บทที่ 17 โชคลาภใหญ่หลวง
การที่ซูซ่านนั่งรถไปที่หมู่บ้านเถาฮวา ตำบลกวางิ ถือเป็เื่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวของเจียงอวี้หรง
ก่อนหน้านี้ ลู่จ้านตงใช้เส้นสายซื้อจักรยาน จักรเย็บผ้า และนาฬิกาให้ครอบครัวหยาง รวมกับสินสอดอีกสองร้อยหยวน ก็ไม่น้อยเลย
ต่อให้ต้องจ่ายให้ซูซ่านสามร้อยหยวน ครอบครัวหยางก็ยังกำไร
เมื่อวาน หลังจากที่ซูซ่านไปแล้ว เจียงอวี้หรงก็รีบพาลูกสาว หยางหย่าลี่ ไปหาเพื่อนสนิท
เพื่อนคนนี้ชื่อเหอซิ่วฮวา อายุยังน้อยก็ได้เป็รองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งของเมืองแล้ว
ที่สำคัญกว่านั้นคือ พ่อสามีของเธอเป็อดีตผู้บัญชาการทหาร
่นี้เหอซิ่วฮวาเล่าให้เจียงอวี้หรงฟังว่า พ่อสามีของเธอมีลูกน้องคนหนึ่งเก่งมาก เพิ่งได้รับความดีความชอบในการรบ ได้เลื่อนตำแหน่งเป็รองผู้บัญชาการกองพลแล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งงาน
อดีตผู้บัญชาการทหารเป็ห่วงลูกน้องคนนี้มาก อยากให้เหอซิ่วฮวาช่วยหาคู่ให้
เธอคิดว่าหยางหย่าลี่มีคุณสมบัติครบถ้วน เป็คนเรียบร้อย หน้าตาก็ดี ถ้าแต่งงานกันได้ หยางหย่าลี่ก็จะได้เป็ภรรยาของรองผู้บัญชาการกองพล
ถ้าเทียบกับลู่จ้านตงที่พิการ งานแต่งงานครั้งนี้ถือว่าเป็โชคลาภใหญ่หลวง
การไปเยี่ยมเยียนคนอื่น ต้องมีของติดไม้ติดมือไปด้วย
เจียงอวี้หรงเตรียมพร้อมมาอย่างดี หลังจากส่งซูซ่านไปแล้ว เธอก็รีบพาลูกสาวไปบ้านของเหอซิ่วฮวา
ที่เหอซิ่วฮวากับเจียงอวี้หรงสนิทกัน เพราะว่าทั้งสองครอบครัวเป็ญาติห่างๆกัน
ทั้งสองคนเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน เจียงอวี้หรงอายุน้อยกว่า จึงเรียกเหอซิ่วฮวาว่าญาติผู้พี่
เหอซิ่วฮวาได้แจ้งให้พ่อสามีทราบแล้วว่า วันนี้จะมีเด็กสาวมาให้ดูตัว ซึ่งเป็คนที่เธอจะแนะนำให้กับลูกน้องคนสนิทของท่าน อดีตท่านผู้บัญชาการเซียวดีใจมาก
เมื่อเห็นหยางหย่าลี่ที่ทั้งพูดจาไพเราะ มีมารยาท เรียบร้อย
แถมฐานะทางบ้านก็ดี เจียงอวี้หรงเป็หัวหน้าแผนกในโรงงานทอผ้า สามีของเธอ หยางเต๋อจื้อ ทำงานในหน่วยงานราชการ
ครอบครัวแบบนี้ อดีตท่านผู้บัญชาการเซียวยิ่งชอบมากขึ้นไปอีก
เหอซิ่วฮวาส่งแม่ลูกออกจากค่ายทหาร ระหว่างทางเธอยิ้มไม่หุบ
“อวี้หรง เื่แต่งงานครั้งนี้ สำเร็จแน่นอน แต่พ่อสามีฉันต้องโทรนัดเขามาก่อน น่าจะอีกไม่กี่วัน หย่าลี่ก็จะได้เจอกับรองผู้บัญชาการกองพลแล้ว”
เจียงอวี้หรงกังวลเล็กน้อย “ญาติผู้พี่ รองผู้บัญชาการกองพลคนนั้น เขาไม่ได้มีคนรักอยู่แล้วใช่ไหม?”
ตอนนี้ เธอไม่กลัวอะไร กลัวแค่เื่นี้
ถ้ารองผู้บัญชาการกองพลมีคนรักอยู่แล้ว งานแต่งงานของลูกสาวเธอก็คงจะล่ม
“วางใจเถอะ ฉันเคยเจอรองผู้บัญชาการกองพลคนนั้นเมื่อสองสามเดือนก่อน หล่อเหลาและเก่งกาจ ตอนนั้นพ่อสามีฉันก็เคยพูดเื่นี้กับเขา
เขาบอกว่าให้พ่อสามีฉันตัดสินใจได้เลย ดังนั้น ถ้าพ่อสามีฉันชอบ เื่แต่งงานนี้ก็ไม่มีปัญหา”
เจียงอวี้หรงดีใจจนเนื้อเต้น “เยี่ยมไปเลย ญาติผู้พี่ถ้าเื่นี้สำเร็จ ฉันจะไม่ลืมบุญคุณพี่ตลอดไป! พี่คือผู้มีพระคุณของหย่าลี่”
เหอซิ่วฮวายิ้ม “พูดอะไรแบบนั้น พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องพูดอะไรมาก จริงไหม?”
“ใช่ๆ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวกลับก่อนนะ แล้วเราจะรอโทรศัพท์จากพี่นะคะ”
“ได้จ้ะ”
เจียงอวี้หรงพาลูกสาวกลับบ้าน ระหว่างทาง แม่ลูกดีใจกันมาก
เจียงอวี้หรงยังซื้อของอร่อยๆ คืนนี้ต้องฉลองกันหน่อย
ตกเย็น หยางเต๋อจื้อเลิกงานกลับมา ได้ยินเื่นี้ก็ยิ่งดีใจ
อีกฝ่ายอายุยังน้อยก็ได้เป็ถึงรองผู้บัญชาการกองพล เก่งไม่ธรรมดา
อีกไม่นาน คงได้เลื่อนตำแหน่งอีก ครอบครัวหยางคงจะรุ่งโรจน์แน่ๆ
“อวี้หรง ถ้างั้นต่อไปนี้ลูกก็จะได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงสินะ”
เจียงอวี้หรงได้ยินที่สามีพูด ก็ยิ่งรู้สึกดีใจ
“แน่นอนอยู่แล้ว ไม่แน่นะพอหย่าลี่เป็ภรรยาของรองผู้บัญชาการกองพล ฉันอาจจะได้เป็นายกเทศมนตรีหรือนายกจังหวัด แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว”
หยางเต๋อจื้อเหมือนมองเห็นอนาคตที่สดใส
ตอนนี้ เขาเป็แค่หัวหน้าแผนก ถ้าลูกสาวไม่ได้แต่งงานกับคนใหญ่คนโต การเลื่อนตำแหน่งก็ไม่ใช่เื่ง่าย
แต่ถ้าลูกสาวเป็ภรรยาของรองผู้บัญชาการกองพล แถมยังมีเส้นสายของอดีตท่านผู้บัญชาการเซียว ตำแหน่งของเขาก็จะสูงขึ้นไปอีก
“เหล่าหยาง ถ้าหย่าลี่แต่งงานกับรองผู้บัญชาการกองพล นายอำเภอยังต้องให้เกียรติคุณเลยนะ”
หยางเต๋อจื้อยืดอก ถือแก้วเหล้า หน้าแดงก่ำ “แน่นอนอยู่แล้ว ลูกสาวเราเป็ถึงภรรยาของรองผู้บัญชาการกองพล เป็แค่นายอำเภอมันกระจอก”
หยางหย่าลี่หัวเราะ “พ่อ แม่ ไม่ต้องห่วง ถ้าหนูแต่งงานกับเขา ต่อไปนี้บ้านเราก็จะร่ำรวยแล้ว”
“โธ่ พวกเราก็ต้องพึ่งวาสนาของลูกสาวแล้วล่ะ”เจียงอวี้หรงยิ้มหน้าบาน
การส่งซูซ่านไปหมู่บ้านเถาฮวา คิดแล้วคิดอีกก็คิดว่าตัวเองทำถูกต้องแล้ว
ตอนนี้ดูเหมือนว่ายัยอ้วนนั่นจะฉุดเธอไว้
แต่โชคดีที่ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ซูซ่านจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเธออีกแล้ว
ก๊อกๆๆ…
ทั้งสามคนกำลังดีใจ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
เจียงอวี้หรงรีบไปเปิดประตู ก็เห็นว่าเป็เหอซิ่วฮวา
“ญาติผู้พี่ ทำไมพี่ถึงมาที่นี่? รองผู้บัญชาการกองพลติดต่อมาแล้วเหรอคะ?”
เจียงอวี้หรงเห็นเหอซิ่วฮวายิ้ม จึงรีบถาม
เหอซิ่วฮวายิ้ม “ใช่จ้ะ” เธอมองหยางหย่าลี่ “อวี้หรง ฉันพูดตรงๆ เลยนะพอฉันเห็นหย่าลี่ครั้งแรก ก็รู้เลยว่าเป็เด็กที่มีวาสนา”
“เยี่ยมไปเลย” เจียงอวี้หรงดีใจมาก รีบดึงเหอซิ่วฮวามานั่ง แล้วก็ให้หยางหย่าลี่ไปชงชา
เหอซิ่วฮวายิ้ม “ไม่ต้องหรอก” เธอบอกให้ทุกคนนั่งลง “ฉันมีเื่จะบอกนิดหน่อย แล้วก็จะกลับแล้ว ที่บ้านรอฉันกินข้าวอยู่”
เจียงอวี้หรงจึงไม่ได้ให้ลูกสาวไปชงชา ทุกคนนั่งลงแล้วฟังเหอซิ่วฮวาเล่าเื่
“ญาติผู้พี่ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น?”
เหอซิ่วฮวายิ้ม “เมื่อกี้ทางกองทัพโทรมาบอกว่า รองผู้บัญชาการกองพลคนนั้นกลับบ้าน แต่ตอนที่เขาทำภารกิจ เขาได้รับาเ็สาหัส แล้วก็ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ
แล้วก็ได้รู้ว่า แผลถูกยิงไม่ใช่เื่เล็กๆ โรงพยาบาลก็เลยรายงานไปที่กองกำลังทหาร พอตรวจสอบแล้ว ก็รู้ว่าเขาคือรองผู้บัญชาการกองพล ช่างบังเอิญจริงๆ”
เจียงอวี้หรงยิ้มหน้าบาน “นี่มันโชคลาภใหญ่หลวง มาแล้วก็ห้ามพลาด พวกเราจะไปเยี่ยมเขาเมื่อไหร่ดี?”
“โรงพยาบาลนัดผ่าตัดเขาพรุ่งนี้เช้าสิบโมง พวกเราไปกันแต่เช้า ไม่ต้องกินข้าวเช้า ไปเจอกันที่โรงพยาบาลเลย”