เด็กหนุ่มตระหนักว่าวินาทีสุดท้ายของชีวิตคงมาถึงแล้ว หันด้านข้างไปเจอศพของชายชุดกีฬาที่หน้าเหวอะนอนอาบเือยู่ พื้นหลังคือน้ำในสระที่สะท้อนพยับแดดสุดท้ายของยามสายันห์เป็ประกายยิบยับ
แล้วประสบการณ์เดิมก็เกิดกับธาราอีกครั้ง รู้สึกว่าจิตของตัวเองพุ่งออกจากร่างไปกระทบที่ผิวน้ำก่อนจะสะท้อนกลับเข้าไปในร่างของชายชรา ข้างในนั้นเขาพบกับฝูงหมาป่าสีดำที่ก่อตัวขึ้นจากไอความมืด ดวงตาสีแดงคล้ายเพลิงคุโชนของมันจดจ้องร่างชายชราที่สลบไสลอยู่ด้วยความเกรี้ยวโกรธ ก่อนที่พวกมันจะสูดจมูกฟุดฟิดแล้วหันมายังทิศที่จิตของธาราดำรงอยู่ มันขู่คำราม ก่อนจะพากันกระโจนพรวดเข้ามาหา ปากที่อ้าเผยคมเขี้ยวโชยกลิ่นอายเย็นยะเยียบแห่งความตายแผ่นำมาก่อน ธาราจำประสบการณ์นี้ในวัยห้าขวบของตนได้ สงบความตื่นตระหนกในจิตของตนก่อนที่จะจินตนาการเรียกคลื่นั์ให้ทะลักถ่าโถมเข้ามาซัดฝูงหมาป่าให้กระเจิง ได้ผลตามที่วาดภาพไว้ คลื่นน้ำแรงดันสูงซัดมาปะทะหมาป่าหลายตัวล้มลง แต่บางตัวก็ยังฝืนยืนหยัดไว้ได้อยู่ ขณะเดียวกันนั้นจิตของธาราก็ถูกเงาความมืดแผ่พุ่งเข้ามาหาและดีดกลับจนกระเด็นหลุดออกมาจากจิตของชายชรา ธารารู้สึกว่าจิตกลับเข้ามาเข้าร่างตนเองอีกครั้ง
ชายชราสัตว์ร้ายพลันชะงักนิ่งค้าง สายตากลับมาฉายแววเหมือนคนปรกติอีกครั้ง แต่แฝงไว้ด้วยความงุนงงประหลาดใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง
“ลุง!!” ธาราลองเอ่ยปากเรียก ลำตัวยังคงโดนชายชรานั่งทับอยู่
“ว่าไงเล่า อยู่ใกล้แค่นี้เรียกซะดัง” ชายชราบ่นอุบยังไม่สังเกตุเห็นรอบข้างว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าสติสัมปชัญญะกลับคืนมา
ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของชายชราก็ชะงักเกร็งค้าง แววตาดุจมนุษย์ปรกติเริ่มจางหายไป แววตาดุจสัตว์ร้ายคืนกลับมาอีกครั้ง อ้าปากโน้มใบหน้าลงเพื่อที่จะฝังเขี้ยวลงมา
ทว่าร่างของชายชรากลับกระเด็นไปทางด้านข้างกลิ้งหลายตลบเสียก่อน ด้วยลูกเตะหนักหน่วงแบบมวยไทยหวดชายโครง
ชาคริตมาแล้ว!!
ธารามองไปยังชาคริตด้วยแววตาแสดงความขอบคุณ ชาคริตพยักหน้าน้อยๆตอบ ก่อนจะหันไปมองยังชายชราอย่างใจจดใจจ่อ อีกฝ่ายขยับบิดเอวตัวเองเสียงดังกร๊อบ ความหนักหน่วงของลูกเตะทำออกอาการอยู่ไม่น้อย (ทั้งที่คนธรรมดาเจอเข้าไปคงสาหัสเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว)
ธาราเข้าใจชาคริต คนอย่างเขาไม่มีทางทำร้ายผู้อ่อนแอกว่า ไม่ต้องพูดถึงชายชราอายุเจ็ดสิบปี ถ้าเป็ยามปรกติเขายอมโดนอีกฝ่ายด่าและทุบตีแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่บ่น แต่ในขณะเดียวกันชาคริตก็มีสัญชาตญาณดีเยี่ยมและผ่านประสบการณ์การต่อสู้มามาก เขาย่อมััถึงความอันตรายของอีกฝ่ายได้ เขามองทะลุภาพลักษณ์ชายชราวัยใกล้ลงโลงเข้าไปเห็นฝูงหมาป่าได้ั้แ่แรกเห็น
ชายชรากระโจนเข้ามาอีกครั้ง พุ่งตัวต่ำลงมาหมายสกัดให้ล้มเหมือนที่ทำกับธาราแล้วประสบผล
ไม่มีคำว่า “ไอ้เวร!” หรือคำโวยวายอื่นใดออกจากปากชาคริตเหมือนทุกครั้งที่ซ้อมกัน ยามที่เขาเอาจริงคือการเงียบปากแล้วแทนที่ด้วยเสียงกระทบกระทั่ง แววตาชาคริตสงบนิ่งขณะที่ขาะโขึ้นส่งเข่าลอยกระแทกสวนหน้าชายชราเข้าไปเต็มรัก ยิ่งอีกฝ่ายเคลื่อนที่เร็วก็ยิ่งทวีความรุนแรง ชายชรากระเด็นล้มกลิ้งกับพื้นอีกหลายตลบ ก่อนจะพยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ส่วนของจมูกยุบหายไปแล้ว เสียงคำรามที่ขู่มาทางชาคริตแสดงความโกรธเกรี้ยวแฝงด้วยความขยาด ธาราคิดว่านี่มันมวยถูกคู่ชัดๆ
สัตว์ประหลาดก็ต้องเจอกับสัตว์ประหลาด
ธาราค่อยๆพยุงตัวขึ้นยืนอย่างไม่รีบร้อน เชื่อมั่นในตัวชาคริตว่าคุมสถานการณ์อยู่แน่นอน ขณะนั้นธันยาก็วิ่งตามมาทัน เกาะแขนธาราตัวสั่นระริก
“ตาบ้า ฉันเป็ห่วงเธอมากแค่ไหนรู้มั้ย” ธันยาตัดพ้อด้วยเสียงเหมือนจะร้องไห้ เหลือบไปมองเห็นสองศพที่นอนกองอยู่ก็ตัวสั่นหนักยิ่งกว่าเก่า ธาราปิดตาเธอแล้วกอดกระชับเข้ามาในอ้อมกอด
“พี่ชาคริตเอาอยู่แน่นอน ไม่ต้องกลัวนะ” ธาราพยายามปลอบประโลม
ทั้งสองฝ่ายจู่โจมกันอีกครั้ง การกระโจนเข้าหาของชายชราชะงักด้วยการเตะเจาะยางหนักหน่วงชนิดล้มช้าง เป็แบบเดิมสามครั้งซ้อน จนขาของชายชราเริ่มแสดงอาการกะเผลกออกมา ชาคริตเป็ฝ่ายรุกเข้าหาบ้าง ทำท่าจะเตะเจาะยางซ้ำที่เดิม ชายชรายกขาหนีด้วยความขยาด แต่แล้วนั่นเป็เพียงแค่การหลอกล่อ เมื่ออีกฝ่ายเจอจู่โจมบางส่วนจนเข็ดขยาดก็จะมัวแต่พะวงที่จุดนั้น จากยกเท้าจะเตะเจาะยาง ชาคริตก็เปลี่ยนเป็ดีดเท้าไปข้างหลังส่งตัวเองพุ่งหมัดออกไปในท่าซุปเปอร์แมนพันช์ เข้าที่ปลายคางอีกฝ่ายจนเข่าอ่อนยวบ ก่อนจะสืบเท้าเข้าประชิดแทงเข่าใส่ลิ้นปี่ แล้วตามด้วยหมัดวงในหนักหน่วงเป็ชุด กรงเล็บดุจสัตว์ร้ายจู่โจมโต้ตอบเป็ระยะแต่ชาคริตฉากหลบไปข้างหลังได้อย่างรวดเร็วดุจการเด้งของสปริงและองศาการโค้งแอ่นจนคนดูรู้สึกปวดหลังแทน ธาราสำนึกแล้วที่ผ่านมาขณะซ้อมด้วยกัน ชาคริตไม่เคยเอาจริงกับเขาแม้แต่ครั้งเดียว
ชายชราใช้ความเป็สัตว์ป่าให้เป็ประโยชน์ กระโจนโถมตัวเข้าหวังประชิดเพื่อฝังคมเขี้ยวเข้าที่คอ ทว่าชาคริตก็หมุนตัวถีบท่าสปินนิงแบ็คคิกเข้าที่ลำตัวจนกระเด็นลอยออกไปไกล เกิดเสียงดังกร๊อบคล้ายกับซี่โครงหัก แม้อีกฝ่ายจะสวมิญญาของหมาป่าดุร้าย แต่ถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินไปมันก็กลายเป็หมาที่หางจุกตูดดีๆนี่เอง โดยเฉพาะเมื่อเจอกับราชสีห์อย่างชาคริตที่แทบจะไร้จุดอ่อนให้ฉวยโอกาส สีหน้าของชาคริตไร้ความยินดียินร้ายคล้ายตนเองก็ถูกภวังค์แห่งการต่อสู้เข้าครอบงำโดยสมบูรณ์ เดินสาวเท้าเข้าไปหาเ้าสัตว์ร้ายในร่างชายชราดุจเครื่องจักรตั้งโปรแกรม อีกฝ่ายสำนึกแล้วว่าสู้ไม่ได้แน่นอนวิ่งหนีไปยังตีนสะพานอีกข้าง
“พี่ชาคริต ไปหยุดมัน!” ธาราร้องบอก ไม่อย่างนั้นอาจจะมีคนได้รับอันตรายเพิ่ม
ชาคริตหันมาพยักหน้ารับ ทว่าก่อนที่เขาจะออกวิ่งตามไป ชายร่างั์คนหนึ่งก็มาขวางทางชายชราคนนั้นไว้ ฉวยมือเข้าบีบที่คอของอีกฝ่าย ยกตัวลอยขึ้นอย่างง่ายดายคล้ายเบาหวิวด้วยแขนเพียงข้างเดียว ก่อนจะฟาดลงมากลับพื้นอย่างรุนแรงจนร่างชายชราชะงักนิ่ง
“เ้าตัวนี้เป็ของข้า!!” ชายร่างั์ะโบอก พลางส่งเสียงหัวเราะชอบใจ นั่งคล่อมทับร่างชายชราคนนั้นไว้อย่างไร้ทางหนี
ธาราััได้ว่าแฟนสาวของเขาร่างทื่อแข็งเกร็งคล้ายกลัวอะไรบางอย่างยิ่งกว่าเดิม เมื่อเขามองไปยังชายร่างั์ดีๆค่อยจำได้ว่าคือคนเดียวกับที่เจอกันบนผาเมาะเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ชายร่างั์หัวเราะสะใจก่อนจะทิ้งหมัดลงมาใส่หน้าอีกฝ่ายจนเกิดเสียงสนั่นน่ากลัวชวนสะอิดสะเอียน ร่างของอีกฝ่ายกระตุกเป็จังหวะ ตระกุยกรงเล็บใส่ลำตัวของอีกฝ่ายจนเสื้อกล้ามกีฬาผ้าร่มสีฟ้าขาดวิ่น แต่ทว่าไม่สามารถระคายิัสีแทนเข้มที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่กรงเล็กบนั้นควักลูกตาและกระชากหนังหน้าคนจนเหวอะหวะมาแล้ว
“จั๊กจี้โว้ย” ชายร่างั์หัวเราะก๊ากก่อนจะทิ้งลงไปหนักๆอีกหนึ่งหมัด ร่างชายชรากระตุกสองคราแล้วแน่นิ่ง ใบหน้าเริ่มเละจนจำสภาพเดิมแทบไม่ได้ ชายร่างั์แหงนหน้าขึ้นฟ้าร้อง “ยี้ฮ่าห์” ก่อนจะเตรียมทิ้งบอมบ์ลงมาอีกหนึ่งหมัด
แต่ทันไดนั้นมีเงาร่างเคลื่อนไหววูบ วิ่งมาหยุดในระยะห่างพอเหมาะก่อนที่แบ๊คคิกของชาคริตส่งชายร่างั์ล้มคะมำไปข้างหลัง
เหนือร่างของชายชราที่แน่นิ่งหมดสภาพ ชาคริตยืนไว้เชิงเตรียมต่อสู้กับอีกฝ่าย ถึงขนาดตัวจะต่างกันเกือบครึ่งต่อครึ่งแต่เขาก็ไม่ได้หวั่นเกรงแต่อย่างใด
ชายร่างั์พยุงกายลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แทนที่สายตาจะปะทุด้วยความโกรธเกรี้ยวกลับฉายแววตื่นเต้นเมื่อมองมาที่ชาคริต
“เป็การเตะที่วิเศษมาก!!” ชายร่างั์ร้อง ราวกับชื่นชมงานศิลปะ
ยามนี้ธาราเองก็อดทึ่งกับชายร่างั์ไม่ได้ ลูกเตะเมื่อครู่ทรงพลังมหาศาล เป็ท่าไม้ตายอันตรายท่าหนึ่งของเทควันโด ด้วยแรงส่งจากการวิ่งนำจังหวะ ตำแหน่งวางเท้า การจัดวางท่าและการส่งพลังอันสมบูรณ์แบบของชาคริต เท้าส่งเข้าที่ลิ้นปี่ขวาซึ่งเป็ตำแหน่งของตับได้อย่างแม่นยำ น้ำหนักตัวที่น้อยถูกชดเชยโมเมนตั้มด้วยความเร็วและเทคนิค ลูกเตะเมื่อครู่ควรจะทวีความรุนแรงระดับอาวุธสังหารอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าชายร่างั์กลับไม่ออกอาการอะไร ซ้ำยังมองเป็เื่สนุกด้วยซ้ำ
“พี่ชาคริต ระวังด้วย คนนี้อันตรายมาก!” ธาราร้องเตือน
ชาคริตไม่ตอบคำ ความจริงรู้ซึ้งถึงอันตรายอยู่ก่อนแล้ว เขาเขย่าขาขวาของตัวเองไปมาด้วยความรู้สึกชาร้าวราวกับเตะใส่ท่อนเหล็กมหึมา หากร่างของอีกฝ่ายไม่กระเด็นไปตามแรงเตะ กระดูกทั้งขาเขาอาจจะหักเป็สองท่อนไปแล้วก็ได้ ทว่ายิ่งสัญชาตญาณร้องให้หนีเท่าไหร่ จิตใจนักสู้กลับสั่งให้ชาคริตกระโจนเข้าหามันแทน
“พอได้แล้วไอ้เวร” ชาคริตพูดกับชายร่างั์ “ขืนต่อยอีกหมัดลุงเขาตายพอดี”
“หมายถึงตัวนี้เหรอ” ชายร่างั์พยักเพยิดไปยังร่างชายชราที่นอนอยู่อย่างไม่ให้ราคา “หมดทางเยียวยาแล้ว ต้องฆ่าอย่างเดียว”
“คนบ้าก็ต้องส่งรักษาโรงพยาบาลบ้า ไม่ใช่ฆ่า” ชาคริตพูดเสียงแข็ง
ชายร่างั์หัวเราะก๊าก “นี่เอ็งคิดว่านี่คืออาการบ้าธรรมดาเรอะ! อย่าโง่หน่อยเลย คนบ้าที่ไหนแข็งแกร่งเหนืุ์ขึ้นขนาดนี้ ลุงเจ็ดสิบที่ไหนที่เอ็งต้องทุ่มสุดแรงล้มขนาดนี้ คนบ้าที่ไหนที่วิเคราะห์จุดอ่อนคู่ต่อสู้ก่อนจู่โจมได้”
ธารารับฟังถึงกับสะอึก ชายร่างั์พูดตรงประเด็น ชายชราผู้นี้คล้ายถูกโปรแกรมให้เป็สัตว์ผู้ล่า ถึงขั้นวิเคราะห์จุดอ่อนนักมวยสากลอย่างเขาได้
“ยังไงเอ็งไม่มีสิทธิฆ่าเขา” ชาคริตยืนกราน
ชายร่างั์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “ศักยภาพการต่อสู้เอ็งน่าทึ่ง ข้าไม่เคยเห็นคนนอกที่ล้มเหยื่อเงาไคโยเต้ได้ด้วยมือเปล่ามาก่อน แต่เสียดายที่สติปัญญาไม่พัฒนาตามเลย อีกไม่นานเดี๋ยวตาแก่นี้ก็ต้องตายอยู่แล้ว ตายทรมานด้วย หมัดข้านี่แหละจะช่วยดับความทรมาน”
“ข้าไม่สน ข้าปล่อยให้เอ็งฆ่าคนต่อหน้าข้าไม่ได้” ชาคริตกำหมัด จ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง
“เอ็งน่าสนใจมาก เสียดายที่เกิดมาเป็คนพิการ” ชายร่างั์ยิ้มเหี้ยมเกรียม สาวเท้าเดินเข้ามาหาช้าๆ ธารายังไม่เข้าใจความหมายของคำว่าคนพิการ อาจจะหมายถึงการที่ชาคริตตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายมาก ซึ่งเป็ข้อเสียเปรียบที่ใหญ่หลวงสำหรับการต่อสู้
ส่วนอีกใจหนึ่งเขาอยากรู้เื่เหยื่อเงาไคโยเต้ที่ชายร่างั์พูด อีกฝ่ายต้องรู้อะไรเกี่ยวกับอาการเสียสติที่เกิดขึ้นกับแม่ของเขาเป็แน่
“เอ็งอาจจะขอบคุณ์ที่ข้าพิการก็ได้” ชาคริตขยับเท้าตั้งท่าพร้อมจะออกอาวุธ
ชายร่างั์ชะงักอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะจนน้ำตาเล็ดขอบตา “ข้าชอบเอ็ง คนอย่างเอ็งมันหายาก จะฆ่าทิ้งง่ายๆก็เสียดาย”
ขณะนั้นธันยาดึงแขนเสื้อธาราที่กำลังดูเหตุการณ์อย่างใจจดใจจ่อ
“ห้ามพี่ชาคริต” ธันยาพูดบอกเขาด้วยน้ำเสียงแห้งผาก ความกลัวครอบงำเธออย่างสิ้นเชิง “ไม่งั้นเขาตายแน่”