ยามนี้เบื้องหน้าของฮ่าวเทียน คือเวทีกลางแจ้งโอ่อ่าใหญ่โต มีทั้งฝั่งที่นั่งผู้ชม ล้วนแต่แต่งกายด้วยชุดเดียวกัน อีกฝั่งของญาติผู้เข้าสอบ และแน่นอน ฝั่งของเหล่าอาจารย์ในสำนักศึกษาและผู้คุมสอบ การทดสอบถูกจัดขึ้นอย่างเป็ระเบียบเคร่งครัด ต่อหน้าสายตาผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเหล่านี้ กลโกงใดๆล้วนไม่อาจใช้ออก
“ ข้าควรทำเช่นไรดีเนี่ย จะวิ่งไปหาผู้าุโซักคนเลยยิ่งทำไม่ได้ ให้เข้ารับการทดสอบ ข้ายิ่งไม่อาจเข้าร่วม คงได้ถูกหัวเราะเยาะก่อนถีบส่งไปไกลลิบแน่ ” ในหัวฮ่าวน้อยตอนนี้ปั่นป่วนวุ่นวายนัก ตนแม้เตรียมการมาดีแต่กลับไม่เป็ดังคาดแม้แต่น้อย...
“ ฮ่าวน้อย ข้าลัดคิวให้เ้าแล้ว หลังทดสอบเสร็จผ่านเข้าสู่ชั้นเรียนฝึกหัด ข้าจะมีศักดิ์เป็ศิษย์พี่เ้าแล้วนะ! ” ...ฮ่าวเทียนทอดถอนใจด้วยความกังวล อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิดแล้ว....
เสียงผู้คุมสอบดังกังวาลเรียกขานชื่อบุคคลตามลำดับ ไม่กี่อึดใจเสียง์ก็เอ่ยนาม
“ หมายเลข 7146 ฮ่าวเทียน รับการทดสอบ! ” ฮ่าวเทียนเป็คนแรกที่เดินเตาะแตะขึ้นเวที โดยมากจะโชว์พลังวิชาตัวเบาเพื่อเอาใจผู้คุมและเหล่าาุโ ด้วยสิ่งนี้ทำให้เด็กหนุ่มตกเป็เป้าสายตาเข้าไปอีก! เสียงกระซิบในหมู่าุโเริ่มดังเป็ระยะ
“ เด็กนี่ ร่างกายกำยำ ดวงตาตั้งมั่นสมเป็ชายชาติบุรุษ ไม่อาจััพลังใดๆจากมันได้ น่าสนใจนัก! ” ผู้คุมสอบไม่รีรออธิบายต่อฮ่าวเทียน
“ เด็กน้อย เ้ามีโอกาสสามครั้ง ใช้พลังสูงสุดของเ้าทำลายแก่นธาตุวัดพลังตรงหน้า มันจะบอกว่าเ้ามีคุณสมบัติปราณธาตุใด และอยู่ในระดับยุทธ์ขั้นใด เร่งลงมือ! ” ฮ่าวเทียนยามนี้เหม่อมองแก่นทดสอบตรงหน้า ด้านข้างก็มีมู่ชิงเสวียนโบกมือให้กำลังใจ มองไปทางไหนมีแต่สายตาจับจ้อง ด้วยความเซ็งแซ่ เด็กหนุ่มทุบทำลายแก่นทดสอบด้วยกำลังสุดแรงเกิด เสียงดัง ปังง!! ดึงความสนใจของเหล่าผู้ชม ทว่า....
“ ผลทดสอบออกมา 0 ไม่ผ่าน เหลือสองครั้ง! ” ฮ่าวเทียนไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ตัวมันไม่มีพลังปราณ ไหนเลยจะเข้าร่วมทดสอบได้ ท่ามกลางสายตาผิดหวังทั้งมวล แม้แต่พี่หญิงมันก็ะโเสียงดังใส่เวที
“ เด็กโง่! ค่าเฉลี่ยคะแนนสามรอบจะเป็ตัวตัดสินว่าเ้าจะอยู่ชั้นเรียนระดับใด รอบแรกเ้าได้ 0 หากรอบที่สองยังเป็เช่นนี้ ต้องถูกจับส่งกลับไปแน่ เ้ามิได้เดินทางมาไกลเพื่อสิ่งนี้รึ ?” ฮ่าวเทียนหันไปมองพี่หญิงมันอย่างละเหี่ยใจ ...ข้า ไม่มีพลังใดเลย ทำให้พี่ชิงเสวียนต้องผิดหวังแล้ว...
” เ้าเด็กนี่พื้นเพเช่นไร ?” าุโผู้หนึ่งเอ่ยปากถามผู้คุมสอบ
“ เรียนเ้าตำหนัก ฮ่าวเทียนอายุ 12 ปี พื้นเพชาวบ้านธรรมดา เข้าสอบได้เพราะได้ศิษย์ลำดับ 114 มู่ชิงเสวียนรับรองให้ครับ ” สิ้นเสียงผู้คุมสอบ ไม่ว่าเหล่าศิษย์เก่าใหม่ ฝั่งญาติผู้มาสอบ กระทั่งบุคลากรในสำนักศึกษาต่างหัวเราะร่วน บ้างทุบโต๊ะไปขำไป
“ เื่ตลกอันใดกันนี่ ศิษย์ภายในตำหนักใหญ่ รับรองให้เด็กชาวบ้านอายุไม่ถึงเกณฑ์ ไร้พลังยุทธ์ เข้าสู่การทดสอบเพื่อเข้าเรียนของสำนักศึกษาแห่งราชวงศ์ ฮ่าๆๆๆ ”
ทันใดนั้นเองปรากฏร่างหญิงสาววัยกลางคนผู้หนึ่งรุดยืนขึ้นจากฝั่งเหล่าาุโ
“ ชิงเสวียน เ้ากล้าดียังไงทำให้ตำหนักวิหควารีเราต้องอับอายเพียงนี้ นับแต่ข้าเป็เ้าตำหนักไม่เคยเสื่อมเสีย ข้าจะลงโทษเ้าสถานหนัก ไม่ให้พบเห็นเดือนตะวันสามเดือน! ยึดคืนลำดับทั้งมวล! ” แม้จะมีผู้ใดคิดว่าโหดร้ายไปบ้าง แต่ก็สาสมแล้ว ที่นี่เป็สถานที่อันใดกัน ไม่อาจล้อเล่นนึกสนุกได้ เหล่าศิษย์เก่าต่างพึงพอใจกับเหตุการณ์นี้ นี่หมายความว่าลำดับของนางในสำนักว่างเปล่า พร้อมให้พวกมัน่ชิง
“ ชิงเสวียนน้อมรับความผิดนี้ ขอท่านเ้าตำหนักลงโทษสถานหนักเถิด ” นัยย์ตาของหญิงสาวน้ำตาคลอเบ้า ก้มหน้ามองพื้นยกใหญ่ก่อนะโขึ้นเวที
“ ฮ่าวเทียน ไม่ว่าผลทดสอบเป็อย่างไร พี่หญิงจะไม่ถือโกรธเ้า เป็พี่ฉุดกระชากเ้ามาเอง อย่าได้สำนึกเสียใจ ชะตาพี่คงเป็เช่นนี้เอง ลาก่อน... ” ทันใดนั้นเองนางก็พลิกกายหายไปจากสายตาเด็กหนุ่ม
นี่....ถึงกับเป็เื่ราวใหญ่โตปานนี้ พี่หญิงต้องรับโทษเพราะข้า ก่อนมาถึงที่นี่ ข้าตั้งมั่นว่าจะสยบโลกหล้าไม่ให้ท่านปู่ผิดหวัง ยามมาถึงก็มีเพียงนางดีกับข้านัก...ขณะกำลังสำนึกเสียใจ ฮ่าวเทียนที่กำลังโกรธแค้นตัวมันเองก็ััได้ถึงปราณทมิฬเดือดพล่านที่พร้อมจะปะทุทุกเมื่อ
“ ดูท่า คงมีเพียงสิ่งนี้ หากใช้ออกมิพ้นถูกครหาว่าเป็มาร ...แต่แล้วอย่างไร! ข้าไม่อาจผิดพลาดซ้ำสอง! ” เด็กหนุ่มตั้งมั่นก่อนเอ่ยปาก
“ ท่านผู้คุมสอบ ข้า จะรับการทดสอบต่อ ขอท่านส่งเสริม ! ” สิ้นเสียงเด็กหนุ่มผู้ชมก็หัวเราะร่วนอีกครั้ง
“ เ้าจะเล่นตลกอันใดอีก ผู้ที่รับรองเ้าก็ถูกลงโทษจากไปแล้ว หากให้เ้าทดสอบอีกมิเป็ข้ารึถูกโทษคนต่อไป... ” ไม่ทันสิ้นเสียงผู้คุม สองตามันถมึงทึง ร่างกายไม่อาจขยับเขยื้อน ราวหัวใจหยุดเต้น
เมื่อครู่มันยังเห็นเด็กหนุ่มเป็คนธรรมดาไร้ซึ่งรัศมีใด บัดนี้แม้เรือนลางแต่กลับรู้ได้ถึงไอพลังเย็นเยียบ ทว่ากลับให้ความรู้สึกเงียบงัน ราวกับมันเผชิญหน้าภูติผีปีศาจไม่อาจต่อกร เพียงมีมันผู้เดียวได้รับทราบสิ่งเลวร้ายด้านหน้า
“ ทะๆ ทดสอบ ทดสอบต่อได้...” ชายวัยกลางคนมีอายุ 42 ปี ผู้นี้อยู่มาก็เนิ่นนาน กลับไม่เคยพบเจอสิ่งใดน่าสยดสยองสุดเปรียบปานดังนี้ มันพูดออกด้วยความหวาดผวา สิ้นเสียงผู้คุมสอบ ฮ่าวเทียนกำหยกชิ้นน้อยที่ได้รับจากท่านปู่มันไว้แน่น ก่อนจะคำรามกึกก้อง บนหมัดกอรปด้วยไอพลังสีแดงบางเบา ทุบทำลายแก่นทดสอบ
“ ปังง! ” เสียงกระทบครานี้ ไม่ดังไปกว่าครั้งก่อน ทว่าทำให้เหล่าผู้ชมไม่ว่าฝั่งใด อ้าปากค้าง ไม่อาจเชื่อภาพที่เห็นตรงหน้า แก่นทดสอบบัดนี้พังทลายไร้ซึ่งรูปร่างเดิม ไม่ปรากฏระดับพลังใดให้ชม แม้กระทั่งเวทีด้านหลังถูกป่นพินาศยาวไปจนเกือบถึงฝั่งผู้ชม
ทุกคนที่ได้รับชมภาพเหตุการณ์นี้ไม่ทราบจะเอ่ยอะไรออกมา ได้แต่หันหน้ามองกัน ก่อนจะมีสุ้มเสียงนึงดังขึ้นมาหยุดความเงียบงันนี้
“ ระดับรวมิญญาขั้นที่ 3 ! ” นะๆ..นี่เื่บ้าอันใด เ้าเด็กนี่อายุ 12 ปีไม่ใช่รึ ? ความแตกตื่นโกลาหลวุ่นวายบังเกิดขึ้น ภาพหัวเราะร่วนก้องฟ้าเมื่อซักครู่กลับตาลปัตร
“ เ้าตำหนักเทพยุทธ์ ท่านเป็ถึงเ้าตำหนักระดับสูงสุด กลับกล่าวว่า ปราณเมื่อครู่ อยู่ในระดับรวมิญญาชั้นกลาง ท่านทราบดีว่าแก่นทดสอบ ทดสอบได้เพียงระดับปราณแท้จริงเท่านั้น ไฉนเลย...” ไม่ฟังคำใดต่อ เ้าตำหนักเทพยุทธ์เหินร่อนลงตรงหน้าเด็กหนุ่ม พลันกล่าว
“ เ้าอายุ12 ปี พลังเมื่อครู่เป็ระดับรวมิญญา ทั้งยังสูงส่งถึงขั้น *ครึ่งก้าวเทพยุทธ์* ใช้มันใส่แผ่นอกข้าอีกครั้ง หากบิดพลิ้วจากคำนี้ ข้าจะสังหารเ้าซะ ”
ไล่เรียงระดับปราณ ผู้ใดฝึกฝนถึงระดับรวมิญญาขั้นที่ 3 จะได้สมญาว่า ครึ่งก้าวเทพยุทธ์ ด้วยว่าระดับต่อจากนี้อีกสามชั้นย่อยคือระดับเทพยุทธ์แล้ว จัดได้ว่าเป็ผู้อยู่ชั้นแนวหน้าของทวีปทีเดียว!
ฮ่าวเทียนได้แต่ตื่นตะลึงไม่อาจพูดคำใด รังสีสังหารตรงหน้ามันบ่งบอกชัดเจน แม้เคยประมือทหารเกราะทองอันสูงส่ง กลับไม่อาจนำมาเปรียบเทียบตัวตนราวทวยเทพตรงหน้าได้ ...จะทำอย่างไรได้อีกเล่า เด็กหนุ่มเรียกใช้ปราณทมิฬอีกครั้ง ก่อนปล่อยหมัดด้วยกำลังทั้งมวลอย่างตั้งมั่น! ไร้ซึ่งเสียงกระทบใด หมัดของเด็กหนุ่มไม่อาจทะลวงรัศมีเข้าสู่เนื้อตัวอีกฝ่ายได้ ผู้ชมได้แต่กลั้นหายใจนิ่ง หลังเห็นภาพดังกล่าวจึงคลายใจ
“ ที่แท้ เป็พวกมาร! มารน้อยเ้ามาที่นี่ มีสาเหตุอันใด ข้าให้เวลาสิบอึดใจตอบให้กระจ่าง ” เสียงชายหนุ่มกระซิบเบาข้างหูฮ่าวเทียน เสมือนบอกกล่าวเป็นัยยะว่าชีวิตมันจบสิ้นแล้ววันนี้...
ฮ่าวเทียนกลืนน้ำลายอึกใหญ่กำลังเอ่ยปาก กลับมีสุ้มเสียงหนึ่งทะลวงจิตทั้งสองคนเข้ามา ทำเอาเ้าตำหนักผู้สูงส่งขมวดคิ้วอย่างโง่งม...
“ มิใช่ปราณทมิฬท่าน อย่าได้ตระหนกไป คงเป็วิชาลับแขนงใดที่ดึงเอากำลังพิเศษออกมาชั่วคราว ให้มันเข้าชั้นเรียนฝึกหัดตำหนักนอก ไม่อาจใช้ออกซึ่งพลังนี้อีก ข้าจะเป็ผู้จับตาดูเอง... ” สิ้นเสียงทิ่มทะลวงจิตนี้ เ้าตำหนักเทพยุทธ์รีบตอบ
“ ผู้น้อยจะปฏิบัติตามคำสั่งท่านาุโ ขอท่านวางใจ ” จากนั้นจึงประกาศก้องทันที
“ เื่ราววันนี้ ยังไม่อาจคลี่คลาย ทว่าเป็ข้ารับรอง ให้ฮ่าวเทียน ได้เข้าสำนักศึกษาในชั้นเรียนฝึกหัด ตำหนักภายนอกเป็ชั่วคราวเพื่อจับตาดูมัน ผู้ใดประพฤติให้บิดพลิ้วจากนี้ ถือว่ามีโทษสถานหนัก! ”
ด้วยเื่ราวไร้ซึ่งเหตุนี้ ฮ่าวเทียนแม้ได้เข้าสำนักศึกษาสมใจอยาก แต่บนใบหน้าของเหล่าศิษย์เก่าและครูอาจารย์ กลับปรากฏความดูแคลนเหยียดหยามเด็กหนุ่มนัก ฮ่าวเทียนเอ่ยปาก
“ ท่านาุโ ข้า ข้าขอบังอาจเข้าพบเ้าของสุ้มเสียงเมื่อครู่ได้หรือไม่ ? ” เ้าตำหนักเทพยุทธ์มองดูเด็กหนุ่มอย่างเฉื่อยชา
“ เ้าเด็กต่ำช้า อย่านึกว่ามีผู้หนุนหลังสูงส่งแล้วจะได้ใจนัก เพียงขยับนิ้วมือหัวเ้าหลุดจากบ่าทันที หากคลี่คลายปมวันนี้ลงได้ เ้าอย่าหวังมีชีวิตอยู่ในสำนักนี้อีก ผู้ใดไม่อาจปกป้อง! ” ฮ่าวเทียนไม่สนใจคำอีกฝ่าย กลับหยิบชิ้นหยกครามาที่พี่นางฟ้าของมันมอบให้ แอบเผยรัศมีดังกล่าวให้าุโตรงหน้ามันดู ชายหนุ่มตรงหน้าถึงเผยกับสีหน้าตื่นตะลึง
“ สิ่งนี้...เป็” ...” เป็จดหมายแนะนำตัวข้า หวังท่านาุโตอบรับ” เ้าตำหนักเทพยุทธ์มองดูสมบัติแห่งราชวงศ์ในมือเด็กหนุ่มก่อนลอบมองสองดวงตาตั้งมั่นของเด็กน้อยตรงหน้า
“ เป็ผู้ใดมอบแก่เ้า และ้าแนะนำตัวเ้าต่อผู้ใด ” ฮ่าวเทียนรีบกล่าวตอบ
“ ผู้ใดมอบให้มิอาจบอกกล่าว แต่ท่านกำชับให้ข้าตามหาาุโกู่หลิง ” ชายหนุ่มถึงกับอึ้งกิ่มกี่กับสิ่งที่ได้ยิน
“ ท่านบรรพชนกู่หลิง เก็บตัวฝึกฝนตนมาเนิ่นนาน ไม่สนใจทางโลก อีกกว่า 10 เดือนให้หลังจึงให้เ้าเข้าพบได้บ้าง ระหว่างนี้ ข้าพอรับรู้เื่ราวแล้ว เ้าใช้ชีวิตในสำนักศึกษานี้ไปตามปกติ ” รัศมีกดดันของเ้าตำหนักเบาบางลงเห็นได้ชัด ทำให้ฮ่าวเทียนหายใจสะดวกขึ้นมากมายนัก
“ ขอบคุณท่านาุโ เกี่ยวกับพี่หญิง....ไม่ ศิษย์พี่ชิงเสวียน ข้าขอขมาแก่ท่าน ปล่อยนางไปได้หรือไม่ ?” เด็กหนุ่มวิงวอนด้วยดวงตาสั่นเทิ้ม
“ ชิงเสวียนเป็ตัวตนระดับสูงส่งในบรรดาศิษย์ของสำนัก เ้ามิต้องห่วง เื่นี้ข้าจะจัดการเอง 10 เดือนนี้ไม่อาจเผยพลังเมื่อครู่ออก ตัวข้าแม้ยอมสยบต่อจดหมายแนะนำเ้า แต่ไม่อาจคลี่คลายสงสัยเื่ปราณเมื่อครู่ ไปซะ ประเดี๋ยวจะมีพี่เลี้ยงมานำเ้าไป! ” ฮ่าวเทียนทอดถอนใจ....อย่างน้อย มันมิต้องตกตายแล้ว....