บทที่ 5
ลาร่ารินน้ำเชื่อมลงในชามแก้วใส่ผลไม้ผสมลูกนัทอย่างระมัดระวัง แล้วจึงเอาถ้วยน้ำเชื่อมที่หมดแล้ววางลงในอ่างล้างจาน ขนมพายพีคั่นที่เสร็จแล้วถูกวางไว้ให้เย็นที่เคาน์เตอร์ เปลือกขนมด้านนอกเห็นเป็นปุยสีทองน่ารับประทาน"เท่าที่ฉันรู้นะ เอลเลน" เธอพูดยิ้มๆ "เธอไม่ต้องเสิร์ฟอาหารก็ได้เสิร์ฟพายแทน น่าอร่อยจะตายไป""แล้วก็อ้วนดีด้วยค่ะ" แม่บ้านตอบ "ไม่ต้องห่วงละ""จะให้ฉันช่วยอะไรอีกไหมล่ะ? " ลาร่าหยิบผ้ามาเช็ดมือกวาดตามองไปรอบๆ ครัวแม่บ้านซึ่งยืนอยู่หน้าเตาอบหันมามอง"ช่วยยกแก้วไวน์เข้าไปในห้องอาหารก็ได้ค่ะ ท่อน้ำนี่ตันอีกแล้ว คุณช่วยพูดกับคุณพ่อเรื่องเครื่องล้างจานด้วยนะคะ ไร้ประโยชน์อย่างที่สุด ถ้าติฉันจะต้องมาตามล้างซ้ำอีกครั้งหนึ่งน่ะค่ะ""ได้สิ" ลาร่าตอบ หยิบแก้วไวน์ขึ้นมาถือไว้ "มีอะไรอีกไหมล่ะ? ""ไม่มีแล้วค่ะ" เอลเลนเปิดประตูเตาอบมองเข้าไปด้านใน "อย่าให้คุณพ่อมัวดื่มแต่เหล้าก็แล้วกัน ดิฉันไม่อยากให้นกกระทานีมันต้องอบนานเกินไป""ที่ฉันจะทำได้ก็เห็นจะแค่บอกให้พ่อรู้เท่านั้นละ ว่าเธอทำของโปรดไว้ให้ รับรองว่าพ่อจะต้องเข้านั่งโต๊ะก่อนนกที่เธออบไว้จะสุกเสียอีก" ลาร่าใช้ศอกยันประตูบังตาให้เปิดออกระวังไม่ให้แก้วไวน์เจียระไนหล่นแตก "ไม่รู้ว่าพ่อจะทำยังไง ถ้าเฮนรี่ไม่ออกไปล่าสัตว์ทุกๆ สองอาทิตย์น่ะ""นกกระทานี่เอนรี่ไม่ได้เป็นคนเอามาหรอกค่ะ" เอลเลนบอก ซึ่งทำให้ลารำชะงักเท้าที่จะก้าวออกจากห้องครัว "โรคไขข้ออักเสบมันกำเริบอีกแล้ว""เหรอ ฉันไม่ยักรู้" ลาร่าเอียงคอมองอย่างสงสัย มุ่นมวยสีแดงอมทองตรงท้ายทอยสะท้อนแสงจากดวงไฟเหนือศีรษะ "แล้วใครเป็นคนเอานกมาล่ะ? ""คุณแมคเควดค่ะ""งั้นรึ? " ลาร่าเสียงเบาลง ขณะที่ประตูบานนั้นเหวี่ยงกลับเมื่อเธอก้าวออกไป ลารำก็ออกจะพิศวงอยู่ว่า ทำไมแรนซั่ม แมคเควดจึงได้รู้ว่าพ่อโปรดปรานนกกระทานัก ถึงได้เอามาเพิ่มคะแนนให้ตัวเอง เธอแน่ใจว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้น เพราะมันไม่เสียหายอะไรนี่ที่จะทำให้เจ้านายพอใจมีเสียงเคาะดังขึ้นตรงประตู ขณะที่ลาร่าวางแก้วไวน์สามใบลงตามที่บนโต๊ะอาหาร เสียงเอลเลนบ่นพึมพำมาจากในครัวซึ่งทำให้เธออดยิ้มไม่ได้"ฉันเปิดเอง เอลเลน" เธอร้องบอก ยกมือขึ้นแตะเรือนผมเพื่อให้แน่ใจว่ามันมิได้รุ่ยร่ายลงมาเสียงส้นรองเท้าของเธอกระทบพื้นที่ปูด้วยกระเบื้องยางเป็นจังหวะ ก่อนที่เธอจะทันเอื้อมมือไปเปิดประตู เสียงเคาะก็ดังซ้ำขึ้นอีกครั้ง ซึ่งทำให้ลาร่าอดคิดไม่ได้ว่าใครกันนะคือแขกเจ้าอารมณ์ที่มาถึงตอนเวลาอาหารค่ำพอดีรอยยิ้มอย่างสุภาพที่เตรียมไว้จะต้อนรับเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันทีเมื่อเห็นว่าผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูคือ แรนซั่ม แมคเควด ดวงตาสีเขียวเข้มของเธอบอกความตกใจเมื่อเห็นช่อกุหลาบแดงที่ถืออยู่ในมือ เมื่อเงยขึ้นมองหน้าเขานั้น แววในดวงตาของเธอคล้ายจะขอคำอธิบาย"สวัสดีครับ คุณนายคอชแรนส์" ดวงตาคู่สีน้ำตาลเป็นประกายขณะที่กวาดไปทั่วเรือนร่างตรงหน้า "บรรยากาศดูเป็นบ้านดีจังนะครับ" เขาพูดล้อๆ "ขอผมเข้าไปได้ไหม? "เป็นครู่ที่ลาร่ามิได้เข้าใจความหมายของคำพูดประโยคนั้นจนเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ายังมิได้ปลดผ้ากันเปื้อนที่คาดทับกระโปรงชุดสีเหลืองแอปริคอท มือที่ลูบลงบนผ้ากันเปื้อนนั้นสะท้านเล็กน้อยขณะที่เธอผลักบานประตูให้กว้างออกเพื่อให้เขาก้าวเข้ามา"ได้สิคะ คุณแมคเควด เชิญเข้ามาเลย" น้ำเสียงของเธอสงบสำรวมแล้วมิได้แสดงท่าทีว่าจะหวั่นไหวแม้แต่น้อย "ต้องขอโทษด้วยค่ะที่แต่งตัวอย่างนี้ กำลังจะเสิร์ฟอาหารค่ำพอดี" เธอชำเลืองมองไปยังไหล่กว้างๆ สังเกตเห็นว่าเขาอยู่ในสูทสีเขียวเข้ม เชิ้ตตัวในเป็นสีครีมแบะคอไว้"ถ้างั้นก็แปลว่าผมตรงเวลาพอดีสินะครับ" รอยลักยิ้มปรากฏขึ้นบนร่องแก้มพร้อมกับคำพูดประโยคนั้นลาร่าเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ นี่เขาเชิญตัวเองให้อยู่รับประทานอาหารค่ำเช่นนั้นหรือ? นึกถึงปริมาณอาหารที่เตรียมขึ้นไว้สำหรับค่ำวันนี้ เธอรู้ว่ามันออกจะน้อยไปแม้เอลเลนจะมีความสามารถแบ่งเสิร์ฟถึงสี่ที่ก็ตาม แต่แทนที่จะปฏิเสธ ลาร่าเลือกที่จะไม่สนใจในคำพูดของเขามากกว่ากุหลาบช่อนั้นถูกส่งมาให้เธอ"รู้สึกว่ากุหลาบนี่สำหรับคุณมากกว่า...ผมว่า" เขาพูดเรียบๆเธอออกจะลังเลอยู่ แต่แล้วก็เอื้อมมือไปรับอย่างไม่เต็มใจนัก"ขอบคุณค่ะ คุณแมคเควด คุณใจดีมาก แต่ที่จริงไม่จำเป็นเลย" ลาราเขี่ยการ์ดที่ติดมากับดอกไม้ นี่มันเรื่องอะไรกันเขาถึงต้องเอาดอกไม้มาให้เธอด้วย"ไม่ใช่จากผมหรอกครับ" แววหัวเราะเต้นเร่าอยู่ในดวงตาคู่คมปลาบนั้น "คนส่งดอกไม้เขามาถึงหน้าประตูพอดีตอนที่ผมมาถึง เห็นว่าจะต้องไปอีกหลายแห่ง เขาก็เลยขอให้ผมช่วยส่งต่อให้คุณด้วย"ความประจักษ์แน่แก่ใจทำให้นวลแก้มของลาร่าร้อนผ่าวขึ้น รีบเบือนหน้าหนีไปเสียจากแววตาคมปลาบที่จ้องมองมาคู่นั้น ปัญหาที่เกิดจากการมีผมแดงก็คือมันทำให้ผิวพรวณของเธอพลอยระเรื่อขึ้นมาได้ง่ายๆ นานนักหนาแล้วที่เธอไม่เคยเข้าใจอะไรผิดพลาดขนาดหนักเช่นนี้ บังเกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในใจเมื่อพบว่าตัวเองยังหน้าแดงอยู่ความแปลกใจทำให้เธอดึงการ์ดออกจากซองเล็กๆ ที่ติดมาและแล้วก็พบกับลายมือคุ้นตาก่อนที่เธอจะทันอ่านข้อความในนั้นเสียด้วยซ้ำ เป็นข้อความง่ายๆ ที่เขียนไว้ว่า"แด่ภรรยาสุดที่รัก สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะที่รัก...เทรเวอร์"มุมปากของลารำหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ เธอได้ตัดอารมณ์โรแมนติกไปจากหัวใจนานแล้ว แม้จะมองดูปฏิทินเมื่อเช้านี้ และพบว่ามันเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งมิได้มีความหมายอะไรสำหรับเธอเลย เทรเวอร์ยังหลงเพ้อว่าตัวเองเป็นโรมิโออยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย เพราะฉะนั้นจึงไม่ยอมพลาดโอกาสอันแสนโรแมนติกเช่นนี้เป็นอันขาด"จากบุคคลผู้แอบสนใจหรือครับ? " เสียงทุ้มของแรนส์ดังขึ้นเบื้องหลังลาร่าสอดการ์ดเล็กกลับเช้าของ รอยยิ้มเย็นอย่างไม่ยินดียินร้ายปรากฏอยู่บนริมฝีปากเมื่อเธอหันกลับมามองเขาสีหน้าเรียบเฉยราวรูปสลักหินอ่อน"ของขวัญวันวาเลนไทน์จากสามีฉันเองค่ะ" เธอตอบ "ฉันคิดว่าคงไม่ทำให้คุณรู้สึกรำคาญใจหรอกนะคะที่ตอนแรกคิดไปว่าเป็นคนเอากุหลาบมาให้""ไม่เลยครับ" แรนส์ยักไหล่ สายตากวาดไปทั่วเรือนผมสีเปลวไฟที่มุ่นขึ้นเป็นมวยไว้ "เพราะถ้าเป็นผมก็คงจะไม่เลือกกุหลาบสีแดงอยู่ตี มันไม่เข้ากับสีผมของคุณ" เขาเลื่อนสายตาไปจับอยู่ตรงคอเสื้อซึ่งจับเดรพไว้เป็นระผ้าย้อย "ถ้าเป็นสีเดียวกับกระโปรงดูจะเข้าท่าหน่อย"การตั้งข้อสังเกตของเขาเป็นการพูดเรื่อยๆ มิได้เฉพาะเจาะจงลงไป ซึ่งทำให้ลาร่าไม่อาจจะถือโกรธได้ เธอเคยมีความคิดอยู่ตลอดเวลาว่าแม้แรนส์ แมคเควดจะเห็นว่าเธอเป็นคนสวยคนหนึ่ง แต่เขาก็ได้แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าไม่เคยสนใจในตัวเธอ วาจาของเขาติดจะหยิ่งๆ ราวจะปฏิเสธว่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ชวนปองปรารถนา และประสบการณ์ที่ได้ผ่านมาในชีวิตก็ทำให้เธอออกจะโล่งใจอยู่"แต่กุหลาบแดงน่ะเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก" เทรเวอร์ซึ่งเดินลงมาหยุดอยู่กึ่งกลางบันได โดยที่ไม่ทันจะมีใครหันไปเห็นเอ่ยขึ้น เสื้อนอกชุดสีเทาเข้มเข้ากันกับเสื้อกั๊กตัวในที่สวมไว้ทำให้เขาดูคมสันขึ้นกว่าเดิม เขาตวัดรอยยิ้มไปทางลาร่า ก่อนที่จะเดินลงบันไดต่อมาหาพร้อมกับพูดว่า "ผมดีใจที่เขาส่งมาให้ก่อนที่ผมจะออกไปข้างนอกนะที่รัก"ออกไปข้างนอก? ลาร่าไม่ได้รู้มาก่อนว่าค่ำนี้สามีจะไม่อยู่แต่เธอปฏิเสธที่จะยอมรับในเรื่องนี้ต่อหน้า แรนส์ แมคเควดกลับยกมือขึ้นแตะดอกกุหลาบเล่น"กุหลาบนี่สวยมากค่ะ เทรเวอร์ ขอบคุณมาก" น้ำเสียงที่พูดกับสามีปราศจากความจริงใจแม้แต่น้อยเทรเวอร์ก้าวยาวๆ เข้าไปหา เอื้อมไปประคองกุหลาบดอกที่เธอแตะมืออยู่ โน้มจมูกลงสูดกลิ่นหอมหวนของมัน"อย่างน้อยผมก็ควรจะทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะเมื่อทางสโมสรจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำเดือนวันนี้พอดี" เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สีเขียวเข้มของเธอ แต่ลาร่าไม่ได้หวั่นไหวในแววเทิดทูนบูชาที่สามีมอบให้แม้แต่น้อย ซึ่งถ้าเธอจะรู้สึก ก็คงจะเป็นความขบขันที่เขาพยายามตั้งใจจะใช้ความเป็นผู้ชายของตัวเองเอาชนะเธอให้ได้ เพราะเทรเวอร์ทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้หญิงเเสดงความไม่แยแสในตัวเขา "และเป็นเครื่องหมายแทนคำขอโทษที่คืนนี้ผมอยู่บ้านทานอาหารค่ำกับคุณไม่ได้""ฉันเข้าใจค่ะ" ลาร่าผงกศีรษะรับ"ผมเห็นจะต้องไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะช้าเกินไป" เทรเวอร์โน้มลงจุมพิตตรงนวลแก้มของภรรยา"แล้วเอลเลนรู้หรือเปล่าคะว่าวันนี้คุณจะไม่อยู่ทานอาหารค่ำน่ะ? " ลาร่าเอ่ยถามหลังจากที่คิดขึ้นมาได้"ผมบอกแกตั้งแต่เข้าแล้วละ หลังจากประชุมเสร็จแล้วผมก็คงจะต้องอยู่ดื่มต่อกับใครต่อใครอีก ถ้าคืนนี้กลับบ้านดึกหน่อย ไม่ต้องคอยนะ" เขาพูดเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่จะเดินออกประตูไปทำราวกับว่าเธอเคยรอเขาอย่างนั้นแหละ...ลาร่าคิดในใจมองตามหลังเทรเวอร์ที่เดินจากไป และได้เห็นใบหน้าด้านข้างของแรนส์ แมคเควดเข้าโดยบังเอิญ เขาเองก็กำลังมองตามเร่งสามีของเธอไปเช่นกัน แววรู้ทันในดวงตาคู่สีน้ำตาลคู่นั้นบอกให้เธอรู้ว่าเขาพอจะเดาได้อยู่ว่าการร่วมดื่มกับคนอื่นที่เทรเวอร์เอ่ยถึงนั้น หมายถึงผู้หญิงนั่นเอง ไม่ใช่สมาชิกขายของสโมสรแน่...เทรเวอร์...เธอคิดอย่างเยาะหยัน นี่คุณคิดว่าจะหลอกคนอื่นนอกจากตัวเองได้จริงๆ น่ะหรือ?