เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเจนจิราเลือกใส่ชุดเดรสยาวสีชมพูเกาะอกเปิดหัวไหล่สวยเด่นสง่าราวกับเ้าหญิงในนิยายบิดตัวไป-มาหน้ากระจกบานใหญ่ มองแล้วมองอีกจนแน่ใจว่าพร้อมแล้วสำหรับนัดวันนี้กับคุณพ่อเธอเดินลงมาจากห้องนอนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เดินตามทางมาถึงห้องนั่งเล่นเห็นป้ามุกยืนอยู่กับลุงหมูลอดผ่านประตูห้องครัวแต่ไกล
“ป้ามุกพ่อหนูยังไม่ตื่นเหรอ? เมื่อวานเห็นพ่อบอกว่าจะมาหาหนูที่ห้องพ่อไม่มา...หนูก็เลยเดินออกมาก่อนค่ะ”
ป้ามุกกับลุงหมูหันมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนักแต่ละคนต่างมีท่าทีเกี่ยงกันพูด จนเจนสังเกตเห็น “คือ...คือ...คือนายท่าน...นายท่าน....”
“คุณพ่อ...คุณพ่อทำไมเหรอ?”
ป้ามุกถอนหายใจครั้งใหญ่ก่อนตัดใจพูดว่า “เมื่อคืนนี้...คือ...คือนายท่านออกจากบ้านไปั้แ่ 5 ทุ่มกว่าๆค่ะ นายท่านมีงานด่วนแทรกเข้ามา...แล้วเมื่อเช้านี้นายท่านบอกว่าจะโทรมาคุยกับคุณหนูตอนเที่ยงๆ ค่ะ”
“อีกแล้วเหรอคะ....ป้ามุก!!” เจนมีท่าทีเสียใจอย่างมากที่ได้ยินคำพูดของป้ามุกแต่เจนก็พยายามฝืนไม่ร้องไห้ ส่วนป้ามุกกับลุงหมูต่างเดินเข้ามากอดด้วยความห่วงใย
“พ่อไม่ต้องโทรมาก็ได้ค่ะ!!...เจนเข้าใจดี!ปกติพ่อก็อยู่กับงานมากกว่าหนูอยู่แล้วค่ะ...หนูมันเป็เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงจากกองขยะ ถูกแล้วค่ะที่พ่อไม่จำเป็ต้องสนใจลูกโง่ๆสมองทึบอย่างหนู บุญคุณที่พ่อให้หนูมีที่ซุกหัวนอนแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ!!”
“คุณหนูนายท่านคงมีงานด่วนจริงๆ ป้าอยากให้คุณหนูฟังเหตุผลของนายท่านก่อนนะคะ...นายท่านออกไปเร่งด่วนขนาดนี้แสดงว่ามีปัญหาใหญ่ที่ต้องให้นายท่านทำจริงๆ ค่ะ”
เจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่หันซ้าย-ขวามองไป-มาด้วยความสับสน วิ่งย้อนทางกลับขึ้นไปห้องนอนของตัวเอง น้ำตาไหลอาบนองแก้มด้วยความเสียใจเป็อย่างมากเจนไม่คุ้นเคยกับชุดที่ใส่เท่าใดนัก ทำให้สะดุดชายกระโปรงล้มลงจนหัวไหล่กระแทกกับกำแพงด้านหนึ่งอย่างรุนแรงทำให้ป้ามุกกับลุงหมูใมาก
“โอ๊ยยยย!!!!!!!!!”
“คุณหนู!!....”
“หกล้มแค่นี้ไม่ตายหรอกค่ะ!!!” เจนใช้มืออีกข้างไปจับหัวไหล่ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวหน้าบูดบอกบุญไม่รับจนทำให้ป้ามุกกับลุงหมูหน้าเสียเป็อย่างมาก
“คุณหนูเดี๋ยวป้าไปหายามาทาก่อนนะคะ”
“ไม่ต้องค่ะหนูแค่หกล้มเอง...ตอนนี้หนูอยากอยู่คนเดียวค่ะ!!!”
เจนเปิดประตูเข้าห้องนอนด้วยความรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงต้องใช้มือขวามาบีบหัวไหล่ซ้ายตัวเองด้วยความเ็ป หันไปมองมือถือตัวเองที่กำลังชาร์ทอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่งแชทแจ้งเตือนว่ามีข้อความใหม่จากพ่อ 5 ข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน แสดงเวลาแชท 23.05น.
พ่อ:“พ่อต้องขอโทษลูกด้วยที่พ่ออาจจะไปเที่ยวกับลูกไม่ได้ในวันพรุ่งนี้”
พ่อ:“ตอนนี้ลูกนอนอยู่พ่อไม่อยากรบกวนเวลานอนลูก”
พ่อ:“พ่อต้องรีบไปที่อาคารแฝดตอนนี้วินัยแจ้งเื่ด่วนมา”
พ่อ:“่เที่ยงๆพ่อจะโทรหาลูกเจน”
พ่อ:“พ่อรักลูกนะ”
ความผิดหวังทำให้เธอนั่งเหมอลอยมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมายน้ำตาค่อยๆ ไหลรินออกมาอย่างช้าๆ เสียงถอนหายใจดังออกมาเป็ระยะๆ ่เวลาที่ไร้ความหมายเช่นนี้ทำให้เธอทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยความผิดหวังจนเผลอหลับไปทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดเดรสยาว น้ำตาไหลอาบนองแก้มทั้ง 2ข้างจนทำให้เครื่องสำอางเลอะหน้ากับผ้าปูเตียง
จู่ๆ ก็มีลมพัดหมุนวนบริเวณเพดานห้องอย่างแรงทั้งๆ ที่หน้าต่างยังคงปิดสนิทอยู่ ลมพัดม้วนเป็วงกลมค่อยๆก่อตัวกลายร่างเป็เงาโปร่งใสคล้ายหญิงสาวผมยาว ลอยลงมายืนที่ปลายเตียงใบหน้าของเงาหญิงสาวหันไปมองเจนที่กำลังนอนหลับสนิทเผยให้เห็นคราบน้ำตาเลอะเครื่องสำอางเป็ทางยาวลงมาบริเวณแก้ม...ดวงตากลายเป็สีแดงจ้องเขม็ง ผีร้ายโน้มตัวพยายามเอื้อมมือไปจับขาข้างหนึ่งแต่ฉับพลันนั้นเองก็มีแสงสีฟ้าคลุมทั่วร่าง ผีร้ายไม่สามารถััร่างเจนได้เลย จนกระทั่งร่างสลายไป
ในจังหวะนี้เองก็มีโทรศัพท์จากพ่อ ถึงแม้ว่าเจนยังคงมีอารมณ์ติดค้างไม่พอใจแต่เธอยังคงกดรับสาย
เจน: “ฮัลโหล เจนค่ะ”
วรวิทย์: “พ่อต้องขอโทษลูกด้วยน่ะที่วันนี้พ่อไปกับลูกไม่ได้....พอดีมีงานด่วนที่พ่อต้องทำ”
เจน: “ไม่เป็ไรค่ะ เจนเข้าใจ” เจนยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
วรวิทย์: “พ่อผิดสัญญากับลูกอีกแล้ว...ผิดจนจำไม่ได้ว่าครั้งนี้เป็ครั้งที่เท่าไหร่…ถ้าพ่อเสร็จจากงานแล้วพ่อจะรีบกลับไปหาลูกทันที แต่พ่อไม่แน่ใจว่า วันนี้จะเสร็จหรือเปล่า คือ...พ่อ...”
เจน: “พ่อทำงานให้เสร็จก่อนดีกว่าค่ะแล้วค่อยนัดหนูใหม่” เจนพูดตัดบท “แค่นี้นะคะหนูอยากนอนค่ะ!”
วรวิทย์: “พ่อ...พ่อขอโทษ...พ่อไม่ได้...ตั้ง...”
เจน: “พ่อไม่ต้องขอโทษหนูหรอกค่ะพ่อไม่ได้ทำอะไรผิด.....พ่อรีบไปทำงานของพ่อเถอะ!!แค่นี้นะคะ!!!สวัสดีค่ะ!”
เจนก้มหน้าลงมามองชุดตัวเองที่เธอใส่อยู่เธอยิ้มรับสภาพด้วยความเสียใจหันไปมองตัวเองในกระจกของโต๊ะเครื่องแป้งบริเวณใบหน้าบางส่วนเลอะเครื่องสำอางที่ถูกคราบน้ำตาไหลเปื้อนลงมาเธอร้องไห้ปล่อยโฮเปล่งเสียงร้องดังลั่นเสียใจอย่างถึงที่สุด
ในขณะเดียวกันวินัยยืนอยู่ด้านหน้าของโต๊ะทำงานวรวิทย์ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีทั้ง2 คน “ได้เวลาประชุมต่อแล้วครับนายท่าน”
“โอเคเดี๋ยวผมตามไป”
วินัยรีบเดินออกจากบริเวณโต๊ะทำงานด้วยท่าทีร้อนลนส่วนพ่อเจนก้มหน้าลงมามองลิ้นชักด้านหนึ่งของโต๊ะทำงาน มีตั๋วหนังอยู่ 2 ใบวางอยู่
“คุณหนูๆๆป้ามุกเองนะคะ ป้าทำข้าวต้มร้อนๆ มาค่ะ คุณมาทานหน่อยดีไหมคะ?ทานข้าวต้มตอนร้อนๆ อร่อยนะคะ”เสียงป้ามุกดังออกมาจากลำโพงตัวหนึ่งที่อยู่บริเวณด้านข้างของโต๊ะเครื่องแป้ง
ไม่มีเสียงตอบรับออกมาทำให้ป้ามุกร้อนใจรีบเปิดประตูห้องเข้ามาในห้องด้วยความเป็ห่วง เห็นเจนนั่งอยู่บริเวณหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเงากระจกที่สะท้อนออกมาทำให้ป้ามุกใมาก
เจนเปลี่ยนมาใส่เดรสตัวใหม่เกาะอกเปิดหัวไหล่ทั้ง2 ข้างจนเห็นเนินหน้าอกอย่างชัดเจน ส่วนบริเวณกระโปรงสั้นมาก แต่งหน้าเข้มจัด ทาลิปสติกสีแดงสดแต่แววตายังคงแดงกล่ำเต็มไปด้วยความเศร้าอย่างเห็นได้ชัดป้ามุกทำได้เพียงแค่บีบหัวไหล่เจนด้วยความเข้าใจความรู้สึกอย่างถึงที่สุดเธอร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตาอีกแล้ว
“คุณ..คุณ..คะ..หนู....คุณหนู...คะ”
“เดี๋ยวหนูจะออกไปข้างนอกค่ะวันนี้ป้าไม่ต้องทำอาหารเย็นไว้นะคะ หนูหาอะไรกินเองค่ะ!!!!” เจนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมากจนป้ามุกรู้สึกได้
“คุณหนูคะเปลี่ยนชุดก่อนดีไหมคะ? ชุดโป๊มากนะคะหรือหาเสื้อคลุมมาปิดหน่อยก็ยังดีค่ะ”
“ไม่ค่ะป้ามุก! หนู้าใส่ชุดนี้แบบนี้ค่ะ!! หนูก็แค่ลูกทรพีคนหนึ่ง พ่อไม่ต้องสนใจหนูก็ได้ค่ะ!!!!!!”
ป้ามุกพยายามทำใจดีสู้เสือ “เอ่อ...เอ่อ..คุณหนูนัดคุณพลอยคุณส้มไว้ใช่ไหมคะ?” เจนไม่ได้ตอบรับอะไรยังคงทาลิปสติกให้สีแดงเข้มขึ้นไปอีก สีหน้าเ็านิ่งสนิทจนป้ามุกไม่กล้าถามเซ้าซี้
เลขานุ่นยังคงจ้องมองที่จอมอนิเตอร์ตลอดเวลาข้อมูลแสดงให้เห็นเพียงแค่ว่าในห้องประชุมมี 3 คน...วรวิทย์, สัญญาและวินัย...จนทำให้พนักงานอีกคนที่รอรับคำสั่งเกิดอาการเคร่งเครียดตามกัน“บอสประชุมั้แ่เมื่อคืน ไม่ออกมาจากห้องเลยเหรอพี่นุ่น?”
“ขอสวัสดีคุณผู้ชมอีกครั้งนะคะดิฉันจูน กมลชนกยังคงอยู่กับคุณวรวิทย์ ประธานเ้าหน้าที่บริหารบริษัทซีคอร์ปนะคะจากที่ได้กล่าวไว้ใน่ท้ายรายการครั้งก่อนว่า ยังมีอีกหลายประเด็นเลยที่หลายคนอยากทราบแต่เวลาของทางรายการหมดเสียก่อนดิฉันก็เลยขออนุญาตพูดคุยกับคุณวรวิทย์ต่อเนื่องแล้วค่อยออกอากาศทางออนไลน์ในภายหลัง”
“ด้วยความยินดีครับ”
“ก่อนที่จะเริ่มต้นคุยกับคุณวรวิทย์อีกครั้งดิฉันขอทบทวนสักเล็กน้อยก่อนว่า เราคุยประเด็นไหนกันไปบ้างแล้วนะคะ....”
เจนเดินเหม่อลอยอย่างคนไร้อารมณ์สีหน้าเศร้าหมองภายในห้างซีสแควร์วันเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามาถึงที่นี่ได้อย่างไรผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ไปมาเต็มไปหมด แต่เธอกลับรู้สึกว่าเธออยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้หันไปเห็นโต๊ะว่างๆ อยู่ตัวหนึ่งบริเวณฟู้ดคอร์ท เธอทิ้งตัวลงนั่งหมดอาลัยตายอยากสายตามองออกไปรอบตัวอย่างไร้จุดหมาย
สายตาของเธอมองกวาดไปรอบบริเวณสังเกตเห็นว่าด้านข้างๆ ฟู้ดคอร์ทมีสนามเด็กเล่นลมจำลอง เด็กหลายคนวิ่งเล่นส่งเสียงเจี้ยวจ้าวผสมกับเสียงหัวเราะเต็มไปหมด
มีเด็กผู้หญิงตัวน้อยคนหนึ่งทิ้งตัวลงที่พื้นเบะปากส่งเสียงค่อยๆร้องไห้จนเสียงดังมากพอที่จะกลบเสียงเด็กคนอื่นๆ ทำให้แม่เด็กต้องรีบวิ่งเข้ามาในสนามเข้ามาอุ้มโอ๋ปลอบโยนด้วยความรักของแม่ที่มีต่อลูกตัวน้อย...จู่ๆ ภาพก็เปลี่ยนไป เธอกลายเป็เด็กน้อยคนนั้น
ภาพที่แสนจะอบอุ่นหัวใจที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้เจนรู้สึกเดียวดายอ้างว้างอย่างมาก“แม่...หนูคิดถึงแม่....หนูคิดถึงแม่ที่สุด...คิดถึงแม่สุดหัวใจ...แม่อยู่ไหนแม่....หนูรักแม่ที่สุด แม่รู้ไหมคะว่า พ่อใจร้ายกับหนู...กับหนู...ใจร้ายกับหนูมากขนาดไหน...ถ้าแม่...ถ้าแม่ยังอยู่แม่ไม่ทำแบบนี้กับหนูแน่นอน..........”
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูอะไรเรื่อยเปื่อยอย่างคนไร้อารมณ์เห็นแท็ก#ซีคอร์ปขึ้นอันดับ 1 อีกครั้งในแอดมีมีคนสนใจหัวข้อนี้กว่า 6.8 ล้านคน เธอคลิกเข้าไปดูในแท็กเห็นพ่อของเธอกำลังพูดคุยอยู่กับพิธีกร
เจนค่อยๆ โน้มหัวลงมาแนบที่โต๊ะดูรายการที่กำลังออกอากาศความเบื่อหน่ายของรายการสัมภาษณ์ทำให้เธอง่วงเหงาหาวนอนจนหลับสัปหงกไม่รู้ตัว
“เอาล่ะค่ะดิฉันก็จะเริ่มคุยกับคุณวรวิทย์ต่อนะคะเราทราบกันดีนะคะว่าตอนนี้สภาพเศรษฐกิจมีสัญญาณออกมาอย่างชัดเจนแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ในภาวะถดถอยแต่ซีคอร์ปมีโครงการที่จะเปิดห้างสาขาใหม่ขนาดใหญ่ติดระดับโลก,เปิดธุรกิจขายรถไฟฟ้าอาจจะรวมถึงเปิดโชว์รูมด้วย แน่นอนค่ะว่าต้องมีการประกาศรับพนักงานใหม่รวมถึงการเปิดธุรกิจการส่งอาหารด้วย ไม่ทราบว่าประเด็นนี้คุณวรวิทย์มองยังงัยค่ะ”
“ผมยอมรับว่าเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณถดถอยจริงครับเห็นได้จากพรรคพวกผมหลายๆ คนเริ่มลดค่าใช้จ่าย ลดการจ้างงานรับคนหรือไม่รับเลยด้วยซ้ำ หรือแม้กระทั่งประกาศลดเงินเดือนตัวเองก็ตามสัญญาณชัดมากครับ แต่ทางซีคอร์ปยังโชคดีตรงที่ว่านับั้แ่คุณไพโรจน์ก่อตั้งบริษัทมาได้วางรากฐานบริษัทไว้เป็อย่างดี...จุดเริ่มต้นของเราเป็บริษัทรับเหมาก่อสร้างมีรายได้ทางเดียว100% เราค่อยๆ ปรับธุรกิจเข้ามาที่ท่องเที่ยวจัดโปรแกรมทัวร์หลายพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปอเมริกาและยุโรป จนมาถึงธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มกระจายทั่วทุกภูมิภาค”
“ตลอดการทำงานกว่า20 ปีของผม ผมเข้ามาปรับปรุงต้นทุนหลายด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม เรามีทั้งแบบผลิตเองในพื้นที่ปิดติดต่อกับเกษตรกร, ชาวสวน, ชาวไร่ท้องถิ่นในแต่ละประเทศ เราตัดคนกลางออกได้ในหลายๆส่วนเพื่อ้าให้ผู้ผลิตมีรายได้โดยตรง ตรงนี้ช่วยให้เราสามารถบริหารต้นทุนระยะยาวครับ”
“ในเฟสถัดไปบริษัทซีคอร์ปจะประกาศรับสมัครพนักงานใหม่อย่างเป็ทางการมีจำนวนมากที่สุดในครั้งเดียวนับั้แ่ก่อตั้งบริษัท ประมาณ 7,450 คนยังไม่รวมพนักงานไรเดอร์ที่รอสรุปตัวเลขอีกครั้งหนึ่งครับ...เรามีระบบคอมพิวเตอร์ AI คัดกรองข้อมูลอันทันสมัยสามารถคัดแยกหรือเลือกพนักงานให้ตรงกับความต้องเรามากที่สุดครับ”
“ไม่ทราบว่าได้มีการเมินตัวเลขจำนวนคนไว้อย่างไรบ้างคะ?รวมถึงระบบจะสามารถรองรับได้ขนาดไหนคะ?”
“ฝ่ายบุคคลประมาณการตัวเลขไว้ว่าน่าจะมีคนสนใจสมัครอยู่ราวๆ 15,000 คนถึง 25,000 ส่วนตัวผมเองประเมินไว้ที่ประมาณ30,000 คน แต่ผมก็มั่นใจว่าในระยะเวลาอันสั้น เราจัดการได้ไม่มีปัญหาครับ ถึงแม้ว่าซีคอร์ปไม่ใช่บริษัทสายไอทีแต่เราลงทุนด้านนี้เทียบเท่าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเพื่อรองรับการทำงานในอนาคตครับ”
“ตัวดิฉันเองรวมถึงผู้คนในสังคมต่างรับรู้อย่างชัดเจนว่าบริษัทซีคอร์ปได้ชื่อว่าเป็บริษัทที่ให้โอกาสคนมาโดยตลอดไม่ทราบว่าการรับพนักงานครั้งนี้ยังคงนโยบายเดิมหรือไม่คะ?”
“เหมือนเดิมครับเรามีระบบคัดกรองข้อมูลอันทันสมัยและรวดเร็วเพื่อให้ได้คุณสมบัติของผู้สมัครในขั้นต้นมาก่อนบริษัท้าความสามารถของคนจริงๆ พอมาถึงขั้นตอนสัมภาษณ์ผู้ที่ทำหน้าที่สัมภาษณ์แต่ละคนจะไม่เห็นหน้าตาของผู้สมัครไม่รู้จักชื่อ-นามสกุลเพื่อโฟกัสที่ความสามารถแต่ละบุคคลอย่างแท้จริงการทำแบบนี้เพื่อเป็การยืนยันว่าคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาทำงานมาจากคุณสมบัติหรือความสามารถของตัวเองแน่นอนเราไม่สนใจหน้าตาและไม่สนใจวุฒิการศึกษา”
เจนจิรายังคงดูการให้สัมภาษณ์ของพ่ออย่างต่อเนื่องด้วยอารมณ์สุดแสนเบื่อหน่ายไม่ทันสังเกตว่ามีเด็กๆ นักเรียน ม.3 ทั้งชาย-หญิงหลายคนเดินเข้ามาล้อมรอบตัวเองทำให้เธอต้องรีบลุกขึ้นมายิ้มตอบรับแบบไม่พร้อมเท่าใดนัก
“อ้าว!!! พี่เจนนี่น่า พี่เจนมาทำอะไรแถวนี้ครับ”
“วันนี้พี่เจนแต่งตัวสวยจังครับ...พี่เจนไปงานเลี้ยงมาเหรอครับ?”
“สีหน้าพี่เจนไม่ดีเลยมีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“พี่เจนจะเปิดคอร์สใหม่เมื่อไรผมไม่เห็นพี่โพสต์รับงานใหม่เลยครับ”
“สวัสดีจ๊ะเด็กๆ...สวัสดีจ๊ะทุกคนๆ...มากันตอนไหนเนียพี่ไม่ทันตั้งตัว” เจนพยายามปรับอารมณ์ตัวเอง “อ๋อๆๆใช่ๆ เอ่อ...คือ..เอ่อคือ..ค คือว่า พอดีเมื่อเช้าพี่ไปงานเลี้ยงของเพื่อนมายืนจนเมื่อยเลยมาหาที่นั่งหน่อยแหละ ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ”
“อ๋อๆหนูนึกว่าพี่เจนร้องไห้ เห็นตาแดงกล่ำเลยนะคะ”
“เปล่าๆไม่มีอะไรหรอก พอดีพี่ง่วงด้วยแหละ เมื่อกี้เผลอนั่งสัปหงกไปไม่รู้ตัว”
“พี่เจนครับแล้วจะเปิดคอร์สติวใหม่เมื่อไรครับ พี่ไม่ได้เปิดรับใหม่นานแล้วนะครับผมมาดูโพสต์พี่ทุกวัน”
“พี่ไม่แน่ใจว่าจะเปิดคอร์สใหม่ได้ไหม พอดีอาจารย์สั่งงานพี่หลายอย่างพี่กลัวทำไม่ทัน”
“ค่ะๆๆพี่ เดี๋ยวพวกหนูรอโพสต์คอร์สใหม่จากพี่นะคะ”
“พี่เจนครับพวกผมขอถ่ายรูปด้วยได้ไหม? นานๆ จะเห็นพี่แต่งตัวสวยๆ แบบนี้ครับ”
“ได้สิๆมาๆๆ มาถ่ายรูปด้วยกัน”
เด็กๆ แต่ละคนต่างสลับเข้ามาถ่ายรูปบางคนถ่ายรูปคู่ บางคนถ่ายหลายคน บางคนอยากถ่ายเซลฟี่กับเจนจิรากันอย่างสนุกสนานรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะเต็มเสียงของเด็กๆ ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเธอในเวลานี้ ทำให้เธอกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง
“ขอบคุณมาก...ขอบคุณจริงๆขอบคุณที่เข้ามาคุยด้วย...ขอบคุณจริงๆ” เจนโผเข้ากอดเด็กๆทุกคน คำพูดของเธอทำให้เด็กๆ รู้สึกแปลกใจอย่างมาก