หลังจากที่วู่เทียนหลางพาห่าวหรานไปดูส่วนต่าง ๆ ของสำนักเรียบร้อย วันต่อมามันก็ได้เริ่มงานทันที ชินอี้มอบหมายงานประเภทที่ต้องอาศัยพละกำลังให้ห่าวหรานเป็ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็การไปซื้อเสบียงจำนวนมากที่ตลาด เมื่อก่อนหากชินอี้จะส่งคนไปมันจำต้องใช้คนในฝ่าย 9-10 คนไปช่วยกันคน และ บางครั้งยังต้องไป ๆ กลับ ถึงสามสี่รอบเพื่อให้ได้เสบียงอาหารพอเลี้ยงคนทั้งเดือน ทว่า ยามนี้มีห่าวหรานทำหน้าที่ ด้วยมันเพียงผู้เดียวก็สามารถแบกหมูป่าั์สีน้ำตาลกลับมาได้อย่างง่ายดาย ทำให้ทุนเวลา ทุนกำลังคนไปได้มากโข
และ ยังไม่ใช่เพียงแค่นั้น เมื่อห่าวหรานนำวัตถุดิบขนาดมหึมากลับมาถึงสำนัก มันเองนั่นแหละที่เป็คนลงมือแล่เนื้อเองทุกส่วน และถ้าไม่ติดว่าในสำนักพิทักษ์ฟ้ามีพ่อครัวประจำอยู่แล้ว ห่าวหรานเองก็ตั้งใจจะปรุงอาหารด้วยตัวเอง
จนเมื่องานที่ชินอี้มอบหมายจบ ห่าวหรานก็คิดที่จะไปหาธงหยวนไท่ต่อ ทว่า…มันกลับต้องผิดหวังเพราะ่นี้ ไม่มีสิ่งใดให้หลอม หรือตีเป็อาวุธแม้แต่ชิ้นเดียวห่าวหรานจึงต้องไปหาสิ่งอื่นทำแทน..
ห่าวหรานไหล่ตก พร้อมทอดถอนให้ยาวขณะที่เดินไปเดินมารอบ ๆ สำนักในยามบ่าย
"มิรู้ข้าทำงานเสร็จไวเกินไป หรือเพราะโชคไม่ดีกันแน่ คิดจะไปช่วยพี่ธงหยวนที่ฝ่ายหลอมอาวุธ เขาก็ไม่มีสิ่งใดให้ทำ แล้วเวลาที่เหลือข้าจะทำอันใดต่อดี"
ห่าวหรานเดินบ่นพึมพำไปเรื่อย ๆ ก่อนมันจะมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้บานใหญ่ ซึ่ง้ามีป้ายเขียนไว้ว่า 'ฝ่ายอักษร'
"หือ? ฝ่ายอักษรรึ? เมื่อวานท่านเ้าสำนักพาข้ามาดูแล้วรอบหนึ่ง แต่ก็เพียงเดินผ่าน มิได้เข้าไปด้านใน ด้วยท่านว่าในนี้มีแต่ตำรามากมายน่าเบื่อ ส่วนพี่ชินอี้ก็กล่าวว่า นาน ๆ ครั้ง ถึงจะส่งคนมาช่วยจัดเรียงหนังสือในห้องสักครั้ง ตัวข้าเองก็ไม่ค่อยสนใจตำรับตำราสักเท่าไหร่เช่นกัน ทว่า…ยามนี้ไม่รู้จะไปไหนเช่นนั้นข้า เข้าอ่านอะไรสักหน่อยดีกว่า"
ห่าวหรานเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มก่อนที่มันจะเปิดประตู และก้าวเท้าเข้าไป
เมื่อเข้ามาในห้อง ห่าวหรานก็ถึงกับต้องตื่นตะลึงตัวแข็งค้าง เบื้องหน้าของมันยามนี้มีชั้นหนังสือสูงมากมายเป็ร้อย ๆ ชั้นตั้งเรียงรายกันอยู่ ในแต่ล่ะชั้นก็อัดแน่นไปด้วยตำรามากมาย เก่าบ้าง ใหม่บ้างคละเคล้ากัน ทว่า…สิ่งที่มีน้อยดูเหมือนจะเป็ผู้คนในนี้เสียมากกว่า นับจากสายตาที่ห่าวหรานเห็นน่าจะไม่เกิน30 คน มีผู้ที่แต่งกายด้วยชุดสีขาวขอบเสื้อเป็สีฟ้าประมาณ 20 คน เหล่านี้คือ คนของฝ่ายอักษร ส่วนที่เหลือน่าก็จะเป็คนจากฝ่ายอื่น ๆ
"ช่างกว้างใหญ่โตเป็ยิ่งนัก นี่รึฝ่ายอักษร อืม..แล้วข้าจะอ่านสิ่งใดดีล่ะเนี่ย ไม่ได้คิดมาก่อนเสียด้วย" ห่าวหรานยังคงยืนงึมงำก่อนกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างงง ๆ ทว่า…ในยามนั้นเองก็ได้มีเสียงของสตรีผู้หนึ่ง กระแอมไอ และกล่าวขึ้น
"เ้าเป็ผู้ใดกัน..? ไยจึงมายืนตัวแข็งอยู่เช่นนี้ ดูจากชุดสีเทา เป็คนของฝ่ายงานทั่วไปใช่หรือไม่"
พอห่าวหรานได้ยินเสียงมันก็พลันหันไปหาผู้ที่เอ่ยถาม เมื่อได้เห็นมันก็พบว่านางเป็เด็กสาวหน้าตาน่ารักสวมชุดผ้าสีขาวแถบฟ้า ถักผมเปียยาวสองข้าง สวมแว่นตาหนาเตอะ ส่วนสูงน้อยกว่าห่าวหรานพอสมควร แต่อายุน่าจะใกล้เคียงกับมัน
"เอ่อ..คือ..ข้า….ข้า…."
"เ้าจะอ้ำอึ้งอันใด..? ทำอย่างกับไม่เคยเข้ามาในฝ่ายนี้ เอ๋ หรือว่าเ้าพึ่งเข้ามาใหม่ในสำนักกระนั้นรึ" เด็กสาว ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามมันต่อ ห่าวหราน พอได้ยินมันก็รวบรวมสติ และพยักหน้ารับอย่างแช่มช้า
"ใช่จริง ๆ ด้วย มิน่าเล่าข้าจึงไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อน ว่าแต่มีธุระอันใด ศิษย์พี่ชินอี้ใช่มาทำงานรึ? "
"หามิได้ หัวหน้าใหญ่ชินอี้ไม่ได้ส่งข้ามาทำงานอันใด หากแต่ข้าทำงานเสร็จแล้ว จึงมีเวลาว่าง พอดีเดินผ่านมาแถวนี้ จึงคิดเข้ามาหาหนังสืออ่านฆ่าเวลาสักหน่อย"
พอห่าวหรานกล่าวจบ ดูเหมือนเด็กสาวผู้เข้ามาทักจะมีสีหน้าประหลายใจมากกว่าเดิมอีกหลายส่วน
"ฟังแล้วข้าในัก"
"ใอันใด"
"ย่อมใเพราะน้อยคนนักที่คิดจะก้าวเท้าเข้ามาในฝ่ายของข้า หากมิใช่มีความจำเป็ต้องค้นคว้าข้อมูลสำคัญ ประตูหน้าห้องแห่งนี้ ก็มิได้ต่างกำแพงธรรมดาที่ผู้คนในสำนักจะเดินผ่านเลยไปโดยไม่ชายตามอง ยิ่งเป็คนของฝ่ายงานรับใช้ ซึ่งทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งวันแล้วด้วย พวกเขาไม่มีวันเขามาหาหนังสือในห้องนี้อ่านเพื่อให้ปวดหัวเพิ่มเป็แน่ แต่เ้ากลับ….."
"แท้จริงเป็เช่นนี้นี่เอง ข้าคงไม่เหมือนคนอื่นกระมังเ้าไม่ต้องใส่ใจหรอก จริงเ้า….."
"อ๋อ ลืมไป ข้ามีนามว่า ฮุ่ยเฟิน เป็ศิษย์ปี 2 ของฝ่ายอักษร แล้วเ้าล่ะ"
"ข้ามีนามว่า ห่าวหราน ยินดีที่รู้จักแม่นาง ฮุ่ยเฟิน"
"ห่าวหราน..รึ? ดูเหมือนข้าจะคุ้นชื่อนี่อยู่ เ้าใช่ผู้ที่ช่วยชาวเมืองจากพวกสัตว์อสูรฟ้าดินเมื่อหลายวันก่อนใช่หรือไม่"
"เป็ข้าเอง เ้ารู้จักข้างั้นรึ? "
"ย่อมรู้สิ วีรกรรมที่เ้าทำไว้มีผู้คนในสำนักพูดถึงกันไม่น้อย แม้นพวกข้าจะหมกตัวอยู่ในฝ่ายนี้เป็ส่วนใหญ่ แต่ก็พอจะได้ยินเื่ของเ้ามาบ้าง"
"วีรกงวีรกรรมอันใด เ้ากล่าวเกินไปแล้ว ข้าก็เพียงทำเท่าที่ตนเองจะทำได้แค่นั้นเอง ผู้อื่นยังทำมากกว่าข้าอีก"
"ฮ่าๆๆๆ ถ่อมตัวจริงนะเ้า เอาเถิด ๆ เมื่อสักครู่เ้าบอกว่าจะเข้ามาหาหนังสืออ่านสินะ เช่นนั้นข้าจะเป็คนแนะนำให้เอง เ้าตกลงหรือไม่"
"ได้แบบนั้นก็ดีเลยแม่นาง ฮุ่ยเฟิน ขอขอบใจเ้ามาก ๆ "
"แม่นงแม่นางอันใดกัน อายุเ้ากับข้าก็ไม่ต่างกันมาก เผลอ ๆ เราจะรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ เพียงแค่ข้าอยู่ในสำนักมาก่อน อย่าเรียกแบบนั้นเลย เรียกชื่อตรง ๆ ก็ได้"
"เช่นนั้นข้าขอรบกวนด้วย ฮุ่ยเฟิน"
"ดีมากห่าวหราน เช่นนั้นก็ตามข้ามา ข้ามีหนังสือที่น่าสนใจเยอะแยะรับรองว่าเ้าจะต้องถูกใจเป็แน่"
เมื่อนั้นห่าวหรานจึงเดินตามเด็กสาวที่มีนามว่า ฮุ่ยเฟิน เพื่อไปหาหนังสือที่มัน้าจะอ่านเพื่อฆ่าเวลา…
ห่าวหรานนั้นแม้นจะไม่ค่อยอ่านหนังสือเท่าไหร่ แต่ฮุ่ยเฟินก็สอบถามไปสอบถามมาจน ได้รู้ว่า ห่าวหรานนั้นชอบการต่อสู้ เคยล่าสัตว์อสูรฟ้าดินมามากมาย นางจึงพามันไปแถว ๆ ชั้นที่มีตำราบันทึกสัตว์อสูรฟ้าดินอยู่ ซึ่งพอห่าวหรานได้อ่านมันก็พลันบังเกิดความสนอกสนใจเป็อย่างมาก
ในตำรามีทั้งแหล่งที่อยู่ มีทั้งจุดอ่อนจุดแข็งหากต้องต่อกรด้วย และที่สำคัญยังมีสถิตในการได้รับของวิเศษเมื่อกำจัดพวกมันได้แล้ว ทว่า ห่าวหรานนั้นรู้ดีแก่ใจว่า ตัวเลขที่จดอยู่ในกระดาษนั้นมิอาจแม่นยำเท่า กับการใช้เนตรเทวะรู้แจ้งของมันแม้แต่น้อย
ห่าวหรานเพลิดเพลินไปกับการอ่านบันทึกตำราสัตว์อสูรฟ้าดินจนเวลาผ่านไปหลายชั่วยาม กว่าจะรู้ตัวอีกครั้ง ฮุ่ยเฟินก็มาตามมันไปทานอาหารเย็นที่โรงอาหารของสำนักเสียแล้ว…
จบบท