โม่อวี้หรานหัวสั่นหัวคลอนขาลากไปตลอดทางกิ่งไม้เกี่ยวอาภรณ์ขาดรุ่งริ่ง รู้สึกตัวรางๆว่าตัวเองอยู่บนหลังหลินเซียวข้างแก้มรู้สึกเปียกเย็นกลิ่นคาวเืลอยตีจมูกในหูแว่วเสียงหลินเซียวเรียกชื่อเขาแทบจะตลอดเวลา
ด้านหลังมีหลินหลี่ถิงกับมู่ไป๋ที่แบกโหย่วจิ่งวิ่งตามมาอย่างทุลักทุเล ทุกคนได้รับาเ็กันไม่มากก็น้อยเวลานี้หายใแล้วาแเริ่มรู้สึกเจ็บจนแทบทนไม่ไหว
"สิกพี่เล็ก แฮ่กๆ หยุกก่องง" หลินหลี่ถิงะโไล่หลังหลินเซียวหน้าดำหน้าแดง
"หยุดหาบิดาเ้าหรือไร ศิษย์พี่ใหญ่ของเ้าจะตายแล้ว” หลินเซียวหันมาถลึงตาใส่หลินหลี่ถิงแต่ขายังไม่หยุดวิ่ง ตอนนี้าแตรงไหล่ของเขารู้สึกเจ็บจนไม่มีแรง ทำให้ร่างของโม่อวี้หรานเอียงจนจะตกอยู่รอมร่อ
“ถ้าไม่หยุก สิกพี่หย่ายจะตายจีงๆแล้ว!” หลินหลี่ถิงทนเห็นสภาพไม่ไหวจึงเอ่ยปากในที่สุด
“ศิษย์น้องหลิน ข้างหน้ามีถ้ำ แวะที่นั่นก่อน เราฝืนกลับสำนักทั้งแบบนี้ไม่ไหวแน่” มู่ไป๋ที่เงียบมาตลอดทางเริ่มออกความเห็น
หลินเซียวเองก็เริ่มไม่ไหวแล้ว ใบหน้าซีดเผือดจากการเสียเืมาก หลังจากเข้ามาได้ถ้ำได้แล้วมู่ไป๋ที่ปกติสุดในพวกเขาอาสาจะเข้าไปสำรวจข้างในก่อน
ผ่านไปไม่นานมู่ไป๋ก็วิ่งออกมาหน้าตาตื่น
”ข้างใน แฮ่ก ข้างใน!” มู่ไป๋หอบแฮ่กๆ
“ข้างในมีอาราย” หลินหลี่ถิงร้อนใจถาม
“เหมือนจะเคยมีคนอยู่ ข้าเห็นโครงกระดูก!” มู่ไป๋ตาเหลือกรีบอธิบาย ด้วยสภาพของโม่อวี้หรานกับหลินเซียวตอนนี้เริ่มไม่สู้ดีแล้ว
“เอาอย่างไร เราจะเข้าไปหรือไม่” มู่ไป๋หันหน้าไปถามหลินเซียว
“เข้าไปก่อน ยังไงคนก็ตายไปแล้ว” หลินเซียวจึงกึ่งลากกึ่งแบกโม่อวี้หรานเข้าถ้ำไป
ทางเข้าถ้ำไม่กว้างมาก สองข้างทางมีลูกแก้วเรืองแสงติดอยู่ข้างกำแพง บ่งบอกถึงความร่ำรวยของเ้าของถ้ำได้อย่างดี ห้องหินมากมายที่พวกเขาผ่านมา มีตู้มากมายตั้งอยู่ บ้างก็เป็สวนสมุนไพร บ้างก็เป็ห้องเก็บตำราใหญ่โต และของอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน เด็กน้อยทั้งหลายไม่มีเวลาสนใจ แบกหามกันไปถึงห้องที่มีโครงกระดูกที่มู่ไป๋บอก
ตรงกลางห้องมีตั่งขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนตั่งมีโครงกระดูกแห้งกรังนั่งตัวตรงแน่วน่าเกรงขามผิดแต่ตอนนี้มีแค่ร่างไร้ิญญาเท่านั้น หลินเซียววางร่างโม่อวี้หรานไว้ข้างโครงกระดูกก่อนหันไปก้มหน้าคาราวะเบาๆแล้วใช้เท้าถีบโครงกระดูกลอยละลิ่ว หลินหลี่ถิงที่ตามมาติดๆโดนโครงกระดูกกระแทกเข้าพอดีปล่อยมือจากหัวโหย่วจิ่งกรีดร้องเสียงหลง
โหย่วจิ่งที่หัวฟาดพื้นดีดตัวขึ้นกรีดร้องประสานเสียงกับหลินหลี่ถิง
"อ้ากกกกกก หมาป่าจะกินข้าแล้วๆๆ "
"แหกปากหาอะไรกันหา" หลินเซียวหันไปเอ็ดทั้งคู่ หลินหลี่ถิงหุบปากทันทีวิ่งไปหลบหลังมู่ไป๋จับชายเสื้อแน่น
"ที่นี่ที่ไหนกัน" โหย่วจิ่งยิงคำถามทันทีที่ตื่นมาพบว่าหมาป่าหายไปแล้วแต่ตัวเองมาอยู่ในสถานที่แปลกตา
"ไม่ยู้ มีคงตายด้วย"หลินหลี่ถิงชะโงกหน้ามาตอบโหย่วจิ่ง
"หา! ใครตาย" โหย่วจิ่งหันไปเจอร่างโม่อวี้หรานที่นอนอยู่บนตั่งพลันแหกปากร้องไห้วิ่งเข้าไปคุกเข่าอยู่ขอบตั่ง
"ศิษย์พี่ใหญ่!"
"สิกพี่โหย่วโง่ คงตายอยู่โน้ง" หลินหลี่ถิงชี้มือไปที่โครงกระดูกโหย่วจิ่งมองตามไปแหกปากขึ้นอีกรอบะโขึ้นตั่งไปกอดโม่อวี้หรานแน่น โม่อวี้หรานที่โดนกอดกระอักเืออกมาคำที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้ หลินเซียวมองโหย่วจิ่งตาเขียวใช้เท้าถีบโหย่วจิ่งลอยละลิ่วไปตกอยู่ข้างโครงกระดูก ก่อนจะกระเสือกกระสนคลานไปหลบหลังมู่ไป๋เหมือนหลินหลี่ถิง
"เขาเป็ใคร ทำไมถึงมีถ้ำอยู่ในสำนักเรา" มู่ไป๋ถามอย่างมีสาระ
"ท่านเข้าสำนักมาก่อนพวกเรา ท่านไม่ทราบแล้วใครในที่นี้จะทราบ"หลินเซียวไหวไหล่ตอบมู่ไป๋ก่อนจะขึ้นตั่งไปสำรวจาแโม่อวี้หราน พลันหน้าถอดสีเพราะาแเหวอะหวะหลายที่ มือมีเศษอะไรสักอย่างปักอยู่เต็มไปหมด
"ข้าเอง" โหย่วจิ่งที่เริ่มตั้งสติได้ขึ้นไปนั่งข้างโม่อวี้หรานพร้อมเปิดดูาแทำหน้าเหยเก
"พวกเ้าไปหาสมุนไพรห้ามเืมา ข้าจะทำแผลให้ศิษย์พี่ใหญ่ ตอนนี้พลังปราณศิษย์พี่ใหญ่หายไปแล้วไม่สามารถฟื้นตัวได้เอง"โหย่วจิ่งสั่งงานเสร็จสรรพก้มหน้าก้มตาทำแผล
หลินเซียวกลับมาพร้อมสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ดึงมาทั้งรากต้นไม้ใบหญ้าอะไรที่หน้าตาเหมือนสมุนไพรเขากระชากมาหมด เหลือดีกว่าขาด หลังจากทำแผลให้โม่อวี้หรานและพวกตัวเองเสร็จพวกเขาจึงเริ่มสำรวจถ้ำกันอย่างตั้งใจ
ภายในถ้ำมีห้องที่พวกเขาอยู่ตั้งอยู่ตรงกลาง มีห้องอีกสี่ห้องที่แยกออกมาข้างๆมีแปลงสมุนไพรที่หลินเซียวไปรื้อมาเมื่อกี้ ห้องเก็บตำราที่อยู่ติดกับห้องปรุงยามียามากมายถูกเก็บไว้ในขวดหยกอย่างดีตั้งเรียงรายล่อตาล่อใจ โหย่วจิ่งสำรวจไปตาลุกวาวมือลูบคลำขวดหยกอย่างรักถนอม
ถัดจากห้องปรุงยามีห้องเก็บของวิเศษณ์ล้ำค่ามากมายถูกวางทิ้งไว้เหมือนของไร้ราคา แต่พวกเขามีหรือจะรู้ถึงความล้ำค่าของมัน
"ข้าจะเอาอันนี้ ว่าแต่เราเอาไปได้หรือไม่ โครงกระดูกนั่นจะตื่นมาทวงคืนทีหลังหรือไม่"มู่ไป๋ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่กำลังลูบคลำกระบี่สีน้ำเงินที่สะดุดตาเขาั้แ่เข้ามา
"ขนาดนั้นแล้ว ท่านก็ไม่ต้องถามแล้วมั้ง"หลินเซียวแขวะมู่ไป๋
"ข้าจะเอาอันนี้ ถ้าโครงกระดูกนั่นแน่จริงก็มาทวงคืนที่ข้าได้เลย" หลินเซียวถือกระบี่ทมิฬเล่นนึงแกว่งไปแกว่งมา แผลที่ไหล่บวกกับน้ำหนักของกระบี่ทำเอาเขาเซไปมาแทบหน้าคะมำ
โตไปเผื่อได้ใช้ หลินเซียวคิดในใจมองกระบี่ยิ้มเล็กยิ้มน้อย
"งั้นข้าควงเอาอะไรดีสิกพี่เล็ก" หลินหลี่ถิงกระตุกชายเสื้อหลินเซียวสองสามที
"เ้าเดินให้ไม่ล้มหน้าทิ้มพื้นก่อนข้าจะพาเ้ากลับมาเอา เอากลับไปตอนนี้ภาระเปล่าๆ"หลินเซียวใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากหลินหลี่ถิงจนเซไปข้างหลัง
"ชิ้ ข้าจะฟ้องสิกพี่หย่าย" หลินหลี่ถิงมือกุมหน้าผากวิ่งกลับไปห้องที่โม่อวี้หรานอนหมดสติอยู่ ผ่านไปไม่ถึงสามลมหายใจหลินหลี่ถิงกรีดร้องวิ่งกลับมาทางเดิม
"หายไปแล้ว สิกพี่หย่ายหายไปแล้ว!" หลินหลี่ถิงยังพูดไม่จบคำหลินเซียวรีบพุ่งไปตามทางนั้นทันที พบเพียงตั่งที่ว่างเปล่ากับโครงกระดูกที่หายไปด้วยเหมือนกัน หลินเซียวโมโหที่ตัวเองไม่กระทืบโครงกระดูกนั้นให้แหลกไปซ่ะจะได้ไม่เกิดเื่
มู่ไป๋ "ทำอย่างไรดี"
โหย่วจิ่ง "จะแยกกันค้นหา หรือจะไปด้วยกันทั้งหมด"
หลินเซียว "ไปด้วยกันนี่แหละค้นให้ทั่ว" ด้วยอาการาเ็ของพวกเขาแยกกันไปจึงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่
หลังจากค้นจนทั่วแล้วพวกเขาจึงกลับมาที่ห้องเดิม หลินเซียวใจไม่ดีเดินไปเดินมาจนโหย่วจิ่งลายตา
"เ้าหยุดเดินสักที ข้าเวียนหัว"
"พวกเ้าไม่ร้อนใจรึ ศิษย์พี่ใหญ่หายไปไหนก็ไม่ทราบ หนำซ้ำยังาเ็สาหัสอีก" หลินเซียวนั่งลงกุมมือประสานกันเท้าศอกกับเข่า สั่นขาระคนร้อนใจ
"จะไม่ร้อนใจได้อย่างไร แต่พวกเราต้องมีสติ ว้ากกกกกกกก"
โหย่วจิ่งพูดยังไม่จบร่างก็ร่วงลงสู่หลุมลึกที่มาจากไหนก็ไม่ทราบ
"อุ้ย"
หลินหลี่ถิงอุทาน มือยังถือเชิงเทียนที่ทำจากทองระยิบระยับที่ดึงออกจากหัวตั่งไว้ ก่อนจะทำหน้าเลิ่กลั่กโยนเชิงเทียนลงพื้น
ทุกคนเห็นดังนั้นจึงพอจะทราบสาเหตุที่อยู่ดีๆหลุมลึกก็โผล่มา รอสิ้นเสียงโหย่วจิ่งมู่ไป๋จึงชะโงกหน้าลงไปดูก่อนจะโยนลูกแก้วเรืองแสงลงไป ปรากฏว่าใต้หลุมมีร่างของโหย่วจิ่งที่นอนแอ่งแม้งอยู่ ปลายเท้ามีทางเส้นนึงที่พอผ่านไปได้สบายๆ
มู่ไป๋อุ้มหลินหลี่ถิงใช้ปราณสะกิดปลายเท้าะโลงหลุมไป หลินเซียวตามไปติดๆ
โหย่วจิ่งโดนหามอีกครั้งในสภาพเดิม พวกเขาเดินตามทางสายนั้นจนไปโผล่สถานที่นึง มีศาลาไม้ไผ่อยู่ตรงกลาง ควันสีขาวลอยออกมาจากศาลาหลังนั้น ข้างๆมีสระน้ำที่มีร่างของโม่อวี้หรานกำลังลอยอยู่ในนั้นในสภาพเปลือยเปล่า หลินเซียวเห็นดังนั้นจึงรีบถอดเสื้อนอกไปคลุมร่างโม่อวี้หรานไว้ก่อนจะลากขึ้นฝั่ง
"พวกเ้ามาแล้วรึ"ทั้งสามคนยืนบังร่างของโม่อวี้หรานกับโหย่วจิ่งไว้ ยกกระบี่ที่ขโมยมาชี้ไปทางชายชราที่กำลังเดินมาทางพวกเขาในมือถือถ้วยที่มีควันสีขาวลอยออกมา
"ท่านทำอันใดกับศิษย์พี่ใหญ่ของข้า!" หลินเซียวร้องถามน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแม้ในใจจะหวั่นๆอยู่บ้าง
"ข้าเพียงแค่จะรักษาเขาเท่านั้น" ชายชราสะบัดแขนเสื้อพลังปราณยกร่างเด็กน้อยทั้งห้าโยนลงไปในสระน้ำ
ตู้มมม ทั้งสามกรีดร้องอย่างใ
"โคจรพลังปราณของพวกเ้า" ชายชรากล่าวก่อนจะโยนอะไรบางอย่างลงไปในสระ
เด็กน้อยแม้จะหวาดระแวง แต่ด้วยพละกำลังของเขาในตอนนี้ไม่สามารถแม้แต่จะแตะชายเสื้อของชายชราได้ จึงได้แต่ยอมทำตามอย่างว่าง่าย
หลังจากตั้งสามาธิโคจรพลังปราณพวกเขาก็รู้สึกสบายไปทั้งร่างาแในตอนแรกหายไปแม้กระทั่งความเหนื่อยล้าจากการฝึกก็หายไปด้วย
หลินเซียวรู้สึกว่ามีพลังภายนอกกำลังพยายามจะเข้ามาในร่างกายเขากำลังจะหยุดโคจรพลังปราณเพราะกลัวจะเกิดปัญหาขึ้น
"ปล่อยให้มันเข้าไป" เสียงของชราดังอยู่ในหูเขา หลินเซียวทำตามอย่างว่าง่าย พลันมีพลังที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเส้นหนึ่งวิ่งเข้าไปในทะเลจิตแห่งการรับรู้ของเขาตันเถียนเริ่มร้อนจนแทบจะไหม้ก่อนจะสลบไป หลินเซียวรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไปแต่เขาไม่รู้ว่าแปลกตรงที่ใด
หลินหลี่ถิงที่ตื่นมาก่อนใครเพื่อนกำลังนั่งกินขนมคุยกับชายชราอย่างสนิทสนมเรียกท่านปู่ๆเสียงหวาน หลังจากได้แช่ในสระน้ำแล้วาแบนร่างกายจึงหายไปทั้งหมด และตอนนี้ปราณของหลินหลี่ถิงเข้มข้นขึ้นมากกว่าเดิมเป็เท่าตัว เด็กน้อยรู้สึกสบายตัวอย่างไม่เคยเป็มาก่อน แม้ตื่นมาร่างกายเ้าหล่อนจะเหม็นเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็ชาติก็เถอะ
หลินเซียวได้สติมาเป็คนสุดท้ายพบว่าร่างกายตัวเองเหม็นเหมือนศพหมาตาย คราบดำๆติดไปทั่วร่างกาย เขาไปชำระร่ายกายที่สระน้ำที่เดิมก่อนจะเดินไปทางต้นเสียงที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา
"ท่านปู่ยอดเยี่ยมที่สุกก" เสียงของหลินหลี่ถิงดังจนแทบจะได้ยินไปทั้งลาน
"ขอบคูณผู้าุโที่ให้ความช่วยเหลือ" โม่อวี้หรานคาราวะชายชราอย่างนอบน้อมทุกคนจึงทำตาม
"ขอบคุณผู้าุโ!" ชายชราโบกมือไหวๆให้เด็กน้อยทั้งหลายพอแค่นี้
"ไม่ทราบว่าท่านมีชื่อเสียงอันสูงส่งว่าอย่างไร"โม่อวี้หรานเอ่ยถาม
"หลินเหวินเจ๋อ" ชายชราจิบชาคำนึงก่อนจะยิ้มเบาๆให้โม่อวี้หราน
แซ่หลิน! หลินเซียวคิดในใจมองหน้าชายชราอย่างพินิจพิจารณา
"อาจารย์ปู่!" โม่อวี้หรานตาลีตาเหลือกก้มหัวคำนับชายชรา
เด็กน้อยทั้งสี่เหลอหลาด้วยพวกเขาเข้าสำนักมาพึ่งจะรู้วันนี้ว่าพวกเขามีอาจารย์ปู่ ทำไมอาจารย์ไม่เคยบอกพวกเขา
"ลุกขึ้นๆ ไม่ต้องมากพิธีไหนมาให้ข้าดูหน่อยเ้าพวกเด็กน้อยทั้งหลาย" หลินเหวินเจ๋อถูกชะตากับเหล่าเด็กน้อยพวกนี้เป็อย่างมาก เขาเห็นั้แ่ที่พวกเขากำลังสู้กับหมาป่าพวกนั้น แม้จะยื่นมือไปช่วยแต่ก็าเ็ไม่น้อยเลยทีเดียว
"ทำให้อาจารย์ปู่กังวลแล้วพวกเราาเ็กันเล็กน้อยขอรับ" โม่อวี้หรานยังไม่ลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าชายชรากล่าวเสียงสั่น
"เล็กน้อยที่ใดกันหา ข้านึกว่าท่านจะตายเสียแล้ว" หลินเซียวลุกขึ้นเท้าเอวมองหน้าโม่อวี้หรานเขม็ง
"ศิษย์น้องอย่าเสียมารยาท" โม่อวี้หรานดึงข้อมือหลินเซียวให้นั่งลง
"เอาล่ะๆไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว พวกเ้าควรกลับกันไปได้แล้วเสี่ยวโม่คงจะกังวลแย่แล้ว" ชายชราจับมือของเด็กน้อยทั้งสองให้มานั่งข้างๆเขา
"แล้วท่านล่ะขอรับ จะกลับไปกับเราหรือไม่" มู่ไป๋เอ่ยถาม
ชายชรายิ้มน้อยๆก่อนจะส่ายหน้า ''ข้ายังมีเื่ที่ต้องทำคงจะไปกับพวกเ้าไม่ได้แต่ข้าจะไปส่งพวกเ้าให้ถึงสำนักเอง'
"อาจางปู่ กลับไปกับเราเถอะ อาจางต้องดีใจแน่" หลินหลี่ถิงกอดขาชายชรา
ชายชราอุ้มหลินหลี่ถิงขึ้นมาบีบแก้มน้อยๆ "ไว้คราวหน้านะ"
ชายชราสะบัดมือทั้งหกคนหายมาโผล่ทางเข้าสำนักในพริบตา เด็กน้อยพากันใอ้าปากค้างโม่อวี้หรานจับมือหลินเซียวแน่น
"เสี่ยวเซียว" เสียงเด็กหนุ่มดังขึ้นหลินเซียวหันไปตามเสียงเรียกพบว่าเป็สวี่ผิงอัน หลินเซียวยิ้มตาหยีปล่อยมือโม่อวี้หรานวิ่งไปหาสวี่ผิงอัน
"ท่านมาได้อย่างไร" หลินเซียวดีใจที่ได้เจอสวี่ผิงอันอีกครั้งจับมือเขาเขย่าอย่างลืมตัว โม่อวี้หรานมองตามแผ่นหลังของหลินเซียวสายตาเลื่อนไปที่มือที่กำลังจับกันอยู่คู่นั้นพลันรู้สึกแปลกๆ
"เ้าสำนักหลินไปขอความช่วยเหลือให้มาตามหาพวกเ้าที่หายไป ข้าเลยตามมาด้วย" สวี่ผิงอันลูบหัวหลินเซียว
"ข้าไม่เป็ไรแล้วขอรับ ได้อาจารย์ปู่ช่วยไว้"หลินเซียวกำลังจะแนะนำหลินเหวินเจ๋อให้สวี่ผิงอันแต่กลับพบว่าชายชราได้หายไปแล้ว
พรึ่บบ ร่างของหลินโม่ปรากฏขึ้นทีนที "เขาล่ะ?"
คำถามที่ไม่เจาะจงว่าหมายถึงไปใคร แต่โม่อวี้หรานทราบดีว่าอาจารย์ถามหาใคร "ไปแล้วขอรับ"
"อ้อ" หลินโม่หลุบสายตาต่ำ ก่อนจะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เขารีบพุ่งมาทันทีที่ััได้ถึงพลังอันคุ้นเคยแต่เขากลับไปเสียแล้ว
"พวกเ้าเป็อย่างไรบ้าง หรานเอ๋อร์"
"ไม่เป็ไรแล้วขอรับ ทำให้อาจารย์ต้องกังวลแล้ว"
ได้ยินดังนั้นหลินเซียวหน้าหันขวับมาฟ้องอาจารย์ว่าโม่อวี้หรานาเ็อย่างไรบ้าง หลินหลี่ถิงผสมโรงเล่าเหตุการณ์ที่เห็นกับตาตัวเองอย่างยากลำบากเพราะลิ้นไก่สั้นๆของเ้าหล่อนทำให้ทุกคนจับใจความได้บ้างไม่ได้บ้าง
หลินโม่ทราบดังนั้นจึงอุ้มโม่อวี้หรานแล้วหันไปกล่าวกับสวี่ผิงอันว่าเสร็จธุระแล้วจะไปยอดเขาชิงเฟิงเพื่อขอบใจในน้ำใจครั้งนี้ ก่อนจะหายตัวไปทันที ทุกคนมองหน้ากันเหลอหลา มู่ไป๋ส่ายหน้า
"แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ" ก่อนจะอุ้มหลินหลี่ถิงเข้าสำนักไป
"ศิษย์พี่ผิงอัน ท่านจะเข้าไปกับข้าหรือไม่"
"ข้าต้องกลับไปรายงานท่านอาจารย์ ไว้ค่อยพบกันวันหลัง" สวี่ผิงอันลูบหัวหลินเซียวก่อนจะใช้วิชาตัวเบาหายไปจากตรงนั้น
หลินเซียวจึงเดินกลับเรือนพักไป เขาแวะไปหาโม่อวี้หรานแต่ไม่พบใคร อาจารย์พาศิษย์พี่ใหญ่ไปไหนนะ
หลินเซียวหลับเป็ตายไปสามวัน หลังกลับมาอาจารย์ก็เก็บตัวกับโม่อวี้หรานไม่ออกมาพบใครเลย พวกเขาทั้งสี่สงสัยว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเขาจะป่วยหนักหรือไม่ว่างจากฝึกแล้วจึงพากันมานั่งจับเจ่าอยู่หน้าเรือนพักของอาจารย์เป็อย่างนี้วนไปเป็อาทิตย์ จนวันหนึ่งอาจารย์ของพวกเขาจึงออกจากเก็บตัวพร้อมโม่อวี้หรานที่ตอนนี้ดูแปลกๆไปเหมือนคนล่ะคน
อาจารย์ของพวกเขาบอกว่าจะออกทัศนาจรอีกครั้งจึงทิ้งตำรากระบี่เทียนซินไว้ให้พวกเขาทำความเข้าใจกันเอง พร้อมสาธิตกระบวนท่าต่างๆให้พวกเขาดูจนจบเคล็ดก่อนจะลงเขาไปอย่างเร่งรีบ เด็กน้อยทั้งห้าคนมองตากันปริบๆ
"นี่คือสอนแล้ว พวกท่านเข้าจายหรือ ทะไมข้าไม่เข้าจาย" หลินหลี่ถิงเกาหัวแกกๆ
"ครั้งแรกก็แบบนี้แหละศิษย์น้องหญิง"หลินเซียวที่เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาเข้าใจดี ตบไหล่หลินหลี่ถิงแปะๆ
"เขาก็เป็อย่างเ้านี่แหละเสี่ยวถิง" โหย่วจิ่งกระซิบข้างหูหลินหลี่ถิง ทั้งสองหัวเราะคิกคักก่อนจะสบตากับหลินเซียวที่จ้องตาเขียว
วันต่อมาหลินเซียวตื่นแต่เช้าไปหาศิษย์พี่ใหญ่ของเขาตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือหลินหลี่ถิงที่กอดหมอนนั่งทำหน้าจะร้องไห้อยู่หน้าเรือนพักหันมามองหลินเซียว "วันนี้ท่านเข้าไปไม่ล่ายหรอก"
"ทำไมหรือ"
"สิกพี่หย่ายธาตุไฟเข้าแทรกจนผีเข้าสิงั้แ่เช้าแล้ว" หลินหลี่ถิงทำท่าหวาดกลัวกอดหมอนแน่น เมื่อคิดถึงเมื่อเช้าที่ตื่นขึ้นมาพบว่าโดนศิษย์พี่ใหญ่ไล่ให้ออกมาข้างนอกอย่างเ็า พร้อมสั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวน
"เป็เช่นนั้นได้อย่างไร" หลินเซียวเปิดประตูเรือนพักเข้าไปร้องเรียก "ศิษย์พี่ใหญ่ขอรับบบบบบ"
ปึกก ปังง ร่างกายเขาโดนพลังเส้นหนึ่งกระแทกตัวปลิวออกมาก่อนจะมีเสียงประตูปิดดังปัง
หลินหลี่ถิงหัวเราะจนน้ำตาเล็ด "ข้าบอกท่านแล้ว"
หลินเซียวทำหน้างง ปกติเขาเข้าออกเรือนพักของศิษย์พี่ใหญ่เหมือนเป็บ้านตัวเองแม้จะไม่เคยเคาะเรียกอย่างมีมารยาท แต่ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
"หรือว่าที่เสี่ยวถิงพูดจะเป็เื่จริง" หลินเซียวพึมพำมือลูบสะโพกที่กระแทกป้อยๆเดินขากะเผลกไปห้องสำรับหลินหลี่ถิงตามตูดไปต้อยๆ สองร่างที่เช้านี้ดูห่อเหี่ยวเป็พิเศษนั่งถอนหายใจจนโหย่วจิ่งทนไม่ไหว
"เด็กน้อยทั้งสอง ญาติเ้าเสียหรืออย่างไร" โหย่วจิ่งกอดคอหลินเซียวกับหลินหลี่ถิงคนล่ะข้างลากเข้าไปยังหอตำรา
"สิกพี่หย่ายธาตุไฟเข้าแทรกไล่ผีเข้าผีออกพวกเราออกมา" หลินหลี่ถิงมือเท้าคางเอ่ยอยากเซ็งๆ
"จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไร" มู่ไป๋เอ่ยถาม
"เป็ไปแล้ว!" หลินเซียวร้องบอกพร้อมโชว์รอยช้ำจากที่โดนกระแทกตัวปลิวเมื่อเช้า
"หรือว่าจะเป็เพราะวันนี้ที่ศิษย์พี่ใหญ่ใช้พลังสีม่วงนั่นแล้วมีผลข้างเคียงทำให้ศิษย์พี่ใหญ่แปลกไป" มู่ไป๋วิเคราะห์
"เป็ไปได้" ทั้งสี่คนพยักหน้าพูดพร้อมกัน
"งั้นเราจะทำอย่างไรดี ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ออกจากเรือนมาหลายวันแล้ว" หลินเซียวถามความเห็น
"ถ้าผีเข้าก็ต้องไล่ผี" โหย่วจิ่งกอดอกเอ่ยอย่างมั่นใจ
"ยังงาย" หลินหลี่ถิงมองหน้าโหย่วจิ่งระคนตื่นเต้น
"ตามข้ามา" ทั้งสี่คนเดินตามหลังกันต้อยๆเข้าหอตำราไป โหย่วจิ่งสั่งให้แต่ล่ะคนไปหาของที่เขา้าในการประกอบพิธีมา เมื่อได้ของมาครบจึงวางแผนจะทำอย่างไรให้โม่อวี้หรานยอมออกมาจากเรือนพักแล้วพวกเขาจะทำพิธีกันอย่างไร หลังจากสุมหัวกันแล้วจึงแยกย้ายไปทำตามแผนของแต่ล่ะคนอย่างมุ่งมั่นที่จะไล่ผีให้โม่อวี้หรานให้จงได้