บทที่ 8 วิถี์นวดเฟ้น ครั้งเดียวไม่พอต้องสามครั้ง!
“วิ้ง!”
อาวุธจักรพรรดิอยู่ในมือ!
แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากรอบกายของเจียงหลิงเทียน ขวานหินะและตราประทับสัมฤทธิ์ระดับว่าที่จักรพรรดิที่อยู่ใกล้ที่สุดพลันเปล่งแสงเจิดจ้า พวกมันลอยขึ้นสู่ใจกลางอากาศและหมอบกราบให้แก่เจียงหลิงเทียนจากระยะไกล!
ทันใดนั้น บนอัฒจันทร์โดยรอบ เหล่าผู้บำเพ็ญที่มีตบะต่ำกว่าขอบเขตาาศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นโดยไม่อาจขัดขืนได้ ส่วนศาสตราเทพในมือของพวกเขาก็ยิ่งหลุดจากการควบคุม ลอยเด่นขึ้นสู่ท้องฟ้า!
“นี่มัน... กลิ่นอายจักรพรรดิ?!”
“อาวุธจักรพรรดิที่มหาจักรพรรดิเท่านั้นถึงจะได้งั้นรึ?!”
จ้าวจี๋เหงื่อกาฬไหลพราก ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!
ต้องรู้ก่อนว่าอาวุธจักรพรรดินั้น นอกเสียจากมหาจักรพรรดิแล้ว ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถหลอมสร้างมันขึ้นมาได้
และในพันธมิตรเต๋าอวิ๋นฮวงแห่งนี้ ก็แทบไม่เคยได้ยินข่าวคราวของมหาจักรพรรดิมานานนับล้านปีแล้ว อาวุธจักรพรรดิที่เหลือรอดอยู่ในโลกที่รู้จักกันก็มีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น!
เจียงหลิงเทียนเป็เพียงเด็กทารก จะไปหลอมสร้างอาวุธจักรพรรดิขึ้นมาได้อย่างไร?
“อาวุธจักรพรรดิจุติ ย่อมต้องมีโลหิตสังเวยเป็ประจักษ์พยาน!”
ในขณะเดียวกัน เจียงหลิงเทียนถือกระบี่ยาวก้าวมายืนตระหง่านอยู่ใจกลางลานพิธี ปากพลันเปล่งเสียงแห่งมหาอำนาจออกมา!
“อะไรนะ?! สังเวยโลหิต?!”
เหล่าผู้แข็งแกร่งทั้งหลายเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา
ตามตำนานเล่าว่า อาวุธจักรพรรดินั้นหายากยิ่ง การหลอมสร้างอาวุธจักรพรรดิแต่ละชิ้นจะส่งผลกระทบต่อกฎเกณฑ์ของหมื่นพิภพ มีเพียงการใช้โลหิตของผู้แข็งแกร่งมาเซ่นสังเวยเท่านั้น จึงจะทำให้อานุภาพของอาวุธจักรพรรดิมั่นคงได้
เมื่ออาวุธจักรพรรดิถือกำเนิด ย่อมต้องได้ดื่มโลหิตของผู้แข็งแกร่ง!
“เ้าหนู เ้ากล้า...”
เมื่อนึกถึงสายตาที่เจียงหลิงเทียนมองมาที่ตนก่อนหน้านี้ จ้าวจี๋ที่อยู่บนอัฒจันทร์ก็พลันแผดเสียงหลงออกมาด้วยความตระหนก
ฮะ?! หรือว่ามันจะเอาข้าไปสังเวยโลหิต?!
จ้าวจี๋ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เขาพยายามจะหลบหนีไปตามสัญชาตญาณ
ทว่าในชั่วพริบตาถัดมา กลิ่นอายแห่งความตายที่ทำให้ใจสั่นสะท้านก็พาดผ่านไปทั่วทั้งเมืองเซียนว่านเซิ่ง!
วินาทีนั้นจ้าวจี๋ถึงกับแข็งค้าง จากนั้นศีรษะก็หลุดออกจากร่าง แขนขาแยกกระจัดกระจาย ร่างทั้งร่างะเิออกกลายเป็ฝุ่นผงประหนึ่งเสียงผายลม…
ประกายแสงเย็นเยียบเพียงสายเดียว! ทะลวงผ่านพ้นล้านลี้!
อาวุธจักรพรรดิในมือของเจียงหลิงเทียนกำหนดเป้าหมายไปที่จ้าวจี๋ผู้แข็งแกร่งขอบเขตาาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดาย!
อาศัย่เวลาที่อาวุธจักรพรรดิเพิ่งถือกำเนิดและสามารถปลดปล่อยพลังที่สมบูรณ์แบบได้หนึ่งครั้ง เขาจึงจัดการสังหารจ้าวจี๋ทิ้งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย…
“ซี้ด!”
บุตรจักรพรรดิตระกูลเจียง ถือครองอาวุธจักรพรรดิ สังหาราาศักดิ์สิทธิ์ด้วยกระบี่เดียว!?
ผู้ชมทั่วทั้งสนามยังไม่ทันหายตกตะลึงจากการถือกำเนิดของอาวุธจักรพรรดิ ก็ต้องมาขนลุกซู่ด้วยความสะพรึงกลัวอีกระลอก
“ครืนนน!”
ทันใดนั้น บนท้องฟ้าพลันเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง รุ้งเจ็ดสีสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนนภากาศ แผ่ซ่านกลิ่นอายที่ลี้ลับสุดหยั่งถึงออกมา
“แสงิญญากลิ่นอายมรรคาวิถี!!”
“นี่คือวิถี์ได้มอบของขวัญแสดงความยินดีให้แก่อาวุธจักรพรรดิของบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนที่บรรลุผลสำเร็จ!”
แสงสีรุ้งนั้นหมุนวนไปมา กลายเป็เส้นสายบางเบาที่ร่วงหล่นลงมาบนตัวของเจียงหลิงเทียน
ภายใต้การห่อหุ้มของแสงิญญากลิ่นอายมรรคาวิถี เจียงหลิงเทียนรู้สึกว่ากระดูกและเส้นเอ็นทั่วร่างมันทั้งอุ่นและคันยุบยิบ สบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
นี่คือแสงิญญากลิ่นอายมรรคาวิถีที่กำลังช่วยเขาชำระล้างกระดูกและเส้นเอ็นให้บริสุทธิ์!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ประสบความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตผลัดเปลี่ยนกระดูก! รางวัลจากระบบ: แต้มแก้ไข +3! แต้มแก้ไขคงเหลือปัจจุบัน 6 แต้ม!]
‘ที่แท้แต้มแก้ไขหาได้แบบนี้เอง ยิ่งทะลวงขอบเขตพลัง ก็จะยิ่งได้แต้มแก้ไขเพิ่มขึ้น’ เจียงหลิงเทียนเข้าใจได้ในทันที
“นี่คือขอบเขตผลัดเปลี่ยนกระดูก...”
เจียงหลิงเทียนััได้ว่า อักขระอันซับซ้อนสายแล้วสายเล่าเริ่มปรากฏขึ้นบนกระดูกและชีพจรของเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประสาทััที่มีต่อปราณกำเนิดฟ้าดินของเขานั้นแหลมคมขึ้นเรื่อย ๆ
นี่วิถี์กำลังช่วยเรานวดตัวงั้นหรือ??
ต้องรู้ว่า ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปทำได้อย่างมากเพียง 1 หรือ 2 อักขระเท่านั้น หากเป็ผู้มีพร์ระดับาาศักดิ์สิทธิ์ก็ยังยากที่จะทำได้เกิน 100 อักขระ แต่เจียงหลิงเทียนในตอนนี้ มีอักขระพุ่งขึ้นไปเกือบ 300 ตัวแล้ว!
อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้น แสงิญญากลิ่นอายมรรคาวิถีก็เริ่มเบาบางลง
เมื่อััได้ว่าการ ‘นวด’ กำลังจะจบลง เจียงหลิงเทียนก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที
“ระบบ แก้ไขสองชิ้นนี้ด้วย”
เขายื่นมือไปหยิบตราประทับสัมฤทธิ์และขวานเบิกนภาโกลาหลขึ้นมา พร้อมกับออกคำสั่ง
มีแต้มแก้ไขเหลือตั้งเยอะ ไม่ใช้ก็เสียของเปล่า ๆ
[ติ๊ง! ขวานเบิกนภาโกลาหล (ระดับจักรพรรดิ) โอกาสในการหลอมสำเร็จ 0.0000001%]
[แก้ไขโอกาสให้เป็ 100%!]
[ติ๊ง! ตราประทับสรรค์สร้างพลิกฟ้า (ระดับจักรพรรดิ) โอกาสในการหลอมสำเร็จ 0.0000001%]
[แก้ไขโอกาสให้เป็ 100%!]
“ข้าจำได้ว่าในตำราของตระกูล ตระกูลจ้าวยังมีาาศักดิ์สิทธิ์อีกคน กับบรรพชนขอบเขตะอีก... พวกเ้าทั้งสอง จงไปซะ”
อาวุธจักรพรรดิเพิ่งจุติใหม่ ในขณะที่ยังมีพลังการโจมตีเทียบเท่าพลังขั้นสมบูรณ์ ย่อมสามารถสังหารผู้แข็งแกร่งขอบเขตะได้!
เจียงหลิงเทียนตัดสินใจทำลายขุมกำลังของตระกูลจ้าวให้สิ้นซากในทันที!
อาวุธจักรพรรดิทั้งสองชิ้นพลันสว่างวาบขึ้นด้วยแสงิญญา ทะลวงผ่านความว่างเปล่าหายลับไป!
“ผู้ที่คิดจะก่อความวุ่นวายแก่lสกุลเจียงของข้า ไม่อาจเก็บไว้ได้”
ไม่ว่าเื้ัของตระกูลจ้าวจะมีใครคอยหนุนหลัง แต่ในเมื่อตระกูลจ้าวริอ่านทำตัวเป็หัวหอก ก็ต้องเตรียมรับความหายนะเอาไว้ ยุคแห่งการชิงชัยอันโหดร้าย มันก็ชุ่มโชนไปด้วยเืเช่นนี้แหละ จะโทษใครไม่ได้
เพียงชั่วอึดใจเดียว ความว่างเปล่าก็ถูกฉีกขาดออกอีกครั้ง อาวุธจักรพรรดิทั้งสองชิ้นกลับมาพร้อมกับกลิ่นอายโลหิตที่เปรอะเปื้อน
ในเวลาเดียวกัน ท้องฟ้าและแผ่นดินสั่นะเือย่างรุนแรง แรงกดดันไร้เทียมทานแผ่ซ่านไปทั่วทั้งเมืองเซียนว่านเซิ่งในทันที!
เหล่าผู้บำเพ็ญที่ต่ำกว่าขอบเขตาาศักดิ์สิทธิ์พลันพบว่า ศาสตราเทพในมือของพวกเขา ต่างลอยขึ้นสู่ฟ้าไปอีกครั้ง!
วู้~
บินขึ้นไปแล้ว~
ท่ามกลางสายตาที่สั่นสะท้านของทุกคน ศาสตราเทพนับพันนับหมื่นล้านชิ้นต่างบดบังผืนนภาและแสงตะวัน
พวกมันพากันมาชุมนุมเหนือเกาะลอยฟ้า หมุนวนรอบลานพิธีสวมมงกุฎเป็วงกว้าง แสงิญญาหลากสีบนอาวุธเ่าั้หมุนวนไม่หยุดนิ่ง ประหนึ่งว่า "หมื่นกระบี่คืนสู่จ้าว" กำลังหมอบกราบให้แก่เ้านายของตน!
หลังจากนั้น แสงิญญากลิ่นอายมรรคาวิถีที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่ถึงสองเท่าก็พวยพุ่งลงมาจากฟากฟ้า!
การนวดตัวจากวิถี์ ได้รับการต่อเวลาสำเร็จ เมื่อััได้ถึงอักขระบนกระดูกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เจียงหลิงเทียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แบบนี้สิค่อยเข้าท่าหน่อย
ครั้งเดียวมันไม่พอหรอก ต้องสามครั้งถึงจะกำลังดี!
“อีก... อีกสองชิ้นก็เป็อาวุธจักรพรรดิงั้นหรือ?!”
บนอัฒจันทร์ชั้นสูงสุด เหล่าผู้แข็งแกร่งจากสามสิบหกเขตแดนต่างตกตะลึงกับนิมิตประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวนี้จนแทบเสียสติ
ความรู้ความเข้าใจที่ผ่านมาของพวกเขาทั้งหมดถูกพังทลายลงอย่างราบคาบ!
“พวกเ้าทำเป็ไม่เคยเห็นโลกไปได้ พร์ของหลิงเทียนลูกชายข้าที่พวกเ้าเห็นนี่น่ะ มันเป็แค่เพียงเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของูเาน้ำแข็งเท่านั้น”
ทุกคนต่างหันไปมองเจียงเสวียนด้วยความว่างเปล่า เจียงเสวียนพยายามทำสีหน้าให้เรียบเฉยอย่างสุดความสามารถ แต่ในใจของเขานั้นตื่นเต้นจนแทบกั้นไว้ไม่อยู่
เมื่อเขาเห็นอาวุธจักรพรรดิสองชิ้นนั้นบรรลุผล เขาก็รู้ได้ทันทีว่าตระกูลจ้าวได้จบสิ้นแล้ว
บุตรชายของเขาคนนี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่พร์ที่สะท้านฟ้าะเืดินเท่านั้น แต่ยังเด็ดขาดและเหี้ยมหาญในการสังหารอีกด้วย!
ได้บุตรเช่นนี้มาครอง เขาจะไม่ตื่นเต้นและภาคภูมิใจได้อย่างไร!