หมอหนุ่มหลิวหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อััชีพจรของจ้าวเฟิง
“เืลมของคุณชายเดินไม่ดีเลย” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “ต้องปรับสมดุลในร่างกายด้วยการแช่บ่อน้ำแร่สมุนไพร”
หมอหนุ่มหันไปสั่งบ่าวไพร่ของจวนที่ยืนรออยู่หน้าประตู
“เตรียมรถม้า พาคุณชายไปที่บ่อน้ำแร่สมุนไพรนอกเมืองทันที ข้าจะเดินทางไปด้วยเพื่อดูแลการรักษาให้สมบูรณ์”
บ่าวไพร่รับคำสั่งอย่างรวดเร็วและรีบจัดเตรียมทุกอย่างตามคำสั่งของหมอหนุ่ม ไม่นานนัก รถม้าก็ออกเดินทางไปยังบ่อน้ำแร่ที่ว่ากันว่าเป็สถานที่รักษาชั้นเลิศสำหรับผู้สูงศักดิ์
เมื่อถึงที่หมาย หมอหนุ่มลงจากรถม้าและช่วยพยุงคุณชายไปยังบ่อน้ำแร่ด้วยตนเอง
ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวไพร่ของคุณชายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความหนักแน่น
“พวกเ้ากลับไปก่อน ทิ้งรถม้าไว้ที่นี่ เดี๋ยวเสร็จแล้วข้าจะพาคุณชายขึ้นรถม้านี้กลับจวนเอง”
บ่าวไพร่รับคำสั่งอย่างนอบน้อม ก่อนจะรีบเดินทางกลับไปยังจวนตามคำสั่ง
ในห้องอาบน้ำ บรรยากาศอบอวลด้วยไอร้อนและกลิ่นสมุนไพรที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว อ่างไม้ขนาดใหญ่ถูกเติมน้ำร้อนจนควันลอยกรุ่น ใบสมุนไพรสีเขียวเข้มลอยอยู่บนผิวน้ำ
จ้าวเฟิงถูกนำตัวมาที่นี่โดยสาวใช้ แต่เมื่อประตูปิดลง ภายในห้องเหลือเพียงเขากับหลิวหยางสองคนเท่านั้น
จ้าวเฟิงค่อย ๆ ถอดเสื้อคลุมออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่เปราะบาง เขาก้าวลงไปในอ่างไม้
น้ำร้อนััผิวของเขาทำให้ร่างกายที่เย็นชืดเริ่มผ่อนคลาย ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมา เขาถอนหายใจเบา ๆ ขณะที่สมุนไพรเริ่มซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย
หลิวหยางยืนอยู่ด้านหลังของจ้าวเฟิง เงียบงัน มือของเขาค่อย ๆ เลื่อนไปััที่ไหล่ของนายน้อย มือที่ทั้งอุ่นและแข็งแรงเริ่มกดจุดบริเวณต้นคอและแผ่นหลังอย่างชำนาญ
จ้าวเฟิงรู้สึกถึงแรงกดที่แม่นยำ กล้ามเนื้อที่ตึงเกร็งเริ่มคลายตัว เขาหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว ขณะที่หลิวหยางเคลื่อนนิ้วไปตามแนวกระดูกสันหลังอย่างตั้งใจ
ทุกััของหมอหลวงหนุ่มผู้นี้ทำให้เืลมในตัวเขาค่อย ๆ ไหลเวียนดีขึ้น แต่ในใจของจ้าวเฟิงกลับเกิดความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่านั้น
น้ำร้อนในอ่างกระตุ้นร่างกายของจ้าวเฟิงให้ตื่นตัว เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปััที่ขาของหลิวหยางที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
จ้าวเฟิงนั่งแช่อยู่ในอ่างไม้ น้ำร้อนที่ผสมสมุนไพรยังคงส่งไออุ่นขึ้นมากระทบใบหน้าของเขา
มือของเขาค่อย ๆ เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ราวกับตั้งใจยั่วเย้า มือที่เปียกชุ่มจากน้ำร้อนเลื่อนจากขอบอ่างไปััที่ขาของหลิวหยาง ผ้าบางของชุดหมอหลวงที่เปื้อนน้ำเล็กน้อยเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้า
เขาค่อย ๆ ลูบไล้ขึ้นไปตามต้นขา ปลายนิ้วััถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่ตึงตัวจากการยืนนาน ความอบอุ่นจากร่างกายของหลิวหยางซึมผ่านผ้าบาง ๆ เข้ามาที่ปลายนิ้วของจ้าวเฟิง
ยิ่งมือของเขาเลื่อนสูงขึ้น ความรู้สึกในใจของจ้าวเฟิงยิ่งร้อนระอุ เขา้าเห็นหมอหลิวหยางเสียการควบคุม
้าเห็นหมอหลวงผู้นิ่งขรึมคนนี้แตกสลายภายใต้ััของเขา มือของเขาคืบคลานไปจนถึงจุดที่อ่อนไหวที่สุดของหมอหนุ่ม
ปลายนิ้วััได้ถึงความตึงแน่นที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผ้าบริเวณแกนกายของหมอหนุ่มหลิวหยาง
รูปทรงของมันเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อผ้าถูกกดทับจากน้ำหนักของนิ้ว ความแข็งแกร่งที่ค่อย ๆ ขยายตัวนั้นทำให้หัวใจของจ้าวเฟิงเต้นระรัว เขากดนิ้วลงไปอีกนิด ราวกับ้าทดสอบขีดจำกัดของหมอหนุ่มผู้นี้
หมอหนุ่มรู้สึกถึงััที่ร้อนผ่าวจากมือของจ้าวเฟิง ร่างกายของเขา ซึ่งแทบไม่เคยถูกมนุษย์คนใดแตะต้องในลักษณะนี้มาก่อน ราวกับถูกจุดไฟให้ลุกโชนขึ้นในทันที
กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งแน่นจนสั่นระริก ความรู้สึกที่พุ่งพล่านจากจุดที่ถูกััแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขารู้สึกถึงหยาดแห่งพลังหยางในกายตนเองที่แทบจะทะลักออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
กระแสความเสียวซ่านวิ่งจากแกนกายขึ้นสู่สมองจนหลิวหยางต้องกัดฟันแน่น หายใจถี่รัวเพื่อสะกดอารมณ์ที่เกือบจะะเิออกมาให้อยู่หมัด
ในวินาทีนั้น หมอหนุ่มต้องรวบรวมสติทั้งหมดที่มีเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียท่าต่อหน้านายน้อยผู้นี้
ลมหายใจของหมอหนุ่มขาด่ หายใจเข้าลึกจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมคายที่เคยสงบนิ่งบัดนี้แดงระเรื่อ
ดวงตาคู่สวยที่มักแฝงด้วยความอบอุ่นกลับวาวโรจน์ด้วยความตื่นตระหนก
เขาก้มมองลงไปที่จ้าวเฟิง ริมฝีปากบางเม้มแน่น ข่มกลั้นความรู้สึกที่พุ่งพล่านราวน้ำท่วมในอก
“อย่าขอรับ คุณชาย” เสียงของหลิวหยางสั่นเครือเล็กน้อย ออกแรงพูดแต่ละคำราวกับต้องใช้พลังทั้งหมดเพื่อควบคุมตัวเอง
น้ำเสียงที่เคยราบเรียบของหมอหลวงหนุ่มแตกพร่าไปด้วยอารมณ์ที่เขาพยายามกดไว้ มือที่วางอยู่บนไหล่ของจ้าวเฟิงเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
เขากัดฟันแน่น กล้ามเนื้อกรามตึงจนเห็นเส้นเอ็นชัดเจน หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก
ความร้อนจากััของจ้าวเฟิงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะจุดที่แกนกายนั้นซ่อนตัว ซึ่งตอนนี้มันคับแน่นจนแทบปริออกจากผ้าที่ห่อหุ้มอยู่
จ้าวเฟิงมองเห็นปฏิกิริยาทั้งหมดนั้น เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาเป็ประกายด้วยความพึงพอใจที่ได้เห็นหลิวหยางต้องดิ้นรนต่อสู้กับตัวเอง มือของเขายังคงกดทับอยู่ที่จุดนั้นอีกครู่หนึ่ง
ปลายนิ้วขยับเล็กน้อยเพื่อยั่วให้หลิวหยางยิ่งเสียสติ แต่แล้วหลิวหยางก็ยกมือขึ้นจับข้อมือของจ้าวเฟิงไว้แน่น แรงบีบนั้นทั้งหนักแน่นและสั่นเทา
หมอหนุ่มดึงมือของคุณชายน้อยออกจากร่างกายของตนอย่างรวดเร็ว หายใจหอบถี่ราวกับเพิ่งวิ่งมาไกล
“ขอรับ…อย่าทำเช่นนี้อีก”
หลิวหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง สายตาของเขายังคงว้าวุ่น แต่พยายามเรียกคืนความสงบกลับมาสู่ใบหน้า