ตอนที่ 3
เลอดาวขับรถวนไปมาอยู่บนท้องถนนพักใหญ่กว่าที่อารมณ์สับสนจะสงบลง จึงย้อนกลับมารับนภาที่บ้านตอนนั้นดุจเดือนก็เพิ่งจะนั่งแท็กซี่จากสนามบินสุวรรณภูมิมาถึงบ้านได้ครู่เดียวครั้นเห็นหล่อนก้าวเข้าไปในบ้านพี่สาวทั้งสองคนที่กำลังจับเข่าคุยกันหน้าเคร่งก็หยุดกึก ดวงตาของทั้งคู่มีเครื่องหมายคำถามปะปนไปกับความใคร่รู้จนหล่อนเองนั่นแหละที่เป็ฝ่ายเปิดปากพูด
“คุณบุญไปดักคอยดาวที่หน้าบ้าน”
ดุจเดือนส่งเสียงชิขึ้นจมูก “พี่กะแล้วเชียว กำลังคุยอยู่กับภาว่าคุณบุญคงจะเข้ามาวุ่นวายกับดาวอีกไม่ช้าก็เร็ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วจี๋ขนาดนี้”
“แล้วคุณบุญเขามีธุระอะไรหรือดาว” นภาเอ่ยเสียงเรียบ
เลอดาวถอนหายใจแรงๆสีหน้าเบื่อหน่ายเต็มทีขณะวางกระเป๋าสะพายแหมะลงบนโซฟาตัวที่ว่างจึงนั่งลงตามทีหลัง หล่อนบอกเท่าที่อยากจะเล่าเพียงแค่ว่า
“คุณบุญเขาก็เป็ได้แค่ผู้ชายที่ขาดความสำนึกเท่านั้นแหละธุระของเขามันก็แค่การฟื้นฝอยหาตะเข็บกับเื่ที่มันผ่านไปแล้วพี่สองคนไม่ต้องห่วงเลยนะว่าดาวจะกลับไปตกหลุมพรางซ้ำไม่มีวันเสียหรอก...แต่สิ่งที่ดาวกลัวก็คือ กลัวว่าเขาจะเข้ามาวุ่นวายกับดาวอีก”
“เห็นภาเล่าว่าเขาพยายามจะขอคืนดี มันจริงไหม”ดุจเดือนยังคงซักต่อในเื่ที่อยากรู้
“ชีวิตคนเรามีแต่ต้องเดินไปข้างหน้า ดาวไม่เคยคิดจะเดินถอยหลังไม่อยากแม้แต่จะเหลียวกลับไปมองเสียด้วยซ้ำ เพราะดาวรู้ว่าทางนั้นมันมีแต่ขี้เลนเขาก็เป็ได้แค่ไม้หลักที่คงยึดเอาไว้เป็คู่ชีวิตไม่ได้หรอก”ถึงตรงนี้หล่อนหยุดพูดพร้อมกับคิดบางอย่างในหัวขึ้นมาแวบหนึ่ง“แต่ถ้าเขายังเข้ามาเกาะแกะสร้างความรำคาญกับดาวมากๆเข้า บางที...”
พอเลอดาวนิ่งเงียบไป พี่สาวทั้งสองคนก็ซักเกือบจากจะพร้อมกัน...
“บางทีอะไรฮึดาว”
“ดาวอาจจะเอาคืนบ้าง และดาวจะเอาคืนให้สาสมกับที่เขาเคยทำไว้ทีเดียวเชียว”
สีหน้าของพี่สาวทั้งสองคนอยู่ในความตื่นตะลึงกับคำพูดของน้องสาวจนเลอดาวต้องกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มบางๆ และชักชวนเปลี่ยนเื่สนทนากระทั่งขับรถออกจากบ้านแล้วไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
แล้วเหมือนว่าความสงบในชีวิตคงกำลังมีจุดเปลี่ยนผัน...
เลอดาวที่เดินนำหน้ามาก่อนพี่สาวทั้งสองคนจึงทันเห็นร่างของชายวัยใกล้สี่สิบที่เพิ่งจะเดินออกมาจากประตูลิฟต์ด้านหนึ่งซึ่งหล่อนมั่นใจว่าเป็เขาคนนั้น
“นั่นคุณบุญนี่...”
นภาที่เดินตามหลังมาเป็ฝ่ายอุทานก่อนที่ทั้งสามคนจะหยุดเดินแล้วหันมองหน้ากันไปมา
//////////////////////////////////////
เลอดาวเหนื่อยใจกับเื่ของตราบุญที่คอยรบกวนจิตใจอยู่ตลอดคืนเพียงแค่พบหน้ากันเมื่อวาน เขาก็วนเวียนหมายจะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของหล่อนถึงขนาดตามไปถึงบ้าน เมื่อคุยกันไม่รู้เื่ก็ยังย้อนกลับมาที่โรงพยาบาลอีกรอบในเวลาค่อนมืดความหนักใจจึงกดทับความคิดของหล่อนจนขึ้งเครียดแม้เช้านี้กาแฟดำที่ดื่มไปจนหมดถ้วยก็ยังไม่อาจทำให้ตาสว่าง
หล่อนวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะกลางยังคิดไม่ตกว่าจะหาหนทางหลบหน้าหลีกหนีตราบุญได้อย่างไรลำพังแค่เื่การดำเนินธุรกิจเครื่องสำอางที่ดูแลอยู่ก็มีปัญหาให้ชวนปวดหัวพอแรงไหนจะเื่ที่ต้องเข่นเขี้ยวกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่างใกล้รุ่งอีกนี่กลับต้องเพิ่มปัญหาใหม่เข้ามาในชีวิตให้ต้องขบคิดจนหัวแทบแตก...ยิ่งนึกก็ยิ่งอยากจะสลัดตราบุญให้กระเด็นออกไปจากชีวิตโดยเร็วเพราะหล่อนไม่เคยหลงเหลือความรู้สึกดีต่อเขาอีกแล้วและไม่คิดจะหวนกลับไปหาเขาแม้แต่น้อยไม่อยากให้ตัวเองต้องตกเป็ขี้ปากของใครอีกว่าหล่อนคือมือที่สามที่จ้องทำลายครอบครัวใคร
ทว่าเช้าวันนี้หลังจากดื่มกาแฟหมดถ้วยจัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจนสวยสดงดงามเช่นทุกวันหล่อนก็ขับรถไปแวะที่ตลาดปากซอย ซื้อผลไม้หลากชนิดพร้อมเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพื่อจะแวะไปเยี่ยมหลานสาวทุกอย่างก็ดำเนินไปราบรื่นด้วยดีถนนหนทางก็โล่งจนรถวิ่งฉิวไปถึงโรงพยาบาลไม่สายเกินไปนักทว่าหล่อนก็ไม่คิดเลยว่าจะต้องหงุดหงิดรำคาญใจขึ้นมาอีกเมื่อไปถึงหน้าห้องพักพิเศษของหลานสาว
เสียงของนภาดังก้องออกมา ได้ยินชัดแจ้งทีเดียวแต่หล่อนก็อดไม่ได้ที่จะอิงหูแนบกับประตู
“กลับไปเถอะค่ะคุณบุญ ฉันขอร้อง อย่ามาที่นี่อีกเลยไม่มีใครอยากพบคุณ”
“แต่ผมเป็ฝ่ายขับรถประมาท ทำให้คุณภากับลูกสาวได้รับาเ็ผมจำเป็จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายตรงส่วนนี้เองทั้งหมด อย่าได้เกรงใจเลยครับ”
“เื่ค่าใช้จ่าย ฉันจะจัดการเอง ฉันไม่้าเงินจากคุณสักบาทเดียวที่สำคัญไปกว่านั้น เื่ของคุณบุญกับน้องสาวของฉันฉันอยากย้ำให้คุณเข้าใจอีกครั้งว่ามันจบไปตั้งนานแล้วก็ขอให้มันผ่านไปแบบนั้นจะดีกว่า คุณอย่าได้เข้ามาข้องแวะต่อกันอีกเลย เราต่างคนต่างอยู่เถอะค่ะ”
“แต่ผมยังไม่เคยลืมดาว ผมยังรักเธออยู่นะครับ...”
เลอดาวไม่รู้หรอกว่าต่อจากนั้นคนทั้งสองจะพูดถกกันเื่ใดและนานอีกแค่ไหนเพราะหล่อนรู้แล้วว่าตราบุญเป็คนดื้อแพ่งเรียกให้ถูกก็คือพูดจาประสาคนไม่รู้เื่ ขืนหล่อนยังยืนแอบฟังอยู่ ก็เท่ากับคำพูดของเขากำลังกวนอารมณ์ที่ตกตะกอนให้ขุ่นขึ้นมาอีกเผลอๆหล่อนอาจจะผลักประตูเข้าไปแล้วจบลงด้วยการทุ่มเถียงไม่สิ้นสุดอาจมีการกระทำให้เขาาเ็ยิ่งกว่าการกัดหูแบบเมื่อวานดังนั้นหล่อนจึงพยายามระงับอารมณ์แล้วเรียกสติให้กลับมาค่อยๆหย่อนตะกร้าที่บรรจุผลไม้และเครื่องดื่มที่เพิ่งซื้อมานั้นวางลงกับพื้นให้เบาเสียงที่สุดแล้วจึงถอยเท้ากลับมาอย่างช้าๆก่อนจะหมุนตัวกลับไปทางเดิม
เมื่อกำลังจะก้าวพ้นตรงมุมทางเดิน ก็ได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกแว่วเสียงของตราบุญชัดถ้อยชัดคำตามหลังออกมาว่า
“ยังไงผมก็จะไม่ยอมทิ้งดาวไปง่ายๆแบบครั้งก่อนอีกแน่นอน”
หล่อนสะดุ้งเฮือก รีบจ้ำเท้าแล้วเดินตัวปลิวหวังแต่ว่าเขาคงจะไม่ทันเห็นหล่อนก็เท่านั้นเอง
//////////////////////////////////////