บทที่ 11 : ให้ความร่วมมือ 2
ถึงในใจจะแขวะกัดตำรวจและนักสืบไปมากมายแต่ถ้าอีกฝ่ายคิดได้อย่างนี้ก็สบายใจขึ้นแล้วว่าอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้โง่ก็แค่มองข้ามในบ้างสิ่งไปก็เท่านั้น และมันก็มีประเด็นให้โต้แย้งอยู่เพราะเขาไม่ได้เข้าไปสำรวจสถานที่เกิดเหตุด้วยตนเอง
“แต่การที่แก๊สจะรั่วมากขนาดทำให้ะเิออกไปได้มันเป็ไปไม่ได้เลยนะครับหัวหน้ายกเว้นว่าเ้าของร้านจะไม่รู้จักเปิดหน้าต่างระบายอากาศและปิดผนึกส่วนที่ชำรุด”จอร์นเอ่ยแย้ง “จากการตรวจสอบสถานที่ เขาปิดผนึกส่วนที่ชำรุดด้วยกระดาษแล้วห่อด้วยผ้าถึงจะกันแก๊สรั่วไม่ได้สมบูรณ์แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ป้องกัน และด้วยขนาดของร้านต้องสะสมแก๊สโดยไม่ระบายอากาศเป็เวลากว่าสามชั่วโมงแต่นานขนาดนั้นเ้าของร้านต้องได้กลิ่นแก๊สก่อนแน่นอน ยกเว้นว่าเ้าของร้านจงใจ”
ข้อกล่าวหายังไม่หลุดจากตัวเ้าของร้านผู้น่าสงสารเพราะสมมติฐานยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ลูซีฟอยากจะยืนสงบนิ่งไว้อาลัย แต่คำโต้แย้งของจอร์นก็ทำให้เขายืนยันบางอย่างได้แล้ว
“ถึงเ้าของร้านจงใจแต่ลูกค้าที่เข้าร้านจะไม่รู้อะไรเลยเหรอ นั่นก็ออกจะขัดกันสักหน่อยยกเว้นว่าลูกค้าจะจงใจเข้าไปตาย อีกอย่างเื่ที่คุณต้องไม่ลืม เ้าของร้านติดต่อช่างซ่อมท่อแก๊สหมายความว่าเขาไม่ได้จงใจก่อเหตุ แต่...”
“มีคนอื่นตั้งใจก่อเหตุ” เทจและลินดาต่อประโยคให้อย่างเข้าใจลูซีฟหัวเราะเบาๆ พยักหน้าให้กับทั้งสองคน แต่เขาก็แอบรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้
ทำไมเทจ โคเลอร์ถึงมองเขาด้วยสายตาน่าขนลุกขึ้นเรื่อยๆ
“แต่ถ้าเป็คนอื่นก่อเหตุเขาจะก่อเหตุยังไงโดยที่ไม่ให้เ้าของร้านรู้ตัวเื่แก๊สรั่วมากมายขนาดนั้น”นักสืบหนุ่มยังคงกังขา
“นั่นจึงเป็ข้อสงสัยจุดที่สอง ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้ตัวเพราะผมไม่ได้เป็คนพบศพและไม่มีผลการชันสูตรในมือแต่ขอสันนิษฐานอย่างอุกอาจว่าพวกเขาไม่มีสติอยู่ในเวลานั้น อาจจะถูกคนทำร้ายจนสลบหรือถูกวางยาแต่ยังไม่ตายแน่นอน ไม่งั้นตอนเกิดเหตุผมจะไม่ได้ยินเสียงคนร้อง”
“ตรวจสอบแล้วไม่พบยานอนหลับหรือยาสลบในร่างกายแต่ถูกทำร้ายจนสลบตรวจสอบไม่ได้เพราะร่างกายของพวกเขา เอ่อ... คุณคงเข้าใจ”
ลูซีฟพยักหน้าเข้าใจ ด้วยการแพทย์ปัจจุบันคงยากจะตรวจสอบละเอียดร่างกายที่ถูกเผาไหม้อยู่นานเนื้อหนังจะสมประกอบ
แค่คิดก็มุมปากกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ สยองเกินไป
“ต่อกันเลยนะจุดน่าสงสัยที่สามก็คือเป้าหมายหรือจุดประสงค์ของคนร้าย...”
“เดี๋ยวก่อน เหมือนคุณจะข้ามจุดสำคัญ” เทจรีบยกมือขึ้นขัดจังหวะ
“อะไรสำคัญครับ” ลูซีฟกะพริบตาปริบๆ นับข้อสงสัยที่ตัวเองใช้เวลาคิดนานมากกว่าจะได้คำตอบก็ไม่น่าจะตกหล่นอะไรนี่นา
“คุณไม่สงสัยเหรอว่าในพื้นที่ร้านขายเครื่องเขียนเกิดะเิได้ยังไงในเมื่อปริมาณแก๊สถูกควบคุมและนั่นเป็ร้านค้าที่จะมีคนเข้าออก”
“แค่ก! …ใจเย็นครับ เื่ะเิที่เกิดผมอธิบายแน่แต่เรียงตามข้อสงสัยของผมไปจะเข้าใจได้ละเอียดกว่านะครับ”ลูซีฟยิ้มกลบเกลื่อนแต่เหงื่อแตกเต็มหลัง
การเรียงลำดับข้อสงสัยหมายถึงการเรียงจากสงสัยมากที่สุดไปจนสงสัยน้อยที่สุดนั่นเป็พฤติกรรมโดยธรรมชาติของมนุษย์
เขาดันคิดจะพูดเื่การะเิตอนท้ายเสียด้วย
ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจในจุดนี้หรือเปล่า ถ้าเข้าใจล่ะก็ตัวเขาคงน่าสงสัยกว่าเดิมเยอะเลย
“เข้าใจแล้ว ผมคงรีบร้อนเกินไป”เทจพยักหน้าอย่างยอมรับฟัง ไม่มีข้อสงสัยใดอีก
ลูซีฟถอนหายใจแล้วอธิบายต่อ
“จากจุดน่าสงสัยที่สาม เป้าหมายหรือจุดประสงค์ ผมก็ยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอนทำให้คิดจุดประสงค์ไม่ออกแต่เป้าหมายสามารถคาดเดาได้ว่าเป็ลูกค้า และน่าจะเป็ลูกค้าประจำของร้านด้วยไม่อย่างนั้นคนร้ายจะไม่ลงมือเด็ดขาดการลงมือฉุกละหุกจะทำให้เหลือหลักฐานเยอะเกินไป แค่ที่มีอยู่ให้ผมสงสัยนี่ก็เยอะแล้ว”
“...” เทจ จอร์นและลินดามองหน้าลูซีฟราวกับมองตัวประหลาด หากคนร้ายมาได้ยินชายหนุ่มพูดในเวลานี้ยังต้องหลั่งน้ำตาและเสียขวัญอย่างแน่นอน
แต่ลูซีฟไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองประหลาดเื่นี้อยู่ในกรอบที่คนทั่วไปในโลกเดิมของเขาก็คิดได้ โดยเฉพาะแฟนการ์ตูนหรือนิยายสืบสวนอาจจะจับจุดน่าสงสัยได้มากกว่าตัวเขาด้วยซ้ำ
“เป็อย่างที่คุณพูด หนึ่งในสองผู้เสียชีวิตเป็ลูกค้าประจำของร้านเครื่องเขียนพ่อบ้านคนหนึ่งของตระกูลฮามิลตัน”
“คนแรกคือเ้าของร้านอีกคนพ่อบ้านสินะ... ตระกูลฮามิลตัน...คุ้นๆ แฮะ” ลูซีฟยกมือซ้ายแตะขมับอย่างครุ่นคิด เขาเคยรู้จักนามสกุลนี้จากที่ไหนกันนะ
อ๊ะ! วงไสยเวทสาปแช่ง!!
“ไม่คุ้นได้ยังไงคะ ตระกูลฮามิลตันเป็ตระกูลขุนนางเก่า พวกเขานี้ปกครองดูแลเมืองแคนดร้ามานานแล้วถึงตอนนี้จะไม่มีใครในตระกูลได้รับบรรดาศักดิ์แล้วแต่ก็ยังมีอำนาจอยู่อีกทั้งยังร่ำรวยด้วยธุรกิจต่างๆ ตัวอย่างเช่นโรงงานที่อยู่ชานเมืองทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือหนึ่งในสามของพื้นที่เขตโรงงานเป็ของตระกูลฮามิลตันนี่แหละค่ะ”
ลินดาพูดอย่างภาคภูมิใจ ดูท่าเ้าหล่อนจะชื่นชอบตระกูลนี้มากอาจเพราะไม่ใช่แค่พวกเขาร่ำรวยแต่ยังใจดีมีเมตตาต่อผู้คนในพื้นที่ด้วยแน่จึงได้รับความชื่นชมและเคารพจากประชาชน
แต่ในความทรงจำของลูซีฟไม่ค่อยมีเื่ของตระกูลฮามิลตันเลยแม้แต่อ่านหนังสือพิมพ์เขาก็ยังไม่เห็น หรือจะ... จงใจอ่านข้ามก็ไม่รู้
เป็เื่แปลกที่จะเก็บไว้ขบคิดภายหลัง
“งั้นก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายพ่อบ้านคนนั้นนะครับ”ลูซีฟดึงทุกคนกลับสู่หัวข้อหลัก “ในเมื่อกำหนดเป้าหมายได้ก็มาถึงจุดน่าสงสัยข้อที่สี่่เวลาและระยะเวลาในการก่อเหตุ ลองคิดกันดูครับ”
ลูซีฟให้พวกเขาได้คิดกันอีกครั้ง สองข้อก่อนเขาคิดให้แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเขาต้องคิดบ้าง เขาอาศัยจังหวะนี้ดื่มน้ำดับกระหายพูดเป็เวลานานแล้วคอแห้ง
ด้วยข้อสงสัยสามข้อก่อนหน้านี้ทำให้การคาดเดาข้อที่สี่เป็ไปได้ง่ายขึ้นเทจเคาะแขนเก้าอี้ก่อนจะกล่าวสมมติฐานออกมา
“ผมคิดว่า่เวลาก่อเหตุต้องเป็เวลาที่สั้นมาก จากการลงมือทำให้เป้าหมายสลบแล้วไม่ถูกคนพบเห็นไม่น่าจะเกินสิบห้านาที ่เวลาก็ั้แ่เที่ยงครึ่งจนถึงบ่ายโมง”
“แต่่เวลานั้นคนเดินถนนก็พลุกพล่านไม่มีทางที่จะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ” จอร์นเอ่ยแย้ง
“แล้วถ้าป้ายหน้าร้านเขียนว่าปิดอยู่ล่ะ?” รองสารวัตรหนุ่มหันไปมองลูซีฟที่คลี่ยิ้มให้เขา“ประตูและหน้าต่างของสถานที่เกิดเหตุถูกปิด ถึงจะไม่ได้ล็อกไว้อย่างแ่าก็ตามและเมื่อมีป้ายแขวนว่าปิดอยู่ผู้คนจะไม่เข้าไป ยิ่งชะเง้อมองไม่เห็นคนขายภายในร้านพวกเขาจะไปที่อื่นก่อนจะกลับมาใหม่ ตอนพบที่เกิดเหตุป้ายปลิวออกจากหน้าร้านไปแล้วเราเลยไม่รู้ว่าแท้จริงมันเปิดหรือปิดเื่นี้ต้องให้คนตรวจสิบเพื่อยืนยันสมมติฐานอีกครั้ง”
ลูซีฟพยักหน้าเห็นชอบ รองสารวัตรคนนี้รอบคอบจริงๆ
“เมื่อเป็เช่นนั้นก็เหลือแค่ทำให้ะเิในเวลาอันสั้น แต่ทำอย่างไรด้วยเวลากระชั้นชิดจะทำให้ท่อชำรุดกว่าเดิมก็จะมีหลักฐานอีก” นักสืบหนุ่มหันไปมองลูซีฟอีกเช่นกัน
“นั่นเป็จุดน่าสงสัยที่ห้า การเตรียมการะเิที่ใช้เวลาไม่นานแต่มีประสิทธิภาพทั้งยังทำให้มองเป็อุบัติเหตุ จุดสำคัญอยู่ที่ ‘แป้ง’ ครับ” ลูซีฟอธิบาย “อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเป็แป้งที่ผมโฟกัสนั่นเพราะแป้งเองก็เป็เชื้อเพลิงอย่างหนึ่ง ถ้ากระจายในอากาศเปิดโล่งแล้วมีประกายไฟขึ้นมามันจะไม่เป็อะไรแต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ปิดอากาศไม่ถ่ายเท เมื่อจุดไฟมันก็จะะเิทันที”
นี่เป็ความรู้ที่ได้มาจากการอ่านข่าวในโลกเก่าในยามว่าง ‘ะเิฝุ่น’ เป็สิ่งที่เกิดขึ้นจากฝุ่นหนาแน่นหรือแป้งจากวัสดุธรรมชาติหนาแน่นในอากาศเมื่อมีแหล่งกำเนิดความร้อนมันจะเผาไหม้ในพริบตากลายเป็ะเิย่อมๆ
ความรุนแรงของะเิฝุ่นขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของเชื้อเพลิงและออกซิเจนตอนแรกมันอาจไม่รุนแรงพอจะฆ่าคนภายใน แต่ด้วยการเผาไหม้ของกระดาษภายในร้านที่เป็เชื้อเพลิงเพิ่มความร้อนอย่างดีคนภายในก็ไม่รอด
พวกเทจขบคิดเื่แป้ง พวกเขาดูจะยังไม่เข้าใจเื่ะเิฝุ่นสักเท่าไหร่นักเพราะไม่เคยมีตัวอย่างเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
“เื่นี้สามารถทดลองได้ นำเทียนมาและให้คนเป่าผงแป้งอะไรก็ได้ใส่เทียนดูก็จะรู้ผลแล้วล่ะครับแต่ระวังอย่าเอาปากเป่า หน้าจะโดนเผาได้”
“ได้ ผมจะให้คนของผมลองดู” เทจพยักหน้า เื่นี้ใครพิสูจน์ก็ได้ไม่มีปัญหา“เื่นี้คุณก็รู้จากหอสมุดเหมือนกันหรือคุณลูซีฟ”
“เปล่า ผมบังเอิญรู้ตอนทำอาหาร มันน่าใมากแต่ก็ตื่นตาตื่นใจดีครับ”
ลูซีฟโกหกอีกครั้ง แอบเอามือไขว้นิ้วจนจะเป็ตะคริวแล้ว
“ถ้าเป็จริงเวลาเตรียมการที่กระชั้นชิดก็สามารถทำได้”จอรน์เริ่มเข้าใจแล้ว “แต่เขาจุดไฟได้ยังไงและออกไปได้ยังไง ไม่มีร่องรอยออกทางประตูหลังเสียด้วยถ้าออกประตูหน้าเวลาลงมือยังไงก็โดนลูกหลงและมีโอกาสถูกจับได้ซ่อนตัวยิ่งเป็ไปไม่ได้ใหญ่”
จากการสำรวจสถานที่ ไม่พบบุคคลซ่อนเร้น ไม่มีร่องรอยหลบหนีหลังจากดับไฟได้ประตุหลังของร้านถูกล็อกอย่างแ่าจากภายใน ถ้ามีคนออกไปมันต้องไม่ได้ล็อกสิ
“นั่นแหละที่ผมสงสัยที่สุดเลยครับเป็เื่ที่หาคำตอบไม่ได้” ลูซีฟตบท้ายอย่างชาญฉลาดปัดเื่ลำดับอันน่าสงสัยทิ้งไปอย่างแเี“ผมก็คิดได้แค่เื่เล็กเท่านี้ล่ะครับ การหาตัวคนร้ายยังคงเป็หน้าที่ของตำรวจ”
โปรดอย่าเอาเขาไปเกี่ยวข้อง เห็นไหมว่าเขายังเป็นักศึกษาธรรมดา!
แต่เหมือนจะมีคนไม่เข้าใจความนัยของลูซีฟนักสืบหนุ่มพูดอย่างกระตือรือร้นต่อลูซีฟราวกับเพื่อนร่วมอาชีพที่น่าเลื่อมใส
“ไม่เลยๆ ความคิดของคุณดีมาก มันช่วยในการสืบสวนของคดีให้ได้รับความคืบหน้าอย่างยิ่ง”
“ถ้ามันช่วยได้ก็ดีแล้วครับ” ลูซีฟพยักหน้ายิ้มๆ อาจจะคุ้มค่ากับเวลาครุ่นคิดหลายชั่วโมงของเขา
“แล้วคุณมีความคิดเห็นเื่การระบุตัวคนร้ายไหม”เทจถามอย่างคาดหวัง ชายหนุ่มเหลือกตาใส่เขาอย่างอดไม่ได้
เขาเพิ่งพูดไปไหมว่าการหาตัวคนร้ายเป็หน้าที่ของตำรวจ
สมองฝ่อหรือไงเทจ โคเลอร์!
“ไม่มีครับ เพราะผมไม่ใช่ตำรวจ จึงไม่ได้คิดไปถึงเื่หาคนร้ายหรอกแค่คิดถึงจุดที่น่าสงสัยในที่เกิดเหตุให้พวกคุณก็เหนื่อยพอแล้ว”ลูซีฟจ้องหน้าเทจไปตรงๆ เพื่อจะสื่อว่าเขานั่นแหละที่ทำให้เหนื่อย แล้วก็เข้าใจสักทีว่าหน้าที่หาตัวคนร้ายยังเป็ของตำรวจเฟ้ย!
หยุดเอาพลเมืองทั่วไปอย่างเขาเข้าไปเกี่ยวได้แล้ว
“ขบคิดอีกสักหน่อยไม่ได้หรือ?”
“ไม่ครับ เหนื่อยเปล่าๆ ค่าตอบแทนก็ไม่ได้”เห็นเขาเซ้าซี้ก็พูดไปตามตรง คำพูดอ้อมค้อมของสุภาพบุรุษอะไรไม่ต้องใช้มันแล้ว
เมื่อพูดถึงค่าตอบแทนพวกเทจก็ยิ้มออกมาในที่สุดถึงขั้นหลุดหัวเราะกันเลยทีเดียว
แต่เื่นี้สำหรับลูซีฟแล้วไม่ค่อยขำเงินคือสิ่งที่สร้างมิตรได้ดีพอๆ กับสร้างความร้าวฉาน ถ้าไม่พูดถึงเื่นี้แต่แรกก็แล้วไปเถอะแต่เมื่อพูดถึงขึ้นมาเขาก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้หรอกนะ
“ค่าตอบแทนเราย่อมมีให้แน่นอนคุณลูซีฟสำหรับการสันนิษฐานของคุณที่มีประโยชน์นี้เราจะมอบให้คุณสามปอนด์แต่ถ้าการวิเคราะห์ของคุณสามารถช่วยให้เราจับคนร้ายได้เราจะมอบเงินรางวัลให้คุณอีกห้าปอนด์เลย”
“หืม น่าสนใจ” ลูซีฟหลุบตาลงครุ่นคิดเล็กน้อยถึงเม็ดเงินที่อาจจะได้รับ
แปดปอนด์เต็มๆ
เงินที่เสียไปกับค่ารักษาจะได้คืนมาแล้วยังมีกำไรอีกเล็กน้อยด้วยแต่จะคุ้มไหมกับการคิดเื่จับคนร้าย ว่ากันตามตรงเขาเองก็ไม่พบเบาะแส แม้แต่เบาะแสจากตำรวจตอนนี้ก็ยังไม่มีในมือเขาเลยเถอะ
บางทีเขาไม่ควรคาดหวังกับเงินรางวัลช่วยจับคนร้าย แต่สามปอนด์ก็ยังถือว่าคุ้มค่ากับการใช้ความคิด
ลูซีฟพยักหน้าตกลงกับข้อเสนอของเทจอย่างสุขุมใจเย็นกลบความหน้าเงินของตัวเอง
“ผมจะช่วยคิดอีกสักหน่อยก็ได้แต่ยัง้าเบาะแสของพวกคุณ รวมถึงการอนุญาตเข้าสำรวจสถานที่เกิดเหตุครับ”
เทจพยักหน้า “ได้ พรุ่งนี้ผมจะไปรับคุณที่มหาวิทยาลัยในตอนบ่ายเพื่อพาไปที่เกิดเหตุ”
“หา?” ลูซีฟเลิกคิ้ว
“หัวหน้า!?” จอร์นเบิกตากว้าง
“เอ๋! ไปรับ?!”ลินดายกมือปิดปากอย่างไม่อยากเชื่อ
“ทำไมล่ะ ก็ปกติไม่ใช่เหรอ” เทจกวาดตามองคนทั้งสามอย่างสบายๆใบหน้าหล่อเหลาเหยียดยิ้มเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าซีดมีประกายความขบขัน “ลินดา เธอช่วยไปหยิบเอกสารเกี่ยวกับคดีนี้ในห้องผมมาให้ที”
“ดะ... ได้ค่ะหัวหน้า” ลินดารีบเดินขึ้นไปชั้นสองอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางสับสน
“จอร์น นายก็ไปหาลุงแฮริทเพื่อทดสอบเื่ะเิแป้งส่วนรายละเอียดที่เหลือผมจะคุยกับคุณลูซีฟเอง”
“เอ่อ ครับ” จอร์นพยักหน้ารับอย่างมึนงงก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปอีกทาง ดูเหมือนเขาจะไปหาคนที่ชื่อแอริทที่ชั้นใต้ดิน
ภายในตอนนี้เหลือแค่ลูซีฟและเทจ บรรยากาศที่เงียบลงอย่างนี้ทำให้ลูซีฟอึดอัดไม่น้อย
“ไม่จำเป็ต้องมารับถึงมหาวิทยาลัยก็ได้นะเจอกันที่สถานที่เกิดเหตุเลยดีกว่า” มันคงไม่น่าพิสมัยเท่าไรที่มีตำรวจมายืนรออยู่หน้ามหาวิทยาลัยนอกจากความโดดเด่นสะดุดตาแล้วยังเพิ่มปัญหาให้เขาโดยไม่จำเป็อีกด้วย
“ไม่ให้ผมไปรับเหรอ มีผมคุ้มครองคุณจะปลอดภัยจากคนร้ายนะ”
“ขอบคุณในความปรารถนาดี แต่ผมคุ้มครองตัวเองได้”
“แต่คุณยังาเ็อยู่ไม่ใช่เหรอ” เทจชี้ที่มือของชายหนุ่มซึ่งยังคงพันผ้าเอาไว้อย่างแ่าลูซีฟก้มหน้าลงมองมือตัวเองแล้วปิดปากสนิท
ลืมไปเลยว่าตัวเองยังเป็คนเจ็บอยู่
เขาชักจะลืมาแบ่อยเกินไปแล้ว ลูซีฟแอบตำหนิตัวเองที่สะเพร่าแต่ถึงจะลืมยังไงก็ต้องไม่เปิดเผยให้ใครจับได้ถึงความสามารถของตัวเอง เขากระแอมไอกลบเกลื่อนเสียงขรึม
“อะแฮ่ม! ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่้าการคุ้มครองครับเจอกันที่สถานที่เกิดเหตุวันพรุ่งนี้ตอนสี่โมงเย็น ผมจะไปให้ตรงเวลา”
“ในเมื่อคุณว่าอย่างนั้น” เทจพยักหน้าเห็นด้วยในที่สุดถึงจะมีความเสียดายผ่านแววตา แต่ลูซีฟก็ไม่อยากจะสนใจสักนิด แถมยังรู้สึกขนหัวลุกอีกต่างหาก
พฤติกรรมของรองสารวัตรคนนี้แปลกเกินไปแล้ว
กลัวนะเฟ้ย