ใน่ปีแรกๆ หลังจากพันธสัญญาโลหิตถูกจารึก เซเรน่ามักจะเร้นกายผ่านเงาของวังหลวงเพื่อแอบมาหาคาเอลที่ตำหนักร้างบ่อยครั้ง สถานที่แห่งนั้นทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าลางของที่ประทับสำหรับเชื้อพระวงศ์ แต่มันกลับเป็สถานที่เดียวที่นางรู้สึกว่าตนเองมีตัวตน
นางเห็นเขาถูกเ้าชายองค์อื่นๆ รุมรังแกราวกับเป็ของเล่นมีชีวิต เห็นเขานอนหนาวสั่นขดตัวอยู่ในมุมห้องท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก ความสงสารที่เคยมีในตอนแรกได้แปรเปลี่ยนเป็ความผูกพันที่เหนียวแน่นราวกับเถาวัลย์ที่พันธนาการหัวใจของเด็กสาวไว้กับเด็กชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็สวะ
"หากโลกทั้งใบหันหลังให้ท่าน เช่นนั้นข้าจะเป็ผู้โอบกอดท่านไว้เอง"
เซเรน่าในวัยสิบสองปีกล่าวสาบานด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมหนาว
เพื่อคำสัตย์สาบานนั้น นางยอมรับการฝึกฝนมนตราโลหิตที่โเี้และทรมานเจียนตาย ทุกครั้งที่ร่างกายของนางถูกอาบด้วยเืของตนเอง หรือิญญาถูกกัดกินด้วยศาสตร์มืด นางจะนึกถึงใบหน้าของคาเอลเสมอ
คาเอลในตอนนั้นคือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่มืดมนของนาง เขาคือคนที่คอยจับมือที่สั่นเทาของนางไว้ในวันที่นางแตกสลายจากการฝึกที่หนักหน่วง คำปลอบโยนที่แ่เบาของเขาคือโอสถทิพย์ที่คอยเยียวยารอยร้าวในใจของนาง
เวลาผันผ่านไปสามปี... ทั้งคู่เติบโตขึ้นท่ามกลางสมรภูมิที่ไร้เสียง อย่างแผนการร้ายและการลอบสังหารที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ คาเอลไม่ได้เป็เพียงเด็กชายที่อ่อนแออีกต่อไป ภายใต้การปกป้องคุ้มครองของเซเรน่า เขาเริ่มฉายแววของผู้มีอำนาจและมีชั้นเชิงจนพี่ชายต่างมารดาเริ่มหวาดหวั่น
เ้าชายที่พวกเขาเคยใช้ฝ่าเท้าเหยียบย่ำ บัดนี้เริ่มมีเขี้ยวเล็บแหลมคมซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มที่อ่อนโยน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของนาทีชีวิต... เมื่อเหล่าอสรพิษในวังหลวงตระหนักได้ว่า หากไม่รีบกำจัดเสี้ยนหนามที่กำลังเติบโตนี้ทิ้งเสียั้แ่ตอนนี้ พวกเขาเองนั่นแหละที่จะต้องถูกกลืนกิน
———————-
ในคืนที่จันทร์ดับแสงจนท้องฟ้ามืดมิดราวกับถูกย้อมด้วยหมึกสีดำ กองโจรรับจ้างเดนตายที่ถูกส่งมาโดยคำสั่งลับของเ้าชายลำดับที่หนึ่งลอบเร้นผ่านเงาไม้ บุกจู่โจมเข้าถึงใจกลางตำหนักร้างท้ายวัง ดาบเหล็กกล้าคมกริบถูกชักออกจากฝัก พุ่งหมายจะปลิดชีพเ้าชายที่ไร้ทางสู้ในขณะที่เขากำลังจมอยู่ในห้วงนิทรา
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องท่ามกลางความเงียบ ทว่าสิ่งที่รับคมดาบนั้นกลับไม่ใช่ศาสตราวุธใดๆ แต่เป็ม่านพลังเวทสีแดงฉานดุจโลหิตที่ควบแน่นจนแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก มันปรากฏขึ้นขวางหน้าคมดาบเพียงไม่กี่นิ้วก่อนจะถึงลำคอของคาเอล
เซเรน่ายืนอยู่กลางห้องท่ามกลางความมืดสลัว ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต ลมหายใจหอบถี่กระชั้น มือขวาของนางกำกริชเงินไว้แน่น
“เซเรน่า! เกิดอะไรขึ้นน่ะ!” คาเอลสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความตระหนก
ภาพตรงหน้าทำให้เขาแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นของเหลวสีแดงสดไหลซึมออกมาจากฝ่ามือที่สั่นเทาของนางหยดลงสู่พื้นหินทีละหยด... ทีละหยด
เซเรน่าไม่ได้เอ่ยคำใด นางหลับตาลง ริมฝีปากบางเริ่มพึมพำร่ายมนตราต้องห้ามที่สั่นะเืไปถึงขั้วิญญา อากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยวและเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน
“ด้วยเืของข้า... ข้าขอแลกเปลี่ยนชะตากรรม...”
นางใช้กริชกรีดลงบนฝ่ามือ ความเ็ปแล่นริ้วเข้าสู่ประสาท แต่เซเรน่ากลับไม่แม้แต่จะร้องออกมา เืสีชาดพุ่งทะลักออกมาตามแรงดันของมนตรา มันลอยวนอยู่อากาศราวกับมีชีวิต ก่อนจะกลายเป็เกราะโปร่งแสงสีเืที่โอบอุ้มร่างของคาเอลไว้
ทุกครั้งที่คมดาบของศัตรูฟาดฟันลงมาบนเกราะนั้น แรงปะทะมหาศาลจะถูกสะท้อนกลับไปหาผู้โจมตีอย่างรุนแรงเป็เท่าทวีคูณ เสียงกระดูกแตกละเอียดและเสียงกรีดร้องของเหล่านักฆ่าดังระงมไปทั่วห้อง ร่างของพวกมันแหลกสลายลงต่อหน้าต่อตาด้วยพลังสะท้อนกลับที่เหี้ยมโหด
ทว่าอำนาจที่ไร้เทียมทานนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย... เซเรน่าทรุดฮวบลงกับพื้นที่เย็นเฉียบ ผิวพรรณที่เคยขาวนวลราวกับหิมะเริ่มปรากฏเส้นเืสีม่วงคล้ำลามเลียขึ้นมาตามลำคอและท่อนแขน ลักษณะของมันน่าสยดสยองราวกับคำสาปที่ฝังลึกลงไปในเนื้อหนังเพื่อกัดกินอายุขัยของนาง
“หยุดเถอะ! ข้าขอร้อง! ข้าไม่้าบัลลังก์ถ้ามันต้องแลกด้วยชีวิตของเ้า!” คาเอลรุดเข้าไปหาด้วยความร้อนรน
แต่เกราะโลหิตที่เกิดจากความปรารถนาจะปกป้องของนางกลับกักขังเขาไว้อย่างแ่า ราวกับกำแพงที่ไม่มีวันทลายได้
เซเรน่าเงยหน้าขึ้นมองเขา นางพยายามเค้นยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่นางจะทำได้ในยามนี้ ทั้งที่มุมปากมีเืไหลซึมออกมา
“ไม่ต้องห่วง... คาเอล... ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ... จะไม่มีใคร... ในจักรวรรดิแห่งนี้... แตะต้องท่านได้แม้แต่ปลายเล็บ...”
ในคืนนั้น กองโจรนับสิบถูกสังหารด้วยเวทมนตร์ที่โเี้ที่สุด และนั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนาน ‘นางร้ายโลหิต’ ผู้ที่ยอมทำลายอายุขัยและสังเวยความงามของตนเองเพื่อสร้างปาฏิหาริย์ให้แก่ชายที่รัก
——————-
เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เปลวไฟแห่งาชิงบัลลังก์ก็ลุกโชนขึ้นทั่วอาณาจักร คาเอลเริ่มสะสมอำนาจและออกสู่สนามรบเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็ของเขา โดยมีเซเรน่าติดตามเป็เงาคู่กายในฐานะจอมเวทโลหิต
สมรภูมิชายแดนในวันนี้ไม่ใช่เพียงการปะทะกันของกองทัพ แต่มันคือ "กงล้อแห่งโชคชะตา" ที่ตั้งใจบดขยี้เ้าชายลำดับที่สิบสามให้ย่อยยับ
คาเอลไม่ได้ถูกล้อมด้วยศัตรูเพียงอย่างเดียว แต่เขาถูกล้อมด้วย "การทรยศ" ที่พี่ชายของเขาจงใจตัดเส้นทางลำเลียงและทอดทิ้งเขาไว้กลางวงล้อมของกองทัพทมิฬ เพื่อให้เขาตายอย่างวีรบุรุษที่ไร้ค่าท่ามกลางกลิ่นคาวเืและเสียงกรีดร้องโหยหวน
ท่ามกลางห่าฝนธนูที่พุ่งตรงมาหมายปลิดชีพเ้าชายผู้สิ้นหวัง...
"มนตราโลหิต … โล่พิพากษา!"
เสียงสตรีที่คุ้นเคยประกาศก้อง แสงสีแดงฉานดุจทับทิมะเิออกปกคลุมร่างของคาเอล ลูกธนูนับร้อยหักสะบัดราวกับชนเข้ากับกำแพงเหล็กกล้า เซเรน่ายืนอยู่เบื้องหน้าเขาในชุดจอมเวทสีดำที่ขาดวิ่น ปลายผมปลิวไสวไปตามแรงของมานาอันมหาศาล มือขวาของนางกำกริชที่ชุ่มไปด้วยเืของนางเอง
นางร่าย มนตราเปลี่ยนิญญา ศาสตร์ต้องห้ามที่โเี้ที่สุด... ทุกครั้งที่คมดาบศัตรูกรีดผ่านเกราะสู่เนื้อหนังของคาเอล เขาจะไม่มีาแเลยแม้แต่น้อย
แต่าแนั้นจะไปเกิดที่ร่างของเซเรน่าแทน นางยอมย้ายความเ็ปเ่าั้มาลงบนร่างกายตนเอง เพื่อให้ชายที่รักจะยังคงสง่างามและไร้รอยขีดข่วน
คืนนั้น ณ กระโจมที่พักกลางป่าลึก ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน
เซเรน่านั่งอยู่บนเตียงไม้แคบๆ แผ่นหลังของนางเปลือยเปล่าต่อหน้าคาเอล ผิวพรรณที่เคยเนียนละเอียดดุจหิมะบัดนี้กลับเต็มไปด้วย ‘รอยแผลเป็เวทมนตร์’ ที่น่าสยดสยอง
มันคือลายเส้นสีม่วงคล้ำที่บิดเบี้ยวคล้ายใยแมงมุม ลามั้แ่ท้ายทอยระหงพาดผ่านแผ่นหลังไปจนถึงต้นแขน รอยเหล่านี้ซึมลึกลงไปถึงดวงิญญาและไม่มีวันจางหาย
คาเอลมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่สั่นระริก มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบค่อยๆ เอื้อมไปแตะรอยร้าวสีม่วงนั่นอย่างแ่เบา ราวกับกลัวว่านางจะบุบสลาย
"ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้?" เสียงของเขาสั่นเครือ
"เพราะท่านคือพรุ่งนี้ของข้า..." เซเรน่ายิ้มซีดๆ ก่อนจะสำลักเืออกมาคำหนึ่ง
"เซเรน่า... เ้าไม่ควรรับมันแทนข้าถึงเพียงนี้" คาเอลโน้มตัวลงโอบกอดนางจากด้านหลังอย่างทะนุถนอม
ริมฝีปากของเขาประทับจูบลงบนรอยแผลเป็เวทมนตร์อัปลักษณ์เ่าั้อย่างไม่นึกรังเกียจ เขาจูบซับไปตามลายเส้นสีม่วงคล้ำที่แผ่ความร้อนออกมาราวกับลาวาที่ไหลเวียนอยู่ใต้ิั
"ข้าขอสัญญา... เซเรน่า" คาเอลกระซิบชิดแผ่นหลังที่สั่นสะท้าน
"เมื่อข้าเป็จักรพรรดิแห่งคริมวาล ข้าจะทำให้เ้าเป็ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ข้าจะเยียวยาทุกาแของเ้าด้วยเกียรติยศทั้งหมดที่ข้ามี ข้าจะรักและเทิดทูนเ้าแต่เพียงผู้เดียว"
คำสัญญานั้นอบอุ่นจนเซเรน่าลืมความเ็ปที่บาดลึกถึงกระดูก นางหลับตาลงในอ้อมกอดของเขา เชื่อมั่นสุดหัวใจว่าความเ็ปบนเรือนร่างนี้คือเหรียญกล้าหาญแห่งความรัก
นางยอมกลายเป็คนอัปลักษณ์ในเงามืด... เพื่อให้เขาเป็แสงสว่างที่สง่างามที่สุดบนบัลลังก์
บนเรือนร่างของ เซเรน่า เอล เดอ แวนซ์ รอยร้าวเหล่านี้ไม่ใช่เพียงาแ แต่มันคือบันทึกแห่งความภักดีที่ถูกสลักลงบนผิวเนื้อด้วยมนตราโลหิต