“เจ้าใหญ่ ตอนนี้ครอบครัวของเราไม่เหลืออะไรแล้วใช่ไหม” คุณย่าหลินถามอย่างอ่อนแรง
“คุณย่าพักผ่อนก่อนเถอะครับ ผมกับคุณพ่อจะจัดการปัญหาต่างๆ เอง” หลินเจิ้งฉีปลอบผู้เป็นย่าหลิน
คุณย่าหลินมองท่าทางเหนื่อยล้าของหลานชายแล้วก็ได้แต่ถอนใจ ผ่านประสบการณ์ต่างๆ มามากมาย ท่านรู้แล้วว่าวิกฤติครั้งนี้ ตระกูลหลินคงไม่สามารถก้าวผ่านมันไปได้
“พ่อของแกจะมาจัดการอะไร ตั้งแต่เกิดเรื่องฉันยังไม่เห็นเขาโผล่หน้ามาสักครั้ง ทั้งๆ ที่คุณย่านอนป่วยอยู่ที่นี้มาคืนหนึ่งแล้ว เขาก็ยังไม่กลับมาดู ไม่ใช่ว่าเขาคิดที่จะทิ้งพวกเราแล้วแอบหนีไปคนเดียวหรอกนะ อ้อ...เขาอาจจะพาบ้านเล็กบ้านน้อยของเขาหนีไปด้วยแล้วก็ได้” แม่หลินพูดแทรกอย่างโมโห
ที่ผ่านมา แม่หลินมักจะได้รับสายจากบุคคลนิรนามอยู่เสมอ ปลายสายมักจะเล่าถึงพฤติกรรมการนอกใจของพ่อหลินให้นางฟัง บางครั้งยังมีภาพถ่ายส่งมาให้อีกด้วย เพราะแม่หลินเป็นคนที่ยึดติดกับสามีมาก เมื่อรู้ว่าสามีนอกใจ นางก็มักจะหาเรื่องทะเลาะกับสามีอยู่เป็นประจำ บ่อยครั้งเข้า พ่อหลินก็ไม่ค่อยกลับบ้าน และมักจะยกเรื่องหย่าขึ้นมาขู่นางอีกด้วย
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับคุณแม่ ตอนนี้บริษัทของเรายุ่งมากจริงๆ คุณแม่อย่าพูดอะไรอีกเลยนะครับ มันรบกวนการพักผ่อนของคุณย่า” หลินเจิ้งฉีพูดตัดบท
“ลูกสะใภ้ เรื่องของสามีภรรยาน่ะฉันเองก็เข้าใจ แต่ฉันเชื่อว่าลูกชายของฉันไม่ใช่คนที่จะทิ้งครอบครัวไปเพียงเพราะไปหลงผู้หญิงคนอื่นหรอก ตอนนี้เธอดูสถานการณ์ของครอบครัวเราให้ดี ฉันคิดว่าเขาคงกำลังหาทางแก้ไขปัญหาพวกนี้อยู่อย่างที่เจ้าใหญ่ว่านั่นล่ะ” คุณย่าหลินบอก
ถึงจะรู้สึกไม่พอใจ แต่คุณแม่หลินก็ยังเกรงใจแม่สามีอยู่ นางจึงนั่งอยู่เงียบๆ คิดเอาไว้ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามถูกลูกสาวคนเล็ก “เจ้าใหญ่ แกติดต่อน้องได้บ้างไหม”
“ผมยังติดต่อจิงจือไม่ได้เลยครับ จากที่คุยกันล่าสุด ดูเหมือนน้องกำลังจะขับรถมาที่นี่ แต่หลังจากนั้นผมก็โทรหาน้องไม่ติดเลยครับ”
หลินเจิ้งฉีขอร้องให้คุณย่าหลินพักอยู่ที่โรงพยาบาลต่อไปอีกสักระยะ โดยให้แม่หลินเป็นคนอยู่ดูแล เขายังไม่ไว้ใจที่จะให้คุณย่ากลับไปพักที่บ้าน อีกทั้งที่บ้านตระกูลหลินตอนนี้ก็ไม่มีคนรับใช้เหลืออยู่เลยสักคน
“คุณจื่อรั่วครับ” หลินเจิ้งฉีเห็นจูจื่อรั่วยืนอยู่ที่วอร์ด จึงเดินเข้าไปทักเธอ
จูจื่อรั่วละสายตาจากแฟ้มประวัติคนไข้แล้วหันไปมองตามเสียง “อ้อ...คุณชายหลิน มีธุระอะไรกับฉันหรือคะ”
หลินเจิ้งฉีสัมผัสได้ถึงความห่างเหินที่จูจื่อรั่วมีให้ เขาสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะก่อนหน้านี้เขาได้สัมผัสกับท่าทางอย่างนี้จากซูเจินมาแล้ว
“ไม่มีธุระอะไรสำคัญหรอกครับ ผมแค่เข้ามาทักทายคุณเท่านั้น เอ่อ...คุณพอจะมีเวลาให้ผมสักครู่ไหมครับ”
จูจื่อรั่วมองหน้าชายหนุ่มก่อนที่จะเดินนำเขาไปที่สวนด้านหลัง เธอเข้าใจดีว่าความขัดแย้งระหว่างซูเจินเพื่อนรักกับคนของตระกูลหลิน เธอคงเข้าไปยุ่งด้วยไม่ได้ แต่ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง จูจือรั่วจึงพูดเตือนหลินเจิ้งฉี “เวลาเห็นคนในครอบครัวเจ็บป่วยไม่สบาย เราก็จะรู้สึกทุกข์ใจและเป็นห่วงพวกเขามากเลยใช่ไหมคะ นั่นก็เพราะเราเห็นว่าชีวิตของคนในครอบครัวของเรามีค่ายังไงล่ะ คนทั่วไปก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน ชีวิตของคนในครอบครัวของพวกเขาต่างก็มีค่ากันทั้งนั้น เราอยากจะปกป้องครอบครัวของเราเองนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราต้องเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง เงินไม่ใช่วิธีเดียวของการแก้ปัญหาทั้งหมด ความกล้าที่จะยอมรับผิด และการขออภัยอย่างจริงใจต่างหากล่ะคะ ที่เป็นสิ่งที่ควรทำ”
“คุณจื่อรั่ว ผมขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณนะครับ และขอบคุณที่ช่วยพูดเตือนสติผม”
“เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของคุณมันอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญค่ะ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมักจะมีสาเหตุมาจากการกระทำในอดีตเสมอ”
“คุณคงรู้แล้วสินะครับว่าผมเป็นคนขับรถชนน้องชายคุณซูเจินเสียชีวิตในวันนั้น หลายปีที่ผ่านมา ผมเหนื่อยมากจริงๆ ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นมันคอยตามหลอกหลอนผมอยู่ตลอด ทุกครั้งที่ผมคิดที่จะไปขอโทษคุณซูเจิน คนในครอบครัวก็มักจะห้ามผมไว้ ฟังดูเหมือนผมกำลังหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองอยู่ใช่ไหมครับ คุณจื่อรั่วครับ ผมสัญญานะครับว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผมจะออกมาสารภาพเรื่องนี้ด้วยตัวผมเอง ผมจะประกาศออกไปให้ทุกคนได้รู้ ผมฝากเอาคำพูดนี้ไปบอกคุณซูเจินด้วยนะครับ ผมคงไม่มีหน้าไปพบเธออีกแล้ว”
“คุณเจิ้งฉีคะ ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกัน ฉันอยากจะบอกคุณว่าความผิดของใคร คนนั้นก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบด้วยตัวเขาเอง คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับมันไว้ในทุกเรื่อง คนตระกูลหลินไม่ได้มีคุณแค่คนเดียวนะคะ”
“ถึงยังไงผมก็เป็นคนตระกูลหลินครับ ความผิดที่คนในตระกูลทำไว้ ผมคงหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบนั้นไปไม่ได้”
ในขณะที่คนในครอบครัวกำลังเป็นห่วงเพราะติดต่อหลินจิงจือไม่ได้ ตัวเธอเองกลับขับรถมาจอดอยู่หน้าบริษัทซูหลิวอย่างใจเย็น หลินจิงจือคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา และพบว่าในชีวิตนี้ศัตรูเพียงคนเดียวของเธอคือผู้หญิงที่ชื่อซูเจิน ดังนั้นข่าวลือและภาพลับของเธอพวกนั้นต้องเป็นฝีมือของซูเจินอย่างแน่นอน อีกทั้งก่อนที่กัวจิ้งหยวนจะหายตัวไป พ่อของเธอเคยบอกว่ากัวจิ้งหยวนพยายามจะติดต่อกับซูเจินเพื่อมอบของบางอย่างให้ ภาพและคลิปลับของเธอ มีเพียงกัวจิ้งหยวนเท่านั้นที่มี จึงมีความเป็นไปได้สูงที่กัวจิ้งหยวนจะส่งภาพพวกนั้นให้กับซูเจิน
หลินจิงจือกำมือแน่นด้วยความโกรธ ความอัปยศที่เธอได้รับในวันนี้ เธอจะต้องเอาคืนให้ได้ ตอนนี้เธอได้ว่าจ้างเด็กเกเรในชุมชนแออัดไว้หลายคน เธอบอกให้พวกเขาไปรอเธอตามที่อยู่ที่เธอเขียนให้
‘ซูเจิน ฉันจะคอยดูว่าหลังจากวันนี้ไป เธอยังจะเชิดหน้าอยู่ในสังคมได้อีกไหม และฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าสามีเธอจะรับได้หรือเปล่าถ้าเขามาเห็นภรรยาตัวเองอยู่กับคนอื่น’
“หลงเฉา เรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง หลายปีที่ผ่านมาฉันเชื่อใจแกที่สุด แล้วทำไมข้อมูลพวกนี้ถึงมีคนขุดขึ้นมาได้” ประธานหลินพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
“นายใหญ่สงสัยในการทำงานของผมหรือครับ” หลงเฉาถามอย่างใจเย็น
“เรื่องที่ผ่านมา ฉันให้แกเป็นคนจัดการ แล้วฉันจะสงสัยแกบ้างไม่ได้หรือไง เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นฝีมือแกใช่ไหม” ประธานหลินถามอย่างคาดคั้น
“นายใหญ่กำลังดูถูกความซื่อสัตย์ของผมอยู่นะครับ และท่านยังดูถูกความสามารถของคุณชายเย่ด้วยเหมือนกัน ท่านลืมไปหรือเปล่าว่าที่ผ่านมา คุณชายเย่ก็คอยติดตามความเคลื่อนไหวของท่านมาตลอด แต่ก็เป็นผมนะครับที่คอยเก็บกวาดงานพวกนั้นไม่ให้สาวมาถึงตัวท่านได้” หลงเฉาพูดเสียงเรียบ
“ฉันบอกให้แกจัดการมันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ถ้าแกทำตามที่ฉันบอก เรื่องมันคงไม่เป็นอย่างนี้ เอาล่ะ..ฉันเห็นแก่ความซื่อสัตย์ของแก งานสุดท้ายที่ฉันจะให้แกทำก็คือกำจัดคนตระกูลเย่ให้หมดไปซะ ในเมื่อพวกมันทำให้ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว พวกมันก็ต้องไม่เหลืออะไรเหมือนกัน”
“ทุกคนในตระกูลเย่เลยหรือครับ” หลงเฉาถามย้ำ
“ทุกคน ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว โดยเฉพาะลูกสะใภ้ตัวดีของมัน ต้องเป็นนังนั่นแน่ๆ ที่ปล่อยคลิปทำลายชื่อเสียงของลูกสาวฉัน งานนี้แกอย่าทำพลาดเป็นอันขาด หลังจากนั้นพวกเราจะหนีออกนอกประเทศด้วยกัน แกไปบอกคนในครอบครัวฉันให้เตรียมตัวให้พร้อม”
“ตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ท่านพักอยู่ที่นี่ก่อนดีกว่าครับ ส่วนครอบครัวของท่าน ผมกับหลงฉือจะไปจัดการให้ท่านเอง”
“หลงเฉา ฉันเป็นคนช่วยชีวิตแกไว้ ชีวิตแกเป็นของฉัน ถึงเวลาที่แกต้องตอบแทนฉันแล้ว ฉันหวังว่าแกจะไม่ลืมคำพูดที่แกเคยสัญญากับฉันไว้” ประธานหลินพูดขึ้น
“ผมไม่ลืมหรอกครับ ชีวิตของผมเป็นของท่าน ผมจะชดใช้ให้แน่นอน คนอย่างนายหลงเฉา บุญคุณกับความแค้นแยกกันชัดเจนเสมอ นายใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับ” หลงเฉาพูดเสร็จก็เดินออกจากเซฟเฮ้าส์ไป