ภายในโบสถ์วัดอันสงบร่มเย็นหลวงพ่อลืมตาขึ้น สองหญิงต่างวัยนั่งประนมมือแต้“อาตมาไม่ใช่หมอดูนะโยม”
“ไม่ได้จะให้หลวงพ่อดูดวงหรอกเ้าค่ะ”คุณดวงแก้วไสกระดาษจดวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของหนูจ้ากับพี่อ้วนไปข้างหน้า“แค่ผูกดวงสักหน่อยพยักหน้าสักนิดเถอะค่ะว่าใช่เนื้อคู่กัน”
ท่านเหลือบตายังกระดาษ“คู่นี้ปล่อยเขาไปเถิด”
“หลายปีก่อนหลวงพ่อก็พูดอย่างนี้วันนี้ขอชัด ๆ เถอะค่ะ สองคนนี่เนื้อคู่กัน...ใช่ไหมคะ”
หลวงพ่อถอนหายใจนานมาแล้วแม่เ้าเด็กชายก็เคยมาประนมมือถาม‘เด็กสองคนดวงไม่ใช่เนื้อคู่...ใช่ไหมคะ’
“คนคนเดียวกันจะกี่ปีๆ อาตมาต้องพูดเหมือนเดิมสิลูกสาวโยม...เ้าเด็กที่มาทีไรก็ปีนเด็ดมะม่วงวัดใช่ไหมล่ะส่วนผู้ชายก็เ้าคนพี่ที่กวักมือเหยง ๆ ให้ลงมาอย่าขโมยของวัดเดี๋ยวจะพาไปซื้อในตลาดนังหนูะโจากบนต้นไม้ดังถึงหูอาตมาว่ามะม่วงวัดอร่อยที่สุด”
ผู้เป็แม่หน้าม้านหลวงพ่อชายตายังหญิงเ้าเนื้อผมจับลอนซึ่งนั่งพับเพียบเรียบแต้อยู่ข้าง ๆคุณดวงแก้ว
“คู่นี้ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาหรอกเื่ง่ายจะทำให้ยากทำไม”
ท่านหลับตาเป็สัญญาณยุติการสนทนาทั้งคู่กราบลาแล้วย้ายไปนั่งที่โต๊ะหินใต้ร่มไม้ริมศาลา
“หลวงพ่อไม่เห็นทายทักสักอย่าง”ลูกนุ่นเปรย
“ท่านเป็พระในธรรมวินัยไม่ทำนายดวงชะตาให้ใครหรอก”
“อ้าวแล้วแม่มาให้ท่านดูดวงทำไม”
“ก็เขาว่ากันทั้งเมืองหลวงพ่อไม่ได้ดูดวงชะตาแต่หลับตาเล็งเห็นอนาคตเลยแต่คำพูดท่านต้องใช้ปัญญาคิดตามเอง” ว่าแล้วแม่แก้วฉวยมือลูกนุ่นหมับ “ตายล่ะ !หรือท่านจะใบ้ว่าไม่ใช่เนื้อคู่ถึงพูด ‘คู่นี้ปล่อยเขาไปเถิด’ ”ลูกนุ่นตะปบมือแม่กลับ “แต่คิดทางตรงข้าม ท่านอาจหมายถึง...พี่อ้วนกับหนูจ้าเป็เนื้อคู่ยังไงก็ไม่แคล้วกัน”
สองคนสบตาก่อนคลายมือจากกันลูกนุ่นเอ่ยก่อน
“ตกลงใช่หรือไม่ใช่เนื้อคู่หลวงพ่อไม่ได้ชี้ขาด”
“จะใช่หรือไม่ใช่แม่ก็มีทีเด็ดยังไม่ได้เล่า”
“อะไรเหรอแม่!”
“คุณอู๋พ่อตาอ้วนสั่งทำแหวนหมั้นล่วงหน้าไว้ก่อนตายตั้งนาน”
นักเขียนบทตาโต“ว้าววว คลาสสิกจังเลย”
“ทีแรกยังนึกขำว่าคุณอู๋อำเล่นกระทั่งแหวนเสร็จเขาแอบเอามาอวด ย้ำด้วยนะแหวนวงนี้ต้องเป็ของหนูจ้าคนเดียวเท่านั้น” แม่แก้วตบเข่าฉาด “เนี่ย ! พ่อตาอ้วนพูดกับปากเองเป๊ะ ๆ อยู่ในวัดแม่ไม่มุสาวาจาใครจะมาว่าแม่นำเสนอออกนอกหน้าได้ยังไง เื่สองคนเขาเป็ว่าที่คู่หมั้นกัน ไม่เลื่อนลอยยกเมฆ”
“หนูจ้าไม่รู้เลยเหรอแม่”
“รู้ประมาณแค่ผู้ใหญ่พูดหยอกกันเล่นๆ พ่อหนูจ้าขอไม่ให้แม่เล่า บอกว่ายังเด็กให้ปล่อยตามธรรมชาติ แต่ตอนนี้...”
ลูกคู่พยักหน้าหงึกๆ ว่าเข้าใจที่สถานะพลิกกลับ เ้าจ้าเป็คุณหนูตกอับ คุณอ้วนเป็ไฮโซเลิศลอยรอค่อยเป็ค่อยไปไม่ไหว หล่อนถามต่อว่าคุณอ้วนรู้เื่ไหม
“แม่เองก็ไม่แน่ใจว่าพ่อเขาบอกไว้ก่อนสิ้นลมหรือเปล่าคุณจ่างอีกนั่นแหละกำชับคุณอู๋ไม่ให้พูด เขาไม่อยากบังคับกะเกณฑ์เด็ก ๆ แต่ที่แน่ๆ คุณอู๋กระซิบว่านอกจากแหวนจะเตรียมของหมั้นเป็ชุดด้วย”
นักเขียนบทตาเป็ประกาย“งั้นเราต้องจับคู่คู่หมายให้อยู่หมัด”
“แต่...หลวงพ่อบอกอย่าไปยุ่งกับคู่นี้”
“รู้ขนาดนี้ไม่ยุ่งได้ยังไงคะบรรดาแม่ ๆ วุ่นวายจับคู่ลูกสาวให้แต่งงานกับผู้ชายเพียบพร้อมมาแต่โบร่ำโบราณ”
“คำพูดหลวงพ่อ...เื่ง่ายอย่าทำเป็ยากล่ะ”
“ของดีไขว่คว้าง่ายๆ ได้เหรอแม่ พระท่านก็ว่าเหมือนกัน ‘คนล่วงทุกข์ด้วยความเพียร’ เพียรหาลูกเขยดี ๆรับรองหมดทุกข์หมดโศกแน่แม่”
“ติดตรง...คุณอู๋ตายแล้วตอนนี้แม่ไม่รู้ว่าแหวนนั่นอยู่ไหน”
“ลองถามคุณอ้วนไปเลยไหมแม่”
“ก็คิดๆ อยู่ แต่ตาอ้วนเพิ่งกลับมาการงานก็ควรจะมาก่อน อีกอย่างแม่เป็ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงออกปากก่อนก็กระดากอยู่เหมือนกัน เลยประวิงเวลารอดูไปเรื่อย ๆ สักพัก”
“สมมุติแม่ถามแล้วคำตอบออกมาว่าคุณอ้วนไม่รู้อะไรเลยล่ะแม่”
“ถ้าอย่างนั้นแหวนกับของหมั้นควรจะอยู่ที่...แม่ตาอ้วน”แม่แก้วถอนหายใจเฮือก “นั่นล่ะปัญหาใหญ่ นุ่นเอ๊ย ถ้าคุณหญิงเก็บทั้งหมดไว้ เป็ไปได้สูงว่าของหมั้นจะหายสูญไปตลอดกาลจบ ! เื่หมายหมั้นที่คุณอู๋สัญญาไว้จะว่างเปล่ายิ่งกว่าลมปากแม่ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันเลย”
“แม่ก็เลยมาวัดถามหลวงพ่ออยากได้คำทำนายที่ทำให้สบายใจ”
“ก็ขนาดลูกสาวแม่เองยังว่าละเมอเพ้อเจ้อทางคุณหญิงล่ะอาจจะว่าแม่อยากดองกับเขาจนหาทางกุเื่โป้ปดเหมือนอย่างพวกสิบแปดมงกุฎ ไปโน่นเลยก็ได้”
“โห...ฟังแล้วหวาดเสียวจะชวดชะมัดเลยแม่”
“แต่แม่เห็นแหวนพิเศษวงนั้น...ไม่มีวันลืมมันเป็แหวนรูปดอกไม้”
ดวงตาคุณหญิงอาบความกังวลขณะเพ่งกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินลูกชายน่าจะยังไม่รู้ว่าบิดาจัดเตรียมสิ่งมีค่าเหล่านี้ไว้เธอไม่เคยเล่าและเขาไม่เคยเอ่ยถึง แต่ไม่รู้ว่าคุณแก้วรู้เื่ด้วยหรือไม่หากรู้แล้ววันหนึ่งถามไถ่เอากับตาอ้วนจะทำอย่างไรนี่ก็ไม่สบายไปนอนค้างอ้างแรมบ้านไร่มาแล้ว
หลังมื้อค่ำเมื่อวานดารากรชวนไปดูเพชรกันต่อท่าทางไม่พอใจตอนออกปากว่าตาอ้วนไปทำงานภูเก็ตเป็ปี ๆ ทั้งที่เลือกอยู่กรุงเทพฯได้ เท่ากับปล่อยฝ่ายหญิงเก้ออยู่ที่นี่คนเดียวถึงจะดีเสมอต้นเสมอปลายและเป็ผู้ชายที่หาไม่ได้ง่าย ๆแต่เขาดูนิ่งเฉยกับความรู้สึกของน้องแพมเกินไป
ระหว่างนั้นเ้าของร้านอาหารในอังกฤษอดีตนายจ้างของลูกชายเดินผ่านหน้าร้านเพชรเธอตามไปถามให้ชัดเจนและได้คำตอบว่าเด็กที่นั่นทำงานพาร์ทไทม์ไม่แปลกแต่คนขัดสนจริง ๆ เท่านั้นถึงทำประจำ ลูกเศรษฐีบางคนทำพอหาประสบการณ์ไม่มีใครทำมากเท่าที่ทำได้อย่างลูกชายคุณ
นึกแล้วคุณหญิงนิ่วหน้าแม้บิดาเธอเลี้ยงลูกหลานเข้มงวด เรียนอยู่เมืองนอกให้เช่าที่พักแบบนักศึกษาอื่น ๆหากจำเป็ต้องใช้รถก็มือสอง ค่าใช้จ่ายให้พออยู่อย่างคนทั่วไปแต่ตาอ้วนไม่มีความจำเป็ต้องทำงานหาเงิน เรียนก็หนักจะแย่เื่นี้น่าจะเกี่ยวกับลูกสาวบ้านโน้นเขาปกปิดเพราะไม่เสียเวลามาถกเถียงหรือประพฤติต่อต้านดูอย่างตอนหนีไปลาคนบ้านรังษิฯ
นั่นล่ะ...ตาอ้วนเงียบ ๆ คล้ายโอนอ่อนไม่โต้แย้ง หากแต่คงมั่นทำตามความคิดตัวเองเลย
เธอลองเปรยกับบิดาว่าไม่น่าอนุญาตให้ตาอ้วนลงใต้ไปแต่แรกหวังให้ท่านออกหน้าเรียกตัวกลับ ท่านยกมือห้ามไม่ให้พูดต่อท่านเห็นมานักต่อนักใจคนเราฝืนกันไม่ได้ เ้าอ้วนเลือกของมันเอง เธอได้แต่หน้าสลด รื่นรู้เข้าก็ช่วยคิดหาทางพร้อมยุให้รุกหนักขึ้น ให้มันรู้ไปว่าจะยังไม่ได้ผล
ด้วยเหตุนี้ไม่กี่วันถัดไปหม่อมหลวงภาวดีนำพนักงานฝึกงานเข้าในห้องประชุมแจ้งว่าคุณเบญจญาภาจะรับหน้าที่ผู้ช่วยประสานงานต่างประเทศในการสั่งต่อเรือกับจัดซื้อเรือเพิ่มสู่กองเรือเสียงฮือดังเบา ๆ ทันที ผู้อำนวยการเ้าหลักเกณฑ์ไม่เคยทำงานข้ามขั้นเช่นนี้
ตลอดวันนั้นเสียงซุบซิบกระหึ่มทั้งตึกเอสทีเด็กฝึกงานสวย ๆ เลิศ ๆ ได้ติดตามคุณภารินธรไปตกลงสัญญาที่ยุโรปข้ามขั้นอย่างนี้พวกพนักงานเสียกำลังใจแย่บางคนว่าคุณน้องแพมมาฝึกงานเป็ว่าที่สะใภ้ถูกต้องตามขั้นตอนแล้วต่างหากคุณแม่เขาเป็เพื่อนผู้อำนวยการ แถมเป็ลูกท่านทูตหลานท่านเ้าสัวงานนี้เป็เื่บริหารกิจการภายในครอบครัวโดยตรง แต่มีเสียงวิจารณ์แย้งว่าแปลกหากพ่อแม่เห็นดีเห็นงาม ผู้อำนวยการไม่เห็นจำเป็ต้องทำออกนอกหน้า
หลังการประชุมคุณหญิงแจ้งตารางงานกับบุตรชายในห้องทำงานเขากับน้องแพมจะเดินทางล่วงหน้าไปนอร์เวย์ ส่วนทีมงานกับทนายตามไปทีหลังเขาทักท้วงถึงความเหมาะสมเพราะน้องแพมยังอยู่ใน่ฝึกงาน คุณหญิงชี้แจงเหตุผลว่าคุณพ่อของน้องแพมย้ายไปประจำที่นอร์เวย์เมื่อปีกลายท่านทูตยังขอบใจยกใหญ่ที่จะส่งลูกสาวไปหาเพราะรอเก้อั้แ่เ้าตัวเปลี่ยนใจไม่ไปฝึกงานที่นั่น แต่เขาไม่เห็นด้วยอยู่ดีจู่ ๆ ใส่ชื่อในทีมโครงการใหญ่แถมมีเื่ส่วนตัวพ่วงพนักงานอื่นรู้จะไม่ดีกับน้องแพมเอง
“แต่แม่รับรองมีน้องแพมไปด้วยทั้งทีมจะได้รับความสะดวกชนิดคาดไม่ถึง งานราบรื่นสำเร็จกลับมาผลงานจะแสดงเองว่าน้องแพมเหมาะไปเป็ผู้ช่วยลูก อ้อ คุณน้าดาจะไปสมทบด้วยอ้วนหาโอกาสไปทานข้าวกับครอบครัวท่านทูตอย่างน้อยสักมื้อนะ”
เข้าใจกระจ่างว่ามารดากะการณ์เกินงานไว้แต่แรกและจัดแจงทุกสิ่งก่อนบอกภารินธรจึงลุกอย่างหมดเื่ค้าน
“อ้วนอย่ากลับภูเก็ตเลยที่นี่้าลูกนะ” คุณหญิงโพล่งขึ้น
“เราพูดเื่นี้กันจบแล้วครับคุณแม่”เขาตอบด้วยประโยคเดียวกับที่มารดาเคยกล่าวเมื่อหลายปีก่อน
ภารินธรเปิดประตูออกไปคุณหญิงทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ ที่เคยวางใจเพราะลูกชายไม่ถามถึงบ้านโน้นอีก
ผิดโดยสิ้นเชิง!