นางยิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านป้าไม่ต้องเกรงใจ การที่เราได้ร่วมเรือลงใต้ด้วยกันก็นับเป็วาสนา ไม่ถึงขั้นเป็บุญคุณอันใด เป็เพียงเื่เล็กน้อยที่ข้าพอจะช่วยได้เท่านั้น”
พูดจบ นางก็หันไปมองเถาหงอิง “ช่วยอุ้มลูกของเ้ามาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่?”
เมื่อเถาหงอิงได้ยินดังนั้น ก็รีบปรับท่าทางแล้วอุ้มเจียอินเดินไปตรงหน้าฮูหยินซุน
เจียอินย่อมรู้ดีว่าสตรีผู้นี้คือผู้มีพระคุณของตระกูลหลี่ และใน่เวลาต่อจากนี้ยังต้องพึ่งพาการดูแลจากอีกฝ่าย
ดังนั้นนางจึงพยายามฉีกยิ้มกว้าง ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างร่าเริง
พอหัวเราะเช่นนี้ น้ำลายก็ไหลย้อยลงไปในคอจนทำให้รู้สึกคัน นางจึงเริ่มส่ายหัวไปมา...
ฮูหยินซุนเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ จึงนำลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขนเข้าไปใกล้กับทารกในห่อผ้า
“หนานหนาน รีบดูสิว่าน้องสาวคนนี้ช่างน่ารักเหลือเกิน!”
เด็กน้อยมักจะชอบทำตามตัวอย่าง คุณหนูตระกูลซุนเห็นเจียอินส่ายหัวอย่างร่าเริง จึงเริ่มส่ายหัวและหัวเราะตามไปด้วย
ท้ายที่สุด ยังยื่นมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างออกไปหมายจะััตัวเจียอิน
“ไอ้หยา หนานหนานหัวเราะแล้ว” ฮูหยินซุนเห็นลูกสาวร่าเริงเช่นนี้ก็ยิ่งดีใจ
หลายวันที่ผ่านมาลูกสาวกินไม่อิ่ม อีกทั้งบนเรือยังพักผ่อนได้ไม่ดี จึงร้องไห้งอแงมาหลายวัน นาน ๆ ครั้งถึงจะมี่เวลาที่สดใสเช่นนี้
เด็กหญิงตัวน้อยของตระกูลหลี่คนนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ
หากมีนางอยู่บนเรือ หนานหนานก็จะมีเพื่อนเล่นเพิ่มขึ้นอีกคน คงดีขึ้นมากทีเดียว
ฮูหยินซุนยิ่งมองเจียอินก็ยิ่งเอ็นดู จึงสั่งให้สาวใช้ที่คอยรับใช้อยู่ข้างกายไปหยิบกล่องไม้จากโต๊ะเครื่องแป้งมา
เมื่อเปิดกล่องไม้ออก ฮูหยินซุนก็นำสร้อยคอทองคำที่ด้านล่างห้อยจี้ทองคล้องคออายุยืนอันเล็ก ๆ ออกมา
“จี้ทองคล้องคออายุยืนนี้ข้าสั่งทำไว้ก่อนที่หนานหนานจะเกิด ทำไว้สองอัน พอดีว่ามีเหลืออยู่อันหนึ่ง ขอมอบให้ลูกของพวกเ้าก็แล้วกัน”
“ฮูหยิน ทำเช่นนี้ไม่ได้ สิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป”
แม่เฒ่าหลี่รีบปฏิเสธ แต่ฮูหยินซุนกลับสวมจี้ทองคล้องคออายุยืนลงบนคอของเจียอินโดยตรง
“ข้าชอบเด็กคนนี้ มอบของขวัญให้เล็กน้อย มีอะไรที่ทำไม่ได้กัน”
พูดจบ นางยังบีบแก้มยุ้ย ๆ ของเจียอินเบา ๆ อีกด้วย
เจียอินไม่คิดว่าจะได้รับความประหลาดใจเช่นนี้ นางชอบมาก จึงส่งยิ้มกว้างแบบไร้ฟันให้กับผู้สนับสนุนรายใหญ่!
แม่เฒ่าหลี่ยังคงอยากปฏิเสธ เพราะลำพังแค่ได้อาศัยเรือลงใต้ก็นับว่าซาบซึ้งใจมากแล้ว จะรับของล้ำค่าเช่นนี้จากอีกฝ่ายได้อย่างไร
แต่ในขณะนั้น จ้าวอวี้หรูได้ถือชามนมแพะสองชาม เดินตามสาวใช้เข้ามาพอดี
“ฮูหยิน นมแพะมาส่งแล้วเ้าค่ะ” สาวใช้กล่าวเสียงเบา “ข้าเป็คนคุมการรีดนมและต้มเองกับมือ ทั้งยังใส่เมล็ดซิ่งเพื่อดับกลิ่นคาวด้วยเ้าค่ะ”
ฮูหยินซุนพยักหน้า ในขณะที่แม่เฒ่าหลี่นึกถึงคำพูดซุบซิบที่เคยได้ยินมาบ้าง
กุ้ยเหรินในตระกูลใหญ่เวลาทานอะไรต้องมีการทดสอบพิษก่อน นมแพะนี้มาจากตระกูลหลี่ ยิ่งไม่ควรทำให้อีกฝ่ายสงสัย
ดังนั้น นางจึงรีบบอกเถาหงอิง “ฝูหนิ่วหิวแล้ว ให้ลูกดื่มก่อนเถิด”
นางพูดพลางใช้ช้อนตักนมแพะป้อนที่ปากของเจียอิน
เจียอินยกนิ้วโป้งให้ท่านย่าในใจ จากนั้นก็ดื่มอย่างเอร็ดอร่อย
กลิ่นหอมของนมอบอวล ลูกสาวในอ้อมแขนของฮูหยินซุนเริ่มกระวนกระวาย ยื่นมือน้อย ๆ ไปคว้าชามนมแพะ
“แอ้... แอ้...”
“รีบป้อนหนานหนานดื่มเถิด” ฮูหยินซุนรีบส่งลูกสาวให้แม่นม
สาวใช้ตักนมแพะแล้วค่อย ๆ ป้อนให้คุณหนูอย่างระมัดระวัง
อาจเป็เพราะความหิว หรือได้รับอิทธิพลจากเจียอิน คุณหนูตระกูลซุนจึงเลียนแบบท่าทางของนาง ดื่มดังอึก ๆ ๆ ซึ่งท่าทางที่เจริญอาหารทำให้ฮูหยินซุนยิ่งมีความสุข
“อีกเดี๋ยวเราจะออกเดินทางต่อ พวกเ้ามีเื่อะไรให้ไปแจ้งกับผู้ดูแลหวังได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ วันหลังอุ้มลูกมาคุยเล่นกันบ่อย ๆ นะ”
ฮูหยินซุนอาศัย่ที่เด็กทั้งสองกำลังดื่มนม กำชับแม่เฒ่าหลี่และเถาหงอิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
แม่เฒ่าหลี่รีบขานรับ ในใจรู้สึกมั่นคงขึ้นมาก
จนกระทั่งนมแพะทั้งสองชามหมดลง เจียอินและคุณหนูตระกูลซุนต่างก็ดื่มจนพุงกาง
คุณหนูตระกูลซุนถึงขั้นเรอออกมาเบา ๆ แล้วซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของมารดา
ดวงตากลมโตราวกับองุ่นดำจ้องมองเจียอินที่ตัวเล็กกว่านางตาไม่กะพริบด้วยความแปลกใจ
แม่เฒ่าหลี่และเถาหงอิงอยู่คุยกับฮูหยินซุนต่ออีกครู่หนึ่ง เมื่อเด็กทั้งสองเริ่มง่วงนอน พวกนางจึงกลับไปยังที่พัก
ที่นี่คือห้องพักคนรับใช้ที่เรียบง่ายที่สุด อยู่สุดทางของห้องใต้ท้องเรือ ภายในห้องไม่มีหน้าต่าง แถมพื้นยังมีความชื้นแฉะ
คนตระกูลหลี่แบ่งแยกชายหญิง ใช้ห้องรวมกันสองห้อง พื้นที่ที่คับแคบทำให้การหันตัวดูอึดอัดเล็กน้อย
แต่ถึงจะเป็เช่นนี้ คนตระกูลหลี่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของตระกูลซุน
ขอเพียงเดินทางถึงเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัย ต่อให้สภาพแวดล้อมจะแย่กว่านี้ พวกเขาก็ทนได้
“ท่านแม่ ข้าเอาเสื่อหญ้ามาวางไว้ใต้ที่นอนให้ท่านแล้ว ท่านขาไม่ค่อยดี อย่าให้โดนความชื้นนะเ้าคะ”
จ้าวอวี้หรูพยุงแม่เฒ่าหลี่มายังที่นอนของนาง พร้อมกำชับอย่างละเอียด
แม่เฒ่าหลี่พยักหน้า รู้สึกปลื้มใจในความเอาใจใส่ของลูกสะใภ้คนนี้ไม่น้อย
“พี่สะใภ้รองกับพี่รองไปช่วยทำงานแล้ว เดี๋ยวข้าก็ต้องไปเช่นกัน เมื่อครู่พี่น้องหวังฝูบอกว่า ท่านอายุมากแล้วไม่ต้องทำอะไร ส่วนหงอิงต้องให้นมลูก ไว้ว่างแล้วค่อยไปช่วยงานก็ได้”
จ้าวอวี้หรูทำงานรอบคอบ อีกทั้งนิสัยอ่อนโยน เพียงเวลาสั้น ๆ นางก็เริ่มสนิทสนมกับบ่าวรับใช้บนเรือหลายคนแล้ว
“ดี เ้ารีบไปทำงานเถิด อย่าลืม คอยดูเมียเ้ารองไว้ด้วย อย่าให้นางพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้า” แม่เฒ่าหลี่กำชับจ้าวอวี้หรู
จ้าวอวี้หรูรับคำ แล้วจัดที่นอนให้เรียบร้อยก่อนจะออกไปทำงาน
แม่เฒ่าหลี่พิงหลังกับที่นอน ให้หลานสาวมาอยู่ในอ้อมกอดแล้วตบเบา ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ถึงตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาก็ถือว่าได้ตั้งหลักบนเรือของตระกูลซุนได้อย่างสมบูรณ์
เจียอินสงสารท่านย่า อยากปลอบให้ท่านย่ายิ้มได้ แต่น่าเสียดายที่กินอิ่มเกินไป ไม่นานนางก็หลับปุ๋ย
เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นสูง เรือลำใหญ่ก็เคลื่อนตัวลงสู่แม่น้ำอีกครั้ง กางใบเรือมุ่งหน้าสู่จุดหมาย
จากท่าเรือ และจากเหล่าผู้อพยพที่น่าเวทนา
พี่น้องตระกูลหลี่ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็ปรับตัวได้ แต่ละคนหาหน้าที่ที่เหมาะสมในการช่วยงาน
หลี่เหลาเอ้อร์เขียนอ่านและคำนวณได้ จึงช่วยผู้ดูแลหวังในการจัดซื้อและลงบัญชี ไม่นานก็กลายเป็ผู้ช่วยคนสำคัญของผู้ดูแลหวัง
หลี่เหลาซานเป็คนพูดน้อย แต่เดิมเป็ช่างปูน มือเบาและละเอียดรอบคอบ
จุดใดบนเรือที่มีปัญหา เขาเพียงแค่ศึกษาสักพัก ก็สามารถตอกและซ่อมแซมให้แข็งแรงขึ้นได้
หลี่เหลาซื่อมีแรงมาก การยกของหนักสำหรับเขาเป็เื่ง่ายดายอย่างยิ่ง
บ่าวรับใช้หลายคนต้องช่วยกันยกแผ่นไม้ปิดห้องสินค้าขนาดใหญ่ แต่เขาสามารถยกขึ้นได้เพียงลำพังโดยไม่ต้องออกแรงมาก
พวกเจียเหรินที่เป็เด็กหนุ่มก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ อาสาเป็ลูกมือให้บ่าวรับใช้ มีไหวพริบดีและทำงานคล่องแคล่ว
สาเหตุหลักคือครอบครัวของพวกเขาไม่ใช่บ่าวของตระกูลซุน ต่อให้ทำดีแค่ไหนก็จะไม่ชิงผลงาน
ดังนั้น บ่าวรับใช้จึงมองว่าพวกเขาน่าเอ็นดู คอยดูแลในทุกเื่ และบางครั้งยังแอบยัดขนมถั่วสนให้พวกเขาด้วย
หลี่เจียฮวานไม่ได้ตามพี่ ๆ น้อง ๆ ไปทั่ว แต่เขาอยู่ในครัว ช่วยเถาหงอิงและจ้าวอวี้หรูทำอาหาร
เขาคอยวิ่งวุ่นอยู่หน้าเตา ทำให้เถาหงอิงและจ้าวอวี้หรูทำงานได้สบายขึ้นมาก
คนตระกูลหลี่ขยันขันแข็งเช่นนี้ บนเรือจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะครึกครื้นกว่าแต่ก่อนมาก
เสียงผู้ชายทำงาน เสียงเด็ก ๆ วิ่งไล่จับและหัวเราะ ทำให้เรือที่เดิมทีเดินทางลงใต้เพื่อหลบหนีาลำนี้ มีความผ่อนคลายและสบายใจเพิ่มขึ้น
ฮูหยินซุนได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมาจากบนดาดฟ้า มือตบลูกสาวที่หลับสนิทเบา ๆ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
นอกหน้าต่าง เจียอินหมอบอยู่บนหลังของท่านย่า กำลังมองดูทิวทัศน์ของแม่น้ำ
แม่เฒ่าหลี่กลัวว่าลมจะพัดเข้าท้องหลานสาว จึงห่อตัวหลานจนเหลือเพียงดวงตาคู่เดียว ดูแล้วน่าเอ็นดูยิ่งนัก จนใครก็ตามที่เดินผ่านต้องเข้ามาหยอกล้อเจียอินสักครั้ง