“ แกทำอาหารเสร็จหรือยัง ” แม่ของหยางหลิวตะโกนเรียก
“ ใกล้เสร็จแล้วแม่อีกแป๊บเดียว ” หยางหลิวตะโกนกลับไปพร้อมทั้งจัดแจงอาหารใส่จานอย่างประณีต
“ ถ้าเป็นข้าวผัดอีกแม่ไม่กินแล้วนะ ” แม่ของหยางหลิวเตือนอีกครั้ง
“ หนูก็เหมือนกันนะพี่ ” เสียงของน้องสาวสุดน่ารักของหยางหลิวดังขึ้นซึ่งก็คือ “ เว่ย เหมยหลิว ”
“ อย่าพูดกันแบบนั้นสิ ให้กำลังใจพี่เขาหน่อย แต่เดี๋ยวพ่อจะออกไปข้างนอกสักแป๊บนะ ”
“ ไปไหนเหรอพ่อ ” หยางหลิวถาม
“ พ่อว่าจะไปกินข้าวบ้านเพื่อนสักหน่อยนะ ”
“ ฮ่า ๆๆๆ ” เสียงหัวเราะดังลั่นบ้าน
‘ ครอบครัวเรานี่ไม่เชื่อถือในฝีมือเราเลยหรือไง ’“ งั้นผมทำเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ครั้งหน้าไม่ทำแล้วล่ะ ”“ ก็ได้ ๆ ครั้งสุดท้ายแล้วนะ ถ้าครั้งหน้าทำมาอีกแม่ไม่กินแล้วนะ ”
“ ได้เลยแม่ ! ” “ อย่ามาอ้อนวอนให้ผมทำให้กินแล้วกัน ! ”
หยางหลิววางจานลงบนโต๊ะต้องบอกเลยว่าการเรียนเป็นเชฟอีกทั้งเปิดกิจการร้านอาหารไม่เสียเปล่าจริง ๆ เพราะถ้ามองดูที่การจัดเรียงอาหารแล้วค่อนข้างสวยเลยทีเดียว
“ โอ้ วันนี้มาแปลกแฮะ ” พ่อของหยางหลิวพูดด้วยความประหลาดใจ “ นั่นสิพ่อ กลิ่นก็หอมด้วยนะไม่เหมือนทุกที ” เหมยหลิวเอ่ยชม “ ไม่ใช่ข้าวผัด แม่ก็กินได้หมดนั่นแหละ ”
หลังจากที่ทุกคนนั่งลง เหมยหลิวก็ลงมือกินคนแรกสงสัยว่ากลิ่นหอม ๆ ที่ลอยมาจากอาหารคงหลอกให้เธอลืมไปแล้วว่าหลายวันก่อนหน้านี้ ข้าวผัดของหยางหลิวนั้นแย่แค่ไหนส่วนพ่อกับแม่ของหยางหลิวนั้นถือว่าเป็นคนมีประสบการณ์โชกโชนถึงไม่โดนการล่อลวงจากกลิ่นหอม ๆ และหน้าตาสวย ๆ ของอาหารบนโต๊ะ “ หืมม ” เหมยหลิวกินเข้าไปคำแรกรู้สึกว่าอาหารในปากกำลังละลายอย่างรวดเร็วกินหอม ๆ กระจายออกมาจากทั่วทั้งปาก รสชาติหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ ซึ่งถูกปากของเธอเป็นอย่างมาก
“ เป็นไงบ้าง ” พ่อเอ่ยถามอย่างช่วยไม่ได้เพราะการแสดงออกทางสีหน้าของเหมยหลิวนั้นดูมีความสุขเสียเหลือเกิน
“ อร่อย ! อร่อยมากเลยพี่ ” เหมยหลิวจบเธอก็ไม่สนใจใครกินอย่างรวดเร็วจนลืมคำว่า “ กุลสตรี ” ไปเสียสนิท
พ่อกับแม่ของหยางหลิวจ้องหน้ากันพักหนึ่ง ในที่สุดทั้งสองก็เริ่มลองชิมทั้งสองคนนั้นค่อนข้างตกใจพวกเขานั้นเห็นหยางหลิวหัดทำอาหารอย่างจริงจังเมื่อปีก่อนเท่านั้นเองอาหารที่หยางหลิวทำนั้นถือได้ว่าอยู่ในระดับภัตตาคารห้าดาวเป็นอย่างน้อยซึ่งพวกเขาทั้งสองคนนั้นถึงไม่ใช่คนรวย แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยไปงานสำคัญ ๆ
“ แม่ พ่อ มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ”“ ก็ได้ ๆ เดี๋ยวผมเก็บจานแล้วเดี๋ยวไปซื้อจากข้างนอกมาให้ละกัน ” หยางหลิวยืนขึ้นพร้อมทั้งกำลังจะยื่นมือไปเก็บจาน
“ หยุดเลย ๆ พ่อบอกตอนไหนว่าไม่อร่อย ”“ เมื่อกี้ พ่อยังให้กำลังใจลูกอยู่เลยนะ ”
“ ใช่ ๆ แม่ก็เหมือนกัน ”
“ เมื่อกี้แม่ก็ยังบอกเลยว่า อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ข้าวผัดแม่ก็กินหมดนั่นแหละ ”
“ อ้าวงั้นข้าวผัดที่ผมกำลังจะเอามาให้แม่ก็ไม่กินใช่ไหม ”
“ ใคร ”“ ใครบอกว่าแม่ไม่กิน ”“ ไม่ใช่พ่อหรอกที่บอกว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อนน่ะ ”
“ ผมแค่ล้อเล่นเท่านั้นแหละ กินตามสบายเลย ”“ แต่วันหลังผมไม่ทำมาให้กินแล้วนะ ““ หึ ๆๆ ” หยางหลิวหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ เอ๋ ! พี่หนูยังอยากกินกับข้าวฝีมือพี่อยู่เลยนะ ” “ แม่ก็ด้วย ถ้าลูกไม่ทำให้แม่กินอีกแม่จะอดข้าว ”
“ อ้าว ! งั้นก็ดีแล้วสิแม่ แม่จะได้ลดน้ำหนักพอดี ”
“ เดี๋ยวเถอะ ๆ มาพูดกับแม่แบบนี้ได้ยังไงแม่ยังสาวยังสวยอยู่เลยนะ ”“ เอาล่ะ ๆ มากินข้าวกันได้แล้วเดี๋ยวมันจะเย็นหมดพอดี ”“ แต่ครั้งหน้าก็ทำให้พ่อกินอีกนะ ” “ ก็ได้ครับ ฮ่า ๆ ” หลังจากนั้นทั้งครอบครัวก็กินไปยิ้มไป ช่างเป็นครอบครัวที่มีความสุขเสียจริง