“มาส่งพี่แบบนี้ดีหรอคะ”
“ทำไมจะไม่ดีล่ะครับเราเป็นแฟนกันนะครับ” ไทม์ยกยิ้มส่งให้แฟนสาว
วันนี้ไทม์ขับมอเตอร์ไซค์มาส่งลูซี่ทำงานเพราะเธอยังทีอาการมึนอยู่เลยไม่อยากให้ฝืนขับรถส่วนไทม์ก็อาการไข้หายแล้วอาจจะฟึดฟัดนิดหน่อยแต่ก็ไปทำงานได้
“งั้นเดี๋ยวตอนเย็นผมมารับนะครับ”
“ค่ะสู้ๆ นะคะ” ไม่พูดเปล่าเขย่งตัวหอมแก้มแฟนหนุ่มไปทีทำให้อีกคนหูแดงนิดๆแต่ไม่มากเท่ากับเมื่อก่อน ดูเหมือนว่าไทม์จะเริ่มชินซะแล้ว
“ครับพี่ลูซี่ก็สู้ๆ นะครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ”
“ค่ะเจอกันครับ” โบกมือลาก่อนจะขับออกไป
รถมอเตอร์ไซค์ขับเคลื่อนไปตามถนนวันนี้ไทม์ก็ยังคงใช้ความเร็วเท่าเดิมเหมือนทุกวันขณะที่กำลังจอดรอสัญญาณไฟเสียงสั่นจากมือถือดังขึ้นทำให้ไทม์ต้องรีบหยิบมือถือจากระเป๋าคาดอกออกมาดู
พี่น้ำ: ไทม์พี่ฝากเราเข้าไปสั่งของให้หน่อย
พี่น้ำ: ส่งรูปภาพ
พี่น้ำ: ร้านนี้นะ
พี่น้ำ: ส่งโลเคชั่น
พี่น้ำ: อันนี้ค่าของนะ ฝากจ่ายให้ด้วย
time 00.00 : โอเคครับ
ตอบเสร็จก่อนจะรีบเร่งรถดูท่าวันนี้คงไม่ได้เข้าร้านแน่ๆ เลย
ขับรถไปตามGPS จนมาถึงร้านเป้าหมายทันทีที่ถึงร้านไทม์ก็ตรงดิ่งเข้าไปสั่งของทันทีจำนวนของที่ต้องสั่งมีจำนวนไม่น้อย ไทม์จึงต้องอยู่คอยเช็คแถมเมื่อกี้พี่น้ำก็พึ่งทักมาบอกว่าวันนี้เขาไม่ต้องเข้าเดี๋ยวให้วิ่งไปสั่งของที่อีกร้านหนึ่ง
สั่งของร้านผลิตแก้วเสร็จก็ต้องไปร้านขายวัตถุดิบต่อเห็นพี่น้ำบอกว่าร้านที่เคยสั่งประจำปิดไปแล้วเลยต้องไปหาร้านใหม่
สั่งของเสร็จก็ได้เวลากลับยกมือถือขึ้นมาดูเวลาบ่ายสองแล้วหรอเนี่ย นี่เขาใช้เวลากับการวิ่งไปสั่งของตั้งหลายชั่วโมงเลยหรอไม่แปลกที่พี่น้ำบอกว่าวันนี้ไม่ต้องเข้า แค่จากตรงนี้กลับไปร้านคงปิดพอดี
จังหวะที่กำลังจะใส่หมวกจู่ๆก็มีใครบางคนมาสะกิดไหล่ทำให้ไทม์ต้องหันไปมองแต่มองขวาแล้วก็ไม่มีใครจนมีเสียงเรียกให้หันไปอีกทาง
“ทางนี้ต่างหาก”หันซ้ายไปเจอกับฟาโรห์ที่กำลังยืนยกยิ้มอยู่ด้านหลัง “พี่ว่าพี่ก็ไม่ได้ตัวเล็กนะ”
“พี่ฟาโรห์สวัสดีครับ”
“ดีครับมาสั่งของหรอ”
“ครับเอ๊ะ? พี่ฟาโรห์ทำไมถึงรู้ได้ล่ะครับ”ฟาโรห์ยกยิ้มมุมปาก “ไปหาที่นั่งคุยกันมั้ย”
ฟาโรห์เล่าว่าเขาเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ที่ไทม์ทำงานอยู่ตอนที่ไทม์ได้ยินบอกตามตรงว่าตกใจมาก ไม่คิดว่าเจ้าของจะเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้
“งั้นแบบนี้เวลาพี่ฟาโรห์ไม่ได้ไปรับน้องก็มาช่วยที่ร้านหรอครับ”
“ป่าวหรอกแม่พี่ป่วยน่ะ ต้องคอยดูแล แต่ตอนนี้พี่สาวพี่มาช่วยเลยได้พักหน่อย”
“ขอโทษด้วยนะครับผมไม่รู้เลย”
“ฮ่าๆขอโทษทำไมล่ะ” พูดพลางขยี้ผมด้วยความเอ็นดู
คุยกันไปไทม์พึ่งสังเกตว่าตรงมุมปากของฟาโรห์มีแผล“พี่ฟาโรห์มีแผลด้วย เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ”
ฟาโรห์ยกมือแตะที่แผลก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย“เพื่อนเรานั่นแหละมาต่อยพี่ เจ็บมากเลยหมัดก็หนักแถมยังด่าพี่อีก”
ไทม์หันมองคนข้างที่ตอนนี้กำลังทำท่าเจ็บบ่นโอดโอยอย่างหน้าหมั่นไส้ถ้าเป็นเมื่อเขาคงเชื่อไปแล้วนะ แต่ตอนนี้ไม่เชื่อล่ะ ดูก็รู้ว่าพี่แกแค่แกล้ง
พูดแล้วก็นึกถึงเมื่อวันก่อนที่เพื่อนชายโทรมาบ่นให้ฟังที่มาเล่าว่าฟาโรห์ไปโผล่ที่บ้านเขาแล้วไปแกล้งเขาตอนแรกไทม์ก็งงๆ นะแต่ฟังไปสักพักจนถึงตอนนี้ก็เริ่มจะรู้แล้วว่าสองคนนี้มีซัมติงกันแน่นอน
“ไหนๆก็เจอกันแล้วไปทำธุระเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ”
“ธุระอะไรหรอครับ”
“หาทำเลตั้งสาขาใหม่น่ะ”ครุ่นคิดอยู่ครู่ วันนี้ลูซี่เลิกทุ่มครึ่งนี่ก็พึ่งบ่ายสองมีเวลาอีกหลายชั่วโมง“ก็ได้ครับ”
ขับรถตามมาจนถึงตลาดนัดแห่งหนึ่งกวาดสายตาสำรวจดูเหมือนที่นี่จะเป็นตลาดกลางคืนด้วย
“พี่ฟาโรห์จะมาเปิดสาขาใหม่ที่นี่หรอครับ”
“ใช่อยู่โซนตรงกลางน่ะ”
เดินตามเข้าไปด้านในพลางกวาดสายตาสำรวจตลาดที่นี่มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่แถมยังมีโซนซุปเปอร์มาเก็ตโซนห้างสรรพสินค้าและโซนสวนสาธารณะถ้ามาเดินวันนึงยังไงก็เดินไม่ทั่วหรอกเพราะมันใหญ่มากซึ่งหมายความว่าคนมาเที่ยวที่นี่ก็เยอะมากด้วย
“ตรงนี้ไง”เดินมาหยุดที่โซนตลาดบริเวณกลางๆ “ตกแต่งแบบไหนดี”
“เอ๊ะ? ถามผมหรอครับ”
“ใช่น่ะสิ”
“เอ่อ…แต่ผมไม่ได้มาทำที่นี่นะครับ”
“แต่เราก็เป็นพนักงานของร้านพี่นี่พี่ก็อยากถามความเห็นพนักงานของพี่ด้วยของแบบนี้มันคิดคนเดียวทำคนเดียวไม่ได้หรอก”
ฟังแล้วก็ยืนครุ่นคริดพลางสำรวจรอบๆบริเวณที่จะตั้งร้านที่นี่มันไม่ได้ใหญ่เท่าสาขาที่เขาทำงานแต่ก็ไม่ได้เล็กมากขนาดที่ลูกค้าจะเข้าไปใช้บริการไม่ได้ยื่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะมีไอเดียบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
“ลองทำแบบแนวคาเฟ่ต้นไม้มั้ยครับ”ฟาโรห์ที่ได้ยินก็ถึงขมวดคิ้ว “ค่าเฟ่ต้นไม้? แบบบ้านต้นไม้งี้หรอ”
“ครับน่าจะเข้ากับธีมตลาดดี” ธีมตลาดของที่นี่จะออกแนวป่า มีต้นไม้ตกแต่งค่อนข้างเยอะ“ความคิดดีนะเราเนี่ย โอเค งั้นเอาตามนี้ล่ะกัน
ไทม์ที่ได้ยินก็ถึงกับหันขวับตกใจกับการตัดสินใจที่ง่ายขนาดนี้“เอ่อ…ไม่ปรึกษาคนอื่นสักหน่อยหรอครับ บางทีแนวที่ผมคิดอาจจะไม่เวิร์คก็ได้”
“งั้นหรอแต่พี่ชอบนะ เอาแบบที่เราบอกนั่นแหละดีแล้ว”
“อ่าครับ” ช่วยไม่ได้ เขาก็ไม่ใช่เจ้าของร้านเนาะ เอาตามที่พี่แกสบายใจก็แล้วกัน
ขณะที่กำลังยืนชมสถานที่ก็พี่ฟาโรห์ก็มีสายเข้าเขาขอปลีกตัวไปรับสายโทรศัพท์ก่อนจะค่อยๆเริ่มมีใบหน้าคิ้วขมวดพร้อมกับหันมาทางเขาก่อนจะวางสายไป
“ไทม์”ฟาโรห์เดินมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ดูเครียดจนไทม์แอบเริ่มกังวล “มีอะไรหรอครับ”
“พี่น้ำโทรมาบอกว่าเงินหาย”พอได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเครียดทันทีมันเกิดขึ้นได้ไงพนักงานในร้านมันก็มีกันอยู่ไม่กี่คนนะ หรือว่าเป็นคนนอก
“เอาเป็นว่ากลับร้านกันก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”
“ครับ”
ทันทีที่มาถึงทั้งคู่ก็รีบตรงดิ่งเข้าร้านอย่างไม่รีรอบรรยากาศในร้านตอนนี้มีแค่พี่น้ำที่กำลังทำหน้าเครียดกับเจมส์ที่กำลังยืนเหม่อวิตกราวกับว่ากำลังเผชิญกับความผิดอันใหญ่หลวง
“สรุปเรื่องเป็นไงช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อย
“คือวันนี้พี่กับเจมส์ก็ทำงานปกติสลับกันทำเคาน์เตอร์ตอนแรกเงินในลิ้นชักมันก็อยู่ครบแต่พอเมื่อกี้พี่ไปนับดูมันไม่ตรงกับยอดบิลที่ขายไปวันนี้น่ะค่ะ”
“ที่หายไปยอดสามหมื่นใช่มั้ยครับ”ฟาโรห์ถามพร้อมกับเทียบดูบิลที่พี่น้ำเอามาให้ “ค่ะ”
“แล้วเช็คกล้องวงจรปิดรึยังครับ”
“เช็คทุกกล้องแล้วก็ไม่เจอค่ะส่วนกล้องที่ถ่ายตรงเคาน์เตอร์ก็ดันมาเสียเลยดูไม่ได้ค่ะ”
ฟาโรห์ยืนครุ่นคิดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดก่อนจะเอ่ยออกมาหนึ่งประโยค“งั้นเดี๋ยวผมขอไปเช็คกล้องอีกรอบก่อนเผื่อจะกู้ตัวที่เสียได้ส่วนพี่น้ำผมวานแจ้งตำรวจทีนะครับเผื่อถ้าผมกู้ไม่ได้ถ้าให้ตำรวจมาช่วยยังไงก็น่าจะเร็วกว่า”
“ได้ค่ะ”
ระหว่างที่ฟาโรห์และพี่น้ำต่างไปจัดการในส่วนของตัวเองตอนนี้ก็เหลือแต่เพียงเจมส์และไทม์แค่สองคน
“เจมส์นายโอเคเปล่า”
“ก็ปกติหนิ”เจมส์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบขัดกับท่าทางที่ดูเป็นกังวลของเขามันดูแปลกแต่ไม่ปกติเลยด้วยซ้ำ
ไม่นานคุณตำรวจก็มาถึงพวกทำการสอบสวนเบื้องต้นและดูสถานที่เกิดเหตุก่อนจะเริ่มไล่สอบสวนทีละคนจนมาถึงเจมส์
คุณตำรวจเข้าไปพูดคุยกับเจมส์โดยที่ไทม์ยืนมองไม่ห่างท่าทางของเจมส์ดูเลิ่กลั่กและกังวลมากผิดปกติจนตำรวจเริ่มสงสัยจึงเริ่มทำการสอบสวนเข้มขึ้น
“เป็นอะไรเนี่ยอาการแปลกๆ นะเรา”
“ผม…ผมผกติครับ”
“แล้วเลิ่กลั่กทำไมไหนเงยหน้ามาคุยกันตรงๆ สิ”คุณตำรวจสะกิดแขนเจมส์แต่กลับยิ่งทำให้เขาตัวสั่นกว่าเดิมอีก
“เฮ้ยไหวป่ะเนี่ยเรา”
“ผม…ผม”อาการตัวสั่นเริ่มทวีคูณน้ำตาเริ่มเอ่อ จังหวะนั้นเองจู่ๆเจมส์ก็เหลืบมองมาทางไทม์ก่อนจะยกมือชี้มาทางเขา “คน…คนนั้นครับ เขาเป็นขโมย”
คำตอบของเจมส์ทำเอาทุกคนในร้านต่างพากันหันมามองเดี๋ยวนะ อะไร หมายความว่าไง
“เดี๋ยวก่อนนะเราบอกว่าไทม์เป็นคนขโมยเงินอย่างนั้นหรอ หมายความว่างไงวันนี้ไทม์ไม่ได้เข้าร้านเลยนี่”ฟาโรห์เอ่ยถามเจมส์ด้วยสีหน้าที่จริงจังและช่วยยืนยันที่อยู่ให้เพราะวันนี้เขาอยู่กับไทม์ทั้งวัน เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ไทม์จะเป็นคนขโมยเงิน
“เมื่อวาน…ครับผมเห็นเขาขโมย”
“เราไม่ได้ขโมยนะนายก็เห็น” ไทม์พยายามหาข้อแย้งแต่เจมส์กลับไม่พูดอะไรเลยแถมยังหันหน้าหนีนั่นยิ่งทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตามากขึ้นกว่าเดิม
“เอาล่ะๆงั้นผมขอสอบสวนก่อนล่ะกัน เดี๋ยวเชิญทุกคนไปที่สน.นะ”
ทุกคนถูกพาไปที่สน.ทุกคนรวมถึงไทม์โดนสอบสวนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงจนในที่สุดเขาก็ถูกปล่อยเพราะไม่มีหลักฐานที่เขาทำผิดเลยแม้แต่น้อยแถมหลักฐานที่อยู่ก็มีชัดเจนจนไม่สามารถนำมาเอาผิดกับเขาได้รวมถึงเขายังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้วยเลยทำให้ตำรวจปล่อยตัวไป
เดินออกมารอข้างนอกเป็นจังหวะเดียวกันที่เจมส์ออกมาพอดีไทม์เดินตรงดิ่งไปหาเขาเพื่อจะเคลียร์เรื่องเมื่อกี้
“เจมส์คุยด้วยหน่อย” เจมส์สะบัดมือไทม์ออกก่อนจะเดินหลบหลีกจนไทม์ต้องเดินไปดักหน้า“เจมส์ ทำไมนายต้องทำอย่างนี้ด้วย ทำไมนายต้องใส่ร้ายฉันด้วย”
เจมส์หันหน้าหนีไม่ยอมตอบพร้อมกับมือแน่นราวกับว่าเก็บบางอย่างอะไรไว้ในใจ
“เจมส์”
“หนวกหูอย่ามายุ่งกับฉัน”เจมส์เดินผ่านตัวไม่พอยังผลักไหล่เขาก่อนจะเดินจากไปให้ไทม์ไ้ด้แต่ยืนมองอย่างไม่เข้าใจ
“มีอะไรหรอ”ฟาโรห์ที่พึ่งออกมาจากสถานีเดินมาสมทบพลางมองเจมส์ที่เดินลับสายตาไปแล้ว“เปล่าครับ”
ไม่เข้าใจจริงๆเขาทำอะไรผิดหรอทั้งที่พยายามช่วยเขาทั้งพยายามไม่เข้าไปก้าวก่ายเพราะเห็นว่าเขาไม่ชอบแล้วทำไม…ถึงยังทำกันแบบนี้ได้อีก รังเกียจกันจนต้องถึงขั้นต้องทำแบบนี้เลยหรอ
เสียงแป้นพิมพ์ดังก้องกังวานไปทั้งห้องสายตาเหลือบมองเวลาที่อยู่มุมขวาของหน้าจอตอนนี้เป็นเวลา 20.45เวลาป่านนี้แล้วหรอเนี่ยน้องยังไม่มารับเธอเลยนึกแล้วก็กดเข้าแชทในคอมพิวเตอร์กดพิมพ์หาแฟนหุ่ม
Lucyxx : เลิกงานยังคะ
พิมพ์เสร็จเป็นจังหวะเดียวกันที่ไทม์โทรมาพอดีลูซี่รีบกดรับเพื่อไม่ให้อีกคนรอนาน
“ฮัลโหลค่ะ”
[ขอโทษที่ช้านะครับพอดีมีเรื่องนิดหน่อยแทนที่จะเลิกเร็วเลยช้าไปเป็นชั่วโมงเลย]
“ไม่เป็นไรค่ะแล้วตอนนี้ไทม์อยู่ที่ไหนหรอคะ”
[ติดไฟแดงอยู่ตรงสี่แยกน่ะครับหลุดจากนี้ไปก็ถึงแล้วครับ]
“โอเคค่ะงั้นเดี๋ยวพี่ลงไปรอข้างล่างนะคะ”
[เดี๋ยวถึงแล้วผมบอกล่ะกันครับไม่อยากให้พี่ลูซี่มายืนรอคนเดียว]
“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวพี่ยืนรอข้างใน เราจะได้ไม่รอนานด้วย”
[ก็ได้ครับงั้นเดี๋ยวผมขับรถก่อนนะครับ]
“ค่ะขับรถดีๆ นะคะ”
[ครับ]
จัดการปิดเครื่องคอมฯทำการเก็บของรีบลงไปรอน้องเป็นจังหวะเดียวกันที่ไทม์ขับมาถึงพอดี
“สวัสดีค่ะ”
“ขอโทษนะครับที่มาช้า”ไทม์ส่งยิ้มมาให้ “ไม่เป็นไรค่ะ กลับบ้านกันเถอะ”
รับหมวกกันน็อคมาใส่ก้าวขึ้นรถก่อนจะค่อยๆออกตัว ลูซี่เหลือบมองแฟนหนุ่มตรงหน้า เมื่อกี้เธอสังเกตเห็นใบหน้าของเขาเมื่อกี้ใบหน้าที่เหนื่อยล้าเต็มทนที่ไม่สามารถปิดได้มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงมากยิ่งขึ้นไปอีก
มาถึงบ้านทันทีที่เทียบจอดรถเสร็จไทม์ก็ตรงดิ่งเข้าบ้านทันทีซึ่งมันแปลกมากปกติน้องไม่เงียบแบบนี้ลูซี่เดินตามไทม์เข้ามาเงียบก่อนจะหยุดยืนมองแผ่นหลังของแฟนหนุ่มในบ้านที่มืดมีแพียงแต่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา
“ไทม์”
“ครับ? - อ๊ะ!”ไทม์หันมาแต่ก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆ แฟนสาวก็พุ่งเข้ามาสวมกอดก่อจะโยกตัวเบาๆดวงตาเริ่มร้อนอย่างไม่มีสาเหตุก้อนเนื้อในอกเต้นถี่จนปวดหนุบหนับจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
“ถ้าอยากร้องก็ร้องออกมาเถอะค่ะเดี๋ยวพี่จจะอยู่เป็นเพื่อนเราเอง”
“ฮือ!!!”ทันที่ลูซี่พูดจบไทม์ก็ปล่อยโฮออกมาทันทีก่อนจะค่อยๆระบายความในใจออกมาทั้งหมด
ไทม์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่ร้านให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบเอาจริงๆ เธอตะหงิดใจกับเจมส์ตั้งแต่ที่ไปเจอที่คาเฟ่วันนั้นแล้วท่าทางของเจมส์วันนั้นดูไม่ค่อยอยากคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับไทม์เลยแม้แต่น้อยแถมสายตาของเขาก็ดูแปลกๆ ราวกับมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ บางอย่างที่ดูไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด
แล้วทุกอย่างที่เธอคิดมันก็เป็นจริงและเธอก็มั่นใจว่าคนทำ คือเจมส์ เป็นเขาแน่ๆ เธอมั่นใจ
หลังจากส่งน้องเข้านอนลูซี่ก็ต่อสายตรงหาหัวหน้าบอดี้การ์ดทันที
“พี่ครามคะรบกวนช่วยสืบเรื่องนึงให้หน่อยค่ะ ขอแบบด่วนที่สุดเลยนะคะหนูส่งข้อมูลให้ในไลน์แล้วนะคะ”
[รับคราบครับคุณหนู]
เหลือบมองคนบนเตียงก้มจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ“รอก่อนนะคะ พี่จะจัดการคนที่ทำร้ายเราเอง พี่จะไม่ยอมปล่อยมันให้…มาเสนอหน้ามาทำร้ายเราได้อีกเป็นครั้งที่สอง”