ตอนที่34 คนโง่มักรวย
หลิวฮั่นชิวรู้สึกตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้ยินราคา
ฉินเริ่นถึงกับหัวเราะออกมาเด็กน้อยจอมโง่เอ้ย ขายถูกขนาดนี้ ตัวเองขาดทุนแล้วยังมาดีใจอีก
โชคดีที่โจวโจวไม่เข้าใจแต่หลิวฮั่นชิวรู้ราคาสินค้าดี และเขาเองก็ไม่อยากเอาเปรียบหนูน้อยด้วยเขาจึงพูดว่า “งั้นฉันให้หนูสองล้านแล้วกัน ขายให้ฉันเม็ดละสองแสนสิบเม็ดก็สองล้าน ต่อไปนี้ถ้าเธอยังมียาเหลืออีกล่ะก็ เอามาให้ฉันได้เลยฉันจะซื้อไว้ทั้งหมด เธอคิดว่าอย่างไรบ้าง ? ”
สองล้าน!
โจวโจวบิกกว้างในทันทีเขารวยขนาดนั้นเลยหรือ ? ?
หนูน้อยรับเอายายัดใส่กลับไปในขวดลายครามแล้วยัดขวดใส่มือเขาไปด้วยเธอจับมือเขามาทำไฮไฟว์กับเธอเป็การให้คำสัญญา เพราะกลัวว่าเขาจะคืนคำทีหลัง
หลิวฮั่นชิวหัวเราะทันทีถ้ารู้แต่แรกว่ามันง่ายดายขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เขาคงไม่ต้องจัดการแสดงชุดใหญ่แค่พูดว่าจะขอซื้อก็ได้แล้ว
ฉินเริ่นหันไปมองเช่นกันเมื่อเห็นว่าเธอทำท่าทีเหมือนเด็กน้อยที่เห็นแต่เงิน เขาก็หมดคำจะพูด
แต่แม้เขาจะคิดแบบนี้ในใจทว่าเขากลับคลี่ยิ้มบางออกมาโดยไม่รู้ตัว
ก่อนหน้านี้บัตรที่ย่าฉินให้เธอมายังอยู่ในกระเป๋าอยู่เลย หลิวฮั่นชิวโอนเงินเงินเข้าบัตรแล้วพูดว่า: “หนูน้อย จำไว้ว่าถ้ามียาอีกก็เอามาขายให้ฉันนะมีเท่าไรฉันจะซื้อหมดเลย”
“อื้ม! ” โจวโจวพยักหน้าราวกับไก่จิกข้าวเปลือก เธอจะต้องขายให้เขาแน่นอนคนแก่ที่ใจป้ำขนาดนี้มีไม่เยอะแล้ว
“ไปกันเถอะพี่ใหญ่พวกเรารีบไปซื้อสมุนไพรกันเถอะ”
หนูน้อยต้องทำยาอีกหลายชนิดจากนั้นก็นำไปขายให้เขาเพื่อหาเงินให้เยอะขึ้น !
เมื่อคิดได้แบบนี้เธอก็ยิ่งใจร้อนมากขึ้น
“พวกเธอจะซื้อสมุนไพรหรือ ? ” หลิวฮั่นชิวถาม “ดีเลย ฉันมีร้านยาสมุนไพรอยู่ร้านนึงเหมือนกันพวกเธอจะไปดูหน่อยไหม ? ”
โจวโจวถามฉินเริ่น
ฉินเริ่นจึงพูดว่า“ปู่หลิวเป็เ้าของร้านยาเสิ่นหนงถาง”
ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง!
โจวโจวจึงถามว่า:“งั้นคุณปู่มีโสมอายุ 500 ปีไหม ? ”
“จริงสิ”หลิวฮั่นชิวได้ยินคำพูดของเธอที่ร้านนั้นแล้ว จึงพูดว่า“สมุนไพรที่เธอ้าฉันมีหมด ไปที่ร้านฉันกันเถอะ”
ก็ได้
โจวโจวไม่ลังเลอะไรหนูน้อยเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย
ร้านยาเสิ่นหนงถางอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนักเดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึง ร้านนี้เล็กกว่าร้านเมื่อครู่นี้มาก แต่กลับมีสมุนไพรครบครันและคุณภาพของสินค้าถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
หลิวฮั่นชิวเรียกพนักงานขายมาแล้วพูดชื่อยาสมุนไพรที่โจวโจว้าออกมาอีกครั้งจากนั้นก็ให้เขาแพ็คให้หนูน้อยเป็อย่างไร
“ของเยอะขนาดนี้เดี๋ยวฉันจะให้คนส่งกลับไปให้พวกเธอแล้วกัน”
“ได้ค่ะขอบคุณคุณปู่”
“ไม่เป็ไร”มองดูสมุนไพรที่แพ็คมาเป็อย่างดีแล้ว หลิวฮั่นชิวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “หนูน้อยสมุนไพรพวกนี้เอาไปใช้ปรุงยาบำรุงเหวียนชี่ใช่ไหม ? ”
ที่ฉินเฟิงกินคือยาบำรุงเหวียนชี่
โจวโจวพยักหน้าแต่แล้วก็ส่ายหน้าอีกครั้ง “แล้วก็มียารักษาโรคหัวใจอีกด้วยยานี้ทำไว้ให้คุณย่ากิน ร่างกายของคุณย่าไม่แข็งแรงดังนั้นหนูเลยต้องซื้อสมุนไพรไปเพิ่ม”
ได้ยินแบบนั้นหลิวฮั่นชิวก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาและตระกูลฉินค่อนข้างสนิทกันเขารู้ดีว่าคุณนายฉินมีอาการโรคหัวใจที่รุนแรงและยารักษาโรคหัวใจอย่างเฉียบพลันที่เธอกินเป็ประจำนั้นก็เป็ยาที่เขาจัดให้
ฟังจากคำพูดของหนูน้อยแล้วเธอสามารถรักษาได้ใช่ไหม ?
ด้วยความสงสัยเขาจึงรีบถามออกไปทันที
โจวโจวพยักหน้าตอบรับ“รักษาได้สิ ถ้ารักษาไม่หาย หรือจะให้หนูรักษาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ กันล่ะ ? ”
ระหว่างที่พูดหนูน้อยก็ย่นจมูก ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ออกมา
ทว่าหลิวฮั่นชิวไม่ได้หมายความแบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไร เพราะในใจของเขายังเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ตระกูลฉินไปเก็บหนูน้อยที่เก่งและฉลาดหลักแหลมขนาดนี้มาจากที่ไหนกันนะ!
เขาตื่นเต้นมากพลางพูดว่า “ฉันมีเื่อยากถาม หนูน้อย ตอนที่หนูปรุงยา ฉันขอดูอยู่ข้าง ๆ ได้ไหม? แต่หนูวางใจได้ ฉันจะจ่ายค่าเรียนแน่นอน ! ”
เอ๊ะเื่แบบนี้ยังต้องจ่ายเงินกันด้วยหรือ ?
เพราะทุกครั้งที่อาจารย์สอนปรุงยาก็มักจะไม่มีใครเข้าไปฟัง ขนาดให้เงินพวกศิษย์พี่ทั้งหลาย พวกเขาก็ยังไม่ยอมฟังแต่ทำไมพอลงเขามาถึงมีคนเป็ฝ่ายจ่ายเงินเพื่อเข้าฟังแทนล่ะ
เขาโง่แต่โจวโจวไม่ใช่คนโง่ ธุรกิจที่ทำเงินได้โดยไม่ต้องลงทุนแบบนี้มีใครบ้างที่จะไม่ทำ !
ดังนั้นหนูน้อยจึงรีบพยักหน้ารับทันที “ได้สิ ! ”
“วันนี้หนูจะเริ่มปรุงยาแล้วคุณปู่อยากไปดูไหม ? ”
“ไป! ” หลิวฮั่นชิวตอบกลับโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
-
คฤหาสน์ตระกูลฉิน
โจวโจวยังไม่ทันเดินเข้าประตูมาก็ะโเรียกหา“พ่อ” แล้ว
ย่าฉินจึงเดินออกมาจากในคฤหาสน์แล้วพูดว่า“พ่อของหนูไม่อยู่บ้าน”
โจวโจวตอบรับ“อ้อ”หนูน้อยนับนิ้วคำนวณสักพักถึงได้รู้ว่าพ่อไปตรวจสอบเื่ราวของผู้หญิงนิสัยไม่ดีคนนั้นดังนั้นเธอจึงไม่ได้พูดอะไรอีก และพอเธอนึกบางอย่างขึ้นได้เธอก็หยิบเอาบัตรเครดิตออกมาอย่างมีความสุขแล้วเล่าเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ให้ฟัง
แค่ออกไปข้างนอกก็ทำเงินได้ถึงสองล้านแล้วย่าฉินใไม่น้อย เธอหันไปพูดกับหนูน้อยว่า “เด็กเ้าเล่ห์”แต่เมื่อมองไปก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง “เหล่าหลิว มาได้อย่างไรกันเนี่ย ? ”
หลิวฮั่นชิวเดินตามโจวโจวเข้ามาราวกับว่าเห็นหนูน้อยเป็อาจารย์คนหนึ่ง เขาลูบเคราของตนเองแล้วหัวเราะ: “ฉันเองฉันมาเรียนน่ะ”
“อ่า? ” ย่าฉินไม่เข้าใจ ชายชรามาเรียนอะไร ?
ฉินเริ่นจึงเดินเข้ามาอธิบายต้นสายปลายเหตุให้ฟังอย่างคร่าวๆ หลังจากฟังเื่ราวทุกอย่างแล้ว ย่าฉินก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเพราะเธอไม่คาดคิดว่าการที่โจวโจวออกไปข้างนอกในคราวนี้ จะหิ้วหมอเทวดาหลิวผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศกลับมาด้วย
เธออดที่จะเข้าไปลูบหัวของโจวโจวไม่ได้“โจวโจวของเราเก่งจริง ๆ ! ”
แม้แต่หลิวฮั่นชิวยังอยากเรียนกับโจวโจวแบบนี้โจวโจวต้องมีความสามารถขนาดไหนกัน
ย่าฉินไม่กล้าคิดเื่นี้นั่นเป็เพราะเธอจินตนาการไม่ออกจริง ๆ
เพราะถึงอย่างไรเธอก็รู้ดีว่าหลานสาวตัวเล็กเก่งกาจถึงเพียงไหน
โจวโจวหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์หนูน้อยดึงมือหญิงชราไปด้านข้างแล้วทำท่าให้เธอย่อตัวลงจากนั้นก็กระซิบที่ข้างหูเธอว่า “คุณปู่คนนี้ซื้อยาหนูไป 10 เม็ดแถมยังให้เงินหนูตั้งสองล้านแหนะ ทั้งยังบอกอีกว่าจะจ่ายค่าเรียนให้หนูด้วยหนูทำเงินจากเขาได้ง่ายมาก”
ในระหว่างที่พูดหนูน้อยก็หยิบเอาบัตรเครดิตออกมาแล้วยัดใส่มือของหญิงชรา “หนูให้คุณย่าคุณย่าเอาไปซื้อของกินอร่อยเถอะ ต่อไปนี้ถ้าหนูหาเงินมาได้หนูจะให้คุณย่าทั้งหมดเลย ! ”
คาดไม่ถึงเลยว่าหนูน้อยจะพูดคำพูดเช่นนี้ออกมาย่าฉินกำบัตรเครดิตไว้ในมือด้วยความตกตะลึงปนความซาบซึ้งใจ
เพราะที่ผ่านมาเธอเป็คนให้เงินพวกหลานชายไปใช้จ่ายมาโดยตลอดแต่นี่เป็ครั้งแรกที่หลานสาวตัวเล็กให้เงินเธอไปใช้จ่าย
เธอมองไปยังหนูน้อยที่ตัวนุ่มฟูหญิงชราดึงเด็กน้อยเข้ามากอดและออกแรงจุ๊บแก้มไปหลายทีปากก็เอาแต่เรียกเด็กน้อยว่า “ดวงใจของย่า”
หนูน้อยช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริงแถมยังเก่งกว่าหลานชายตัวแสบทั้งหลายอีกด้วย !
มีหลานชายตัวแสบพวกนี้ตั้งมากมายก็ยังไม่สู้หลานสาวสุดน่ารักคนนี้เพียงคนเดียว
โจวโจวถูกหญิงชราชุบแก้มจนรู้สึกจั๊กจี้แต่หนูน้อยก็ไม่ลืมที่จะยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มหญิงชราเช่นกัน
ปู่ฉินที่เห็นฉากนี้เข้าจึงหันไปสั่งให้คนไปเตรียมห้องสำหรับปรุงยา
หลังจากพูดคุยกันไปสักพักย่าฉินก็ดึงโจวโจวเข้าไป แล้วเอาบัตรเครดิตยัดกลับไปในกระเป๋าของโจวโจว“ย่าไม่เอาเงินของโจวโจวหรอก โจวโจวเอาไปซื้อของกินอร่อยเถอะนะรอให้โจวโจวโตกว่านี้แล้วค่อยมาดูแลย่าแล้วกัน”
โจวโจวคิดไปคิดมาจู่ ๆ ก็นึกได้ว่าตอนนี้เธอยังมีชะตาชีวิตขาดแคลนเงินทองไม่รู้ว่าครั้งนี้จู่ซือเอี๋ยจะเอาเงินในบัตรเครดิตไปเท่าไรจะต้องเหลือไม่เยอะแน่นอน
และเงินเล็กน้อยเพียงเท่านี้คงไม่เพียงพอให้คุณย่าได้ใช้จ่ายรอให้เธอลบล้างชะตาชีวิตขาดแคลนเงินทองไปได้พอถึงตอนนั้นค่อยเอาเงินให้คุณย่าก็ยังไม่สาย
เมื่อคิดได้ดังนี้หนูน้อยก็พยักหน้า “ได้ค่ะ งั้นในวันหน้าหนูจะเลี้ยงดูคุณย่าเอง ! ”
“ได้จ้ะ”ย่าฉินยิ้มไม่หุบ เดิมทีหญิงชราจะเอาผลไม้ให้หนูน้อยกินก่อนแต่โจวโจวยังคงใจจดจ่ออยู่กับการปรุงยาหนูน้อยโบกมือปัดแล้วก็รีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนทันที
คุณย่าดีกับเธอขนาดนี้เธอจะต้องรีบรักษาคุณย่าให้หายดีโดยเร็ว และต้องรักษาพี่เจ็ดให้หายดีอีกด้วยถ้าพี่เจ็ดหายดีแล้ว คุณย่าก็จะมีความสุขเช่นกัน
เธอวิ่งกลับมาที่ห้องแล้วเอาเตาปรุงยาขนาดเล็กออกมา
เมื่อเห็นดังนั้นหลิวฮั่นชิวก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าอุปกรณ์ของหนูน้อยจะดูโบราณขนาดนี้
เขาถามด้วยความสงสัยว่า:“โจวโจว เ้าสิ่งนี้สามารถปรุงยาได้ด้วยหรือ ? ขอฉันดูหน่อยได้ไหม ? ”
“ได้สิ”โจวโจวยื่นให้เขาโดยไม่คิดอะไร
หลิวฮั่นชิวรับมาพินิจพิจารณาดูเตาปรุงยาขนาดเล็กชิ้นนี้เป็สีฟ้าคราม ดูไม่เด่นสะดุดตามากนักรอบตัวเตาสลักลวดลายโบราณเอาไว้ ที่ด้านล่างสุดของเตายังมีตัวอักษรสลักไว้อีกด้วย
เขาพลิกไปพลิกมาด้วยความสงสัยบนเตาปรุงยามีตัวอักษรเจี๋ยกู่เหวินสลักไว้ ซึ่งเขาบังเอิญศึกษาตัวอักษรพวกนี้มาบ้างอยู่เหมือนกันเขาพอจะรู้จากตัวอักษรที่สลักอยู่้า จึงค่อย ๆ อ่านออกมา
“เตา……เสิ่น……หนง”
ทำไมชื่อนี้มันถึงได้คุ้นหูเหลือเกิน?
ทว่าสามวินาทีต่อมาจู่ ๆ เขาก็ะโว่า “เตาเสิ่นหนง ? ! ”