หลังจากฟังเื่ราวของท่านัในครั้งนั่นเวลาก็ผ่านมาแล้วถึงหนึ่งปีเต็มตอนนี้จิ๋นเม่ยหลงรับสืบทอดพลังจาก ั อนธการ มาได้หนึ่งส่วนแล้วร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา นับวันพลังมารของจิ๋นเม่ยหลงยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เขาสามารถสร้างร่างเงาตาม ั อนธการ ได้แล้วแต่พลังของร่างเงานั้นนับว่าห่างไกลจากของ ั อนธการ มากอยู่
"ถ้าหากการสืบทอดพลังยังคงราบรื่นเช่นนี้ อีกไม่ถึงสิบปีเ้าต้องรับมันได้ทั้งหมดเป็แน่" ั อนธการ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทุกๆครั้งที่มองไปยังจิ๋นเม่ยหลงจิตใจของ ั อนธการ ก็ยิ่งสั่นไหวขึ้นทีละเล็กทีละน้อยเพราะ จิ๋นเม่ยหลง ไม่ว่าจะสอนอะไรให้ก็ทำมันได้โดยง่ายไม่ติดขัดตรงไหนเลยแม้แต่น้อย ั อนธการ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสำหรับเด็กน้อยผู้นี้แล้วเป็เพราะ พร์ หรือ พรแสวง กันแน่
จิ๋นเม่ยหลง จะแบ่งเวลาในหนึ่งวันดังนี้ สิบสองชั่วโมงซึมซับพลังของ ั อนธการ แปดชั่วโมงฝึกฝนฝีมือกับร่างเงา ของ ั อนธการ ส่วนอีกสี่ชั่วโมงที่เหลือคือการฟื้นฟูร่างกายและนอนหลับพักผ่อน ถึงแม้จิ๋นเม่ยหลงจะนอนหลับน้อยแต่ด้วยพลังมารทำให้การฟื้นฟูสภาพร่างกายของจิ๋นเม่ยหลงนั้นไม่ต่างจากการนอนหลับระยะยาว
จิ๋นเม่ยหลง ค่อยๆเหยียดกายยืนขึ้นช้าๆ "ท่านั ข้าจะมีโอกาสกลับมามีพลังปราณได้หรือไม่?" สีหน้าคาดหวังของจิ๋นเม่ยหลงมองไปทาง ั อนธการ
"ถ้าหากเ้าโชคดีละก็นะ ผู้สืบทอดของสัตว์เทพเช่นข้าทุกคนจะได้รับการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่หากว่าเ้าโชคดีเ้าอาจจะได้รับการกำเนิดใหม่ การกำเนิดใหม่ทุกส่วนของร่างกายเ้าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง" ั อนธการ กล่าวตอบ
จิ๋นเม่ยหลง หรี่ตาลงครั้งหนึ่ง หยิบของสิ่งหนึ่งออกมา "ท่านพอจะรู้จักของสิ่งนี้หรือไม่" ั อนธการ จ้องมองครู่หนึ่ง "กำไลข้ามมิติ? เหตุใดเ้าจึงมีสิ่งนี้ได้" ัอน ธการยังคงกล่าวต่อไป "กำไลในมือเ้านั้นนับว่าหาได้ยากยิ่ง วิธีใช้มันมีอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งก็คือหากเ้าใช้มันจะพาเ้าไปในที่ใดสักแห่งไม่สามารถรับรู้ได้ แบบที่สองก็คือเ้าสามารถระบุตำแหน่งได้ว่าจะไปที่ใด.. มันถูกระบุตำแหน่งที่จะไปแล้วหรือยัง?"
"...ข้าเองก็ไม่รู้ว่าถ้าหากข้าใช้มันมันจะพาข้าไปที่แห่งใด แต่ท่านบอกว่ามันสามารถระบุตำแหน่งที่จะไปได้?" จิ๋นเม่ยหลง ส่ายหน้าขึ้นครั้งหนึ่งแล้วก็เงยหน้าขึ้นมอง ั อนธการ
"เ้า้าไปที่แห่งใด ข้าสามารถใช้พลังปราณระบุตำแหน่งของมันได้ ข้าเองก็ได้ไปมาหลายดวงดาวหลายดินแดนที่พบเจอ ที่ๆเ้าอยากไปข้าเองก็อาจจะรู้จัก เ้านำมันมาฝากไว้ที่ข้าก่อน" หลังสิ้นเสียงของ ั อนธการ ก็มีหมอกสีดำเล็กๆขึ้นลอยเข้ามากลืนกินกำไลข้ามมิติในมือของจิ๋นเม่ยหลง
จิ๋นเม่ยหลงไม่ได้แสดงท่าทีขัดขืนหรือไม่เห็นด้วยแต่อย่างใด ในเมื่อตนไม่สามารถที่จะใส่พลังปราณลงไปในกำไลข้ามมิติได้อยู่แล้ว การได้ั อนธการ ช่วยเหลือเื่นี้สมควรจะเป็การที่ดีกว่าเก็บไว้กับตนเอง จิ๋นเม่ยหลง เปิดปากพวกอีกครั้ง "ชีวิตข้าเกิดมาไม่เคยพบหน้าบิดามารดา ข้าเองก็อยากที่จะเห็นหน้าพวกท่านสักครั้งในชีวิต.. ท่านพอจะรู้สักดินแดนเทพมารหรือไม่?"
ั อนธการ นิ่งไปครู่นึง "ดินแดนเทพมาร..." พึมพำเล็กน้อย จากนั้นก็จ้องไปที่จิ๋นเม่ยหลง "แน่นอนข้ารู้จัก เพราะที่ๆข้าจากมาคือที่นั้น การที่เ้าจะไปดินแดนเทพมารได้นั้นมันต้องใช้พลังปราณมหาศาลในการระบุตำแหน่ง ข้าเองก็จะทำอย่างเต็มที่ ตัวเ้าในตอนนี้ไม่ต้องสนใจเื่อื่นใด จงคิดแค่สืบทอดพลังของข้าเป็อันดับแรก"
จิ๋นเม่ยหลง ค่อยๆนั่งลงและหลับตา
หนึ่งเดือนผ่านไป พลังที่ ั อนธการ ถ่ายทอดให้ตอนนี้เริ่มที่จะช้าลง "เกิดอะไรขึ้น มันไม่น่าจะเป็แบบนี้นี่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหตุใดพลังของมันไม่เพิ่มขึ้นเลย" จิ๋นเม่ยหลง รู้ดีว่าร่างกายของตัวเองไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงเลยตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตอนนี้สีหน้าของเขามีความวิตกกังวลอยู่มาก
สองเดือนผ่านไป ก็ยังเป็เช่นเดิม จิ๋นเม่ยหลง ไม่สามารถซึมซับพลังของ ั อนธการ ได้เลย "ชิ เดือนนี้ก็เป็อีกแล้วงั้นรึ เ้าเด็กน้อยร่างกายของเ้ารู้สึกอย่างไร?" เสียง ั อนธการ แฝงไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย "ขะ..ข้ารู้สึกว่าร่างกายเหมือนจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ" จิ๋นเม่ยหลงเหงื่อท่วมร่างราวกับเพิ่งจะอาบน้ำ น้ำเสียงฟังดูแล้วไร้เรี่ยวแรงอย่างยิ่ง
"ร่างกายจะแตก? หรือว่ามันกำลังจะได้รับการเปลี่ยนแปลง ไม่น่าจะเป็ไปได้มันรับพลังของข้าไปแค่ส่วนเดียวเอง การที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงจากการสืบทอดพลังของสัตว์เทพต้องซึมซับให้ได้ถึงหกส่วน นี่มันกลับได้รับการเปลี่ยนแปลงั้แ่แรกเริ่ม!!" ั อนธการ เริ่มที่จะเข้าใจเหตุผลแล้วว่าเหตุใดจิ๋นเม่ยหลงถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลยตลอดสองเดือนมานี้
เดือนที่สาม ร่างกายจิ๋นเม่ยหลง แย่ถึงขีดสุดลมหายใจติดขัด
เดือนที่สี่...
เดือนที่หก จิ๋นเม่ยหลงตอนนี้ไม่สามารถแม้จะลุกขึ้นยืนได้ร่างกายคล้ายกับถูกทับด้วยูเาทั้งลูก
เดือนที่เจ็ด "อ๊ากกกก" จิ๋นเม่ยหลง ร้องออกมาด้วยความทรมานร่างนอนดิ้นอย่างทุรนทุรายอยู่กับพื้น "ร่างกายข้าเหมือนจะแตกออก อ๊ากกกก" น้ำเสียงของจิ๋นเม่ยหลงฟังดูแล้วราวกับจะสิ้นใจลงในทันที หลายเดือนมานี้ ั อนธการ ไม่ได้ปริปากพูดออกมาแม้แต่คำเดียว คอยเฝ้ามอง จิ๋นเม่ยหลง แบบไม่คลาดสายตา ร่างกายของจิ๋นเม่ยหลงมีรอยปริแตกทั่วร่างโลหิตไหลซึมออกจากลอยปริแตกนั้น
"แค่ก..แค่ก" จิ๋นเม่ยหลงแค่นเสียงออกมาออกมาครั้งสุดท้ายจากนั้นร่างก็แน่นิ่งไป
...หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวของจิ๋นเม่ยหลง "เห้ออ..ก็คิดไว้แล้วว่าคนธรรมดาไม่สามารถที่จะสืบทอดพลังของข้าได้เสียดายยิ่งนักที่ต้องมาตายั้แ่อายุแค่นี้ พรสววรค์ของมันนับว่าสูญเปล่าเสียแล้ว" ั อนธการ ส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ เจ็ดเดือนที่ผ่านมาแม้ตนเองจะไม่ได้ปริปากพูดออกสักคำ แต่ก็ยังคงถ่ายเทพลังปราณลงในกำไลข้ามมิติอยู่ตลอด
สองชั่วโมงผ่านไป.. ร่างของจิ๋นเม่ยหลงก็ยังคงไร้การเคลื่อนไหวใดๆ
สามชั่วโมง...
สี่ชั่วโมง..
หกชั่วโมง.. ตอนนี้ั อนธการ เริ่มที่จะเลิกคาดหวังแล้ว "จบแล้วสินะ" ขณะที่กำลังจะถอดใจ ในตอนนั้นเอง ั อนธการ ก็พลันสังเกตเห็น รอบๆกายของจิ๋นเม่ยหลงก็มีพลังมารพุ่งพรวดออกมาอย่างบ้าครั่งพลังมารเริ่มที่รักษาอาการาเ็ของจิ๋นเม่ยหลงรอยปริแตกค่อยๆหายไปจนกลายเป็ผิวเรียบเนียนเช่นเดิม..