บทที่ 7 ปล้นค่ายโจร
นอกเมืองหยวน เมืองหน้าด่านของแคว้นหู มีหุบเขาหลายแห่งตั้งอยู่ก่อนจะถึงเทือกเขาสัตว์ร้าย ที่ป้องกันระหว่างชายแดนแคว้นจูและแคว้นอวิ๋นเอาไว้
ในแต่ละหุบเขา ย่อมมีเ้าถิ่นเป็ธรรมดา พวกเขาตั้งค่ายพักแรม ยึดเป็หมู่บ้านโจรขนาดเล็กกลางใหญ่ตามอำนาจ และเพราะโจรเหล่านี้ เป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดาขึ้นบ่อยครั้ง
เนื่องจากพวกเขาปล้นทั้งสองแคว้น ดังนั้นแคว้นจูและแคว้นอวิ๋นจึงต้องจำใจรบกันเมื่อเกิดการปล้นบ่อยๆ กลายเป็การขัดแย้งระหว่างแคว้นไป
และแม้พวกเขาสังหารกวาดล้างโจรเหล่านี้ไปเท่าใด พวกมันก็จะเกิดขึ้นมามากเท่านั้น อย่างกับว่าพวกมันมีมาไม่สิ้นสุด
ไม่ผิดนัก...เพราะคนเหล่านี้คือชนชั้นล่างที่ทำงานให้กับเ้านายผู้ยิ่งใหญ่ในที่ลับ พวกมันจึงไม่เกรงกลัวอำนาจของสองแคว้น และมีมาไม่สิ้นสุด
เป้าหมายของพวกมันคือการจับทาส และสัตว์เลี้ยงที่น่าสนใจ กลับไปให้นายใหญ่ของพวกมัน
ขณะเดียวกัน ภายในค่ายโจรขนาดกลาง ชายคนหนึ่งมีรูปร่างเทอะทะใบหน้าเหี่ยวย่นไม่สมวัย ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่เดิมเข้าไปในกระท่อมไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านโจรแห่งนี้
“เ้านาย พวกเราตามเด็กสองคนที่หลบหนีออกไปไม่พบ ข้าฆ่าผู้คุ้มกันที่ดูแลเด็กๆชุดนี้ที่ทำงานพลาด ปล่อยให้มีคนหนีไปได้แล้ว จะทำอย่างไรต่อไปขอรับ”
บนเก้าอี้ยาวมีร่างหนึ่งนอนเอกเขนก รอบข้างมันมีร่างของเด็กหญิงวัยเยาว์ที่ถูกกระทำย่ำยีจนตาย มันผลักร่างนั้นออกจากตัว ก่อนจะขมวดคิ้วไม่พอใจ
“ช่างมัน เสียเวลาจริงๆ เราต้องส่งของเ่าั้ไปให้ทันก่อนที่เรือจะออกจากฝั่ง”
“ขอรับ!”
“แต่ว่า...” หัวหน้าโจรขมวดคิ้วรู้สึกกังวลบางอย่างในใจ
“รอบนี้มีแต่สวะ ข้าคิดว่าเราควรยกเลิกก่อน ข้าจะเขียนจดหมายส่งเ้าไปยังเมืองใหญ่และรายงานเื่นี้ ขยะสองร้อยคนนี้ข้าไม่อาจส่งไปได้” ว่าแล้วมันก็เดินไปนั่งที่โต๊ะไม้ เขียนจดหมายด้วยลายมือชุ่ยๆ ก่อนจะปิดผนึกด้วยเื
วิชาที่ใช้เืนั้นเป็วิชาลับ แต่ในทวีปที่ผู้ฝึกตนแข็งแกร่งกว่านี้ แน่นอนว่าย่อมมีวิชาลับถ่ายทอดมามากมาย นี่บ่งบอกว่าเื้ัของกองโจรนี้ไม่ธรรมดา
“หากเ้าไปได้ดีก็ไม่ต้องกลับมา เ้าเป็ผู้มีพร์ที่สุดในกองโจรของเรา ข้าคิดว่านายจะยอมรับเ้าเอาไว้เป็วัวเป็ม้า หากได้ดีแล้วก็อย่าได้ลืมข้าล่ะพี่น้อง”
“ข้า...” ชายผู้เทอะทะเงยหน้าอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะรับจดหมายไปแล้วเอ่ย “ข้าไม่ลืมท่านพี่ใหญ่! แต่หากเราไม่ส่งคนไปรอบนี้ ก็มีเวลาอีกเพียงหกเดือนเท่านั้น ท่านจะตามหาผู้มีพร์ได้จากที่ใด ข้ากังวลว่านายใหญ่อาจจะ...”
“นี่เป็ปัญหาของข้า..ให้ข้าคิดก่อน ไม่นานมานี้คุณชายน้อยตระกูลเล็กๆที่แคว้นอวิ๋นเพิ่งอายุได้เจ็ดขวบแต่สามารถฝึกฝนได้แล้ว รออีกสักปีให้มันผลาญสมบัติของตระกูลแล้ว ข้าจะไปปล้นมันมา” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฎขึ้นบนใบหน้าของหัวหน้าโจร
หลังจากชายเทอะทะจากไปไม่นาน เงาร่างของเด็กหนุ่มสาวสี่คนก็ปรากฎขึ้นเหนือหุบเขา
“นายหญิง ที่แห่งนี้คือค่ายโจรที่จับพวกเรามาขอรับ เหตุใดท่านจึงให้เราพามาที่นี่” ฮุยรู้สึกแปลกใจ เขารู้ว่าเ้านายของตนแข็งแกร่งพอๆกับสัตว์ประหลาดเฒ่าเ่าั้ แต่ไม่เข้าใจเจตนาของนาง
อ้ายเชียนไม่ได้ตอบ นางครุ่นคิดระหว่างอยู่ในถ้ำว่าเหตุใดคำใบ้ของวาสนาครั้งนี้จึงเป็ ‘กองกำลัง’ จนกระทั่งหลังจากเดินทางออกจากถ้ำมาไม่กี่วัน ก็พบกับโจรกลุ่มหนึ่งที่ออกตามหาเด็กทั้งสอง
นั่นทำให้อ้ายเชียนได้รู้ว่า โจรเหล่านี้ลักพาตัวเด็กๆมา เมื่อรวมกับคำว่า ‘กองกำลัง’ อาจหมายถึง นางสามารถรวมกองกำลังจากขอทานน้อยเ่าั้ได้
“ข้าคิดถึงเสี่ยวเซวียเหมือนกัน นางไม่มีข้าดูแลจะเป็อย่างไรบ้างก็ไม่รู้ นายหญิงท่านจะช่วยพวกเขาใช่มั้ยเ้าคะ”
“นางผลักเ้าให้โจร” เสียงของฮุยดังขึ้นขัด
เหรินจิงหน้าแดงด้วยความอับอาย นางก็รู้ว่าเพื่อนของนางทรยศตนเอง แต่อย่างไรความลำบากที่ผ่านมาด้วยกันก็ไม่ธรรมดา
“นอกจากนางยังมีพี่ชายน้องสาวอีกมากที่ลำบากมาด้วยกัน ข้าไม่มีวันลืมพวกเขา” ว่าแล้วเหรินจิงก็เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะรู้เื้ัครอบครัวดั้งเดิมของฮุย แต่นางก็ไม่คิดจะไว้หน้าเขาเช่นเดิม เด็กสองคนยังเป็ไม้เบื่อไม้เมากันเสมอ
“เอาล่ะ...ใครดีใครไม่ดี พวกเ้าก็ไม่ต้องพูด จำเอาไว้ในใจก็พอ ข้าไม่้าผู้ติดตามโง่เขลา” อ้ายเชียนเอ่ยเสียงเข้ม นางรู้สึกไม่พอใจความเดียงสาของเหรินจิงเล็กน้อย
เหรินจิงได้ยินอย่างนั้นก็หน้าซีดเผือด แอบผลักไหล่ของฮุยอย่างไม่พอใจที่เขาเปิดโปงตนเอง พร้อมทั้งส่งสายตาพิฆาตให้เขา
“หากใครที่โดนคนอื่นหลอก ต้องโดนลงโทษ” หานคุนที่สะพายสัมภาระอยู่ข้างๆอ้ายเชียนเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม
ลูกน้องสองคนได้แต่หน้ามุ่ยไม่พอใจ เ้าคนรับใช้ที่ดูเหมือนอ้ายเชียนจะโปรดปรานเป็พิเศษ แต่มันเป็ความไม่พอใจที่ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเสียงของนายหญิงดังขึ้น
“หานคุนเ้าออกไปทำโทษตนเองหนึ่งวัน ฮุยแบกสัมภาระแทน”
“ขอรับคุณหนู” หานคุนทำตามโดยไม่ถามว่าตนเองทำอะไรผิด เขาคาดการณ์อยู่ในใจเงียบๆขณะที่วางสัมภาระแล้วจากไป ‘หรือเพราะข้าพูดแทรกคุณหนู ไม่สิข้าคิดน้อยเกินไป น่าจะเป็เพราะข้าเป็คนที่อยู่เคียงข้างคุณหนูมากที่สุด และยังไม่เคยถูกสั่งให้ลงโทษเลย ดังนั้นหากไม่โดนลงโทษบ้าง เด็กสองคนนั้นอาจรู้สึกไม่พอใจได้ คุณหนูช่าง...’
อ้ายเชียนไม่ได้รู้ความคิดของหานคุนเลย เพราะนางกำลังเรียนรู้วงจรเวทย์จากตำราที่ได้มาจากถ้ำสมบัติ นางได้รู้จักกับวิชาลับชนิดหนึ่ง นั่นคือการทำ ‘พันธสัญญาเื’
จากนั้นก็ถามความยินยอมของเด็กทั้งสาม และให้พวกเขาใช้เืจากหัวใจทำพันธสัญญากับนาง ข้อแม้อย่างเดียวของพันธสัญญาคือ ‘หากทรยศ’ ดังนั้นอ้ายเชียนจึงสามารถวางใจและหาบริวารได้ง่ายในเวลาต่อๆไป เมื่อมีพันธสัญญาเืแล้ว
ตอนนี้นางกำลังเรียนวิชาลับเหล่านี้เผื่อว่าจำเป็ต้องใช้ในอนาคต สำหรับวิชาแพทย์และการปรุงโอสถนั้น นางร่ำเรียนมาตลอดหลายปี...แถมยังมีความรู้ที่ถูกถ่ายทอด ดังนั้นจึงไม่ต้องทุ่มเทกับมันแล้ว
“เอาล่ะ ข้าจะบุกค่ายโจรใน่รุ่งเช้า ตอนนี้เราต้องซ่อนตัวก่อน” อ้ายเชียนบอกผู้ติดตามทั้งสอง พวกเขาจึงหาสถานที่ดีดีให้เ้านาย ปูผ้าอย่างดี ก่อนจะแยกย้ายออกไประแวดระวังภัย
อ้ายเชียนนั่งลงบนผ้าอย่างสง่างาม ความสง่างามนี้ได้มาจากการศึกษาในสำนัก ตอนนั้นพี่รองสั่งสอนนางอย่างดีว่าต้องเป็ผู้หญิงที่เรียบร้อยว่านอนสอนง่าย และมีกิริยามารยาทอย่างไร
คิดแล้วใจดวงน้อยก็สั่นไหว นางคิดถึงสำนักเซียนโอสถจริงๆ คิดถึงเหล่าศิษย์พี่เหลือเกิน…