สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 32 การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด

            เควสนี้ยุ่งยากมาก

            แต่มันมีความสำคัญมากสำหรับเนื้อเรื่องต่อจากนี้ของโลกDiablo

            เพราะเมื่อคุณช่วยชายชราที่ชื่อว่าเคนออกมาจากเมืองทริสแทรมที่ถูกทำลายได้(ซึ่งนั่นก็คือมิติลึกลับ) หลังจากนั้นเขาก็จะกลายเป็นเห็บหมัดคอยติดตามตัวละครและมอบเควสต่อเนื่องให้คุณเค้าโครงเรื่องของโลก Diablo ก็จะก้าวหน้าขึ้นมา

            ก่อนจะออกเดินทางซุนเฟยตรวจสอบไอเทมและรายละเอียดเควสของตัวเองอีกครั้ง

            จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ด้วยพลังในตอนนี้เขาสามารถทำเควสสำเร็จได้ไม่ยาก เมื่อลองคำนวณเวลาดูอีกครั้งหากราบรื่นอย่างที่พูดก็สามารถทำเควสสำเร็จภายในเวลาสองชั่วโมงอย่างแน่นอน

            แบบนี้แผนการต่อไปของซุนเฟยก็จะสมบูรณ์

            ไม่นานเขาก็ตัดสินใจออกเดินทางไปหาต้นไม้อิวอร์นีทันที

            แต่ก่อนที่จะออกจาก ‘ค่ายโร้ก’ ซุนเฟยมองเอเลน่า สาวงามที่เดินตามหลังตัวเองมาอย่างเงียบๆแล้วคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา เขาหันหลังกลับไปหาช่างตีเหล็กสาวชาร์ซี สายตาของเอเลน่าแสดงความประหลาดใจเมื่อเห็นซุนเฟยจ่ายเงินมากกว่าหนึ่งพันเหรียญทองเพื่อซื้อธนูที่แข็งแกร่งหนึ่งอันเกราะหนังหนึ่งชุด รองเท้าบูทหนังแบบหนาหนึ่งคู่ และหมวกหนังระดับสูงที่เหมาะสำหรับผู้หญิงหนึ่งใบ

            “สาวสวย ไอเทมพวกนี้เจ้าใช้เป็นใช่ไหม?”

            ซุนเฟยฉีกยิ้มออกมาในแบบที่ตัวเองคิดว่าดูดีที่สุดพลางพูดกับเอเลน่าว่า“ถ้าใช้มันได้ก็รีบหาที่เปลี่ยนเถอะจงรู้ว่าในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่ามอนสเตอร์ร้ายกาจ ยิ่งพลังแข็งแกร่งมากเท่าไรก็ยิ่งมีชีวิตรอดมากเท่านั้น”

            “ของพวกนี้...ท่าน...ให้ข้าหรือ?”

            เอเลน่ามองอย่างตกตะลึงเหมือนกับคาดไม่ถึงและไม่อยากจะเชื่อ

            “ไม่ให้เจ้าแล้วข้าจะให้ใครหรือว่าข้าสามารถใช้ไอเทมผู้หญิงพวกนี้ได้?”

            ไม่รู้ทำไมซุนเฟยรู้สึกว่าทหารรับจ้างสาวคนนี้คล้ายกำลังตื่นเต้นอยู่ในใจก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย ไอเทมราคาเพียงหนึ่งพันกว่าๆ ในมุมมองของเขาสิ่งของพวกนี้ไม่ได้ดีมากเท่าไหร่หากเทียบกับชุดที่เขาสวมอยู่ในตอนนี้ต้องตื่นเต้นขนาดนี้เลยเหรอ?

            “ขอบคุณท่านมากท่านนักรบผู้กล้าหาญ”

            สุดท้าย หลังจากที่แน่ใจว่าซุนเฟยซื้อไอเทมพวกนี้ให้นางจริงๆทหารรับจ้างสาวก็รีบปรับอารมณ์ตัวเอง นางโค้งคำนับขอบคุณ จากนั้นก็นำไอเทมพวกนี้เดินเข้าไปที่เต็นท์ด้านหลังช่างตีเหล็กสาวชาร์ซี

            ไม่นานเสียงเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ดังลอดออกมากเต็นท์แค่ได้ยินซุนเฟยพลันรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมา

            ผ่านไปยี่สิบวินาทีเอเลน่าก็ออกมาจากเต็นท์

            ซุนเฟยตาพร่าไปชั่วครู่

            เอเลน่าที่เปลี่ยนชุดและไอเทมใหม่ดูองอาจมากเกราะหนังเรืองแสงสีฟ้าอ่อนเข้ากับรูปร่างเซ็กซี่ของนางมาก มากเสียจนทำให้ผู้คนตาพร่ามัวเลยทีเดียวในมือถือธนูยาวส่วนด้านหลังสะพายกระบอกลูกธนูราวกับเป็นเทพีสงครามที่สง่างามที่สุดในโลกทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะเคารพบูชา

            ชุดเครื่องแบบนี่มันยั่วยวนใจสุดๆไปเลย

            นี่สินะที่เขาเรียกว่าชุดเครื่องแบบในตำนาน!

            “ฮ่าๆเป็นชุดที่พอดีกับตัวเป๊ะเลย พวกเราออกเดินทางกันเถอะ!”

            ซุนเฟยถูกความเย้ายวนของทหารรับจ้างสาวทำเอาเลือดกำเดาแทบพุ่งเขารีบทำท่าเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร หันหลังให้แล้วโบกมือเป็นสัญญาณให้ออกจาก ‘ค่ายโร้ก’

            เหตุผลที่ซื้อไอเทมให้เอเลน่าไม่ใช่เพราะอยากเห็นของสวยๆงามๆ แต่เป็นเพราะทหารรับจ้างสาวคนนี้เป็นทหารที่มีฝีมือ ยิ่งพลังแข็งแกร่งเท่าไรก็ยิ่งช่วยซุนเฟยทำเควสสำเร็จได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีอันตรายใดๆ

            เอเลน่าเผยรอยยิ้มมุมปากจางๆ เพียงแวบเดียวก่อนจะกลับมานิ่งเงียบเหมือนเมื่อก่อนนางเหมือนดอกกล้วยไม้ที่ผลิบานอย่างเงียบๆ นางค่อยๆ เดินตามหลังซุนเฟยไป

            ……

            ……

            สวบ!

            ‘จอมขมังเวทชาแมน’ สามตัวส่งเสียงกรีดร้องพลางล้มไปกองกับพื้น

            ติ้ง

            ไอเทมเมจิคหนึ่งชิ้นร่วงออกมาจากศพ

            ในใจของซุนเฟยรู้สึกยินดีขึ้นมาเขาหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นแหวนรูปร่างประหลาด แต่ไม่ก็ยังไม่ได้ตรวจสอบจึงไม่รู้ว่ามันมีคุณสมบัติอะไร

            ซุนเฟยหยิบ ‘ม้วนคัมภีร์ตรวจสอบ’ ออกมาม้วนหนึ่งหลังจากเปิดใช้งานก็พบว่าแหวนวงนี้ชื่อ ‘แหวนสีคราม’ ประโยชน์ของมันคือ มานา +8 และแสงสว่างบริเวณรอบๆ +5 ซึ่งสำหรับคนเถื่อนที่เป็นตัวละครสู้ระยะประชิดแหวนวงนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไรแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรล่ะนะ ซุนเฟยคิดก่อนจะสวมแหวนกับนิ้วตัวเอง

            ในขณะที่ซุนเฟยกำลังเก็บของเอเลน่าที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยปากเตือนให้ระวังพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง

            ที่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกแปลกใจคือถ้าเขาคิดไม่ผิด ดูเหมือนว่าเอเลน่ามองไม่เห็นไอเทมที่ออกมาจากตัวมอนสเตอร์เพราะบางครั้งสาวงามจะหันมามองท่าทางของเขาด้วยสายตาแปลกๆเหมือนซุนเฟยกำลังแสดงละครใบ้ประหลาดๆ อยู่

            “หรือว่าคนของโลก Diabloอย่างเอเลน่า เวลาฆ่ามอนเสตอร์จะมองไม่เห็นไอเทมที่ตกมาจากมอนสเตอร์?”ในใจของซุนเฟยพลันกระตุกขึ้นมา “หรือว่า...ในโลก Diablo มีแค่ข้าคนเดียวที่เวลาสังหารมอนสเตอร์แล้วจะมีไอเทมร่วงออกมา?”

            การค้นพบนี้ทำให้ซุนเฟยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

            ดูเหมือนว่าเขาได้ค้นพบอะไรบางอย่างที่มันยังคลุมเครือและเขาก็ยังไม่เข้าใจ

            เขาเริ่มสังเกตอย่างละเอียด

            ……

            เวลากระชั้นชิด

            ทั้งสองคนรีบเร่งรุดไปด้านหน้า

            ‘อันเดอร์กราวด์ แพสซิส’ ที่ตั้งอยู่ในส่วนลึกของ ‘สโตนี่ฟีลด์’ ซุนเฟยพาเอเลน่าใช้ประตูมิติเพื่อตัดผ่านเส้นทางที่มีแต่เหล่ามอนสเตอร์และย่นเวลาในการค้นหา

            เส้นทางที่เข้าไปด้านในมีแต่ความมืด

            ในถ้ำไม่มีแสงสว่างแม้แต่น้อยทั้งมีแต่เสียงหวีดหวิวของลมหนาว

            ท่ามกลางเสียงลมมีเสียงคำรามแหลมสูงของเหล่าปีศาจดังออกมาจากส่วนลึกของถ้ำไม่ขาดสายในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นคาวและบรรยากาศที่น่าอึดอัดจนน่ากลัว

            “ระวังตัวด้วย ตามหลังข้ามาจำไว้ ห้ามเดินนำข้าเด็ดขาด”

            ซุนเฟยหันมาพูดกับทหารรับจ้างสาว

            เขาคือคนเถื่อนพลังชีวิตและพลังป้องกันย่อมมากกว่าสามารถใช้เป็นโล่มนุษย์คอยป้องกันการโจมตีจากด้านหน้าได้ และให้เอเลน่านักธนูเวทโจมตีจากระยะไกลได้พลังโจมตีของนางถือว่าดีทีเดียว แต่พลังชีวิตกลับค่อนข้างจะเปราะบาง ทั้งพลังป้องกันก็ต่ำหากถูกเหล่ามอนสเตอร์จู่โจมในระยะประชิด นั่นคงอันตรายมาก

            เอเลน่าชะงัก

            นางคาดไม่ถึงว่านักผจญภัยคนนี้จะตัดสินใจแบบนี้นี่มันตรงข้ามกับเรื่องเล่าที่ลือกันใน ‘ค่ายโร้ก’ เกี่ยวกับความน่ากลัวของเหล่านักผจญภัยที่ชอบเอารัดเอาเปรียบและไม่เห็นอกเห็นใจกับเหล่าทหารรับจ้างสาวตอนนี้ เอเลน่ายังคิดว่าชะตาชีวิตของตัวเองคงไม่ต่างกับพวกทหารรับจ้างสาวเมื่อหกสิบปีก่อนอาจจะถูกซุนเฟยใช้เป็นเหยื่อล่อปีศาจหรือโล่มนุษย์ป้องกันการโจมตี แต่...

            สาวงามยังคงตกอยู่ในภวังค์ซุนเฟยพุ่งออกไป

            ว้าก!

            เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ในมือของซุนเฟยควงขวานยักษ์เข้าโรมรัน

            เพียงเหวี่ยงขวานอย่างไม่ได้ตั้งใจสามครั้งทันใดนั้นก็สามารถตัดร่างของ‘ชาแมน’ ขาดเป็นหกท่อนอย่างง่ายดาย

            “รีบมาเร็วพวกเราต้องผ่านที่นี่ไปให้เร็วที่สุด”

            ซุนเฟยหันกลับมาตะโกนบอกก่อนจะพุ่งไปด้านหน้าอย่างไม่หยุดยั้งวิ่งหายเข้าไปในความมืด เอเลน่าที่เพิ่งได้สติก็รีบวิ่งตามไป

            ตรงข้ามกับพวกเขามีเหล่ามอนสเตอร์ตัวเล็กๆที่พากันดาหน้าเข้ามาเหมือนสายน้ำหลาก

            ซุนเฟยเหวี่ยงขวานยักษ์ไปทางด้านหน้าเพื่อจะสังหารพวกมันแต่ตอนนี้เองก็ได้ยินเสียง ‘ฟิ้ว’ ลูกธนูแหลมคมสีฟ้าพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็เสียบหัวของมอนสเตอร์ตัวเล็กสามสี่ตัวพวกมันกรีดร้องออกมาก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น ร่างของพวกมันโดนแช่แข็งจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งแล้วตายทันที

            “ยิงธนูได้สวยมาก ร้ายกาจสุดๆ!”

            ซุนเฟยหันมายกนิ้วโป้งให้เอเลน่า

            ทหารรับจ้างสาวไม่ใช่พวกสวยแต่ไร้ความสามารถเรียกได้ว่าทักษะการยิงธนูดั่งพระเจ้า ในสภาพแวดล้อมที่มืดแบบนี้ การยิงธนูไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ลูกธนูทั้งสี่ดอกของนาง ทั้งหมดยิงโดนเข้าเป้าทุกดอกพลังที่แข็งแกร่งทำเอาซุนเฟยอดไม่ได้ที่จะขยี้ตามองใหม่

            เอเลน่าไม่ได้แสดงท่าทางอะไรสำหรับคำชมเชยของซุนเฟย

            นางดึงสายธนูในมืออย่างต่อเนื่อง ลูกธนูทั้งสามดอกเปล่งแสงวาววับเย็นชาส่ง ‘ชาแมน’ ทั้งสามตัวที่กำลังกระโจนเข้ากลับบ้านเก่า

            ซุนเฟยพบว่าทหารรับจ้างสาวสวยคนนี้เป็นนักธนูสายเวทน้ำแข็งธนูทุกดอกที่ลอยออกไปต่างแผ่กลิ่นอายความหนาวเย็นไปด้วยและไม่เพียงมีพลังการสังหารที่น่าทึ่งแต่หลังจากที่ยิงเข้าเป้าแล้วยังสามารถชะลอการเคลื่อนไหวและความเร็วในการโจมตีของศัตรูได้ด้วยนางเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดในการสังหารมอนสเตอร์ของโลก Diablo แน่ๆ

            ชายหญิงเข้าขากันพวกเขาไล่ฆ่าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

            ทั้งสองคนเดินเข้าไปส่วนที่ลึกของถ้ำอย่างไม่หยุด

            ‘ถ้ำอันเดอร์กราวด์ แพสซิส’เหมือนเขาวงกต เส้นทางคดโค้งวกวนง่ายต่อการทำให้คนหลงทางบางครั้งก็จะมีมอนสเตอร์วิ่งออกมาจากมุมที่มืด นี่คือนรกบนโลกมนุษย์เสียงลมหนาวดังหวีดหวิวยิ่งทำให้น่ากลัวเข้าไปอีก

            โชคดีที่ซุนเฟยมีประสบการณ์การฆ่ามามากพอไม่ช้าเขาก็เคยชินกับมัน

            และทหารรับจ้างสาวเองก็ดูเหมือนจะผ่านประสบการณ์ที่คล้ายๆกันจึงคุ้นเคยกับบรรยากาศน่ากลัวแบบนี้ ไม่หวาดกลัวสักนิด

            เสียงธนูในมือนางทุกดอกต่างคร่าชีวิตเหล่ามอนสเตอร์ระดับต่ำไปด้วย แน่นอนว่าหากพบกับ ‘มอนสเตอร์ยักษ์’ ‘แมงมุมยักษ์’ ‘เวนดิโก’ ที่เป็นมอนสเตอร์ชั้นสูงอาจจะต้องเสียเวลาเล็กน้อยหากไม่มีซุนเฟยช่วยคงต้องใช้ลูกธนูมากกว่าสามดอกถึงจะล้มมันได้และในจังหวะที่ยิงธนู นางจำเป็นต้องรักษาระยะห่างระหว่างตัวเองกับมอนสเตอร์ด้วยถึงจะสามารถแสดงความสามารถทักษะธนูในมือได้อย่างเต็มที่

            ผ่านไปสิบกว่านาทีทั้งสองคนก็เริ่มชำนาญในการร่วมมือกัน

            เหมือนความคิดและจิตใจของพวกเขาเริ่มเป็นหนึ่งเดียวกันถึงแม้ว่าในขณะที่ต่อสู้ทั้งสองคนแทบจะไม่ได้พูดคุยกันแต่ยิ่งทั้งสองคนร่วมมือกันก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้นซุนเฟยเหวี่ยงขวานสังหารมอนสเตอร์ระยะใกล้ ส่วนเอเลน่ายิงธนูสังหารมอนสเตอร์ระยะไกลไม่นานทั้งสองคนก็รุกเข้าไปด้านหน้าเร็วขึ้นเกินความคาดหมายของซุนเฟยก่อนหน้านี้ไว้มาก

            “หากรักษาความเร็วแบบนี้ไปเรื่อยๆคาดว่าใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็สามารถผ่าน ‘อันเดอร์กราวด์แพสซิส’ ไปหาต้นไม้อิวอร์นีใน ‘ป่าแห่งความมืด’ และหยิบม้วนคัมภีร์ซังกะบ๊วยนั่นกลับไปได้!”

            ซุนเฟยคิดในแง่ดีขึ้นมาว่า บางทีเควสอาจจะเสร็จเร็วก็ได้

            ตอนนี้เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

            “อ๊า...”

            ทหารรับจ้างสาวที่ยิงธนูสังหารมอนสเตอร์อยู่ด้านหลังซุนเฟยอย่างเงียบๆมาตลอดทางก็พลันร้องกรี๊ดออกมาอย่างปวดร้าว น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและโศกเศร้าอย่างมากเหมือนได้พบสิ่งที่น่ากลัวอะไรบางอย่าง

            ---------------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน