ตอนที่ 2 – กฎ 7 นาที
วันที่ 13 มกราคม 2570
เวลา 22:30 น. หน้าปากทางเข้าโนนสูงใต้
เมฆากลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มีคนเดินเคียงข้าง
ร.ต.อ.หญิง วิริยา สุคนธรักษ์
ชุดลำลองสีดำทั้งชุด เป้สะพายหลังใส่อุปกรณ์วัดคลื่นแม่เหล็ก, กล้องอินฟราเรด, นาฬิกาอะตอม 3 ตัว, GPS แบบทหาร, และเครื่องบันทึกสัญญาณทุกชนิดที่ DSI หามาได้
เ้าฮูกเกาะไหล่เมฆา
เ้าพรายลอยวนรอบวิริยาอย่างสงสัย
“ท่านครับ… ผู้หญิงคนนี้จะทน 7 นาทีนั้นได้จริงเหรอ”
เมฆาตอบเบา ๆ
“ถ้าเธอทนไม่ได้ คืนนี้เราจะได้รู้กัน”
วิริยาหันมามองเขา
“ฉันไม่เชื่อเื่มิติคู่ขนาน
แต่ฉันเชื่อข้อมูล
และข้อมูลบอกว่าเมื่อคืนคุณหายไปจริง ๆ 7 นาที
แต่กล้องวงจรปิดภายนอกบันทึกได้แค่ 3 วินาที”
เธอยกนาฬิกาอะตอมให้เมฆาดู
“คืนนี้เราจะพิสูจน์ว่าเวลาในนั้นเดินช้าจริงหรือไม่”
เมฆาพยักหน้า
แล้วยกมือขวาขึ้นแตะกำไลสองวง
แสงเงินของกำไลเรืองแสงชั่ววูบ
เ้าฮูกบินขึ้นฟ้าเพื่อส่งภาพมุมสูง
23:47 น.
หมอกสีเทาเริ่มก่อตัวเป็รูปหกเหลี่ยมอีกครั้ง
วิริยาเปิดเครื่องวัดคลื่นแม่เหล็ก
เข็มหมุนติ้วอย่างบ้า
“สนามแม่เหล็กแรงเกิน 500 มิลลิเกาส์
สูงกว่าปกติ 100 เท่า”
เมฆาพูดโดยไม่หัน
“อีก 6 นาที
เขตจะเปิด”
วิริยาหยิบเชือกไนล่อนสีแดงยาว 50 เมตร
ผูกปลายหนึ่งไว้กับเสาไฟฟ้าข้างนอก
อีกปลายผูกเข้ากับเอวตัวเองและเมฆา
“ถ้าเราหายไปพร้อมกัน
เชือกจะเป็หลักฐานว่าเราไม่ได้ย้ายถิ่นฐาน”
เมฆายิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ดี
แต่ถ้าเชือกขาด… เธอจะรู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว”
23:53 น.
หมอกหกเหลี่ยมหุบเข้ามาเต็มรูปแบบ
เ้าฮูกส่งภาพสุดท้ายก่อนหายวับเข้าไปในหมอก
ภาพของเมฆากับวิริยาที่เริ่มจางลงจากพื้น
23:53:53
ทั้งสองก้าวเข้าไปในหมอกพร้อมกัน
โลกภายนอก
กล้องวงจรปิดจับภาพได้แค่ 3 วินาที
แล้วภาพกลายเป็สโนว์ขาวโพลน
แต่ข้างในเขตสนธยา
เมฆาและวิริยาพบว่าตัวเองยืนอยู่กลางหมู่บ้านเดิม
แต่ทุกอย่างเป็สีเทา
ไม่มีเงาคน
ไม่มีเสียง
นาฬิกาอะตอมของวิริยาเดินช้าลงทันที
จาก 1 วินาทีจริง กลายเป็ 1 วินาทีในนั้น = 1 นาทีข้างนอก
วิริยามองนาฬิกาแล้วหน้าซีด
“เวลาเดินช้า 60 เท่า
7 นาทีข้างนอก… คือ 7 ชั่วโมงข้างในนี้”
เมฆาพยักหน้า
“และคนที่หายไป 43 คน
ยังอยู่ที่นี่”
เขาชี้ไปที่บ้านหลังแรก
ประตูเปิดอ้า
มีเด็กชายคนเดิมยืนอยู่
นาฬิกาข้อมือยังค้างที่ 23:53
เด็กชายพูดเสียงสั่น
“พี่… หนูรอพี่มาหลายรอบแล้ว
ทุกครั้งที่เขตเปิด หนูจะได้ย้อนกลับไป 7 นาทีก่อน
แต่หนูออกไม่ได้”
วิริยาถามทันที
“ทำไมถึงออกไม่ได้”
เด็กชายชี้ไปที่พื้นบ้าน
มีวงกลมเืแห้งวาดเป็รูปหกเหลี่ยม
ตรงกลางมีกระดูกนิ้วมนุษย์ 6 นิ้ว
“คนที่ทำพิธี… ใช้กระดูกของคนที่หายไป
เพื่อขังเราไว้ในลูป 7 นาที
ถ้าอยากออก… ต้องหาคนที่เหลืออีก 37 คน
แล้วทำลายวงกลมทั้งหมดพร้อมกัน”
เมฆาขมวดคิ้ว
“มีกี่วง”
เด็กชายยกมือขึ้นชี้รอบหมู่บ้าน
“43 วง
กระจายทุกบ้าน”
วิริยามองนาฬิกา
“เรามีเวลา 7 ชั่วโมงข้างใน
แต่ต้องหา 43 วงกลมในความมืดแบบนี้?”
เมฆาหันไปมองเ้าฮูกที่บินวนอยู่
เ้าฮูกส่งภาพให้ทันที
ภาพความร้อนจากฟ้า
แสดงจุดสีแดง 43 จุดกระจายทั่วหมู่บ้าน
เมฆาพูดเบา ๆ
“เริ่มจากบ้านแรก
แล้ววิ่งให้ทัน 7 ชั่วโมง”
เขาวิ่งไปที่วงกลมแรก
ใช้กำไลสองวงตัดเืแห้ง
วงกลมแตก
เด็กชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นทันที
วิริยาถาม
“ทำไมต้อง 43 คน?”
เด็กชายตอบ
“เพราะพิธีต้องใช้เื 43 คน
เพื่อเปิดเขตสนธยาครั้งต่อไป
ในคืนพระจันทร์เต็มดวงหน้า…
เขาจะดึงทั้งจังหวัดเข้าไป”
เมฆาและวิริยามองหน้ากัน
วิริยา
“คืนพระจันทร์เต็มดวงหน้า… คืออีก 17 วัน”
เมฆา
“ถ้าเราไม่หยุด
ครั้งหน้ามันจะไม่ใช่แค่หมู่บ้าน”
ทั้งสองวิ่งต่อไปที่วงกลมที่สอง
แต่ในบ้านหลังที่สาม
พวกเขาเจอวงกลมที่ยังมีคนนอนอยู่ข้างใน
เป็ผู้ชายวัย 40
ยังมีชีพจร
วิริยาตรวจชีพจรทันที
“ยังไม่ตาย
แต่สมองตายแล้ว”
เมฆามองวงกลม
แล้วเห็นข้อความเขียนด้วยเืข้างวง
“คนที่ 44 ต้องเต็มใจ
ถึงจะเปิดเขตใหญ่ได้”
เขาหันไปมองวิริยา
“คนที่ทำพิธี… ยังขาดคนที่ 44
และเขากำลังรอคนที่เต็มใจเดินเข้าไปเอง”
วิริยามองนาฬิกา
เหลือเวลาในเขตอีก 6 ชั่วโมง 42 นาที
เธอพูดเสียงสั่น
“ถ้าเราทำลายวงกลมทั้ง 43
เราจะออกไปได้
แต่คนที่หายไป 43 คน… จะตายจริง”
เมฆานิ่งไป
เ้าพรายกระซิบ
“ท่าน… เลือกสิครับ
ช่วย 43 คนนี้
หรือหยุดพิธีที่กำลังจะฆ่าทั้งจังหวัด”
เมฆามองเด็กชายคนแรก
แล้วพูดเบา ๆ
“ฉันมีทางที่สาม”
เขาปล่อยกำไลสองวงออกจากข้อมือ กำไลลอยสูงขึ้น
แสงเงินขยายใหญ่จนครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน
“ฉันจะดึงเขตสนธยานี้… เข้ามาในกำไล”
วิริยาตาโต
“คุณจะขังตัวเองไว้ในนั้นตลอดกาล?”
เมฆาพยักหน้า
“ถ้าฉันขังเขตนี้ไว้
พิธีจะไม่มีวันสมบูรณ์
และคนที่หายไป… จะได้กลับมา”
เขาหันไปมองวิริยา
“แต่ฉันจะออกมาไม่ได้อีก”
วิริยาจับแขนเขาแน่น
“มีทางอื่น”
เมฆายิ้มมุมปาก
“ไม่มี
นี่คือทางเดียว”
เขาเริ่มร่ายคาถา
กำไลสองวงขยายใหญ่จนกลายเป็วงแหวนเงินขนาดมหึมา
เขตสนธยาทั้งหมดเริ่มถูกดูดเข้าไป
เด็กชายคนแรกวิ่งมาจับมือเมฆา
“พี่… ขอบคุณ”
เมฆาพยักหน้า
แล้วหันไปพูดกับวิริยาครั้งสุดท้าย
“บอกเ้าพรายกับเ้าฮูกว่า
ฉันไปแล้ว”
วงแหวนเงินหุบลง
เขตสนธยาหายวับ
เมฆาหายไปพร้อมกับมัน
วิริยาพบว่าตัวเองยืนอยู่นอกหมอก
เวลา 00:00:03
คนที่หายไป 43 คน
ปรากฏตัวขึ้นกลางหมู่บ้าน
ทุกคนร้องไห้
เ้าฮูกบินลงมาพร้อมเ้าพรายที่ตัวสั่น
เ้าพรายมองไปรอบ ๆ
“ท่าน… หายไปแล้วเหรอครับ”
วิริยาพยักหน้า
แล้วยกมือขึ้นแตะกำไลสองวงที่หล่นลงพื้น
มันเย็นเฉียบ
แต่ข้างใน… ยังมีแสงเงินวูบวาบเบา ๆ
เหมือนมีคนกำลังรออยู่...?
*โปรดติดตามตอนต่อไป*