บทที่ 38
คำแนะนำจากซูอวิ๋นเจียว
พื้นที่เขตด้านในฝั่งตะวันออกของจวนเหยียนหลงอ๋องเป็นอาณาบริเวณที่สงวนไว้สำหรับตำหนักของสตรีภายในตระกูลโดยเฉพาะ
เรือนน้อยใหญ่ที่ตั้งเรียงรายในเขตนี้ล้วนถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต พื้นทางเดินโรยด้วยกรวดหยกขาวเรียบสะอาดมีทางเดินไม้หอมทอดยาวเชื่อมแต่ละตำหนักเข้าหากันประดับด้วยซุ้มไม้เลื้อยและสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่ได้รับการดูแลอย่างดี
เสียงลมพัดเบา ๆ ผ่านใบไผ่และกลิ่นดอกเหมยที่กำลังบานในฤดู ลอยอวลทั่วบริเวณ ให้ความรู้สึกสงบและเยือกเย็นต่างจากความกดดันหนักหน่วงที่แผ่ปกคลุมทั่วจวนด้านนอกโดยสิ้นเชิง
เรือนพักอาศัยหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ถัดจากตำหนักเมฆาอัคคีถูกจัดเตรียมขึ้นใหม่เป็นพิเศษเพื่อรองรับไป๋ซือเหนียงและเถาเถาที่เพิ่งเดินทางมาถึง
เรือนนี้มีชื่อเรียกง่าย ๆ ว่า “เรือนเมฆาขาว”โครงสร้างอาคารเรียบง่ายแต่มั่นคง หลังคากระเบื้องเงางาม เคลือบยาขัดสีเทาขาวลวดลายคล้ายเมฆที่ทอดตัวไหลเลื่อน บานประตูไม้หอมแกะสลักลวดลายดอกเหมยในฤดูหนาวพื้นไม้ภายในขัดเงาจนสะท้อนแสงและบริเวณโถงใหญ่ถูกประดับด้วยฉากกั้นไม้แกะลายมังกรเพลิงที่ยังคงแฝงกลิ่นอายปราณเพลิงบางเบา
ภายในห้องโถงใหญ่ของเรือนขณะนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นชาอ่อนจางผสมกลิ่นเครื่องหอมจากไม้จันทน์แดงที่เผาอยู่ในกระถางเบญจรงค์
แสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่างกระดาษข้าวตกกระทบลงบนโต๊ะน้ำชาและชุดถาดขนมที่จัดวางอย่างประณีต
เถาเถากำลังนั่งอยู่บนเบาะผ้ากำมะหยี่สีแดงข้างโต๊ะตัวเตี้ยร่างเล็กเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
มือเล็ก ๆ ที่ขาวเนียนราวหยกขาวยื่นออกไปหยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะกัดลงไปเบา ๆ เสียง “กรุบ” ดังขึ้นพร้อมกับดวงตาคู่นั้นที่เบิกกว้างขึ้นอย่างชื่นชม
บนถาดหยกขาวตรงหน้าเถาเถามีขนมหลายอย่างจัดเรียงไว้อย่างวิจิตร
เช่น “ขนมฮว่าเกา” ขนมชั้นดอกเหมย เนื้อแป้งบางนุ่มสลับชั้นไล่สีชมพูอ่อนเข้มรสชาติหวานหอมกลิ่นดอกเหมย
“ขนมถังหยวนไส้งาดำ” ขนาดพอดีคำโรยแป้งข้าวเหนียวบางเบา เมื่อกัดลงไป ไส้งาดำหอมมันก็ไหลเยิ้มออกมาเล็กน้อย
และ “เปาปิงน้ำผึ้ง”แผ่นแป้งบางกรอบเคลือบน้ำผึ้งกลิ่นหอมอ่อนของเกสรดอกไม้ลอยฟุ้งทันทีที่เคี้ยว
เถาเถานั่งโยกตัวไปมาเบา ๆขณะเคี้ยวขนมในปาก มืออีกข้างหนึ่งยังคงไม่ละจากการหยิบขนมชิ้นใหม่ใบหน้ากลมเล็กเต็มไปด้วยความสุข สดใสจนผู้คนที่ได้เห็นต่างอดยิ้มตามไม่ได้
ที่ข้างกายของเถาเถา ซูอวิ๋นเจียวชายาเอกของเหยียนหลงอ๋อง ผู้มีฐานะเป็นท่านย่าของเด็กน้อยกำลังนั่งมองเถาเถาด้วยแววตาอ่อนโยนเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาริมฝีปากประดับรอยยิ้มบางเบา นางเองก็ไม่กล่าวสิ่งใดนอกจากเฝ้ามองหลานสาวตัวน้อยอย่างเงียบสงบดวงตานั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกอุ่นละมุนที่ยากจะพบเห็นจากหญิงผู้สูงศักดิ์เช่นนาง
ไป๋ซือเหนียงนั่งอยู่อีกฟากหนึ่งของเถาเถานางทอดสายตามองไปโดยรอบห้องโถงอย่างเงียบเชียบ
บริเวณนี้ต่างจากหน้าตำหนักเหยียนหลงที่เงียบงันไร้เงาผู้คนโดยสิ้นเชิง
ภายในห้องโถงนี้มีข้ารับใช้หญิงยืนอยู่ประปรายหญิงวัยกลางคนสองคนซึ่งเป็นข้ารับใช้ใกล้ชิดของซูอวิ๋นเจียวยืนประจำตำแหน่งอย่างสงบนิ่งส่วนหญิงรับใช้อีกหลายคนกระจายตัวอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแต่ไม่อึดอัด
เพียงเห็นจำนวนคนและกิริยาอันเป็นระเบียบของสาวใช้เหล่านี้ไป๋ซือเหนียงก็คาดเดาได้ไม่ยาก
ที่ด้านหน้าตำหนักเหยียนหลงไม่มีเงาผู้ใดให้เห็นแม้แต่ข้ารับใช้สักคนเดียว ย่อมไม่ใช่เพราะคนในจวนแห่งนี้มีน้อยแต่เป็นเพราะคำสั่งของเหยียนฉางหลงโดยตรงที่ให้ตำหนักหลักอยู่ในสภาวะเงียบเชียบและไม่มีผู้ใดก้าวล่วงหากไม่จำเป็น
และเมื่อมาถึงเขตสตรีในจวนจึงแตกต่างออกไปผู้คนเหล่านี้ยังคงดำเนินชีวิตประจำวันในตำหนักอย่างเงียบสงบเป็นปกติ
ในยามนี้ภายในห้องโถงสายตาของบรรดาสาวใช้มากมาย ล้วนจับจ้องมายังไป๋ซือเหนียงและเถาเถาแทบไม่กะพริบดวงตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ ไม่มีผู้ใดคิดจะปิดบัง แม้แต่เพียงน้อย
ไม่แปลกเลย...การที่ซื่อจื่อของเหยียนหลงอ๋องซึ่งห่างหายจากนครหลวงไปหลายปี อยู่ ๆ ก็กลับมาพร้อมสตรีผู้หนึ่งแถมยังมีบุตรสาวตัวน้อยกลับมาด้วยอีกคน ย่อมเป็นเรื่องที่สะดุดสายตาทุกคนในจวนนี้โดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
ชื่อเสียงของเหยียนไป๋เฉินไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับผู้คนในนครหลวง
แม้ในอดีตก่อนที่เขาจะรับตำแหน่งซื่อจื่อขณะนั้นเหยียนเจิ้งหลงยังมีชีวิตอยู่ เหยียนไป๋เฉินก็ได้รับการกล่าวขานไม่น้อยแล้ว
ด้วยอายุเพียงยี่สิบปีกลับสามารถฝึกฝนจนบรรลุถึงขอบเขตขั้นปฐพีได้สำเร็จนั่นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในยอดอัจฉริยะที่ผู้คนต่างยอมรับในนครหลวงเหยียนจิง
ยิ่งภายหลังที่เหยียนเจิ้งหลงตกตายเหยียนไป๋เฉินก็ได้รับตำแหน่งซื่อจื่อสืบทอดแทน พลังอำนาจ บารมีรวมถึงความสามารถและรูปโฉมอันสง่างามจึงยิ่งทำให้ชื่อของเขาถูกกล่าวขานไปทั่วแผ่นดิน
กล่าวกันว่าในบรรดาบุรุษทั้งหลายในนครหลวงเหยียนจิงไม่มีผู้ใดที่เป็นที่หมายปองของสตรีสูงศักดิ์และสตรีจากตระกูลใหญ่เท่ากับเหยียนไป๋เฉินอีกแล้ว
ขณะนี้ในห้องโถง ซูอวิ๋นเจียวชายาเอกของเหยียนหลงอ๋อง เอื้อมมือเรียวยาวหยิบขนมชิ้นเล็กส่งให้เถาเถาพลางเอ่ยเสียงอ่อนโยน ขณะสนทนากับไป๋ซือเหนียงที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
“ในระหว่างนี้...พวกเจ้าอยู่ที่เรือนเมฆาขาวนี้ไปก่อนรอให้จัดงานมงคลเสร็จสิ้นได้หนังสือแต่งตั้งจากราชสำนักเสียก่อน...ค่อยย้ายเข้าไปพำนักในตำหนักเมฆาอัคคีของเฉินเอ๋อร์”
เถาเถารับขนมที่ท่านย่ายื่นให้ด้วยมือเล็กๆ แล้วกัดขนมเปี๊ยะงาดำคำหนึ่ง แก้มกลมป่องเคี้ยวตุ้ยด้วยความเอร็ดอร่อย เสียง “กรุบกรับ” ดังแผ่วเบาใบหน้ากลมเล็กเปื้อนรอยยิ้มสดใสจนคนที่มองต่างก็อดคลี่ยิ้มตามไม่ได้
ไป๋ซือเหนียงปรายตามองภาพนั้นด้วยแววตาอ่อนโยนก่อนหันกลับมายังซูอวิ๋นเจียวที่นั่งนิ่งสงบข้างเถาเถา
นางเคยได้ยินเรื่องเล่ามาก่อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างชายาเอกและเหยียนไป๋เฉินแน่นแฟ้นลึกซึ้งยิ่งกว่ามารดาผู้ให้กำเนิดเสียอีก
ว่ากันว่าซูอวิ๋นเจียวมีเมตตาและเลี้ยงดูเหยียนไป๋เฉินด้วยความใส่ใจตั้งแต่เยาว์วัยแม้จะมิใช่มารดาแท้ แต่ความผูกพันนั้นไม่ต่างจากสายโลหิตเดียวกัน
ถึงแม้ไป๋ซือเหนียงจะเป็นอดีตจอมมารผู้เรืองอำนาจในยุทธภพไม่เคยข้องเกี่ยวกับราชสำนักหรือโลกของเหล่าขุนนาง แต่ใช่ว่านางจะไม่เข้าใจถึงกฎเกณฑ์ของตระกูลใหญ่
ตำแหน่งชายาของซื่อจื่อเหยียนไป๋เฉินมิใช่เรื่องที่จะได้มาโดยง่าย
ต้องรอพิธีมงคลต้องมีหนังสือแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากราชสำนัก
ยังไม่รวมถึงพิธีย่อยอีกมากมายที่ต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมไม่มีสิ่งใดในโลกแห่งอำนาจที่ได้มาเพียงเพราะอารมณ์หรือความพึงพอใจส่วนตัวอย่างเดียว
ขณะนางกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเสียงของซูอวิ๋นเจียวก็ดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงนั้นยังคงเรียบนิ่งหากแต่เปี่ยมด้วยอำนาจในถ้อยคำ
“ภายในจวนแห่งนี้...เจ้าเพียงแค่ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีก็พอไม่จำเป็นต้องสนใจคำพูดของผู้ใด ไม่ต้องแยแสว่าผู้อื่นจะคิดอย่างไร”
คำกล่าวนั้นเปี่ยมด้วยเมตตาแต่ก็หนักแน่นมั่นคง เป็นถ้อยคำที่ให้ทั้งกำลังใจและคำเตือนแก่หญิงสาวตรงหน้า
ไป๋ซือเหนียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยดวงตาทอแววสุขุมก่อนยกยิ้มบาง ร่างระหงลุกขึ้นจากเบาะ นางประสานมือแล้วย่อกายคารวะเบาๆ
น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาอ่อนหวานและสุภาพดุจหญิงสูงศักดิ์แห่งตระกูลใหญ่โดยกำเนิด
“ขอบพระคุณท่านแม่ พระชายาชี้แนะซือเหนียงจะเก็บใส่ใจไว้ให้จงดี”
ซูอวิ๋นเจียวแย้มยิ้มตอบรับโดยไม่เอ่ยคำใดอีกเพียงยื่นมือไปลูบศีรษะเถาเถาเบา ๆปลายนิ้วแตะเส้นผมนุ่มราวไหมของเด็กน้อยด้วยความอ่อนโยนดวงตาทอแววเอ็นดูเต็มเปี่ยม ราวกับได้หลานสาวในสายเลือดมาอยู่ในอ้อมแขนแล้วจริง ๆ
---
ตอนนี้ทาง meb ลงขาย เล่ม 4 แล้วน๊า ไปอุดหนุนกันได้