บทที่ 31 สามล้านเพื่อซื้อชีวิต
ในขณะนั้น หลิวอวี่ตกอยู่ในห้วงอารมณ์พลุ่งพล่านจนไม่อาจสังเกตเห็นความผิดปกติรอบข้างได้
‘ใช่แล้ว หลิงสุ่ยของเขา!’
หลิวอวี่รีบนำยาเม็ดหลิงสุ่ยออกมาป้อนเข้าปากผู้เป็พ่ออย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบขวดน้ำแร่ขึ้นมาช่วยส่งหลิงสุ่ยให้ไหลลงลำคอไปอย่างต่อเนื่อง
‘ได้โปรดเถอะ... มันต้องได้ผล หลิงสุ่ยนี้ต้องช่วยชีวิตพ่อได้!’
มือของหลิวอวี่ยังสั่นระริกไม่หาย เขาได้แต่เฝ้าภาวนาอ้อนวอนอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"เสี่ยวอวี่ นี่ลูกกำลังจะทำอะไร..." เฉินจิ้งมองลูกชายด้วยดวงตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเืฝอยและแววตาที่เต็มไปด้วยความฉงน
"ผมกำลังช่วยพ่อครับ พ่อต้องรอดแน่ ๆ" หลิวอวี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
"เฮ้อ เกรงว่ามันจะยากเกินไปแล้ว ต้าหย่งถูกทำร้ายหนักขนาดนี้ แม้แต่หมอในหมู่บ้านก็ยังบอกเลยว่าคงไร้หนทางเยียวยา!"
"ต้าหย่งนี่โชคร้ายจริง ๆ ทำไมเื่แบบนี้ต้องมาเกิดกับเขาด้วยนะ!"
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างพากันถอดถอนใจด้วยความเวทนา เห็นได้ชัดว่าในสายตาของพวกเขาไม่มีใครหลงเหลือความหวังต่ออาการาเ็ของหลิวต้าหย่งเลยแม้แต่น้อย
ทว่าทันทีที่หลิวต้าหย่งกลืนยาเม็ดและหลิงสุ่ยที่หลิวอวี่ป้อนให้ลงไป ดวงตาที่เคยพร่าเลือนไร้แววก็ค่อย ๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เสียงลมหายใจที่เคยแ่เบาเริ่มหนักแน่นขึ้นทีละนิด ความเ็ปที่เคยกดทับเริ่มคลายลงพร้อมกับพละกำลังที่ค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมา
จากนั้น ภาพที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงจนตาค้างก็ปรากฏขึ้น รอยบวมแดงและรอยฟกช้ำตามร่างกายของหลิวต้าหย่งค่อย ๆ จางหายไปต่อหน้าต่อตาของทุกคน
"เป็ไปได้อย่างไรกัน!"
ฝูงชนต่างพากันยืนตัวแข็งทื่อด้วยความคาดไม่ถึง พวกเขาเห็นเพียงหลิวอวี่นำยาเม็ดหนึ่งให้หลิวต้าหย่งกิน แต่พริบตาเดียวอาการของคนที่ปางตายกลับดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
"นี่มันยาอะไรกันเนี่ย มหัศจรรย์เกินไปแล้ว!"
"นี่มันยาเทวดาชัด ๆ เห็นผลทันตาถึงขนาดดึงคนที่ก้าวขาเข้าไปในความตายครึ่งตัวให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้จริง ๆ!"
‘หลิงสุ่ยได้ผลจริง ๆ ร่างกายของพ่อกำลังฟื้นตัวแล้ว!’
เมื่อเฉินจิ้งเห็นดังนั้น ความตื่นเต้นก็เข้าแทนที่ความโศกเศร้า เธอรีบถลาเข้าไปหาหลิวต้าหย่งทันที "ดีมากเลยตาแก่ คุณเป็ยังไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง!"
"หา... หาเสี่ยวเยี่ยน เสี่ยวเยี่ยน..."
"พ่อพูดว่าอะไรนะ?" หลิวอวี่เห็นบิดาเริ่มขยับปากพูดได้ก็รีบถามด้วยความร้อนรน
"รีบไปช่วยเสี่ยวเยี่ยน... เสี่ยวเยี่ยนถูกคนพวกนั้นฉุดตัวไป!"
คำพูดของผู้เป็บิดาราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจหลิวอวี่ ในวินาทีนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นว่าน้องสาวของตนไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย
"พ่อครับ พูดช้า ๆ ก่อน เสี่ยวเยี่ยนเป็อะไรไป เธออยู่ที่ไหน!" หลิวอวี่รีบซักถามด้วยความตระหนก
เฉินจิ้งที่เพิ่งได้สติจากคำบอกเล่าของสามีก็หน้าถอดสีทันที ก่อนจะรีบเอ่ยว่า "วันนี้พ่อเขาพาเสี่ยวเยี่ยนเข้าเมืองไปรับใบแจ้งผลเข้ามหาวิทยาลัย ไม่นึกเลยว่าพ่อจะถูกคนในหมู่บ้านหามกลับมาในสภาพสะบักสะบอมแบบนี้! แล้วเสี่ยวเยี่ยนก็หายตัวไป!"
"ที่ตัวเมือง เสี่ยวเยี่ยนถูกคนพวกนั้นลักพาตัวไป... มีวัยรุ่นแปดคน พวกมันเป็พวกคนติดยา!" ในที่สุดหลิวต้าหย่งก็สามารถเค้นเสียงพูดออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อได้รับรู้ความจริง หลิวอวี่ก็ะเิโทสะออกมาอย่างรุนแรงจนถึงขีดสุด
น้องสาวของเขามีรูปโฉมงดงาม หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเดนมนุษย์ที่ติดยาพวกนั้น ผลลัพธ์ที่ตามมาคงเลวร้ายจนไม่กล้าจินตนาการ และพ่อของเขาก็คงจะถูกพวกมันรุมทำร้ายอย่างทารุณเพียงเพื่อจะปกป้องเธอ
หลิวอวี่ทะยานร่างออกไปข้างนอกอย่างบ้าคลั่ง มุ่งตรงลงสู่เชิงเขาด้วยหัวใจที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นแทรกความเงียบ แต่เขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ยังคงมุ่งหน้าลงเขาอย่างสุดชีวิต ทว่าเพียงครู่เดียวเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ‘หรือว่าจะเป็ข้อความจากน้องสาว?’
หลิวอวี่รีบกดรับสายในทันที ทันใดนั้นเสียงที่แฝงไปด้วยความประสงค์ร้ายของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น
[ตอนนี้น้องสาวของแกอยู่ในมือของฉัน ฉันขอเตือนแกว่าอย่าได้คิดจะแจ้งตำรวจเด็ดขาด ถ้ายังอยากให้น้องสาวแกมีชีวิตรอด ก็รีบไสหัวออกมาจากเซียงซานซะ ฉันจะรอแกอยู่ที่ถ้ำไป๋สือในตัวเมือง!]
"แกอย่าทำร้ายน้องสาวฉันนะ!" หลิวอวี่ะโก้องด้วยความเดือดดาลพลางวิ่งไปที่รถของตนอย่างไม่คิดชีวิต
แต่ปลายสายกลับมีเพียงความเงียบงัน อีกฝ่ายกดตัดสายทิ้งไปแล้ว
ที่แท้เป้าหมายของคนพวกนี้ก็คือเขานั่นเอง
‘ถ้ำไป๋สือ’ เป็ถ้ำหินธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รกร้างของตัวเมือง เนื่องจากตั้งอยู่ห่างไกลผู้คน มันจึงกลายเป็แหล่งมั่วสุมของพวกติดยาที่มารวมตัวกันเสพยาที่นั่น
หลิวอวี่กระชากประตูรถแล้วะโขึ้นไปนั่ง ก่อนจะเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังถ้ำไป๋สือนอกเมืองด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เครื่องยนต์จะทำได้
‘ต้องไม่เกิดเื่ร้ายขึ้น ต้องไม่...’
หลิวอวี่เหยียบคันเร่งจนมิด เข็มความเร็วพุ่งสูงขึ้นจนน่าหวาดเสียว ทันใดนั้นประสาทััของเขาก็เข้าสู่สภาวะประหลาด โลกตรงหน้าคล้ายจะหยุดหมุนและช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับภาพสโลว์โมชั่นในภาพยนตร์
เพียงไม่นาน หลิวอวี่ก็มาถึงเชิงเขาไป๋สือ เขาบุกตะลุยขึ้นไปบนเขาอย่างไม่เกรงกลัว และพุ่งตรงเข้าไปในถ้ำไป๋สือในทันที
ภายในถ้ำหินอันมืดสลัว มีชายฉกรรจ์เจ็ดคนในชุดกางเกงยีนส์และผมสีเหลืองยืนคุมเชิงอยู่ ส่วนน้องสาวของเขาถูกมัดพันธนาการอย่างหนาแน่นอยู่บนพื้นหินและกำลังอยู่ในอาการหมดสติ
เมื่อสำรวจเห็นว่าเสื้อผ้าของน้องสาวยังคงเรียบร้อยและไม่มีร่องรอยาแที่รุนแรง หลิวอวี่ก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก โชคดีที่เธอยังปลอดภัย
พวกติดยาทั้งเจ็ดคนหันมามองหลิวอวี่ที่บุกเข้ามาด้วยความดุดัน บนใบหน้าของพวกมันปรากฏแววประหลาดใจอย่างชัดเจน
"โย่ ไม่นึกเลยว่าแกจะคลานมาถึงนี่ได้เร็วขนาดนี้!" หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
"พวกแกเป็คนลักพาตัวน้องสาวฉัน และทำร้ายพ่อของฉันใช่ไหม?" หลิวอวี่เค้นเสียงถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"ฮ่า ๆ ใช่แล้ว เป็ฝีมือพวกเราเอง ช่วยไม่ได้นะไอ้หนู แกดันไปขวางทางคนที่ไม่ควรยุ่งเข้า ฝ่ายนั้นเขาจ่ายให้พวกเราตั้งสามล้านเพื่อซื้อชีวิตแกโดยเฉพาะ! ขอแค่เงินสามล้านนี้เข้ากระเป๋า พวกเราก็จะเผ่นหนีไปเสวยสุขที่อื่นทันที ฮ่า ๆ!"
พวกเดนมนุษย์หัวเราะร่าด้วยเสียงอันน่าขนลุก ก่อนจะหยิบอาวุธขึ้นมาถือไว้ในมือ โดยมีคนสองคนเดินไปปิดทางเข้าถ้ำไวอย่างมิดชิด
"ไอ้หนู อย่าดิ้นรนให้ยากเลย ถ้าแกยอมอยู่นิ่ง ๆ ฉันอาจจะเมตตาให้แกตายแบบไม่ทรมานนัก ส่วนน้องสาวแกน่ะเหรอ... รอให้พวกข้าเล่นสนุกจนอิ่มหนำแล้ว บางทีอาจจะใจอ่อนปล่อยให้เธอมีชีวิตรอดออกไปก็ได้นะ!" ชายหนุ่มที่เป็หัวหน้ากลุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงและแววตาหื่นกระหาย
"พวกแกทุกคน... สมควรไปตาย!"
ดวงตาของหลิวอวี่ลุกโชนด้วยไฟแห่งโทสะ ชายเ่าั้ต่างกวัดแกว่งอาวุธในมือและพุ่งเข้าจู่โจมหว่านล้อมหลิวอวี่ทันที
ด้วยการเสริมพลังจากความสามารถพิเศษ คุณภาพร่างกายของหลิวอวี่จึงพัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโทุกวัน ลำพังแค่คนธรรมดาห้าหกคนย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย ยิ่งเป็พวกคนติดยาที่ร่างกายทรุดโทรมอ่อนแอจากการเสพยามาเป็เวลานานด้วยแล้ว พวกมันย่อมไม่มีทางเป็คู่ต่อสู้ของเขาได้เลยแม้แต่น้อย
หลิวอวี่ไม่แม้แต่จะถอยหนี เขาพุ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างดุดัน ทุกหมัดที่ชกออกไปแฝงด้วยพละกำลังมหาศาล ส่งผลให้คนหนึ่งคนต้องล้มลงไปกองกับพื้นทุกครั้งที่เขาลงมือ
ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินใจพวกคนติดยา พวกมันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเป้าหมายที่ดูเหมือนลูกไก่ในกำมือจะเก่งกาจและน่าสะพรึงกลัวได้ถึงเพียงนี้ ในพริบตาเดียว ชายฉกรรจ์หกคนก็ลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้น เหลือเพียงชายหนุ่มที่เป็หัวหน้าที่ยืนมองหลิวอวี่ด้วยร่างกายที่สั่นเทาด้วยความกลัวจนแทบเสียสติ
"ทำไมแกถึงเก่งขนาดนี้..." ชายคนนั้นละล่ำละลักด้วยความหวาดหวั่นอย่างที่สุด เขาเสียใจเหลือเกินที่เลือกมาเผชิญหน้ากับมัจจุราชในร่างมนุษย์คนนี้
"แกกล้าแตะต้องคนในครอบครัวของฉัน!" หลิวอวี่หัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะย่างสามขุมเข้าไปหาอีกฝ่าย
ชายคนนั้นใจนอาวุธหลุดจากมือ เขารีบคุกเข่าลงกับพื้นทันทีเพื่ออ้อนวอนขอชีวิต หลิวอวี่ไม่รอช้า ฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มเหนี่ยว จนใบหน้าของชายคนนั้นเบี้ยวบิดไปในทันที
"ตกลงว่าใครเป็คนสั่งฆ่าฉัน!" หลิวอวี่เค้นถามด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม
"ลูกพี่ ผมผิดไปแล้ว! ผมเองก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาเป็ใคร เขาโอนเงินมัดจำมาให้พวกเราหนึ่งหมื่นหยวน แล้วตั้งค่าหัวคุณไว้สูงถึงสามล้าน โดยสั่งให้พวกผมจับตัวคนในครอบครัวคุณมาเพื่อบีบให้คุณมาแลกชีวิตที่นี่!"