาจากห้วงรัตติกาล
เห็นดังนั้น จ้าวเสวียนจื่อ พลันวาดมือกลางอากาศ สร้างค่ายกลอักขระมากมายขึ้นมาป้องกัน
“ปราการ์ เจ็ดชั้นฟ้า!”
ในพริบตานั้นเอง พลังศักดิ์สิทธิ์ฟาดลงมากระแทกกับค่ายกล เสียงะเิดังสะท้อนฟ้าดิน ค่ายกลปราการ์เจ็ดชั้นฟ้า ที่จ้าวเสวียนจื่อสร้างขึ้นพลันสั่นะเืรุนแรง แต่ยังคงตั้งมั่นไม่แตกสลาย
"หลงเจี้ยน! วันนี้ข้าจะทำให้เ้ารู้สำนึก... ว่าที่ต่ำที่สูงเป็เยี่ยงไร!”
จ้าวเสวียนจื่อพลางโบกมือ คัมภีร์โบราณ พลันเปล่งพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างล้นหล่าม
“วิถีผนึก… อาญา์ผนึกเทพอสูร!”
ปรากฏโซ่ทองนับพันเส้นสาย พวยพุ่งเข้าพันธนาการร่างหลงเจี้ยน พลังศักดิ์สิทธิ์ทะลวงเข้าสู่ร่างั หลงเจี้ยนพลันคำรามด้วยความเ็ป ดิ้นรนสุดกำลัง
“ข้าไม่อาจถูกผนึก! ข้าคือราชันแห่งอสูร!”
แต่เสียงของมันเริ่มสั่นพร่า ร่างกายถูกตรึงแน่น เจตจำนงยังไม่สิ้น แต่กำลังถูกร้อยรัดด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์เหนือคณานับ
“นี่หรือคือศักดิ์ศรีของตระกูลเซียน!? หากมิใช่เพราะกลอุบายต่ำทรามของเ้า…”
“…ต่อให้รวมมดปลวกทั้งตระกูลเซียน ก็ยังมิอาจเอาชนะข้าได้!”
คำสบถมากมายพลันถูกพ่นออกมาจากปากหลงเจี้ยน หากแต่ จ้าวเสวียนจื่อพลางตอบกลับเสียงเ็าด้วยคำพูดดูแคลน
“ความอ่อนแอของเ้าต่างหาก... ที่ทำให้เ้ามาถึงจุดจบเช่นนี้…”
จ้าวเสวียนจื่อตอบเ็า สายตาไร้อารมณ์เฝ้ามองโซ่ทองรัดร่างหลงเจี้ยนจนสิ้นฤทธิ์
“ข้าจะฆ่าเ้า! ข้าจะล้างตระกูลเซียนของเ้าให้สิ้น!…”
แต่เสียงสุดท้ายของหลงเจี้ยนพลันเลือนหาย เมื่อร่างของมันถูกดูดเข้าสู่หอคอยศักดิ์สิทธิ์ห้าชั้น ก่อนจะถูกผนึกลงสู่พื้นปฐีอย่างสมบูรณ์
เมื่อาระหว่างสองผู้ยิ่งใหญ่สิ้นสุดลง หอคอยศักดิ์สิทธิ์ห้าชั้น ที่ผนึกหลงเจี้ยน พลันส่องแสงเจิดจ้าดุจสุริยัน ปราณมหาศาลหลั่งไหลหล่อเลี้ยงค่ายกลปราการ์เจ็ดชั้นฟ้า ผนึกพลังมรณะเอาไว้โดยสิ้นเชิง
สิ่งภายในมิอาจออก สิ่งภายนอกมิอาจย่างกราย พื้นที่แห่งนี้ จึงถูกขนานนามว่า “แดนต้องห้าม”
จ้าวเสวียนจื่อ กลับไปรายงานตระกูลเซียน ว่าเจตจำนงของหลงเจี้ยนแข็งแกร่งเหนือคำพรรณนา ถึงขั้นที่แม้แต่ศาสตราเซียนยังมิอาจทำลายได้ จำต้องใช้หอคอยศักดิ์สิทธิ์ผนึกไว้เป็หนทางสุดท้าย
…..
แปดร้อยปีต่อมา...
พลันมีข่าวลือสะท้านทั่วตระกูลเซียน พบว่าในอดีตหลงเจี้ยนเคยตกหลุมรักสตรีนางหนึ่งจากตระกูลเซียน ซึ่งทั้งสองแอบลักลอบไปมาหาสู่กันหลายครั้งหลายครา กระทั่งให้กำเนิดบุตรสาวผู้หนึ่ง
ความลับนี้ถูกปกปิดไว้โดยคนใหญ่คนโตในตระกูลเซียน โดยรับเด็กสาวไว้ในฐานะศิษย์ เพื่อปกปิดสายโลหิตต้องห้าม มิให้แม้แต่เงาแห่งความสงสัยเล็ดลอดออกไป
ทว่า ในยามที่หลงเจี้ยนถูกจ้าวเสวียนจื่อผนึกไว้ใต้หอคอยศักดิ์สิทธิ์ นางกลับล่วงรู้ว่าตนกำลังตั้งครรภ์บุตรชายอีกคน ผู้สืบสายโลหิตของหลงเจี้ยนเป็คนที่สอง
ในวันที่สูญเสียบุรุษอันเป็ที่รัก นางจึงตั้งใจหลีกหนีออกจากตระกูลเซียน พร้อมทั้งทารกในครรภ์และบุตรสาวของตน
แต่ทว่า ในยามนั้น บุตรสาวของนางกลับกำลังปิดด่านบำเพ็ญอยู่ในแดนลับของตระกูลเซียน มิอาจออกมาได้แม้เพียงครึ่งก้าว
ด้วยเกรงว่าเด็กน้อยในครรภ์จะถือกำเนิดก่อนกาลอันควร นางจึงรวบรวมตบะทั้งชีวิต หล่อหลอมเป็ผนึกลับ กักขังดวงจิตและเจตจำนงของทารกน้อยไว้ในครรภ์ เพียงเพื่อยื้อเวลา และปิดบังความลับที่ไม่อาจเปิดเผย
ในใจของนางมีเพียงหนึ่งหวัง รอให้บุตรสาวออกจากแดนบำเพ็ญ เพื่อจะจากไปพร้อมกันทั้งสามแม่ลูก โดยไม่หันกลับมาอีก
แต่โชคชะตากลับเล่นตลก… แผนการที่วางไว้ด้วยความอดทนตลอดหลายร้อยปี กลับไม่อาจเป็ไปตามที่นางหวัง
จนในวันหนึ่ง ความลับที่นางเคยแอบลักลอบสัมพันธ์กับหลงเจี้ยน และให้กำเนิดบุตรสาว กลับถูกเปิดเผยโดยบุคคลในตระกูลเซียน
นางที่อดทนฝืนสะกดกลั้น มิให้บุตรชายในครรภ์ถือกำเนิดมาตลอดแปดร้อยปี… บัดนั้นก็ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ในวันเดียวกับที่เด็กน้อยลืมตาดูโลก... ความลับที่ถูกฝังมานานเกี่ยวกับสายเืของหลงเจี้ยน ก็ถูกเผยออกต่อหน้าทั้งตระกูลเซียน
บุตรชายที่เพิ่งถือกำเนิดของนาง กลับถูกตระกูลเซียนพรากไป เพื่อดึงพลังสายเืาของหลงเจี้ยนออกมา หวังตัดรากสายเืแห่งหายนะให้สิ้นซาก
แต่ทว่า... ในห้วงยามที่แสนเ็ปที่สุด นางกลับได้รับความช่วยเหลือจากเงาใครบางคน ก่อนจะหายลับไปจากตระกูลเซียน
เหล่าาุโระดับสูงต่างตื่นตระหนก ส่งยอดฝีมือออกตามหาทั่วฟ้าดิน ทว่ากาลเวลาเวียนผ่าน กลับไร้ซึ่งร่องรอยแม้เพียงเศษเงา ไม่มีใครล่วงรู้ว่านางไปที่ใด ราวกับหายสาบสูญ
…..
ณ แดนต้องห้าม
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางรอยแยกมิติเหนือหอคอยศักดิ์สิทธิ์ เขาโอบอุ้มทารกน้อยผู้ลมหายใจรวยรินเอาไว้แนบอก ก่อนจะก้าวเข้าสู่หอคอยด้วยความรีบเร่ง
จากนั้นไม่นาน...
บูมมมม!!
คลื่นพลังลมปราณมหาศาล พลันะเิออกมาจากด้านในหอคอยศักดิ์สิทธิ์ กวาดออกไปทั่วแดนต้องห้าม ก่อนจะคืนสู่ความเงียบเช่นเดิม
ร่างของบุรุษปริศนา ปรากฏอีกครั้งเหนือหอคอย เขาปรายตามองลงเบื้องล่าง
ก่อนที่ร่างปริศนาของคนผู้นั้นจะหายไป เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงปนโศกเศร้าที่ไม่อาจเผยแก่ผู้ใด
“อวิ๋นเอ๋อร์น้อย… เส้นทางจากนี้ไป ขึ้นอยู่กับเจตจำนงของเ้าแล้ว… ว่าเ้าจะทนแบกรับโชคชะตาของตนเองในวันข้างหน้าและผ่านมันไป ได้หรือไม่...”
…..
สองร้อยปีต่อมา...
ณ เมืองหงเฟิ่ง แห่งอาณาจักรเสินหลิง หนึ่งพันปีหลังาครั้งนั้น...
ลึกเข้าไปในป่าทึบซึ่งขนานกับขอบเขต ‘ค่ายกลปราการ์เจ็ดชั้นฟ้า’ ม่านพลังโบราณที่แบ่งแยกโลกภายนอกกับแดนต้องห้าม พลันสั่นไหวอย่างผิดปกติ
วิ้งงง!!
แสงอักขระสีเงินพลันวาบขึ้นกลางความมืด อักขระโบราณที่เคยนิ่งสงบนับพันปี เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ราวกับมีเจตจำนงลี้ลับบางอย่างกำลังควบคุมอยู่เื้ั
ชั่วอึดใจนั้น ช่องว่างหนึ่งก็ก่อเกิดขึ้นกลางม่านพลังนั้น กลายเป็บานประตูอักขระที่เชื่อมระหว่างสองฟากฝั่ง
เงาขาข้างหนึ่ง พลันก้าวผ่านบานประตูออกมาอย่างมั่นคง
เด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ปรากฏกายในอาภรณ์ดำสนิท ร่างสูงโปร่งสง่า ดวงหน้าเรียบเย็นไม่แสดงอารมณ์ หากแต่ดวงเนตรกลับคมลึกดั่งกระบี่
เขายืนเงียบงันใต้เงาไม้ ปล่อยให้สายลมพัดปะทะใบหน้าอันเฉยเมย พลางทอดสายตามองไปยังทิศทางแสงส่องสลัวอยู่ไกลโพ้นจากเมืองหงเฟิ่ง หนึ่งในสี่เสาหลักของอาณาจักรเสินหลิง
ริมฝีปากของเขาพลางยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายเป็รอยยิ้ม... แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบ
"หึ... ตระกูลเซียนงั้นรึ?!”
“ความอัปยศแสนเ็ปที่ท่านแม่ได้รับ และทุกหยดโลหิตที่นางหลั่ง... ข้าจักทวงกลับมาทุกหยาด!…”
เสียงของเขาแ่เบาแต่หนักแน่น ปลายเสียงยังไม่ทันจางหาย ร่างของชายหนุ่มก็พลันหายไปจากตรงนั้น ดุจเงาที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หลงเหลือไว้เพียงกลิ่นลมที่ไหลผ่านป่ารกร้าง
“อีกไม่นาน… ข้า จ้าวจื่ออวิ๋น จะเหยียบย่างเข้าไปถึงหน้าประตูของพวกเ้า!… เพื่อส่งคืนความอัปยศที่ท่านแม่ต้องแบกรับ… กลับไปพันเท่า! หมื่นเท่า!”