“เอ๋? ทำไมคุณซึงฮยอนถึงมาที่นี่ด้วย”
“ผมบอกให้เขามาเอง”
จองนกจากส่วนส่งเสริมการตลาดที่เคยไหว้วานให้ซึงฮยอนฟังบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์แทน ถึงกับลู่หางลงพร้อมขานรับว่า “ครับ!” หลังได้ยินน้ำเสียงเ็าของจงชาน พอเห็นซึงฮยอนส่งสายตาพลางขยับปากพึมพำว่า “ขอโทษ” จองนกก็ยักไหล่และก้มหน้าก้มตาทันที
ได้ยินว่าถ้าไม่เข้าฟังบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันนี้ต้องไปเข้าร่วมโปรแกรมอะไรสักอย่างที่ศูนย์ฝึกอบรมบริษัททำเอาซึงฮยอนรู้สึกผิดเล็กน้อย จึงคิดว่าในการประชุมวันนี้เขาควรทำผลงานให้ออกมาดีทว่าในความเป็จริงแล้วอย่าว่าแต่พนักงานฝึกหัดเลย ขนาดพนักงานปกติก็ยังไร้บทบาทในที่ประชุม
เนื่องจากไม่มีรายงานการประชุมซึงฮยอนจึงหยิบยืมของจงชานไปทำสำเนาก่อน เผลอแป๊บเดียวที่นั่งก็เต็มแล้วไม่ได้มีแค่ส่วนวางแผนสื่อโฆษณาส่วนผลิตสื่อโฆษณา และส่วนส่งเสริมการตลาดของทีมวางแผนหนึ่ง แต่ยังมีทีมวิจัยการตลาดและทีม IMC ด้วย...แม้พนักงานของทั้งสามทีมไม่ได้เข้าร่วมประชุมครบทุกคนแต่ห้องประชุมก็แออัดจนไม่มีที่ว่างซึงฮยอนประทับใจเหลือเกินที่เห็นว่าทีมวางแผนของตัวเองใหญ่โตขนาดไหน
“นั่น...พนักงานฝึกหัดใช่ไหมขึ้นไปหยิบแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กที่ออฟฟิศมาให้หน่อยสิ”
“ครับ?อยู่โต๊ะไหนเหรอครับ”
“ทีมวิจัยฯ รายงานก่อนไม่ใช่เหรอ”
จงชานตวัดั์ตาคมจ้องไปยังพนักงานของทีมวิจัยฯที่จิกหัวใช้ซึงฮยอนพนักงานฉลาดแกมโกงคนนั้นจึงทำท่าพยักพเยิดใส่ราวกับสั่งให้ซึงฮยอนรีบไปรีบมา
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโต๊ะของหมอนั่นอยู่ตรงไหนแล้วจะไปเอาแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กมาจากไหนกัน
ซึงฮยอนเกรงใจจงชานเพราะเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าแข็งกร้าวดูน่ากลัวเขาจึงไม่ได้ซักถามอะไรต่อ แต่พอเตรียมลุกขึ้นยืนเท่านั้น
“เอ๋?”
จงชานที่นั่งข้างๆกลับคว้าข้อมือนุ่มแล้วดึงให้นั่งลงอย่างแรงซึงฮยอนจำต้องนั่งลงตามเดิมพร้อมกับอุทานเสียงหลงแม้จ้องมองด้วยแววตาตื่นตระหนกทว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองมาทางนี้เพียงแค่ส่งรายงานการประชุมต่อไปเรื่อยๆ
ครั้นจะขยับตัวนิดๆก็โดนจงชานกำข้อมือแน่นอีกครั้งซึงฮยอนจึงขยับเขยื้อนอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าหายใจบรรยากาศอิหลักอิเหลื่อยังคงดำเนินอยู่แบบนี้ไปสักพัก จนกระทั่งมีคนจากทีมวิจัยการตลาดเดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมส่งเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย
“หัวหน้าส่วนคิม! วันนี้จะทำงานโต้รุ่งอีกหรือเปล่าเนี่ย”
“ผู้จัดการอีก่อนหน้านี้ผมเคยเตือนพักอึนแทไปแล้วนะ แต่ทำไมลูกน้องคุณยังทำตัวแบบนี้อยู่นอกจากไม่รู้ว่าหัวข้องานของตัวเองคืออะไร ยังมาสั่งให้พนักงานฝึกหัดทำแทนอีก”
“เอ๋...?”
“ถ้าพนักงานใหม่ยุ่งจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวลืมเตรียมกระทั่งแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กก่อนเข้าประชุมคุณก็ควรหาพนักงานฝึกหัดเข้าทีมบ้างนะทำไมชอบมาใช้งานพนักงานฝึกหัดทีมผมอยู่เรื่อย บ้าจริง!”
“เอ๊ะ? งั้นเหรอ?ขอโทษทีนะ นั่น...คุณซึงฮยอน...ใช่ไหม?ขอโทษนะ ผมจะเตือนลูกน้องให้”
เป็เพื่อนรุ่นเดียวกับจงชานหรือเปล่านะเพราะเขาเพิ่งเคยได้ยินอีกฝ่ายคุยกับคนในบริษัทแบบสบายๆเป็ครั้งแรก
พนักงานใหม่ของทีมวิจัยการตลาดวิ่งปรู๊ดออกจากห้องประชุมด้วยใบหน้าแดงก่ำเนื่องจากอับอายทว่าเวลานี้ซึงฮยอนกลับกลัวนิดหน่อย...อยู่ๆก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างออกนอกหน้าแบบนี้เขาเลยไม่รู้ว่าควรมีปฏิกิริยาเช่นไร
ที่สำคัญกว่านั้นซึงฮยอนรู้สึกว่าเืบริเวณข้อมือเริ่มไม่ไหลเวียน เพราะจงชานยังคงกำไว้แน่นชายหนุ่มจึงพยายามงอนิ้วเล็กน้อยให้เืได้เดินบ้างแต่กลับโดนอาการชาจู่โจมเล่นเอาซะเจ็บคล้ายกับจงชานเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอกำข้อมือซึงฮยอนไว้...จึงรีบปล่อยมือทันที
ไม่สิ! เหมือนเป็การฟาดมือลงมากกว่าแค่ปล่อยธรรมดา เพราะมันกระแทกโดนเก้าอี้อย่างจัง
เมื่อเห็นมือของซึงฮยอนเปลี่ยนเป็สีแดงคล้ำราวกับเืไม่ไหลเวียนจงชานก็ขยับริมฝีปากทำท่าเหมือนจะพูดบางอย่างแต่เกิดเปลี่ยนใจ หันไปจดจ่อกับการส่งรายงานการประชุมแทน แต่มิวายลอบมองซึงฮยอนเงียบๆ
ผิดกับซึงฮยอนที่รู้สึกเจ็บจี๊ดไปทั่วแขนจึงเอาแต่ขยับนิ้วของตัวเองไปมา ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจงชานแสดงท่าทางอย่างไรมีเพียงผู้จัดการอีที่เคยทักทายจงชานอย่างเป็มิตรก่อนหน้านี้แล้วโดนดุกลับมาแอบสงสัยว่าทำไมหูของเ้าคนตายด้านผู้ไม่เคยเปลี่ยนสีหน้าเลยไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวถึงดูแดงก่ำแบบนั้น
่เวลาอันน่าอึดอัดและตะขิดตะขวงใจยังคงดำเนินต่อไปเมื่อทีมวิจัยการตลาดเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พวกหัวหน้าทีมและ CMOก็เดินเข้ามาในห้องประชุมทำให้คนจากทีมวิจัยการตลาดที่เคยลำคอแห้งผากเพราะเผลอก่อเื่เมื่อสักครู่ได้พักหายใจหายคอเสียที
หัวหน้าทีมชเวจากทีมวางแผนหนึ่งที่เดินกระซิบกระซาบบางอย่างเคียงคู่มากับ CMO ถึงกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อเห็นซึงฮยอนนั่งอยู่ข้างจงชานเขาเตรียมขยับปากและยกมือชี้ด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่ CMO กลับเดินเข้าไปจับจองที่นั่งเสียก่อนหัวหน้าทีมชเวจำต้องเดินตามอย่างช่วยไม่ได้เมื่อสายตาทุกคู่ในที่นี้ดูไม่ค่อยเป็มิตรนักซึงฮยอนจึงได้แต่นั่งหลุบตาลงอย่างเงียบเชียบ
ไม่สนว่าหัวหน้าทีมชเวหรือซึงฮยอนจะรู้สึกอย่างไรก็ช่างจงชานกลับสนุกสนานกับสถานการณ์ในตอนนี้ พนักงานฝึกหัดที่เกลียดก็ไม่ใช่ที่ชอบก็ไม่เชิงคนนี้ มีประโยชน์มากกว่าที่คิดเสียอีกชอบทำตาโตเวลาเกิดเื่ไม่คาดฝัน โพล่งทุกอย่างจนหมดเปลือก แต่บางครั้งก็พูดจาเข้าท่าน่าฟังดังเมื่อสักครู่เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว จงชานเบิกบานใจเหลือเกินที่ได้แกล้งหัวหน้าทีมชเว
โดยพื้นเพแล้วหัวหน้าทีมชเวจบจากมหาวิทยาลัยB เลยทำให้เ้าตัวรู้สึกด้อยกว่าพวกที่จบจากมหาวิทยาลัยSเมื่อตัดเื่อื่นๆออก การจบจากมหาวิทยาลัย S จึงเป็เพียงเหตุผลเดียวที่หัวหน้าทีมชเวไม่ชอบจงชานแถมตัวจงชานเองยังมีชื่อเสียงเป็ที่โจษจันในวงการนี้หลายด้าน
ไม่สิ! ไม่ใช่แค่ดังแต่เรียกว่าเป็ “ผู้นำแห่งวงการธุรกิจยุคปัจจุบัน”ย่อมได้ไม่รู้จักหัวหน้าทีมชเวก็ไม่เป็ไร แต่คงไม่มีใครไม่รู้จักจงชานเพราะเขาทั้งทำงานเก่งและสร้างสรรค์ผลงานดี ไม่ว่าจงชานอยากทำอะไรบริษัทก็มักวางตัวและยกยอปอปั้นเขาเสมอมีหัวหน้าที่ไหนบ้างให้ท้ายลูกน้องเลิศเลอปานนี้
ถึงกระนั้นจงชานกลับวางตัวเฉยมาตลอดเพราะไม่อยากสวมหัวโขนดำรงตำแหน่งสำคัญ ขอเพียงได้ทำงานที่ตัวเองรักชายหนุ่มก็ไม่ปรารถนาอยากนั่งเก้าอี้ตัวอื่นอีกด้วยเหตุนี้จงชานจึงดูขี้ขลาดนักในสายตาของหัวหน้าทีมชเว
เงินอินเซ็นทีฟจำนวนมหาศาลที่ทีมวางแผนหนึ่งไขว่คว้ามาได้มักโดนจงชานกวาดไปหมดเกลี้ยงเสมอแถมหมอนั่นยังถูกยกขึ้นหิ้งให้เป็ตัวแทนผู้จัดการอีกต่างหากไม่รู้ว่าวันๆคิดจะทำแต่งานจนตายหรือไงนะเงินเดือนที่จงชานได้รับแทบจะพอๆกับของพนักงานระดับาุโคนอื่น แน่นอนว่านี่เป็เื่ที่รู้กันเฉพาะคนวงในเท่านั้น
ถึงหัวหน้าทีมชเวไม่ค่อยเข้าใจดีนักแต่ค่อนข้างมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจงชานไม่แอบหนุนหลังใครแน่เพราะเ้าตัวไม่้าเลื่อนตำแหน่ง ที่ผ่านมาอีกฝ่ายมักทำตัวลอยชายไม่สนใจเื่เส้นสายและการเมืองในองค์กรแต่วันนี้หนีบเ้าหนูพนักงานฝึกหัดมานั่งอยู่ข้างๆด้วย
อย่าบอกนะว่า้าปั้นคนของตัวเองขึ้นมาเพื่อเริ่มเล่นการเมืองในองค์กรแล้ว
หัวหน้าทีมชเวอยากรู้นักว่าจงชานจะมาไม้ไหนจึงขยันส่งสายตามองจงชานและซึงฮยอนอย่างระแวดระวัง ทว่าความจริงแล้วจงชานไม่ได้ตั้งใจลากซึงฮยอนให้มานั่งข้างตนด้วยเหตุผลนั้น
“รีบมาทำงานให้มันเสร็จๆกันดีกว่า”
ทีมวิจัยการตลาด ทีม IMC และทีมวางแผนหนึ่งเริ่มนำเสนองานตามลำดับ ซึงฮยอนหลงคิดในตอนแรกว่า CMO ไม่สนใจการประชุม เพราะฝ่ายนั้นเอาแต่พลิกอ่านรายงานคร่าวๆแล้วหันไปตอบข้อความในโทรศัพท์มือถือไม่หยุด
เป็ถึงระดับสูงของแผนกการตลาดแท้ๆ
อุตส่าห์คาดหวังว่าการประชุมด่วนครั้งนี้คงมีเสน่ห์น่าประทับใจเหมือนในละครแต่ไม่เลย...ซึงฮยอนจึงแอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ไม่นานเขาก็เปลี่ยนความคิดเพราะเมื่อมีตัวเลขที่ไม่ชัดเจนหรือจุดคลุมเครือบางอย่างเกิดขึ้น CMO ที่ดูเหมือนไม่สนใจอะไรคนนั้นกลับลงมือแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที
ว้าว!ขึ้นไปอยู่ตำแหน่งสูงๆและกวาดตามองรายงานคร่าวๆแค่นั้นเราก็จะเห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง
“ผมรู้มาว่าคุณกำลังวางแผนกลยุทธ์อะไรสักอย่างเพื่อกระตุ้นจิตไร้สำนึก[1]ของผู้บริโภคแต่ไม่มีตรงไหนอธิบายถึงหลักการของกลยุทธ์ดังกล่าวเลย”
“การหาวัตถุทดสอบเพื่อเก็บข้อมูลจิตไร้สำนึกเป็หัวใจสำคัญของการตลาดประสาทวิทยา...”
“หมายความว่าเราต้องเก็บกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดอีกครั้งงั้นเหรอแล้วเื่งบประมาณล่ะ”
[1] จิตไร้สำนึก (Unconscious) ส่วนของจิตที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลต่อการแสดงพฤติกรรมของมนุษย์