พิชิตภพสยบสวรรค์ ภาค1 ดินแดนแห่งท้องฟ้า

    ตอนที่ 17 ข้าคือเจิ้นเทียน

    อู๋ต้าเอ่ยขึ้นหลังจากที่ท่านเทพจากไป ทุกคนเมื่อได้ยิน ก็เริ่มสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเจิ้นเทียนถึงยังไม่ออกมา มีเพียงท่านปู่ของเจิ้นเทียนเท่านั้นที่นอกจากสงสัยแล้วยังมีสีหน้ากังวลเต็มไปด้วยความห่วงใย
     “อ๊ะ!..นั่นมัน”เสียงอุทานดังขึ้นโดยรอบ เมื่อมีแสงสีขาวปรากฏที่หน้าประตูถ้ำสถิต พร้อมชายหนุ่มสูงโปร่ง ผมยาว ผิวขาวละเอียด หน้าตาหล่อเหลา คิ้วเข้ม ร่างของเขาแม้ไม่บึกบึนแต่ก็ปราดเปรียวและดูแข็งแกร่ง ดวงตามุ่งมั่นฉายแววฉลาด ใส่ชุดผ้าดิบสีน้ำตาลเหมือนชนเผ่าฟ้าคำราม พร้อมถือดาบและห่อผ้าเดินออกมา สีหน้าทุกคนในเผ่าตกตะลึง ในการมาถึงของชายหนุ่มแปลกหน้า โดยเฉพาะสาวๆในเผ่าที่รู้สึกเขินอายเมื่อเห็นใบหน้านั้น “ท่าน!!...ท่านเป็นใคร?” อู๋ต้าตะโกนถามด้วยท่าทีสงสัย แต่ขณะที่ถามกลับค่อยๆก้าวถอยหลังไปใกล้ๆอู๋เหลียงพ่อของเขา ชายแปลกหน้าไม่ตอบ เพียงแต่เดินมาทางผู้อาวุโสของเผ่าและท่านปู่ของเจิ้นเทียน  พร้อมโค้งคำนับ “คารวะผู้อาวุโส  คารวะท่านปู่” ผู้อาวุโสของเผ่าแสดงสีหน้างุนงง ส่วนท่านปู่ของเจิ้นเทียนทำสีหน้าแปลกใจ“พ่อหนุ่ม เจ้าเป็นใครและเราเคยรู้จักกันหรือเปล่า? ” ผู้อาวุโสของเผ่าถามขึ้นอย่างสงสัย “ผู้น้อย เจิ้นเทียนกลับมาแล้ว”  เมื่อคำตอบนี้หลุดจากปากชายปริศนา ทุกคนทั่วทั้งเผ่าก็ตกอยู่ในความโกลาหล “เจิ้นเทียน..! เขาบอกว่าเขาคือเจิ้นเทียน...!!!!”“ไม่ใช่แน่เขาโกหก เจิ้นเทียนที่ข้ารู้จักไม่ได้หน้าตาแบบนี้”“เขาชื่อเจิ้นเทียน หรือจะแค่ชื่อเหมือนกัน”“เขาเป็นใครไม่รู้..แต่ข้าว่าเขาหล่อมาก” ทุกคนในเผ่าต่างทำหน้าตาสงสัยและเต็มไปด้วยความคิดที่แตกต่าง เพราะเจิ้นเทียนในความทรงจำของพวกเขา  ช่างแตกต่างกับชายหนุ่มตรงหน้าราวฟ้ากับเหว มีเพียงท่านปู่ของเจิ้นเทียนที่เปลี่ยนจากสีหน้าแปลกใจเป็นดีใจ เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มแปลกหน้าและมองที่ใบหน้าของชายหนุ่ม “เจิ้นเทียน..นี่เจ้าจริงๆหรือหลานปู่  เจ้า..เจ้าดูเปลี่ยนไปมาก จนปู่จำไม่ได้” ท่านปู่รีบเดินเข้ามาพร้อมยื่นมาไปจับที่หน้าของชายหนุ่ม “เป็นข้าจริงๆท่านปู่ ...” ชายหนุ่มแปลกหน้ามองที่ใบหน้าของท่านปู่ด้วยความตื้นตัน “เจิ้นเทียน...เจ้าคือเจิ้นเทียนจริงหรือนี่ เกิดอะไรขึ้นทำไม เจ้าถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้” ผู้อาวุโสของเผ่าทำสีหน้าตกใจ พร้อมมองที่ชายหนุ่มด้วยความสงสัย หลังวิเคราะห์ถึงโครงหน้าชายหนุ่มที่ดูแล้วก็มีเค้าโครงคล้ายกับเจิ้นเทียนอยู่มาก “เรียนผู้อาวุโส   ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้เพียงแค่...หลังได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาจากท่านเทพแล้ว รูปร่างของข้าก็เปลี่ยนเป็นแบบนี้ มารู้อีกทีก็ตอนที่ท่านเทพมอบชุดใหม่ให้กับข้า” ในตอนที่เทพประจำเผ่าถ่ายทอดเคล็ดวิชาและพลังให้กับเจิ้นเทียนนั้น ร่างของเจิ้นเทียนนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยที่เจิ้นเทียนเองก็เพิ่งรู้หลังถ่ายทอดเคล็ดวิชาเสร็จ “เมฆาคำราม” ถือเป็นชุดเคล็ดวิชาลึกลับสะท้านฟ้า เพียงแค่เคล็ดวิชาแรก “เมฆาแปรเปลี่ยน” ก็ทำฝืนกฎธรรมชาติอย่างมหัศจรรย์ ผู้สำเร็จเคล็ดวิชาแรกนี้จะเหมือนกับเกิดใหม่ มีการผลัดเปลี่ยนร่างกายใหม่ที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกขั้นลมปราณต่างๆ นอกจากเส้นลมปราณจะขยายใหญ่มากกว่าคนทั่วไปถึงสิบเท่าแล้ว เคล็ดวิชานี้ยังเพิ่มพลังและความแข็งแกร่ง อีกทั้งยังสามารถสั่งการทุกส่วนของร่างกายได้ดั่งใจนึก ซึ่งความมหัศจรรย์ของเคล็ดวิชาแรกนี้ยังมีความแปลกพิสดารอีกมากมายขึ้นอยู่กับผู้ใช้ แต่การถ่ายทอดเคล็ดวิชาชุดนี้นั้นมีขั้นตอนยุ่งยาก เพราะไม่สามารถถ่ายทอดได้โดยตรง ต้องขึ้นอยู่กับความเข้าใจและวาสนาของผู้ฝึก อีกทั้งระหว่างถ่ายทอดยังต้องมีพลังมหาศาลหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลาเพื่อปรับแต่งร่างกายทุกส่วน และแฝงพลังเหล่านั้นทั่วทุกอณู จึงทำให้ที่ผ่านมามีน้อยคนที่จะฝึกฝนได้ และในดินแดนแห่งท้องฟ้านั้นถือเป็นครั้งแรกที่ชุดเคล็ดวิชานี้มีผู้ที่ได้รับการถ่ายทอด อันที่จริงตัวเจิ้นเทียนเองก็มีหน้าตาที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่เขาร่างกายอ่อนแอและตัวเล็ก อีกทั้งยังใส่ชุดที่ขาด ผมเผ้ายุ่งเหยิง เลยทำให้คนทั่วไปเห็นภาพของเขาเป็นเด็กซอมซ่อคนหนึ่ง
    เมื่อฝึกฝนเคล็ดวิชาแรกนี้จนสำเร็จ ร่างกายก็ปรับเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ทำให้รูปร่างสูงใหญ่ ผิวพรรณละเอียด แม้แต่เส้นผมก็สมบูรณ์จนทำให้แม้แต่ผู้หญิงยังอิจฉา “เจ้า..!!..เจ้าคือเจิ้นเทียนหรือนี่....” อู๋ต้าตะลึงตาค้าง มองเจิ้นเทียนไปทั่วทั้งตัว
    “ใช่..ข้าคือเจิ้นเทียน เจ้าไม่เชื่อหรืออู๋ต้า หากจะไม่เชื่อข้าจะเล่าเรื่องความลับของสาวๆของเจ้า ต่อหน้าทุกคนก็ยังได้ ” เจิ้นเทียนพูดพลางยิ้มอารมณ์ดี “ไม่ๆๆ ข้าเชื่อแล้ว ” อู๋ต้ารีบยกมือห้ามเจิ้นเทียน เม็ดเหงื่อใหญ่ๆผุดขึ้นบนหน้าผาก
    “ถ้าเจิ้นเทียนพูดออกมาข้าต้องตายแน่ๆ เพราะนางทุกคนอยู่ที่นี่ แถมที่ข้าโม้ไป ถ้าพวกนางได้ยินเข้าต้องรุมประชาทัณฑ์ข้าแน่ๆ ” อู๋ต้าลอบปาดเหงื่อพลางแอบมองไปรอบๆ “เจิ้นเทียน....” มู่ปิงพูดออกมาเบาๆ พร้อมทำสีหน้าเมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง“ไอ้ขยะนี่...ทำไมมันถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ ....” หวังอู่มองที่ร่างของเจิ้นเทียนแล้วแสดงแววตาอิจฉาแฝงด้วยความอาฆาต “เจิ้นเทียน เจ้ารู้ข่าวที่ท่านเทพแจ้งกับพวกเราแล้วหรือไม่? ” ผู้อาวุโสของเผ่าเอ่ยถาม“ข้าทราบแล้ว ท่านเทพได้บอกข้าก่อนออกมาจากถ้ำสถิตเทพ”“แล้วท่านเทพได้บอกอะไรเจ้าอีกหรือไม่ เช่นวิธีเอาตัวรอดอื่นๆ”ผู้อาวุโสของเผ่าถามต่อ “เรียนผู้อาวุโส ท่านเทพบอกว่าภัยพิบัติทุกครั้งในรอบห้าพันปี จะกวาดล้างทุกชนเผ่าในดินแดนแห่งนี้ ก่อนหน้านั้นเหล่าเทพของแต่ละเผ่ายังมีพลังเหลือพอที่จะช่วยปกป้องเผ่าตัวเองได้  แต่ตอนนี้...พลังของเหล่าเทพเหลือน้อยเต็มที ดังนั้นจึงต้องยอมใช้วิธีบรรจุเศษเสี้ยววิญญาณของตนลงในป้าย เพื่อยังให้มีชนเผ่าบางส่วนหลงเหลืออยู่ในดินแดนแห่งท้องฟ้า
    แม้จะต้องมีสงครามเกิดขึ้น แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ทุกสิ่งมีชีวิตของที่นี่สูญสิ้นไปทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับแต่ละชนเผ่าว่าจะแย่งชิงป้ายพวกนั้นอย่างไร” “และด้วยวิธีนี้  จากชนเผ่านับหมื่น จะเหลือเพียงแค่หนึ่งพันชนเผ่าเท่านั้น ไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้” เจิ้นเทียนอธิบายตามความจริง
    “คงเป็นลิขิตของสวรรค์ ที่จะหลงเหลือเพียงเผ่าที่แข็งแกร่งเท่านั้น”            
    “ถ้าเช่นนั้นมรดกวรยุทธ์ที่เจ้าได้รับมา  สามารถถ่ายทอดให้กับนักรบฝึกหัดได้หรือไม่ ?” ผู้อาวุโสเผ่าถามต่อ
    “ข้าน้อยเกรงว่าจะไม่ได้.........”…………………………………………………………………….