เคล็ดคชสารวิญญาณมังกร

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 เตะตายในครั้งเดียว

            ถังเหล่ยยังคงลอยค้างอยู่กลางอากาศ เดิมทีสิ่งที่เขารออยู่ ควรเป็นการโจมตีไม่ขาดสายจากเฮยเซียจื่อ แต่ใครจะรู้ว่าสถานการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

            “วิญญาณยุทธ์ระดับนภา!”

            เมื่อถังเหล่ยสัมผัสพลังที่กระจายออกมาจากวิญญาณยุทธ์ของหลินเนี่ยน ก็รับรู้ถึงระดับวิญญาณยุทธ์ได้ทันที

            แม้ถังเหล่ยจะคาดการณ์ไว้นานแล้ว แต่เมื่อเห็นกับตาจริงๆ ก็ยังทำให้ตกใจไม่น้อย แค่เพียงดูดซับของเหลวเลี้ยงวิญญาณอายุหนึ่งปี วิญญาณยุทธ์ของนางก็ทะลวงระดับนภาแล้ว พรสวรรค์และโชคของสาวน้อยผู้นี้ดีมากจริงๆ

            วิญญาณยุทธ์ระดับนภาคือเส้นแบ่ง ผู้ฝึกตนที่วิญญาณยุทธ์ไปถึงระดับนภาได้ พลังแฝงในอนาคตล้วนสูงมากตาม ขอเพียงไม่ตายไประหว่างทาง อย่างน้อยก็ต้องกลายเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์แน่

            และจักรวรรดิเทียนอวี่ยังให้ความสำคัญกับผู้ฝึกตนที่มีวิญญาณยุทธ์ระดับนภามากเสียด้วย หากเอาระดับวิญญาณยุทธ์ของหลินเนี่ยนไปรายงานที่จักรวรรดิตอนนี้ นางอาจได้รับทรัพยากรที่ดีที่สุดในจักรวรรดิ และจักรวรรดิก็จะพยายามคุ้มครองความปลอดภัยของหลินเนี่ยนไปด้วย

            แต่ทุกสิ่งล้วนมีข้อแลกเปลี่ยน เมื่อหลินเนี่ยนเติบโตไปถึงระดับหนึ่งแล้ว นางก็ต้องออกแรงเพื่อจักรวรรดิ

            ระดับความล้ำค่าของของเหลวเลี้ยงวิญญาณคงไม่ต้องพูดถึง ทว่าการที่วิญญาณยุทธ์จะทะลวงระดับนภาได้ก็ต้องพึ่งโชควาสนาครั้งใหญ่ ขนาดถังเหล่ยยังเคยเสียแรงไปมาก เพื่อแค่ทะลวงระดับวิญญาณยุทธ์เพลิงโอสถขั้นปฐพี 

            แต่หลินเนี่ยนกลับทะลวงระดับวิญญาณยุทธ์ระดับนภาได้ในขณะที่เป็นแค่ผู้ทรงยุทธ์ แสดงว่านางมีรากฐานที่ดีมาก แต่นี่ยิ่งทำให้ถังเหล่ยสงสัยว่าหลินเนี่ยนมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลหลินแห่งโลกตงฮวงมากขึ้นไปอีก

            ถังเหล่ยหยุดร่างกายตัวเอง และกระโดดไปด้านข้าง

            เฮยเซียจื่อจะมัวแต่สนใจเรื่องจัดการถังเหล่ยไม่ได้ เขาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากร่างของหลินเนี่ยน นี่คือภัยคุกคามถึงชีวิต

            หลังจากวิญญาณยุทธ์ของหลินเนี่ยนทะลวงระดับนภาแล้ว นางก็มีพลังพอจะสังหารเขา!

            โดยเฉพาะพลังเยือกแข็งจากวิญญาณยุทธ์ของหลินเนี่ยนที่มีพลังสะกดพิษของเฮยเซียจื่อ ยามนี้เฮยเซียจื่ออยู่ในพายุน้ำแข็ง ทั้งร่างเขาล้วนถูกแช่แข็ง

             “ไปตายซะ!”

            เมื่อวิญญาณยุทธ์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังที่มากกว่าก่อน ความมั่นใจของหลินเนี่ยนก็กลับมาอีกครั้ง ภายใต้คำสั่งเดียว วิหคสีฟ้าก็บินไปทางเฮยเซียจื่อ ปีกที่คมราวกับใบมีดขนาดใหญ่นั้น ตัดครึ่งต้นไม้ทั้งสองฝั่งทุกครั้งที่มันบินผ่าน

             “แย่แล้ว!”

            เฮยเซียจื่อเริ่มอยากถอย ความต่างของพลังระหว่างเขากับหลินเนี่ยนไม่มากก็จริง แต่วิญญาณยุทธ์ของอีกฝ่ายมีสติปัญญา

            ถ้าต่อสู้กันปกติ เฮยเซียจื่ออาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินเนี่ยน

            สาเหตุที่เฮยเซียจื่อไล่ตามมาเป็นเพราะวิญญาณยุทธ์ของหลินเนี่ยนบาดเจ็บสาหัส เพียงจัดการถังเหล่ยคนเดียว เขายังพอมั่นใจ

            แต่สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ในเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่มีวิญญาณยุทธ์ระดับนภาที่เกิดสติปัญญา เฮยเซียจื่อก็หมดใจจะสู้

            แมงป่องยักษ์สะบัดเศษน้ำแข็งบนร่างของตัวเองให้แตกออก จากนั้นเฮยเซียจื่อก็เรียกวิญญาณยุทธ์กลับร่าง เขาใช้ปราณสีดำปกคลุมร่างกายของตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายได้รับผลกระทบจากไอเย็นรอบด้าน

            ขณะที่เฮยเซียจื่อกำลังคิดจะหนี วิหคยักษ์สีฟ้าก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า

            เฮยเซียจื่อไม่กล้ารับมือตรงๆ เขาจึงรีบเคลื่อนไหวและหลบซ่อนตัวระหว่างต้นไม้

            วิหคยักษ์สีฟ้าสะบัดปีก ขนนกสีฟ้าราวกับแท่งน้ำแข็งพุ่งลงไปด้านล่าง

            ต้นไม้ถูกแทงทะลุเป็นรูไปหมด เฮยเซียจื่อพลางหลบแท่งน้ำแข็ง พลางหลบกิ่งไม้ที่ตกลงมา

            หลังจากการโจมตีอย่างต่อเนื่องนั้น ร่างของเฮยเซียจื่อก็ปรากฏรูเลือดหลายรู เลือดต่างไหลรินเปื้อนน้ำแข็งราวดอกไม้น้ำแข็งสีแดงสด

            หลินเนี่ยนชักกระบี่น้ำแข็งขึ้น และเริ่มโจมตีจากบนพื้น

            รอบด้านล้วนกลายเป็นน้ำแข็ง พลังต่อสู้ของหลินเนี่ยนเพิ่มขึ้นจากปกติถึงสามส่วน แล้วเฮยเซียจื่อจะสู้ของหลินเนี่ยนได้เยี่ยงไร หลินเนี่ยนแทงกระบี่ไปที่อกเฮยเซียจื่อสองครั้ง เลือดพลันสาดกระจายลงพื้น

            เฮยเซียจื่อฝืนกินยาพิษเข้าไปเม็ดหนึ่ง เขาจึงสะกดอาการบาดเจ็บในร่างได้

            เพียงแต่การโจมตีของหลินเนี่ยนดูจะดุร้ายยิ่งขึ้น สาวน้อยต้องการปลดปล่อยความอัดอั้นในใจ

            เฮยเซียจื่อกัดฟัน ในมือปรากฏลูกกลมสีดำออกมาลูกหนึ่ง แล้วเขาก็โยนไปทางหลินเนี่ยน

            หลินเนี่ยนไม่กล้าประมาท นางโบกสะบัดกระบี่เหมันต์ในมือ พลังเยือกแข็งหนาแน่นปกคลุมลูกบอลเอาไว้ ก่อนที่มันจะระเบิดปราณสีดำเข้มข้นกระจายออกมา

            เพียงไม่นานปราณสีดำเหล่านั้นก็ถูกน้ำแข็งปกคลุมหมดจนหมด แต่ปราณสีดำเหล่านี้กับปราณสีดำบนร่างของเฮยเซียจื่อกลับต่างกัน พิษจากปราณสีดำเหล่านี้รุนแรงอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่พลังเยือกแข็งที่หลินเนี่ยนใช้ก็ถูกกัดกร่อน

            แม้น้ำแข็งจะกักขังปราณเหล่านั้นไว้ได้  แต่ปราณสีดำยังคงแผ่ขยาย  ลวดลายสีดำของมันกำลังขยายใหญ่อย่างต่อเนื่อง จนดูน่ากลัวยิ่งนัก

             “แย่แล้ว ข้าสะกดไว้ไม่อยู่!”

            หลินเนี่ยนที่ตกใจรีบถอยหลัง

            ปัง!

            ในขณะที่ลวดลายสีดำกระจายอยู่ในน้ำแข็งอยู่ชั่วครู่ มันก็ระเบิดออกมา ปราณสีดำแพร่กระจายไปในอากาศอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้เบาบางลงมาก

            ลูกกลมสีดำลูกนี้คือสิ่งที่เฮยฉานฉู่มอบให้เฮยเซียจื่อใช้เอาตัวรอด ปราณดำในนั้นคือพิษที่เฮยฉานฉู่สร้างขึ้นเอง พลังของหลินเนี่ยนจึงยังไม่พอที่จะสะกดพิษร้ายในนั้นได้

             เฮยเซียจื่อคิดจะฉวยโอกาสหนีตอนที่หลินเนี่ยนถอย ตอนนี้เขาไร้ซึ่งหนทางจัดการกับหลินเนี่ยนกับถังเหล่ย

            ระหว่างที่เฮยเซียจื่อหันหน้าหนีและวิ่งไปได้สองก้าว สายลมสายหนึ่งก็พุ่งโจมตีมาจากด้านซ้าย เงาร่างของถังเหล่ยปรากฏตัวออกมาจากหลังต้นไม้

            ถังเหล่ยแอบอยู่ใกล้ๆ หลินเนี่ยนกับเฮยเซียจื่ออยู่ตลอด แม้พลังของหลินเนี่ยนจะแข็งแกร่งกว่าเฮยเซียจื่อ แต่ประสบการณ์ต่อสู้ของหลินเนี่ยนยังไม่พอ ยามเผชิญหน้ากับเฮยเซียจื่อ นางอาจปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายหนีไปได้

            เพราะเช่นนั้นถังเหล่ยจึงซ่อนตัว เพื่อเตรียมตัวขัดขวางตอนที่เฮยเซียจื่อคิดจะหนีอยู่ตลอด

             “ไสหัวไปซะ!”

            ความโกรธของเฮยเซียจื่อพลุ่งพล่าน คิดไม่ถึงว่าในช่วงเวลาสำคัญ ถังเหล่ยจะเข้ามาจุ้นจ้าน เขารู้พลังของถังเหล่ยดี หากเป็นสถานการณ์ปกติ ถังเหล่ยคงไม่อยู่ในสายตา แต่นี่คือสถานการณ์ที่โอกาสหนีเอาชีวิตรอดค่อยๆ น้อยลงไปทุกที หากถูกถังเหล่ยรั้งเอาไว้ได้ เขาอาจจะหาโอกาสหนีอีกครั้งยากยิ่ง

            ถังเหล่ยเข้าปะทะกับเฮยเซียจื่อหนึ่งฝ่ามือตรงๆ น้ำแข็งรอบด้านถูกคลื่นพลังซัดกระจาย และร่วงตกลงมาราวกับหยดน้ำฝน

            หากเฮยเซียจื่อที่บาดเจ็บมากเช่นนั้นต้องตอบโต้หลินเนี่ยนคงไม่ไหว เพราะพลังไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด และแม้จะใช้กำลังสลัดถังเหล่ยตรงนี้ไปได้ เขาก็ถูกถังเหล่ยถ่วงเวลาไปแล้วอยู่ดี 

            ในตอนที่เฮยเซียจื่อคิดจะหนีอีกครั้งก็สายเสียแล้ว เขาสัมผัสได้ถึงไอหนาวเย็นเสียดกระดูกมาจากข้างหลัง

            เฮยเซียจื่อหันหน้ากลับไป แมงป่องยักษ์ปรากฏตัวออกมา และพุ่งโจมตีไปทางหลินเนี่ยน เขาคิดจะตอบโต้ครั้งสุดท้าย

            วิหคยักษ์สีฟ้าบินลงมาจากท้องฟ้า ปีกที่ราวกับใบมีดบินผ่านตัดหางของแมงป่องขาด

            หลินเนี่ยนร่ายรำกระบี่เหมันต์ในมือ อกของเฮยเซียจื่อปรากฏรอยเลือดหลายรอย

            เฮยเซียจื่อยังคงถอยหนีอยู่เรื่อยๆ และยังรักษาสติเอาไว้ได้บ้าง เขาคิดจะจุดระเบิดพิษในร่างตัวเองมาตอบโต้หลินเนี่ยนเป็นครั้งสุดท้าย

            แต่แล้วเขาก็สัมผัสได้ถึงลมสายหนึ่งที่พัดเข้ามา และศีรษะของเฮยเซียจื่อก็กระเด็นหลุดจากบ่า…

            เขาถูกถังเหล่ยเตะหัวหลุด!

             “แค่ผู้ฝึกตนระดับผู้ทรงยุทธ์ตัวเล็กๆ ยังกล้ามาหยิ่งผยองต่อหน้าข้า!”

            ถังเหล่ยลูบจมูกด้วยทีท่าโหดเหี้ยม

             “เจ้า...เจ้าโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! ทำไมถึงเตะหัวของเขา!”

            หลินเนี่ยนร้องเสียงหลง เดิมทีนางคิดจะใช้กระบี่จบชีวิตของเฮยเซียจื่อ ใครจะรู้ว่าถังเหล่ยจะรุนแรงได้เช่นนี้

            เลือดสาดกระจายลงบนพื้น ตรงคอที่ขาดยังมีเลือดพุ่งออกมาไม่หยุด

             “มีเมตตาต่อศัตรูคือการทำร้ายตัวเอง”

            ถังเหล่ยยักไหล่พลางกล่าวออกมา 

    คล้ายกับเรื่องเคล็ดคชสารวิญญาณมังกร ที่คุณอ่าน