ถังจื่อหย่ง เป็คนแน่วแน่ แม้เขาตอนนี้เขาจะเป็ข้าราชการชั้นผู้น้อยแล้ว แต่หลังจากที่ได้ยิน หลิวชิงหยู่บอกว่าจะให้เขาเป็เด็กฝึกงาน เขาก็พยักหน้าแล้วพูดขึ้นอย่างไม่ลังเลทันที " ได้เลย ไม่มีปัญหา ลูกพี่เรามาชนแก้วกัน ั้แ่วันนี้คุณจะกลายเป็ลูกพี่ผม” ถังจื่อหย่งยกแก้วชนกับหลิวชิงหยู่
ทั้งสองดื่มไปพร้อมกัน
ถังจื่อหย่งมองหน้าของหลิวชิงอยู่ก็พูดขึ้นว่า “ลูกพี่ สีหน้าคุณดูเหมือนกำลังอารมณ์ไม่ดี เกิดอะไรขึ้น บอกน้องชายคนนี้ได้หรือไม่?”
หลิวชิงหยู่ถอนหายใจแล้วพูดขึ้นว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ มันเกี่ยวกับเื่บรรเทาทุกข์ตำบลกวนซาน” หลังจากหลิวชิงหยู่พูดจบ ก็อธิบายเื่ที่เกิดขึ้นในกวนซาน และเื่ที่พบกับ ซูห่าวตงเพื่อขอทุนช่วยเหลือ
หลังจากถังจื่อหย่งได้ยินก็ชูนิ้วโป้งให้ หลิวชิงหยู่แล้วกล่าวว่า “ลูกพี่ คุณเท่มาก เป็แค่นายกตัวเล็กๆ กลับกล้ามาเทศบาลเมืองใหญ่เพื่อขอทุน” เขาพูดจบก็นิ่งไปเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ผมเชื่อว่าคนที่มีใจทำเพื่อประชาชนทำทุกอย่างเพื่อประเทศอย่างคุณ พระเ้าจะต้องรักคุณแน่."
หลิวชิงหยู่ยิ้มบางๆ แล้วตอบไปว่า “ฉันไม่ต้องให้มีพระเ้ามาโปรดหรอก ฉันก็แค่นั่งในตำแหน่งนายกทำในสิ่งที่ทำได้เพื่อประชาชนเท่านั้น เพราะนี่คือหน้าที่ที่ฉันต้องทำ มาๆ ดื่มกันต่อเถอะ”
ในคืนนั้น หลิวชิงหยู่ กับถังจื่อหย่งก็ดื่มต่อกันอีกเล็กน้อย เพราะเขากำลังอารมณ์ไม่ดี แม้เขาจะดื่มไปมากจนน่าใ แต่เขาก็เมาเร็วที่สุดในกลุ่ม ในที่สุดถังจื่อหย่งและหานเซียงยี๋ก็ช่วยกันแบกเขากลับโรงแรม และสิ่งที่ทำให้ถังจื่อหย่งเชื่อมั่นในตัวหลิวชิงหยู่มันเป็เพราะแม้เขาจะเมาจนหลับไป แต่เขาก็ยังพึมพำว่า “เราเป็นายกจะต้องจัดการ..น้ำท่วม ดังนั้น ..จะต้อง..หาเงิน..บรรเทาให้ได้..”
คืนนั้นเมื่อถังจื่อหย่งกลับถึงบ้านก็ปาไปห้าทุ่มแล้ว ถังจื่อหย่งตรงไปยังห้องของพ่อของเขาทันที
ในห้องทำงานของ รองนายกเทศมนตรีถังเจี้ยนกั๋วกำลังตรวจสอบเอกสารอยู่
ถังจื่อหย่งเดินเข้าไปหาพ่อของเขาแล้วพูดขึ้นว่า “พ่อ ผมจะไปทำงานที่กวนซานนะ”
ถังเจี้ยนกั๋ว ได้ยินก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ “ไปทำงานที่กวนซาน แกจะไปทำอะไร แก้าเป็นายกหรอ ไม่ได้ แม้สถานะแกจะพอมี แต่คุณสมบัติกับความสามารถของแกยังไม่คู่ควร"
ถังจื่อหย่ง ส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่ผมจะไปเป็คนขับรถ”
ถังเจี้ยนกั๋ว เบิกตากว้างแล้วมองไปยังถังจื่อหย่งพร้อมกล่าวขึ้นด้วยความตะลึงว่า “อะไรกัน แกจะไปเป็คนขับรถ ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม”
ถังจื่อหย่ง พยักหน้า แล้วพูดขึ้นว่า “พ่อ ผมพูดจริง พ่อก็รู้ว่าผมดื้อไม่เชื่อฟังคุณมาหลายปี แล้วเอาแต่เที่ยวเตร่สำมะเลเทเมา จนทำให้พ่อเอือมระอา แต่ผมคิดได้ว่า ถ้าผมยังทำตัวเหลวไหลต่อไป ผมจะกลายเป็คนไร้ค่า วันนี้ผมได้เจอลูกพี่ผม แล้วเขายอมรับผมเป็เด็กฝึกงานแล้วด้วย ดังนั้นผมเลยคิดจะไปกวนซานและขับรถให้เขา ก่อนที่จะเริ่มก้าวเดินชีวิตใหม่อีกครั้ง”
“แกพูดว่าอะไรนะ ลูกพี่ ลูกพี่คนไหน คนขับรถอะไร เกิดอะไรขึ้น” ถังเจี้ยนกั๋ว ตกตะลึง เขาไม่คิดเลยว่าคำพูดแบบนี้จะออกมาจากปากลูกชายของเขาที่ไม่ค่อยจะเอาการเอางาน
ถังจื่อหย่ง ได้เล่ารายละเอียดเื่ที่ต้องเจอกับ ต่งเทียนปา และรวมไปถึงที่หลิวชิงหยู่กับหานเซียงยี๋เข้ามาช่วย รวมถึงเื่ที่พูดคุยระหว่างดื่มเบียร์ด้วย “พ่อ ผมรู้พ่ออาจจะไม่ชอบ แต่ที่ผมดื่ม เที่ยวเล่นมาตลอดเพราะผมมีฐานะเป็ข้าราชการชั้นสองและเป็ลูกชายของพ่อ ทำให้มีคนเข้ามาประจบผมมากมายจนผมได้ใจ และสูญเสียเป้าหมายในชีวิตไป และตอนที่ผมได้เผชิญกับต่งเทียนปาทำให้ผมรู้ถึงความอ่อนแอของตัวเอง ในฐานะลูกชายของพ่อ ถึงผมจะทำสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ แต่พอได้เจอคนที่เหนือกว่า ผมมันไม่มีอะไรเลย ตอนนี้ผมจึงเข้าใจแล้วว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ลูกพี่ของผม เขาเด็กกว่าผม แต่ได้เป็นายกเทศมนตรีของตำบลแล้ว และในใจของเขาก็คำนึงถึงผู้คนอยู่เสมอ แม้เขาจะเหนื่อยล้า และขมขื่น จากอุปสรรคที่ถาโถม แต่เขาก็ยืนหยัดต่อสู้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง ดังนั้นผมอยากจะติดตามเขา เดินตามรอยเขาและเริ่มชีวิตใหม่ของผม ผมอยากทำสิ่งดีๆ เพื่อประชาชนเหมือนกับพ่อบ้าง”
หลังจากได้ยินคำพูดของลูกชาย ถังเจี้ยนกั๋วก็เงียบไป เขาไม่คิดว่าหลิวชิงหยู่กับลูกชายของเขาที่เจอกันไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับสามารถเปลี่ยนความคิดลูกชายของเขาได้ขนาดนี้ ตอนนี้เขาเริ่มอยากจะรู้เื่ราวเกี่ยวกับตัวของหลิวชิงหยู่ เขารู้ว่าหลิวชิงหยู่มีอายุ 22 ปี แต่กลับเป็คนที่มีความสามารถมาก แม้ถังเจี้ยนกั๋ว จะไม่ค่อยสบายใจที่ลูกชายของเขายอมออกจากตำแหน่งไปเป็คนขับรถให้หลิวชิงหยู่ แต่เขาก็ดีใจที่ลูกชายของเขาเปลี่ยนไป และรู้จักคิด ปรารถนาจะทำเพื่อผู้อื่น เขาจึงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า “ลูกบอกว่าหลิวชิงหยู่เข้าเมืองมาเพราะ้าขอความช่วยเหลือเพื่อกวนซานใช่ไหม? "
ถังจื่อหย่งพยักหน้าแล้วพูดตอบกลับไป “ใช่แล้วครับพ่อ กวนซานประสบภัยน้ำท่วมมีบ้านเรือนหลายหลังได้รับผลกระทบ และผู้คนกำลังตกระกำลำบาก พวกเขา้าความช่วยเหลือ”
ได้ยินเื่นั้น ถังเจี้ยนกั๋วก็ขมวดคิ้วแน่น แล้วพึมพำว่า “เป็ไปได้ยังไง จิงหลินไม่ได้รายงานความเสียหายของกวนซานมา พวกเขาบอกว่ามีแค่ฝนตกหนักในจิงหลิน มีบางที่ได้รับผลกระทบบ้างบางส่วน ซ้ำยังบอกพวกเขาสามารถจัดสรรงบประมาณบรรเทาทุกข์ได้ทั้งหมด”
หลังจากพูดจบ ถังเจี้ยนกั๋วก็มองไปยังถังจื่อหย่งแล้วพูดว่า “เอาล่ะ พ่อเข้าใจแล้ว ในเมื่อแกตัดสินใจเป็คนขับรถก็แล้วแต่ ฉันไม่ห้าม”
วันรุ่งขึ้น หลังจากหลิวชิงหยู่ตื่น เขาก็ได้เตรียมตัวและขับรถตรงไปยัง ศูนย์ราชการประจำเมือง ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อเขามองก็พบว่ามันเป็เบอร์ที่ไม่คุ้นเคย หลิวชิงหยู่จึงลองรับสายแล้วเขาก็ได้ยินว่า “หลิวชิงหยู่ จากกวนซานใช่ไหม ผมติงจ้าวเฉวียน เป็เลขาของท่านนายกถัง ท่านนายกถังได้บอกให้ผมติดต่อคุณให้เข้ามาพบท่านในเวลาเก้าโมงเช้า” หลังจากพูดจบปลายสายก็วางสายลงไปทันที
หลิวชิงหยู่ตกตะลึง ในเวลานี้ หงซานจินที่ขับรถเองก็ตัวสั่น เขาได้ยินเสียงจากโทรศัพท์ของหลิวชิงหยู่ เขาไม่คิดเลยว่ารองนายกเทศมนตรีจะติดต่อหาหลิวชิงหยู่โดยตรง นี่มันอะไรกัน หรือรองนายกถังเป็คนหนุนหลังหลิวชิงหยู่ หากเป็แบบนั้นสถานะของหลิวชิงหยู่ในกวนซานจะต้องแข็งแกร่งขึ้น เขาคิดว่าในอนาคตเขาต้องติดตามหลิวชิงหยู่แล้ว ที่จริงแล้วที่เขาตามหลิวชิงหยู่เพราะหลิวชิงหยู่เป็คนลากเขามา เมื่อได้เห็นหลิวชิงหยู่เผชิญหน้ากับซือเจิ้นเฉียงเขาจึงเริ่มเกิดความลังเล หากหลิวชิงหยู่ไม่สามารถสู้ซือเจิ้นเฉียงได้ เขาก็จะเลือกติดตามซือเจิ้นเฉียงต่อไป เพียงแค่ปกปิดเื่นี้กับหลิวชิงหยู่ก็เพียงพอแล้ว
หลิวชิงหยู่เองก็ตกตะลึง เขาไม่คิดว่ารองนายกจะโทรมาหาเขาเอง มันทำให้เขาตื่นเต้นแล้วก็สับสน เพราะตามปกติแล้ว ด้วยระดับและคุณสมบัติของอีกฝ่าย ไม่ต้องพูดถึงรองนายกเทศบาลเมือง แม้แต่เลขารองนายก เขาก็ยังไม่มีสิทธิ์ได้รู้จัก ในเวลานี้หลิวชิงหยู่กล่าวเบาๆ ว่า “รองนายกอาจเกี่ยวข้องกับถังจื่อหย่ง มิฉะนั้นอีกฝ่ายคงไม่รู้ว่าเรายังอยู่ในเทศบาลเมืองและยังนัดเราไปพบ 9 โมง”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็จินตนาการไปต่างๆ นานา
เวลา 8:55น. หลิวชิงหยู่ก็ได้เข้ามาอยู่ในสำนักงานของ ถังเจี้ยนกั๋วเรียบร้อย เลขาของถังเจี้ยนกั๋วนามติงจ้าวเฉวียน ก็พูดขึ้นยิ้มๆ ว่า “รองนายกถัง รอคุณอยู่ด้านในแล้วครับ ผมจะนำทางให้เอง” ติงจ้าวเฉวียน พูดจบก็เดินนำหลิวชิงหยู่เข้าไปด้านใน
เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่เดินมาถึง ติงจ้าวเฉวียนก็พูดขึ้นว่า "ท่านรองนายก สหายหลิวมาถึงแล้ว”
ถังเจี้ยนกั๋ว เงยหน้ามองหลิวชิงหยู่ “สหายหลิว เชิญนั่งก่อน ขอผมจัดการเอกสารให้เรียบร้อย แล้วเราจะมานั่งคุยกัน”
หลิวชิงหยู่นั่งลงที่โซฟา เขานั่งขาตรงและยืดอกรออย่างเงียบๆ ติงจ้าวเฉวียนก็นำชามาเสิร์ฟให้หลิวชิงหยู่
ภายในห้องเงียบสงบ จนได้ยินกระทั่งเสียงถังเจี้ยนกั๋ว พลิกหน้ากระดาษ
ถังเจี้ยนกั๋วแอบมองหลิวชิงหยู่เป็ครั้งคราว เขาพบว่าหลิวชิงหยู่ดูสงบเสงี่ยมมากไม่ว่าจะเป็ท่านั่งหรืออากัปกิริยา สิบนาทีผ่านไป ถังเจี้ยนกั๋วพบว่า หลิวชิงหยู่ไม่ได้ลุกขยับหรือทักท้วงใดๆ เลย มันทำให้เขารู้สึกชื่นชมหลิวชิงหยู่มากขึ้น อย่างน้อยด้านการวางตัวและจิตใจหลิวชิงหยู่ก็ดีกว่าตาแก่หลายๆ คน ที่อดทนไม่เป็
หลังจากจัดการเอกสารเสร็จ ถังเจี้ยนกั๋วก็เดินไปนั่งตรงข้ามหลิวชิงหยู่แล้วพูดขึ้นว่า “เสี่ยวหลิว ผมได้ยินจากถังจื่อหย่งเมื่อคืนแล้ว เกิดน้ำท่วมในกวนซาน แต่มีปัญหาเื่งบบรรเทาทุกข์หรือ มันเกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อได้ยินถังเจี้ยนกั๋วพูด หลิวชิงหยู่ก็มั่นใจว่าเขาคนนี้คือพ่อของถังจื่อหย่ง ดังนั้นหลิวชิงหยู่จึงไม่ได้เกรงใจ เพราะสถานการณ์ในกวนซานมันเลวร้ายอย่างมาก เขาได้เล่าถึงเื่ที่เขาไปยังเทศมณฑลเพื่อของบ และเขายังพูดต่ออีกว่า” ทุกสิ่งที่ผมพูดล้วนเป็ความจริง ทำไมทางเทศบาลเมืองถึงไม่ทราบจุดนี้ผมเองก็ไม่เข้าใจ แต่ทางตำบลของผมได้รายงานไปทางเทศมณฑลถึงสถานการณ์ภัยพิบัติ” หลังจากนั้นหลิวชิงหยู่ก็ส่งเอกสารให้ถังเจี้ยนกั๋ว
จากนั้นหลิวชิงหยู่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะเขาได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ถังเจี้ยนกั๋วไปหมดแล้ว ประเด็นสำคัญคือเื่รายงานบิดเบือนของทางเทศมณฑล ทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมรายงานความจริง หลิวชิงหยู่ ก็ไม่สามารถบอกได้ แต่เขาเชื่อว่าด้านผู้นำเทศบาลเมืองย่อมสามารถจัดการเื่นี้ได้