บทที่สิบแปด
ส้วมหน้าบ้าน
หลังจากเสร็จกิจกรรมเร่าร้อนในครัวผ่านพ้นไป และจัดการอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเสียใหม่ แบมแบมก็กระวีกระวาดรีบเร่งใส่เสื้อผ้าแต่งตัว และขอตัวกลับบ้านแทบจะทันที เพราะเวลาล่วงเลยไปเกือบจะถึง่บ่ายเข้าให้แล้ว
ร่างเล็กที่ขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจเข้ามาจอดไว้หน้าบ้าน เหลียวมองร้านส้มตำของผู้เป็ยายด้วยความแปลกใจ ที่ในวันนี้ร้านส้มตำที่แทบจะไม่เคยปิดทำการเลย หากไม่มีธุระที่สำคัญจริง ๆ ในวันนี้กลับปิดเงียบ และผู้เป็ยายก็ไม่ได้ออกมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นเลยด้วยซ้ำไป
แบมแบมผลักประตูบ้านเข้าไป ก่อนจะต้องใเมื่อเห็นว่าผู้เป็ยายยืนรอเธออยู่แล้ว พร้อมกับในมือที่ถือไม้แขวนเสื้อเอาไว้อย่างพร้อมเพรียง เด็กสาวเบี่ยงตัวหลบ เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นว่าผู้เป็ยายฟาดไม้แขวนเสื้อมาทางตัวเองโดยที่ยังไม่ได้พูดคุยกันเลยสักคำ
“อะไรของยายเนี่ย” ร่างเล็กเอ่ยถามผู้เป็ยายด้วยความใ หลังจากที่สามารถหลบหลีกอิทธิฤทธิ์จากไม้แขวนเสื้อได้สำเร็จ
“มึงหายไปไหนมา ทำไมกลับบ้านมาเอาป่านนี้” ยายมะลิเอ่ยถามด้วยความโกรธเคือง
“ไปบ้านกำนันคล้าวมาไงยาย หนูก็บอกยายแล้วนี่” แบมแบมเอ่ยตอบกลับไปด้วยความงุนงง
เพราะเมื่อวานก่อนที่เธอจะออกจากบ้านไป ก็พึ่งจะได้พูดคุยกับผู้เป็ยายไป มิหนำซ้ำอีกฝ่ายก็ยังเอ่ยแนะนำในเื่ของการอุ้มท้องลูกให้กับกำนันคล้าวอยู่เลย แต่ทำไมพอมาวันนี้กลับเปลี่ยนท่าทีเป็แบบนี้ไปเสียได้
“แต่มึงไม่ได้บอกกูว่าจะหายหัวไปทั้งคืนแบบนี้” ยายมะลิแผดเสียงใส่หลานสาวด้วยความโมโห ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยอาการที่เริ่มจะเหนื่อยหอบ
“อ้าว ก็คิดว่าจะรู้อยู่แล้ว” ร่างเล็กเอ่ยตอบกลับไปเสียงแ่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบ้าง เมื่อเห็นว่าผู้เป็ยายไม่ได้มีท่าทีจะอาละวาดใส่เธออีกแล้ว
“กูก็รอมึงไปเถอะ ดึกดื่นค่อนคืนกว่าจะได้หลับได้นอน” ยายมะลิเอ่ยบ่นไปตามประสา ความเป็จริงก็เป็ห่วงหลานสาวนั่นแหละ กลัวว่ามันจะไปเกิดเื่อันตรายอยู่ที่ไหนสักที่ระหว่างทางกลับบ้าน
ในบั้นปลายชีวิตของเธอก็มีเพียงแค่หลานสาว ที่เป็เืเนื้อเชื้อไขของตัวเองที่ยังเหลืออยู่ ครั้นพออีกฝ่ายหายออกไปจากบ้านทั้งคืน ก็อดไม่ได้ที่จะพะวงคิดมาก จนพาลที่จะนอนไม่หลับไปเสียทั้งคืน
ตื่นเช้ามาก็ไม่มีกระจิดกะใจที่จะออกไปขายของ เพราะหลานสาวเพียงคนเดียวยังคงกลับมาไม่ถึงบ้าน เอาแต่นั่งมองออกไปด้านนอก เพื่อรอให้เืเนื้อเชื้อไขของตัวเองกลับมาสู่อ้อมอก
“ยายเป็อะไรหรือเปล่า” แบมแบมเอ่ยถามผู้เป็ยายขึ้น เมื่อเห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
“ช่างเถอะ แล้วมึงหายหัวไปไหนมาทั้งคืน” ผู้เป็ยายเอ่ยตอบปัด ก่อนจะเอ่ยถามหลานสาวตัวดี ที่วิ่งโร่ไปหาผู้ชายเขาถึงบ้าน
“ก็อยู่บ้านพี่คล้าวนั่นแหละยาย” ร่างเล็กเอ่ยตอบ ก่อนจะใช้มือเขี่ยไม้แขวนเสื้อที่ผู้เป็ยายโยนทิ้ง เข้ามาใกล้ตัวและเป็ฝ่ายเอาไว้เอง
“แล้วทำไมไม่กลับบ้านกลับช่อง ทุกทีเอ็งก็ไปกลับได้” ผู้เป็ยายยังคงยิงคำถามใส่หลานสาวรัว ๆ
“ก็แค่ไม่อยากกลับ” แบมแบมเอ่ยตอบแบบปัดให้พ้นตัว เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็โดนบ่นอยู่แล้ว
ยายมะลิตวัดสายตามองหลานสาวที่ยังคงเล่นแง่กับเธอนิ่ง ริมฝีปากที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามวัย เตรียมที่จะพ่นคำเอ่ยด่าเด็กใจแตกให้รู้สำนึกเสียบ้าง หากแต่ก็ต้องหยุดปาก เมื่อหลานสาวยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้
“หนูนอนกับเขาแล้ว มันเหนื่อย เผลอหลับจนถึงเช้านั่นแหละยาย” แบมแบมยอมที่จะพูดบอกยายไปตามความจริง เพราะไม่อยากที่จะต่อความยาวสาวความยืดกับยายตัวเองแบบไม่จบไม่สิ้น
“เช้าแล้วทำไมไม่กลับ” ยายมะลิที่ปวดหนึบที่ใจกับคำตอบของหลานสาว หากแต่มันก็เป็เื่ที่ทำใจเอาไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้น เอ่ยถามซักไซ้ขึ้นอีกครั้ง
“พี่เขาขอต่ออีกรอบตอนเช้า” ร่างเล็กเอ่ยตอบอุบอิบ พร้อมกับหลบสายตาของผู้เป็ยาย
มะลิที่ได้ฟังอย่างนั้นก็ได้แต่กุมขมับ คิดเอ่ยโทษกำนันคล้าวที่เคยเอ่ยชมไม่ขาดปาก กับการที่อีกฝ่ายเคี่ยวกรำหลานสาวของเธอหนักเสียจนแทบจะลืมทางกลับบ้าน ไม้แก่ผุพังใกล้ฝั่งอย่างมะลิ ได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และรู้สึกเหมือนว่าความดันจะขึ้นอยู่รอมร่อ
“แล้วเขาดีกับมึงหรือเปล่า” แม้จะปวดใจให้กับความไวไฟของหนุ่มสาว หากแต่ก็ยังอดที่จะห่วงหลานสาวของตัวเองไม่ได้จนต้องเอ่ยสอบถาม
“ดีจ้ะยาย ก็ดูแลหนูดี” แบมแบมเอ่ยตอบด้วยความเขินอาย เมื่อหวนคิดถึงเมื่อสักครู่ ที่คนพี่เป็ฝ่ายลงมืออาบน้ำให้กับเธอด้วยตัวเอง
“เออ เขาดีกับมึงก็ดีแล้ว” ยายมะลิเอ่ยพูดอย่างโล่งใจ เมื่อได้รับคำยืนยันจากปากของหลานสาว
“พี่เขาจะเข้ามาคุยกับยายนะ แต่ไม่รู้ว่าวันไหน เดี๋ยวหนูบอกยายอีกทีแล้วกัน” ร่างเล็กเอ่ยแจ้งให้ผู้เป็ยายรับทราบ ตามสารที่เธอได้รับมาจากชายคนรักอีกที
“ก็รีบเข้า อย่ารอให้ท้องมันโย้ จนต้องเป็ขี้ปากชาวบ้าน” มะลิเองแม้จะไม่ได้อยากเร่งรัดฝั่งผู้ชาย หากแต่เื่พรรค์นี้ปล่อยเอาไว้นาน ก็มีแต่หลานสาวของเธอที่จะเสียหาย หากวันใดวันหนึ่งดันตั้งท้องขึ้นมา ก่อนที่จะได้ตบแต่งกันไปตามขนบธรรมเนียม
“รู้แล้ว พึ่งได้จิ้มกันครั้งสองครั้ง อะไรมันจะท้องไวปานนั้น” แบมแบมเอ่ยตอบอย่างติดตลกขบขัน พยายามที่จะทำให้ไม่เป็เื่เครียด
“มึงอย่าทำเป็เล่นใบบัว ของแบบนี้มันไม่รู้ล่วงหน้า เด็กมันจะเกิด มึงจะเอาปัญญาที่ไหนไปห้ามมันได้” ผู้เป็ยายเอ่ยเอ็ดหลานสาวเสียงดุ
“เอาน่ะยาย เดี๋ยวหนูเร่งพี่คล้าวเขาให้ ยายอย่าจริงจังไปหน่อยเลย” ร่างเล็กเอ่ยกลับไปทันควัน
“นังนี่” ยายมะลิจิ๊ปากใส่หลานสาวอย่างเหลืออด กับการที่อีกฝ่ายดูจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลย ทั้ง ๆ ที่โดนเขาเจาะไข่แดงกินไปเสียขนาดนั้นแล้ว
“นี่ล่ะนะ ที่เขาบอกกันว่า มีลูกสาวหลานสาวก็เหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน” ยายมะลิเอ่ยพูดกับตัวเองอย่างปลงตก
แม้จะสนับสนุนเื่ของหลานสาวกับกำนันคล้าว หากแต่ก็อดคิดมากไม่ได้ ว่าถ้าหากทุกอย่างมันไม่เป็ไปตามที่หลานสาวของเธอคิดหวังเอาไว้ คนที่จะต้องเจ็บหนักก็คงหนีไม่พ้นคนที่เป็ดั่งดวงใจของเธอ
ก็ได้แต่ภาวนาให้กำนันคล้าวไม่มาออกลายเป็คนเลวเอาตอนแก่ ทำตัวเป็ผู้ชายใจโฉดหลอกเจาะไข่แดงเด็กสาวทิ้งไปวัน ๆ ให้หลานสาวของเธอต้องช้ำใจ จนน้ำตาต้องเช็ดหัวเข่า และซ้ำรอยเดิมกับผู้เป็แม่ของมันอีกคราว
หญิงที่วัยล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคนตอนปลายถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หากทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย หลานสาวยังคงไม่ได้เข้าสู่ประตูวิวาห์เป็ฝั่งเป็ฝา เธอเองก็คงไม่อาจที่จะสลัดความหนักใจนี้ออกไปได้
“แต่ยายเชื่อเถอะ ส้วมมันไม่แตกจนเหม็นฉึ่งไปทั่วตำบลให้ยายได้อายคนหรอก” แบมแบมเอ่ยตอบกลับไปด้วยความมาดมั่น
เธอเข้าใจดีว่ายายมะลินั้นเหลือเธอแค่เพียงคนเดียวแล้วในชีวิตนี้ ก็ย่อมที่จะห่วงใยเธอมากเป็เื่ธรรมดา หากแต่เธอก็ไม่คิดที่จะให้ตัวเองโดนหลอกกินไปฟรี ๆ หรอก
ถ้าเกิดว่าชายคนรักคิดที่จะลูกไม้ใส่เธอ และทำแชเชือนกับเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอเองก็จะทำให้อีกฝ่ายได้รู้ ว่าผลของการทำตัวเป็ผู้ชายมักง่ายนั้นมันเป็อย่างไร
“หนูไปเตรียมของแล้ว ตอนเย็นจะแวะเข้าไปหาพี่เขาอีก” ร่างเล็กเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้เป็ยายเงียบไปเสียนาน ก่อนจะผุดลุกขึ้นและเดินไปเข้าห้องนอนของตัวเอง
ยายมะลิมองตามหลานสาวที่เดินตัวปลิวเข้าห้องนอนไป ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาอีกครั้งตามหลังของอีกฝ่าย ในเมื่อหลานสาวมั่นใจว่าจะคุมสถานการณ์อยู่ เธอก็จะลองเชื่อใจดูสักครั้ง
หากแต่ถ้าทุกอย่างไม่เป็ไปตามนั้น เธอเองก็คงจะต้องใช้ความเป็ผู้ใหญ่ ยื่นมือเข้าไปช่วยจัดการ หรือหากสุดท้ายมันไม่มีหนทางที่จะไปได้ถึงจุดหมาย สองคนยายหลานก็คงจะต้องมานั่งซับน้ำตาให้กันเอง และดูแลเยียวยากันต่อไป
ก็ได้แต่หวังว่าปลายทางชีวิตคู่ของหลานสาวเพียงคนเดียวของตัวเอง จะได้สุขสมหวังกับผู้ชายดี ๆ อย่างกำนันคล้าว และได้ครองคู่กันไปจนมีเหลนตัวน้อยออกมาให้เธอได้อุ้มชู ก่อนที่จะลาโลกไปนี้เสียก่อน
และเมื่อถึงวันที่จะต้องลาจาก เธอเองก็จะได้หมดห่วง ว่าหลานสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ มีที่พักพิงและมีคู่ชีวิตที่จะเคียงข้างกับมันไปจนถึงวันแก่เฒ่า ความ้าของคนที่เป็ยาย ผู้ที่เลี้ยงดูหลานสาวมาด้วยความยากลำบาก ก็คงจะมีเพียงเท่านี้
………………………………………………….
ความปากดีของยายหลานคู่นี้ไม่เคยแ่ แต่ก็รักกันมากนะเอาจริง มากแบบมากจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะรับรู้ได้ถึงในสิ่งที่เลดี้พยายามสื่อออกไปกันไหม งื้อออออ
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ