ทันทีที่รถเก๋งคันงามจอดสนิทที่หน้าบ้านตระกูลจาง จางจื่อฟ่านก้าวลงจากรถทันทีโดยไม่มีคำขอบคุณหรือคำบอกลาหญิงสาวเดินสะบัดหน้าแล้วเดินหายเข้าไปในบ้านพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงอาบแก้มอยู่เช่นนั้น
เหลือเพียงหมอเฉิงที่มองตามร่างบางนั้นไปด้วยหัวใจที่เ็ปไม่แพ้กัน แต่เขากลับคิดว่าเขาทำถูกต้องแล้ว เขาไม่ควรดึงรั่งเธอไว้ให้อยู่ที่นี่ เขาควรให้เธอไปอยู่ในที่ที่เธอคู่ควร ที่พี่หงส์อย่างเธอจะพงาดและยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงได้อย่างสมศักดิ์ศรีซึ่งที่นั่นก็คือบริษัทั์ใหญ่อย่าง ชาร์ล กรุ๊ป นั่นเอง
“จื่อฟ่าน พี่กลับมาแล้วหรอ” เสียงจื่อลู่น้องสาวทักทายขึ้น เมื่อเห็นเธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งเดินเข้ามาในบ้าน แต่หญิงสาวไม่ตอบคำใดเธอเดินดิ่ง หายไปในห้องทันที
“จื่อฟ่าน นั่นพี่ร้องไห้ใช่ไหมพี่เป็อะไรอ่ะ” น้องสาวะโถามตามหลังอย่างห่วงใย แล้วสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นรถของหมอเฉิงที่ยังคงจอดอยู่หน้าบ้าน จางจื่อลู่รีบเดินตรงไปที่รถของหมอเฉิงทันที
แต่ไม่ทันพี่หญิงสาวจะเดินไปถึงรถเก๋งคันงามก็พุ่งออกไปแล้วและออกไปเร็วเสียด้วยจื่อลู่พยายามวิ่งและเรียกชื่อของหมอเฉิง แต่ทว่ารถของหมอเฉิงขับออกไปไกลมากแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ยไม่เข้าใจทั้งคู่เลยจริงๆ” จื่อลู่บ่นพึมพำกับตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นั้นรีบเดินกลับมาที่ห้องของพี่สาวด้วยความเป็ห่วง สาวน้อยพยายามเคาะประตูเรียกพี่สาวอยู่อย่างนั้นแต่ทุกอย่างก็ยังคงเงียบนิ่งไม่มีเสียงออกมาจากห้องแต่อย่างใด
“จื่อฟ่านมีอะไรหรือเปล่าพี่บอกฉันได้นะ หมอเฉิงเขาทำอะไรพี่เมื่อกี้พี่ร้องไห้ใช่ไหม” จางจื่อลู่ยังคงะโใส่ประตูห้องที่เงียบสนิท
“ถ้าพี่ไม่ออกมาฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ” จางจื่อลู่ยื่นคำขาดในที่สุด
อีกอึดใจไม่นานประตูบานใหญ่ค่อยๆผลักออกโดยจางจื่อฟ่านผู้เป็พี่สาว ใบหน้าของหล่อนฝืนยิ้มน้อยๆให้น้องสาวแต่ทว่ายังมีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่ทั่วไปบนใบหน้างามนั้น
“พี่ร้องไห้จริงๆด้วย หมอเฉิงทำอะไรพี่” น้องสาวถาม
“เปล่าหรอกเขาไม่ได้ทำอะไร” พี่สาวตอบห้ามฝืนยิ้มส่งให้
“แล้วพี่ร้องไห้ทำไม” น้องสาวยังคงถามด้วยความอยากรู้
“ไม่มีอะไรหรอกจื่อลู่ เธอไม่ต้องเป็ห่วงวันนี้พี่เหนื่อยหน่อยน่ะ เลยอยากจะพักผ่อนเธอเองก็ไปอาบน้ำเข้านอนเถอะ พี่ก็จะอาบน้ำแล้วเหมือนกัน” จางจื่อฟ่านทางผลักหลังน้องสาวให้กลับห้องไปแล้วเธอจึงปิดประตูห้องเบาๆ เมื่ออยู่ในห้องน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอีกครั้ง เธอจึงรู้ตัวได้ในทันทีว่าเธอรักหมอเฉิงซีกวนคนนั้นเข้าเสียแล้ว แต่ทว่าเฉิงซีกวน กลับไม่มีความรักหรือเยื่อใยตอบกลับมาให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียว จางจื่อฟ่านนอนร้องไห้จนกระทั่งเผลอหลับไป…
วันนี้จื่อลู่น้องสาวมาบอกให้เธอนอนพักอยู่ที่บ้านสาวน้อยจะเป็คนเฝ้าพ่อที่ป่วยเอง ด้วยความที่ยังไม่อยากไปเจอหน้ากับหมอเฉิง จางจื่อฟ่านจึงรับคำโดยดี หญิงสาวลุกขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจัดการงานในไร่แทนน้องสาวในตอนเช้าจนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมานอนอ่านหนังสือบนแคร่หน้าบ้านลมเย็นๆพัดมาปะทะใบหน้าทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายเธอพยายามไม่คิดไปถึงเื่เมื่อวานหญิงสาวตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าเธอจะกลับไปที่กรุงวอชิงตันไปทำงานที่เป็งานของเธองานที่เธอรักกลับไปอยู่ในสังคมของเธอที่เธอคู่ควร
………………………………………….
หมอเฉิงมาถึงโรงพยาบาลในตอนเช้าตรู่เขารีบเดินตรงไปยังห้องผู้ป่วยของผู้เฒ่าจางทันที เพื่อไปเจอกับจางจื่อฟ่านที่ต้องมาเฝ้าพ่อที่ป่วยในตอนเช้าเหมือนทุกๆวัน แต่ทว่าวันนี้กับไม่ใช่เธอเสียแล้วหมอหนุ่มพบกับจางจื่อลู่น้องสาวของเธอเท่านั้น หมอเฉิงน่าเสียไปในทันทีที่พบว่าคนที่อยู่ในห้องนั้นไม่ใช่จางจื่อฟ่าน แต่กลับเป็จางจื่อลู่น้องสาวแทน แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้วหมอหนุ่มจึงทำทีเดินเข้าไปเพื่อตรวจร่างกายของผู้เฒ่าจางเหมือนปกติทุกวัน
“มาแต่เช้าเลยนะหมอ” ผู้เฒ่าจางร้องทักขึ้นอย่างสนิทสนมพร้อมกับส่งยิ้มให้ ร่างกายของผู้เฒ่าจางแข็งแรงขึ้นมาก และหน้าตาก็ดูสดใสมีน้ำมีนวลขึ้นผิดกับตอนแรกซึ่งผอมจนหนังหุ้มกระดูก
“ครับอาการของผู้เฒ่าดีขึ้นมากเลยนะครับ ผมขอตรวจอาการอย่างละเอียดถ้าทุกอย่างปกติพรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านได้ครับ” หมอหนุ่มพูดเรียบๆพลางส่งยิ้มให้กับคนแก่
“โอ้จริงหรอครับขอบคุณมากๆเลยครับหมอผมเบื่อโรงพยาบาลเต็มทีฮ่าๆๆ” ผู้เฒ่าจางพูดอย่างดีใจพร้อมกลับหัวเราะร่า
มีเพียงจางจื่อลู่ ที่ใช้สายตามองมาที่หมอเฉิงอย่างไม่พอใจ ซึ่งหมอหนุ่มเองก็คงจะรับรู้ได้เขาพยายามเลี่ยงหลบสายตาของหญิงสาวเมื่อตรวจอาการของผู้เฒ่าจางเสร็จเขาก็ขอตัวเดินออกจากห้องทันที
และใน่สายของวันเดียวกันนั้นเองก็มีรถเก๋งคันงามมาจอดที่หน้าโรงพยาบาล และมีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มใส่ชุดเดรสสีขาวปักลูกไม้ก้าวลงมาจากรถ
“ฉันมาขอพบหมอเฉิงค่ะ” หญิงสาวคนนั้นพูดเสียงเบาๆกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล
“นัดไว้หรือเปล่าคะ” พยาบาลฝ่ายประชาสัมพันธ์ถาม
“ไม่ได้นัดไว้ค่ะ แต่ถ้าเราจะมาหาแฟนทั้งทีถึงไม่นัดไว้ก็คงไม่เป็ไรหรอกใช่ไหมคะ” หญิงสาวพูดทุกๆคำอย่างสุภาพแต่ทว่าทำเอาพยาบาลฝ่ายประชาสัมพันธ์ถึงกลับหน้าเหยเกไปเลยทีเดียว
“อ๋อใช่ค่ะงั้นสักครู่นะคะ ฉันจะโทรตามหมอเฉิงให้ค่ะ” ฝ่ายประชาสัมพันธ์ตอบแล้วกดเบอร์โทร โทรตามหมอเฉิงทันที
เมื่อหมอเฉิงเดินมาถึง หญิงสาวคนเดิมลุกขึ้นและส่งยิ้มหวานไปให้หมอเฉิงยิ้มตอบแต่ใบหน้ายังคงเรียบเฉยตาม
“จินเยว่คุณขับรถมาเองเลยหรือ” หมอหนุ่มกล่าวทักทายขึ้นทันที
“ใช่ค่ะฉันขับรถมาเองเพราะถ้ารอให้คุณไปหาเราคงไม่ได้เจอกันสักที” จินเยว่ตอบด้วยรอยยิ้มสดใส
“่นี้งานผมยุ่ง ไม่มีเวลาไปไหนต้องขอโทษคุณด้วย” หมอหนุ่มกล่าว
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะเพราะฉันรู้ว่างานของคุณยุ่งมากฉันจึงได้มาหาคุณเอง” เธอพูดพร้อมส่งกระเป๋าให้กับหมอเฉิงช่วยถือให้ หมอหนุ่มรับกระเป๋ามาถือไว้ในมือทันที
“คุณทานอะไรมาหรือยัง”หมอเฉิงถาม
“ยังเลยค่ะฉันกะว่าจะมาทานพร้อมคุณคุณว่างหรือยังเราออกไปหาอะไรทานก่อนไหมคะ” จินเยว่เอ่ยชวนขึ้น หมอเฉิงพยักหน้ารับแล้วทั้งคู่ก็เดินออกไปพร้อมกัน
“คุณอยากทานอะไรสั่งได้เลยนะจินเยว่” หมอเฉิงกล่าวขึ้นเมื่อทั้งคู่อยู่ในร้านอาหาร
“อืม ฉันเลือกไม่ถูกเลยค่ะคุณอยากทานอะไรหรอคะสั่งมาเหมือนกันก็ได้ค่ะฉันทานได้หมดอยู่แล้ว” จินเยว่ตอบ
หมอหนุ่มชำเลืองมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วสมองก็พลันนึกไปถึงจางจื่อฟ่านขึ้นมาทันที เพราะถ้าเป็เธอก็คงจะตัดสินใจได้ในทันทีว่าตัวเอง้าอะไรเพราะเธอเป็คนชัดเจนกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้เสมอ
“สั่งเลยสิคะฉันสังเกตเห็นเหม่อลอยตั้งนานแล้ว” จินเยว่ทักขึ้นทำให้หมอหนุ่มรู้สึกตัว เขาจึงสั่งแซนวิชมา 2 ชิ้นกับกาแฟคนละแก้ว
ไม่น่าเลยขณะที่อยู่กับอีกคนแท้ๆกลับนึกถึงจางจื่อฟ่านขึ้นมาซะได้ หมอหนุ่มตำหนิตัวเองในใจ ความจริงแล้วเขากับจินเยว่ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ จินเยว่เป็คุณหนูตระกูลเว่ย เธออยู่ในเมืองซึ่งไกลจากโรงพยาบาลนี้มากนัก เขาคบหากับเธอมาได้ไม่นานเท่าไร
เป็เพราะตัวเธอที่มาขอคบกับเขาเอง เธอให้เหตุผลว่าเพราะเธอเป็คนเรียบร้อยจึงทำให้มีคนคอยรังแกเธออยู่เสมอและถ้าเธอได้เป็แฟนของหมอเฉิงซึ่งเป็ผู้ชายบึกบึนแข็งแรง และการที่อ้างชื่อเขาอาจทำให้ผู้หญิงคนอื่นๆไม่กล้ารังแกเธอก็เป็ได้ หมอเฉิงจึงตกลงรับคำคบหากับเธอ เพราะถ้าเป็เื่ที่สามารถช่วยเธอได้บ้างตัวเขาก็ไม่ติดปัญหาอะไรอยู่แล้ว
แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยเดินทางไปหาเว่ยจินเยว่เลยสักครั้ง มีเพียงเธอที่เดินทางมาหาเขา ที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยๆและเป็คนแนะนำใครต่อใครว่าเธอเป็แฟนของหมอเฉิง ซึ่งหมอเฉิงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเ
พราะไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเสียหายหรือเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด