ณ ลานประลองเปิดภายในสถาบันลู่ อาจารย์ฟานอวี่กับอาจารย์เหลียงหวู่ได้ยืนประจันหน้าอยู่ตรงกลางสนามประลองโดยมีเหล่าลูกศิษย์ยืนอยู่ข้างหลังของพวกเขา
“กฏในการประลองครั้งนี้นั้นก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่ประลองมือเปล่าตัวต่อตัวไม่จำกัดวรยุทธ หากฝ่ายใดสู้ไม่ไหวก็ถือว่าแพ้ไป”
อาจารย์เหลียงหวู่อธิบายกฏออกมา หากในสายตาคนทั่วไปนั้นย่อมคิดว่ามันเป็ธรรมและเท่าเทียม แต่สำหรับอาจารย์ฟานอวี่มันก็เหมือนกับเธอถูกเอาเปรียบอยู่
“ตกลง แล้วอย่ากลับคำซะล่ะ”
อาจารย์ฟานอวี่ตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ หากเป็ยามปกติเธอคงปฏิเสธไปอย่างแน่นอน แต่ด้วยแววตาของกูเฉินจึงทำให้เธอไม่มีทางเลือก เธอจึงเลือกที่จะเสี่ยงว่าจะถูกถอนสิทธิ์การเป็อาจารย์ดีกว่าอยู่กับความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ให้กูเฉินแสดงความสามารถของเขา ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเขามีความสามารถด้านไหนบ้างก็ตาม
“เอาล่ะ ถังเสี่ยวชิง อาจารย์ขอฝากเธอจัดการไอ้เด็กนั้นด้วย”
อาจารย์เหลียงหวู่ได้หันหลังไปบอกให้เด็กสาวผมสีความเข้มกับความงามที่สุนัขยังเห่าหอนให้จัดการกูเฉิน ซึ่งเหตุผลที่เขาเลือกให้เธอเป็คนที่ไปประลองกับกูเฉินนั่นก็เพราะเด็กสาวคนนี้เป็ผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า และอาจารย์ฟานอวี่ก็รู้ถึงเหตุผลข้อนี้ดี
“ต แต่ท่านอาจารย์…”
เสี่ยวชิงได้แสดงความกังวลออกมา เพราะเธอไม่รู้ว่ากูเฉินมีฝีมือระดับไหน แถมเธอก็ไม่อยากไปเป็ลูกศิษย์ของอาจารย์ที่ได้ชื่อว่าห่วยที่สุดในสถาบันลู่แห่งนี้ด้วย
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น มันก็แค่ระดับพื้นฐานขั้นสุด ไม่มีทางที่จะนักสู้ขั้นต้นเช่นเ้าได้หรอก”
อาจารย์เหลียงหวู่ได้ตอบกลับลูกศิษย์ของเขาด้วยน้ำเสียงที่เ็า ถึงแม้ว่าตามทฤษฎีแล้วความเป็ไปได้ที่พื้นฐานขั้นสุดมีโอกาสชนะนักสู้ขั้นต้นมันน้อยนิดก็จริง แต่ในทางปฏิบัติมันไม่สามารถนำมาใช้ได้นี่สิ่
“ข้ากูเฉิน โปรดชี้แนะด้วย”
กูเฉินก้าวออกมายืนอยู่ข้างหน้าอาจารย์ของตนพร้อมคารวะอีกฝ่ายพร้อมสายตาที่ราวกับว่าจะกินเืกินเนื้ออีกฝ่ายให้จงได้
“ข้าถังเสี่ยวชิง หากมีอะไรผิดพลาดข้าขออภัยล่วงหน้าด้วย”
อีกฝ่ายก็คารวะกลับมาพร้อมกับท่าทีกล้าๆกลัวๆราวกับคนที่ขาดความมั่นใจ
“เริ่มได้!”
แต่ในทันทีที่สัญญาณเริ่มการประลองได้ดังขึ้น ท่าทีกล้าๆกลัวๆของเธอก็แทนที่ด้วยความจริงจังราวกับว่าเป็คนละคน
[วรยุทธตระกูลถัง : ย่างก้าวภูติผี]
ทันใดนั้นเองร่างของเสี่ยวชิงก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของกูเฉินพร้อมซัดฝ่ามือขวาหมายกระแทกบริเวณกลางอกของเขา
ปึก!
“เกือบโดนเข้าให้แล้วไง”
กูเฉินเอามือทั้งสองข้างป้องกันฝ่ามือของเสี่ยวชิงได้ทันก่อนที่มันจะกระแทกอกของเขา แต่แรงกระแทกมันก็ทำให้เขาเซถอยหลังเลยทีเดียว
“ดูความเร็วของถังเสี่ยวชิงสิ่ ข้ามองตามไม่ทันเลย”
“แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ธรรมดาจริงๆที่ป้องกันการโจมตีของถังเสี่ยวชิงเอาไว้ได้”
“หมอนั้นระดับพื้นฐานขั้นสุดจริงๆหรอ ข้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย”
“ข้าว่ามันคงเป็เื่บังเอิญล่ะมั้ง ก็ย่างก้าวภูติผีของตระกูลถังน่ะ ระดับพื้นฐานขั้นสุดไม่มีทางมองการเคลื่อนไหวได้ทันหรอก”
เหล่าลูกศิษย์ของอาจารย์เหลียงหวู่เริ่มสนทนากันทันทีหลังจากเห็นเสี่ยวชิงเข้าไปโจมตีกูเฉินอย่างรวดเร็วแต่เขากลับกันเอาไว้ได้ ส่วนอาจารย์เหลียงตอนนี้ก็เริ่มแสดงสีหน้ากังวลออกมาเล็กน้อย ถึงแม้ว่าการเสียลูกศิษย์ไปหนึ่งคนจะไม่กระทบสถานะของการเป็อาจารย์ก็จริง แต่หากมีอาจารย์ท่านอื่นรับรู้ว่าลูกศิษย์ของเขาพ่ายแพ้ให้กับลูกศิษย์ของอาจารย์ที่ห่วยที่สุดในสถาบันล่ะก็ ความไว้เนื้อเชื่อใจจากอาจารย์ท่านอื่นคงลดลงมิใช่น้อย แต่ในทางกลับกัน อาจารย์ฟานอวี่กลับดูมีความหวังอย่างอธิบายไม่ถูก
[วรยุทธไร้สังกัด : เหนือเมฆาใต้สมุทร]
ปัก! อึ๊ก!
พอตั้งหลักหลังจากเซถอยมาได้แล้ว กูเฉินจึงแสดงวรยุทธของตนให้อีกฝ่ายได้เห็นบ้าง ทันทีหลังจากที่เขาตั้งท่าร่างเสร็จ ร่างของเขาก็ปรากฏอยู่เหนือศีรษะของเสี่ยงชิงในท่ากลับหัวด้วยความเร็วที่เป็รองย่างก้าวภูติผีของเสี่ยงชิงไม่มากนัก ก่อนจะฟาดแข้งผ่าลงไปหาเสี่ยงชิงอย่างแรง
แต่ด้วยความเร็วที่ไม่มากเท่าย่างก้าวภูติผี ถึงแม้ว่าเสี่ยวชิงจะหลบกับโจมตีนี้ไม่ทัน แต่เธอก็ใช้ท่อนแขนทั้งสองข้างไขว้กันแล้วรับการโจมตีของกูเฉินเอาไว้ได้ ถึงแม้ว่าจะรับเอาไว้ได้ก็จริง แต่แรงกดและแรงกระแทกก็ทำให้เสี่ยวชิงขาทรุดลงเล็กน้อย
[วรยุทธไร้สังกัด : ก้าวไร้ลม]
ฟุบ!
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวชิงกันการโจมตีของเขาเอาไว้ได้ เขาจึงใช้ก้าวไร้ลมถอยออกมาตั้งหลัก แม้ว่าจะไม่เร็วเท่าย่างก้าวภูติผี แต่นั้นก็ถือว่าดีพอแล้วสำหรับวรยุทธที่เด็กน้อยคนหนึ่งได้คิดขึ้นมาเอง
“บ้าน่า เขาเคลื่อนไหวแบบนั้นได้ยังไงกัน”
“เขาเป็ใครมาจากไหนกัน”
“เขาเป็คนของตระกูลลับสักตระกูลนึงรึป่าว?”
หลังจากที่เห็นการเคลื่อนไหวของกูเฉิน เหล่าลูกศิษย์ของอาจารย์เหลียงหวู่ก็ได้สนทนากันอย่างสงสัยใคร่รู้ แต่ตัวอาจารย์เหลียงหวู่เริ่มรู้สึกเหงื่อตกแล้ว
ฮ่า~
[วรยุทธตระกูลถัง : ย่างก้าวภูติผี]
[วรยุทธตระกูลถัง : ฝ่ามือล้มพยัคฆ์]
เสี่ยวชิงถอนหายใจออกมาก่อนจะใช้ย่างก้าวภูติผีเคลื่อนตัวไปหากูเฉินอีกครั้ง และซัดผ่ามือใส่เขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะภายในการโจมตีนี้เธอใส่พลังลมปราณเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังทำลายจากการกระแทกของฝ่ามือ
[วรยุทธไร้สังกัด : ศิลาไม่เคลื่อนไหว]
ตึ้ง!
เมื่อฝ่ามือของเสี่ยงชิงกำลังจะปะทะกับร่างกายของตน กูเฉินได้ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาป้องกันเอาไว้พร้อมกับใช้ทักษะการป้องกันโดยไหวเวียนพลังลมปราณไปยังบริเวณที่ได้รับแรงปะทะและสะท้อนกลับคืน
อึก!
[วรยุทธไร้สังกัด : ศิลาถล่มภูผา]
“ยอมแพ้ค่ะ”
ก่อนที่หมัดขวาของกูเฉินจะปะทะเข้าที่หน้าของเสี่ยวชิง เธอก็ยกมือขึ้นและประกาศยอมแพ้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าฉิวเฉียด
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ ห่ะๆ”
กูเฉินที่เกือบหยุดหมัดไว้ไม่ทันก็หัวเราะแห้งๆออกมาพร้อมกับเอามือเกาหลังหัว แต่อาจารย์เหลียงหวู่นี่สิ่ที่น่าเป็ห่วง ช็อคิญญาหลุดออกจากร่างไปแล้วมั้ง
“ตามข้อตกลง ฉีกสัญญาของถังเสี่ยวชิงตอนนี้และเดี๋ยวนี้เลยนะ”
อาจารย์ฟานอวี่ที่แร้นแค้นลูกศิษย์ฝีมือดีมานาน เธอจึงทวงสัญญากับอาจารย์เหลียงหวู่ในทันที
เมื่อมีสายตาของเหล่าลูกศิษย์จับจ้องมายังตัวเขา อาจารย์เหลียงหวู่จึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องฉีกเอกสารสัญญาการเป็ลูกศิษย์ของถังเสี่ยวชิง หากเขาไม่ยอมทำตามข้อตกลงล่ะก็ นอกจากแพ้แล้วจะเสียความเชื่อใจจากเหล่าอาจารย์ด้วยกันเอง มันจะตามมาด้วยความไม่เชื่อใจจากลูกศิษย์ของเขาเองจนท้ายที่สุดก็จะโดนเหล่าลูกศิษย์ขอยกเลิกสัญญาเป็แน่