“ที่รักจะหย่าจริงๆ เหรอคะ?”
หญิงสาวที่ใส่ผ้าขนหนูผืนเดียวเดินออกมาจากห้องแล้วตรงไปควงแขนชายหนุ่ม
“ใช่!!ไม่ต้องห่วง”
ฉันตอบแทนชายตรงหน้าที่ยืนจ้องมองฉันด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
“ไม่!!
เขาค้านพลางจ้องหน้าฉันเขม็ง
กรี๊งงงง ๆ ๆ ๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตัดความตึงเครียดตรงหน้า
“สวัสดีค่ะ”
ฉันรับโทรศัพท์โดยไม่สนใจคนตรงหน้าที่จ้องอยู่
“คะ?ค่ะ เดี๋ยวให้เขาส่งให้นะคะ”
ฉันพูดก่อนี่จะกดวางสาย
“งานที่ต่างประเทศที่ให้ไปตรวจสอบเสร็จรึยัง?”
ฉันถามชายตรงหน้า
“นี่เรายังคุยกันไม่จบเลยนะ”
เขาพูด
“เสร็จรึยัง?”
ฉันถามย้ำ
“เสร็จแล้วแต่เรายังต้องคุยกัน”
เขาตอบ
“ค่อยคุย!! ถ้าเสร็จแล้วก็ส่งไปหน่อย ทางนั้นขอด่วน”
ฉันบอก
“แต่........”
เขายังคงไม่ยอม
“.................”
ฉันจ้องหน้าเขาโดยที่ไม่พูดอะไร
“เข้าใจแล้วแต่ช่วยรอก่อนนะ อย่าเพิ่งไปไหนแล้วเดี๋ยวผมกลับมา”
เขาตอบก่อนจะเดินเข้าห้องไป
“.................”
ฉันถอนหายใจแล้วหันหลังกลับกำลังจะเดินลงบันไดเพื่อที่จะได้ไปหาที่สงบจิตใจของตัวเอง
“อยากรู้ไหมว่าเมื่อไหร่?”
หญิงสาวพูดขึ้น
“อะไร?”
ฉันหันไปถามว่าเธอจะพูดอะไรอีก
“ก็น่าจะั้แ่.....”
เธอหยุดพูดไปชั่วขณะทำท่าทางเหมือนกำลังนึกย้อนไปในความทรงจำ
“ก็น่าจะเป็ตอนที่พ่อของเธอเสียล่ะมั้ง?กี่ปีแล้วนะ?”
เธอพูดแบบยิ้มๆ แล้วเดินเข้ามาใกล้ ๆ ฉัน
นั่นมัน.....ั้แ่ที่ฉันแต่งงานแรกๆ เลยไม่ใช่เหรอ? นี่พวกเขามีความสัมพันธ์แบบนี้ลับหลังฉันมาโดยตลอดสินะ
“อ๋อแล้วก็......”
เธอพูดต่อพลางขยับเข้ามาใกล้
“ฉันอุ้มท้องลูกของเขาอยู่”
หญิงสาวกระซิบ
“หา?เป็ไปไม่ได้”
ฉันใในสิ่งที่ได้ยิน
“ทำไมมันจะเป็ไปไม่ได้ล่ะ?ไม่ใช่ว่าเธอมีลูกให้เขาไม่ได้ แล้วคนอื่นเขาจะอุ้มท้องลูกของเขาไม่ได้สักหน่อย”
เธอพูดแย้ง
“ก็นั่นแหละที่ฉันหมายถึง”
ฉันโต้กลับก่อนจะกระซิบข้างหูเธอเบาๆ
“เพราะเขาเป็หมันยังไงล่ะนั่นใช่ลูกเขาแน่เหรอ?”
หลังสิ้นคำพูดฉันก็มองหน้าหญิงสาวตรงหน้า
“นี่เธอ!!”
หญิงสาวทำหน้าร้อนรนพร้อมกับผลักฉันออกอย่างแรง
โครม!!
.............กรี๊ดดดด.............
เสียงของหญิงสาวกรีดร้องดังสนั่น
เธอยืนอยู่บนบันไดพลางมองลงมาด้วยความใก่อนที่จะเปลี่ยนมาจ้องมองด้วยแววตาอำมหิตแทนในเวลาไม่นานนัก
“เฮอะ!! ตายยากจริง ๆ”
เธอพึมพำพลางเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างหงุดหงิด
“คุณทำอะไรเนี่ย!!”
ชายหนุ่มตะหวาดพลางวิ่งไปหาหญิงสาวด้วยความร้อนใจ
“เข้าไปพักในห้องก่อนนะเดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง”
เขาพูดพลางพาหญิงสาวที่กำลังหงุดหงิดเขาไปในห้อง
“...................”
ฉันได้แต่มองภาพของเขาและเธอเดินเข้าไปในห้องนอนของฉันด้วยร่างกายที่เ็ปรวดร้าวอย่างแสนสาหัสและภาพตรงหน้าก็ค่อย ๆ เลือนรางลงเรื่อย ๆ พร้อมกับสติที่เลือนรางและความคิดที่ขาวโพลน
และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันจำได้!! ก่อนที่จะรู้สึกตัวที่โรงพยาบาลแล้วนอนเป็ผักอยู่แบบนั้น ส่วนเื่หลังจากนั้น.....มันแบบ..... ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไหร่
เอาเป็ว่า.....ไม่ว่ายังไงก็ตาม ตอนนี้ฉันก็ได้ย้อนเวลากลับมาแล้ว แต่ว่าฉันย้อนกลับมาเป็่ชีวิตในตอนไหนนะ?
“จากที่ดูในกระจกก็เหมือนว่าจะเด็กลงไปเยอะเลยรึเปล่า?”
ฉันมองหาโทรศัพท์ที่น่าจะวางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง
“อะเจอแล้ว”
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาและวันที่
“06:15 น. 22/02/2025”
หน้าจอแสดงเวลาและวันที่
“ตอนที่ฉันอายุ25สินะ แต่ปกติการย้อนกลับมามันต้องเป็วันสำคัญอะไรสักอย่างสิ”
เธอครุ่นคิด
“แต่นี่มัน......วันธรรมดาสุด ๆ ไปเลยนี่”
เธองุนงงเล็กน้อยก่อนที่จะเลิกสนใจมัน
“งั้นก็แปลว่า.......คุณพ่อ!!”
เธอรีบเปิดประตูและวิ่งออกไปจากห้อง
กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งไปทั่วชั้นล่างของบ้านพร้อมกับเสียงช้อนที่กระทบขอบแก้วเป็จังหวะ
“ไงลูกสาวพ่ออรุณสวัสดิ์ เมื่อคืนหลับสบายไหม?”
เสียงที่คิดถึงเอ่ยขึ้นเฉกเช่นทุกวันเมื่อเห็นหน้าของลูกสาวอันเป็ที่รัก
“พ่อ.....”
เธอกอดชายตรงหน้าอย่างคิดถึง
ฉันคิดถึงกลิ่นกาแฟและเสียงคนแก้วในตอนเช้าคิดถึงน้ำเสียงนี้แล้วก็คิดถึงใบหน้าและอ้อมกอดนี้เหลือเกิน
“เป็อะไรฝันร้ายเหรอ?”
ชายที่อายุ55รูปร่างสูงโปร่ง ผมสีน้ำตาลสั้นปัดข้าง ตาสีฟ้าอ่อน หน้ารูปเหลี่ยมมีหวดเคราเล็กน้อยถามอย่างเป็ห่วง
“...................”
เมื่อสิ้นเสียงของเขาหญิงสาวก็ร้องไห้โฮออกมาจนทำให้เขาใ
“เกิดอะไรขึ้น?ไหนบอกพ่อหน่อย”
เขาพูดอย่างใจเย็นเพื่อเป็การปลอบเธอเล็กน้อย
เพราะเขาไม่เคยเห็นเธอร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนแม้แต่ตอนที่ไปต่อยตีกับคนอื่นเป็บางครั้งบางคราวในตอนที่เธอยังเด็ก เธอก็ไม่แม้แต่จะมีน้ำตาให้เห็นสักหยด
“พ่อ.......”
//หนูขอโทษ......หนูจะบอกพ่อได้ยังไง เื่ทั้งหมดนั้น......มันเป็ความผิดของหนูทั้งนั้น//
“หนูฝันร้าย!!มันเป็ความฝันที่โหดร้ายมากเลย”
เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่พักใหญ่
“ไม่เป็ไรนะไม่เป็ไร พ่ออยู่ตรงนี้ มันเป็แค่ความฝันเท่านั้น”
เขาลูบหลังเพื่อปลอบโยนเธอ
แต่มันไม่ใช่แค่ความฝันน่ะสิคะหนูจะเปลี่ยนมันเอง ทุกชีวิตที่ถูกพรากไปหนูจะปกป้องเอง!! และทุกสิ่งที่เคยเป็ของหนู หนูก็จะไม่ยอมเสียมันไปอีกครั้งแน่นอน หนูจะไม่ปล่อยชีวติใหม่ในครั้งนี้ให้สูญเปล่าแน่
“อายุตั้งเท่าไหร่แล้วมาขี้แยแบบนี้ได้ไง? เดี๋ยวก็โดนล้อหรอก”
พ่อดึงหน้าฉันมาดูพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“เ้าพวกนั้นใกล้จะมาแล้วนะจะไปเที่ยวกันไม่ใช่เหรอ?”
พ่อพูดเตือนสติ
เ้าพวกนั้น..... เที่ยว?
จำไม่ค่อยได้เลยแหะ