ในงานประลองคัมภีร์สะกดมาร เป็กิจกรรมที่จัดขึ้นในทุกสี่ปี ที่เหล่าจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะจะมาประลองฝีมือกัน โดย่เวลาที่ผู้คนทั้งหลายต่างเฝ้ารอนั่นคือ่เวลาหลังประลองจบจะมีการอัญเชิญคำภีร์สะกดมารออกมาให้ผู้คนที่มาร่วมงานได้ชื่นชม แม้จะได้ชื่นชมแต่ก็ไม่มีใครมีสิทธิได้แตะต้องหรือมัน
เมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมาเคยมีประมุขมารพรรคหนึ่งชื่อ เล้งต้าฮวย เขาเคยสร้างความหวาดหวั่นให้แก่ผู้คนไปทั่วทั้งยุทธภพ เขานำพาพรรคเพลิงโลกันต์ ขึ้นไปเหยียบเป็อันดับหนึ่งในยุทธจักรได้ แม้ว่าเื้ัพวกเขาจะเข่นฆ่ารังแกผู้คนบริสุทธิ์มากมายสักเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เล้งตาฮวยและคนของเขาคือผู้ที่แข่งแกร่งที่สุด แต่แล้วความคงทนกลับไม่ยั่งยืน ชื่อเสียงที่สร้างมาจากความชั่วร้ายย่อมถูกทำลายลงในสักวัน เมื่อมีนักพรตคนหนึ่งชื่อว่า จางเซียมชุน ที่ครั้งหนึ่งในสมัยยังเด็ก พี่ชายแท้ๆของเขาถูกเล้งตาฮวยสังหารด้วยความโหดร้าย จางเซียมชุนจึงเก็บความแค้นนี้ไว้และฝึกฝนตัวเองทั้งกำลังภายนอกและกำลังภายใน ก่อนจะบันทึกทุกอย่างที่ถูกค้นคว้าและคิดค้นขึ้นทั้งการฝึกลมปราณและกระบวนท่าลงไปในคัมภีร์เล่มหนึ่ง จากนั้นเขาก็เริ่มออกล้างแค้นให้พี่ชายและสามารถกำจัด เล้งต้าฮวยและพรรคเพลิงโลกันต์ได้เป็ผลสำเร็จ ผู้คนต่างๆในยุทธภพต่างยกย่องให้เขาเป็เทพ ในฉายา เทพเดินดินแห่งชีอัน จางเซียมชุน
จางเซียมชุนเป็ผู้ก่อตั้งสำนักชีอันขึ้นมา ทำให้ปัจจุบันคัมภีร์สะกดมารถูกเก็บไว้ที่ห้องลับในสำนักชีอัน แต่ไม่มีผู้ใดมีโอกาสได้ศึกษาคัมภีร์นี้ เนื่องจากเมื่อเวลาหลังจากที่จางเซียมชุนจากโลกนี้ไปตามกาลเวลา ลูกศิษย์คนหนึ่งในสำนักเคยนำคัมภีร์มาศึกษา แต่ด้วยความซับซ้อนในวิชาทำให้ศิษย์ผู้นั้นตีความฝึกฝนผิดลู่ผิดทางจนเสียสติ ผู้คนในยุทธภพต่างลงความเห็นว่าไม่ควรมีผู้ใดได้ฝึกวิชาในคัมภีร์นี้อีก เพราะหากผู้นั้นไม่แข็งแกร่งจริงก็จะสูญเสียความเป็คนไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีคนแหกกฎนี้อยู่ แต่ก็มีจุดจบไม่ต่างกัน
ในการประลองวันนี้ก็เฉกเช่นเดียวกับครั้งก่อนๆ ที่ถูกจัดขึ้นที่ลานประลองของสำนักชีอัน ที่ปัจจุบันนี้มีนักพรตเจียงวังฉาเป็เ้าสำนัก แม้เขายังอายุไม่มากแต่ฝีไม้ลายมือก็เก่งฉกาจยิ่งกว่าผู้ใดในสำนัก และเมื่อวันแห่งการประลองใกล้เข้ามาถึง ผู้คนจากสำนักต่างๆ ก็เดินทางเข้ามา
“ข้าน้อยกิมเพ็กเงียมจากพรรคหงส์เหินฟ้า ขอคารวะท่าเ้าสำนักเจียง” กิมเพ็กเงียม ชายวัยกลางคนที่ถูกวางตัวให้เป็ประมุขพรรคหงส์เหินฟ้าเดินทางมาถึงเป็ลำดับแรก
กิมเพ็กเงียมนั้น เมื่อย้อนกลับไปในเจ็ดปีก่อน ทางตอนเหนือของอาณาจักรเกิดกบฎขึ้นกลุ่มหนึ่ง เขานำพาคนในพรรรคและชาวบ้านจำนวนหนึ่งโจมตีค่ายกบฎจนป่นปี้ ฝีมือการใช้ทวนของเขาเป็ที่เลื่องลือเป็อย่างมาก หากเมื่อใดที่เขาจับทวนและกระโดพุ่งตัวไปข้างหน้า มันช่างดูดุดันและรุนแรงเหลือเกิน
ไม่นานนักหลังจากกิมเพ็กเงียมเดินทางมาถึง ขบวนพระสงฆ์ขบวนใหญ่ก็เดินทางมาถึง ซึ่งเป็หลวงจีนจากวัดหยางชง เ้าอาวาสเจ็งอาหยำ เข้าคารวะตามธรรมเนียมก่อนจะไปนั่งลงข้างๆ พรรคหงส์เหินฟ้า
ลำดับถัดมาเป็สำนักวังบุปผา ซึ่งสมาชิกพรรคทั้งหมดล้วนเป็สตรี ถึงแม้ว่าจะเป็สตรีแต่ความสามารถของพวกนางนั้นไม่ธรรมดา เ้าสำนักของวังบุปผาเข้าคารวะนักพรตเจียงตามธรรมเนียม
และลำดับสุดท้าย ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุทธภพ ประมุขพรรคฝ่ามือั เล็กเซียงลุ้น ก็เดินทางมาถึง เล็กเซียงลุ้นนั้นเมื่อห้าปีก่อน เขาได้เข้าแข่งขันประลองความเป็เ้ายุทธภพกับ กัวจงซิน ประมุขพรรคเปลวอัคคีซึ่งเป็พรรคมาร เล็กเซียงลุ้นสามารถเอาชนะกัวจงซินได้ จนกัวจงซินอับอาบกับความพ่ายแพ้ และหนีหายไปไม่มีใครได้พบตัวอีกเลย
เมื่อเหล่าพรรคฝ่ายธรรมะเดินทางมาครบหมดแล้ว เจียงหวังฉาจึงกล่าวว่า “เมื่อท่านจอมยุทธทุกท่านพร้อมแล้ว ขอเชิญทุกท่าน ส่งคนของตัวเองออกมาหนึ่งคน เพื่อประลองในสนามแห่งนี้”
แต่ละสำนักต่างส่งลูกศิษย์ที่คิดว่าเก่งกาจลงไปประลอง แต่สุดท้ายก็เหลือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสนามอยู่เพียงเสียงคนนั้นก็คือคนจากพรรคหงส์เหินฟ้า กิมเพ็กเงียม และคนของสำนักวังบุปผา หลี่เฟิงฝู โดยที่ทั้งสองคนนี้ต่างเป็คนที่ถูกวางตัวไว้ให้เป็ประมุขคนต่อไปทั้งคู่
“น้องเฟิงฝู ข้าว่าเ้ายอมแพ้เสียงั้แ่ตอนนี้จะดีกว่า ทวนของข้าไม่ชอบลิ้มรสของสตรีสักเท่าไหร่” กิมเพ็กเงียมกล่าว
“บิดาเ้าเถอะกิมเพ็กเงียม ข้าไม่เคยมีพี่ชายอย่างเ้า ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าน้อง” หลี่เฟิงฝูกล่าว
หลี่เฟิงฝูจับกระบี่ไว้มั่นและไล่จ้วงแทงใส่กิมเพ็กเงียมไม่ยั้ง กิมเพ็กเงียมมีปฏิกิริยาว่องไว สามารถใช้ทวนปัดป้องคมกระบี่ของหลี่พิงฝูได้ ทั้งสองคนต่อสู้กันไปกว่าสามสิบกระบวนท่าก็ยังไม่มีทางทีที่ฝ่ายใดจะแพ้หรือชนะ ต่างฝ่ายต่างสลับคุมเกมรุกและรับได้อย่างเหนียวแน่น จนกระทั่งผ่านไปแปดสิบกระบวนท่า หลี่เฟิงฝูใช้ท่าวารีล่องนภา ความเบาหวิวและว่องไวของเธอนั้น กิมเพ็กเงียมไม่สามารถตามทัน จนกระทั่งหลี่เฟิงฝูสามารถนำกระบี่มาพาดคอของกิมเพ็กเงียมได้ เป็อันสิ้นสุดการต่อสู้ กิมเพ็กเงียมพ่ายแพ้ และผู้ชนะในการประลองครั้งนี้คือ ฟลี่เฟิงฝู
เมื่อการแข่งขันจบลงก็เป็เวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการอัญเชิญคัมภีร์สะกดมารออกมาสู่สายตาผู้คน ลูกศิษย์ในสำนักชีอันได้ถือหีบเหล็กใบใหญ่ขึ้นมาหนึ่งใบเพื่อวางต่อหน้าจอมยุทธ์ทั้งหลาย ก่อนจะเปิดหีบออกเพื่อให้สามารถมองเห็นคัมภีร์สะกดมารได้อย่างชัดถนัด และทันทีที่ปากหีบถูกเปิด เสียงม้าที่ควบมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าก็พุ่งตัดเข้าไปตรงกลางลาน ผู้บังคับม้าอย่างเก่งกาจคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็โจวเที้ยนเปียที่บุกมาชิงคัมภีร์สะกดมาร เมื่อเขาคว้าคำภีร์ได้แล้วจึงรีบควบม้าหนีไปทันที
เหล่าจอมยุทธ์ที่มาชุมนุมต่างรีบติดตามออกไป พวกที่มีฝีมือระดับเ้าสำนักอย่าง เจียงวังฉา เ้าอาวาสเจ็ง เล็กเซียงลุ้น ต่างใช้วิชาตาเบาเร่งรุดลอยไป รวมไปถึงผู้มีฝีมือในระดับแนวหน้าว่าที่เ้าสำนักอย่าง กิมเพ็กเงียม และหลี่เฟิงฝู ต่างใช้วิชาตัวเบาลอยไปด้วยเช่นกัน
ผู้ที่ติดตามมาถึงเป็ลำดับแรกคือ เล็กเซียงลุ้น ตามมาด้วยหลี่เฟิงฝู ทั้งสองรวดเร็วกว่าผู้อื่นใดทั้งหมด เขาทั้งสองรวมถึงคนอื่นๆ ต่างไล่ต้อนโจวเที้ยนเปียมาจนถึงริวหน้าผาที่เบื้องลึกเป็หน้าผาสูงชันจนมองไม่เห็นพื้นเบื้องล่างว่าเป็เช่นไร
“ก็นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็เป็จอมยุทธ์ตกอับจากพรรคมาร บอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าเ้าขโมยคำภีร์ไปด้วยจุดประสงค์ใด” เล็กเซียงลุ้นกล่าว
โจวเที้ยนเปียไรทางเลือก เก็บคัมภีร์ใส่ไว้ในเสื้อ ก่อนจะชักกระบี่ออกจากฝักแล้วกล่าวว่า “แม้วันนี้ข้าจะเป็จอมยุทธ์ที่ตกอับ แต่หากไม่ได้สู้เพื่อครอบครัวแล้ว ย่อมอับอายยิ่งกว่าการเป็สัตว์เดรัจฉาน”
โจวเที้ยนเปียะโพุ่งลงจากหลังม้าและใช้กระบี่ฟาดฟันกับเหล่าสำนักต่างๆ อย่างห้าวหาญ แม้เขาจะไร้ซึ่งวิชากำลังภายใน แต่กระบวนท่าต่างๆนั้น เขาไม่ได้ละเลยที่จะฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย พวกจอมยุทธ์ที่ชั้นฝีมือต่ำต้อยไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้เลยสักคน จนต้องถึงมือของเ้าสำนักต่างๆ
เล็กเซียงลุ้นใช้ฝีมือที่มีกำลังภายในมหาศาลโจมตีใส่โจวเที้ยนเปียอย่างรุงแรง จนเืกระอักปาก เข่าทรุดล้มลง โจวเที้ยนเปียนึกในใจถึงััฝ่ามือนี้ มันช่างรุนแรงและว่าคุ้นเคย เหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนไม่นานมานี้
“เ้าจะส่งคัมภีร์คืนมาหรือไม่” เล็กเซียงลุ้นตะคอกใส่โจวเที้ยนเปีย
เมื่อได้ยินเสียงเล็กเซียงลุ้นอย่างถนัดชัดเขาก็นึกออกทันทีว่าเป็เช่นไร “ที่แท้ก็เป็เ้า เป็เ้าจริงๆด้วยเล็กเซียงลุ้น เป็เ้าที่บุกไปทำร้ายครอบครัวข้า”
“บังอาจ‼” เล็กเซียงลุ้นกล่าว ก่อนจะซัดฝ่ามืออันรุนแรงไปอีกฝ่ามือหนึ่งจนโจวเที้ยนเปียล้มลงอีกครั้ง
โจวเที้ยนเปียยันตัวเองลุกขึ้นหยิบกระบี่พุ่งตรงใส่เล็กเซียงลุ้น เล็กเซียงลุ้นใช้วิชา ฝ่ามือัทอง กระบวนที่หนึ่งและสอง โจมตีใส่โจวเที้ยนเปียจนล้มลงอีกครา
“ข้าจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่เป็อันขาด” โจวเทียนเปียประคองตัวเองลุกขึ้นก่อนจะะโขึ้นม้า ก่อนจะควบพุ่งตรงมายังพวกฝ่ายธรรมะ กิมเพ็กเงียมเห็นท่าไม่ดี จึงนำหอกตัวเองปาพุ่งเสียบคอม้าทะลุไปยังตัวของโจวเทียนเปียล้มลง
“ส่งคัมภีร์คืนมาเดี๋ยวนี้” นักพรตเจียงหวังฉา เ้าสำนักชีอันกล่าว
โจวเทียนเปียยังคงไม่สิ้นชีพ เขาประคองตัวเองลุกขึ้นและเปล่งวาจาว่า “คัมภีร์เล่มนี้พวกเ้าอยากได้นักใช่หรือไม่ ในวันนี้หากข้าไม่ได้มันแล้วไซร้ ก็อย่าหวังว่าจะมีผู้ใดได้ แต่ถ้าหากอยากได้นัก ก็จึงตามข้ามา” เมื่อสิ้นเสียงพูด โจวเที้ยนเปียได้วิ่งตรงไปยังหน้าผา และะโลงไปสู่ก้นบึ้งหน้าผานั้น ต่อหน้าต่อตาจอมยุทธทุกคน