สายลมยามบ่ายพัดโชยเอากลิ่นอายดินปนความร้อนระอุเข้าใส่ใบหน้าของ‘มนัสวี’ หญิงสาวเพิ่งเสร็จสิ้นจากการลิสต์รายการวัสดุอุปกรณ์ทำขนมและพูดคุยสัมภาษณ์ลูกจ้างเร็วกว่ากำหนดการเดิมโข
ความคิดถึงระคนห่วงใยทำให้เธอไม่รอช้ารีบสตาร์ทเครื่องยนต์รถอีโคคาร์คันเล็กบึ่งตรงเข้าตัวเมืองเพื่อมุ่งหน้ามารับ ‘น้องเติมเต็ม’กลับบ้านสวนทันที... แต่แล้วในทันทีที่เรียวขาเสลาก้าวเท้าเดินผ่านประตูรั้วของเนอสเซอรี่เข้าไป สายตากลับกวาดมองไม่พบร่างกลมป้อมในชุดเอี๊ยมผ้าเวสปอยท์สีเหลืองมัสตาร์ดทับเสื้อยืดคอกลมสีขาวสกรีนลายลูกสุนัขจิ้งจอก วิ่งเล่นอยู่เหมือนทุกที หัวใจของคนเป็แม่กระตุกวูบ ตกอยู่ในภวังค์ความสงสัยด้วยความลนลานเธอรีบซอยเท้าเดินตรงดิ่งเข้าไปซักไซ้ไล่เลียงคาดคั้นกับ ‘ตฤณ’เ้าของเนอสเซอรี่ในห้องทำงานส่วนตัวทันที
"คุณตฤณคะ! เติมเต็มอยู่ไหน!ทำไมลูกของมนไม่ได้อยู่ในสนามเด็กเล่น!"
มนัสวีเค่นเสียงสั่นเครือรุนแรง ตฤณหน้าถอดสี หน้าเขาซีดเผือดราวกับคนเจอผี เขากลืนน้ำลายลงคออย่างทุลักทุเลเมื่อความลับแตก
"เอ่อ... คุณมนครับคืออย่างนี้... ไอ้ดิศ... คุณภูดิศเขาเป็เพื่อนสนิทของผมเอง เขาพาน้องเติมเต็มไปอยู่ด้วยที่โรงพยาบาลหลายวันแล้วครับเขาเล่าความจริงในอดีตให้ผมฟังหมดแล้ว..."
"คุณตฤณ..." มนัสวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหยาดน้ำตาเริ่มหลั่งรินอาบสองแก้ม แม้ดวงตาจะวาวโรจน์ด้วยความโกรธแต่คำพูดกลับยังคงสุภาพทว่าเฉียบขาด
"มนคิดว่าคุณตฤณเป็เ้าของเนอสเซอรี่ที่น่าเชื่อถือ มนถึงกล้าเอาดวงใจของมนมาฝากให้คุณช่วยดูแล มนไม่คิดเลยนะคะว่าคุณจะสมรู้ร่วมคิดกับคุณภูดิศแอบส่งลูกของมนไปให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้นลับหลังแบบนี้ คุณทำลายความไว้ใจของคนเป็แม่จนไม่มีชิ้นดีมนผิดหวังในตัวคุณจริง ๆ ค่ะ!
มนัสวีไม่ฟังคำแก้ตัวใด ๆ จากตฤณ เธอสะบัดหน้าหนี วิ่งถลันออกจากเนอสเซอรี่แล้วก้าวขึ้นรถบึ่งรถยนต์กระชากเกียร์มุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาลทันทีด้วยไฟโทสะและความหวาดกลัวลนลานในอก
ตฤณที่ยืนสั่นเทิ้ม รีบคว้าโทรศัพท์มือถือต่อสายตรงเตือนภูดิศรัว ๆทว่าในเวลานั้น... ภายในห้องพักส่วนตัวประธานบริหารระดับหรูภูดิศมัวแต่นั่งคุกเข่าก่อปราสาททรายจำลองและหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเล่นกับลูกชายจนไม่ได้ยินเสียงแผดร้องของโทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานเลยสักนิด
รถอีโคคาร์คันเล็กเบรกดังเอี๊ยดสนั่นลั่นลานจอดรถโรงพยาบาล มนัสวีซอยเท้าวิ่งฝ่าประตูเรือนกระจกเข้ามาใบหน้าหวานบึ้งตึงดุดันจนน่ากลัว พนักงาน พยาบาลและเคาน์เตอร์ฝ่ายต้อนรับที่ต่างพากันรู้จักโปรไฟล์ของเธอในฐานะเ้าของร้านขนมไทยโบราณเ้าดังต่างพากันเปิดทางสะดวกและปล่อยให้เธอขึ้นลิฟต์ผู้บริหารตรงดิ่งขึ้นไปจนถึงห้องทำงานชั้นสูงสุดทันทีโดยไม่มีใครกล้าขัดขวาง
"ปัง!!" บานประตูไม้หรูถูกผลักเปิดออกเสียงดังสนั่น มนัสวีก้าวเข้าไปในห้องทำงานแววตาวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงแค้น ช้อนสายตาสบเข้ากับดวงตาคู่คมของภูดิศ
"พี่ดิศ! ส่งเติมเต็มคืนมาให้มนเดี๋ยวนี้!พี่มีสิทธิ์อะไรมาลักพาตัวลูกคนอื่นลับหลังแบบนี้!"
มนัสวีแผดเสียงตวาดลั่นรุนแรง ภูดิศผุดลุกขึ้นยืน กระชับอ้อมกอดรัดร่างกลมป้อมไว้แน่นแววตาคมกริบเ็าประชดกลับทันควัน
"ลูกคนอื่นงั้นเหรอ? มนัสวี!หลักฐานสายเืมันทนโท่อยู่บนหน้าลูกขนาดนี้เธอยังจะกล้าปากแข็งโกหกคำโตว่าไอ้ชาวสวนนั่นเป็ผัวใหม่อีกรึไง!ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเติมเต็มคือสายเืของฉัน!"
“คะ ...คุณแม่ คุณแม่...ครับ” เติมเต็มใ ร้องเรียกมนัสวี แต่หญิงสาวกลับไม่สนใจลูกเลยแม้สักนิดเพราะความโกรธ
"ไม่ใช่! เติมเต็มไม่ใช่ลูกของพี่!ปล่อยลูกมน!" มนัสวีถลันเข้ายื้อยุดฉุดกระชาก ยังคงต่อปากต่อคำปะทะคารมเถียงกันอย่างรุนแรงลั่นห้องทำงาน
"เธอมันใจดำ มนัสวี!" ภูดิศเค่นเสียงรอดไรฟัน สายตาจ้องลึกด้วยความเ็ปที่แปรเปลี่ยนเป็ความเกรี้ยวกราด
"เธอรับเงินจากแม่ฉันแล้วหนีหายไปห้าปีฉันยอมรับว่าฉันโกรธ แต่เธอแอบคลอดสายเืของฉันแล้วมาหลอกเด็กว่าฉันตายไปแล้ว! หนำซ้ำยังจะเอาลูกของฉันไปเรียกผู้ชายคนอื่นว่าพ่อหน้าตาเฉยเธอมันผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอก!"
"แล้วจะให้มนทำยังไงคะ?!" มนัสวีตวาดกลับน้ำตานองหน้าด้วยความอัดอั้นทั้งรักทั้งเกลียดที่ปะทุขึ้นมา
"พี่อยากให้มนอยู่รอรับความอัปยศจากครอบครัวของพี่อย่างนั้นเหรอ! ในสายตาของพี่และแม่ของพี่มนมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ต่ำต้อย แล้วตอนนี้มนมีครอบครัวที่แท้จริงของมนแล้ว อย่ามายุ่งกับเราอีกเลย”
"ครอบครัวที่แท้จริงงั้นเหรอ? ครอบครัวที่มีไอ้ชาวสวนหน้าดำ นั่นน่ะเหรอ!" ภูดิศกระชากเสียงเหน็บแนมประชดเฉือดเฉือนใจเธอให้แหลกละเอียด
"ฝันไปเถอะมนัสวีตราบใดที่ฉันยังหายใจอยู่ ฉันไม่มีวันยอมให้ลูกของฉันต้องไปกราบเท้าเรียกไอ้ผู้ชายคนอื่นว่าพ่อเด็ดขาด!"
‘น้องเติมเต็ม’ในชุดเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อตสีเทาสลับน้ำเงินเข้มมีสายเอี๊ยมผ้าเส้นเล็กสีดำพาดบ่า เมื่อเห็นแม่กำลังทะเลาะกับคุณลุง เด็กน้อยใสุดขีด ไม่เคยเห็นผู้เป็แม่โมโหเดือดดาละเิอารมณ์บ้าคลั่งขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
หนูน้อยมุมปากโค้งคว่ำลงพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มบิดเบ้ ริมฝีปากบางเริ่มเบะออกแก้มยุ้ยป่องเริ่มสั่นเครือก่อนจะปล่อยโฮร้องไห้โฮดังลั่นห้องด้วยความหวาดกลัวลนลาน
"แงงงงง! คุณแม่ อย่าทะเลาะกัน! เติมเต็มกลัว... ฮือออ!"
เสียงร้องไห้แบบสติแตกของลูกชายราวกับน้ำเย็นที่สาดเข้าใส่คนทั้งคู่ ภูดิศและมนัสวีชะงักคำด่าทอลงทันทีทั้งสองคนสลัดเพลิงโทสะทิ้ง รุมขยับเข้าไปกอดปลอบประโลมหนูน้อยด้วยความรักสุดหัวใจ
ทว่าด้วยความอ่อนเพลียจากการวิ่งเล่น่เช้าบวกกับอาการร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนไม่นานนัก เปลือกตาคู่คมระยับของน้องเติมเต็มก็ค่อย ๆปิดลงและผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของภูดิศทันที
"เติมเต็มหลับแล้ว...รอให้ลูกตื่นก่อนเถอะมน ค่อยพากลับ"ภูดิศกระซิบเสียงทุ้มอบอุ่นอย่างปรับโหมดอารมณ์
"ไม่!มนจะพาลูกกลับบ้านสวนเดี๋ยวนี้ มนไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว!"
มนัสวีตอกกลับเสียงรอดไรฟัน พยายามจะดึงร่างของลูกมาอุ้มเองในขณะที่ภูดิศกำลังจะตัดใจอุ้มร่างกลมป้อมของลูกพามนัสวีเดินเลี่ยงไปที่ลิฟต์เพื่อตัดปัญหา เสียงอินเตอร์คอมภายในบนโต๊ะก็ดังขึ้น ‘ติ๊ด’ พร้อมเสียงเลขานุการหน้าห้องที่แจ้งเตือนเข้ามาด้วยน้ำเสียงลนลานรวดเร็ว
"ท่านประธานคะ! คุณหญิงดาริกาคุณแม่ของท่านกำลังขึ้นลิฟต์ขึ้นมาพบท่านค่ะ!"