ทางสายรัก

    บทที่ 4

    แพทริคยืนรอพี่ชายอยู่ตรงกลางลานกว้างเบื้องหน้าปราสาท ท่าทางของในยามนี้ เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อย่างเต็มที่ สีหน้าที่บึ้งตึง ขาทั้งสองที่แยกห่างจากกัน มือทั้งสองข้างที่กำแน่นอยู่ข้างตัวบอกให้รู้ว่า ไม่ว่าการตัดสินจะเป็นอย่างไรก็ตาม เขาพร้อมแล้วที่จะปกป้องภรรยาแต่เอียนมิได้ประทับใจกับการแสดงออกของน้องชายเลยแม้แต่น้อย เขาผลักร่างแพทริคที่ยืนขวางทางอยู่ออก ขณะเดินขึ้นบันไดสู่ตัวปราสาท“เอียน...” แพทริคร้องเรียกพี่ชายไว้ “ผมมีเรื่องจะถาม เพราะจำเป็นต้องรู้ก่อนหน้าที่เราจะเข้าไปในปราสาทว่าวันนี้พี่อยู่ในฐานะอะไร พี่จะอยู่ข้างผมหรือว่าจะเข้ากับสภาฯ”เอียนชะงักฝีเท้า เบือนหน้าช้า ๆ กลับมามองน้องชาย สีหน้าบอกความขุ่นเคืองยิ่งนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเอ่ยออกมานั้นน้ำเสียงก็ยังนุ่มนวลเหมือนเดิม“และฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันนะแพทริค ว่าแกอยากจะยั่วยุอารมณ์ฉันนักหรือไงถึงมาตั้งคำถามแบบนี้”ท่าทางของแพทริคคลายความตึงเครียดลงมาก“ผมไม่ได้คิดจะดูถูกดูหมินอะไรพี่หรอก แต่พี่เองก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทายาทที่จะปกครองเผ่าของเราต่อไปในวันข้างหน้า เพราฉะนั้นพี่ย่อมจะต้องถูกทดลองความมั่นคงเข้มแข็งในจิตใจจากสภาฯ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนี้หรือเรื่องไหน ผมเพิ่งจะรู้สึกตัวในตอนนี้เอง ว่าผมทำให้พี่ต้องตกอยู่ในฐานะที่ยุ่งยากลำบากใจมากแค่ไหน”“หมายความว่าแกจะเปลี่ยนความใช่ไหม”“เปล่าเลย” แพทริคยิ้มกว้าง เดินตรงเข้าไปหาพี่ชาย “ผมรู้ว่าพี่ไม่อยากให้ผมเอาเรื่องนี้เข้าสภาฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพี่กำลังต่อสู้เพื่อให้สภาฯ ให้ความสในกับการที่พี่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับดันบาร์ เพื่อร่วมกันต่อต้านมาคลีนอยู่ แต่ฟรานเซส แคทเธอรีน ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า ข้อเสนอของเขาควรจะได้รับการยิมยอมจากสภาฯ เสียก่อน เขาต้องการให้เพื่อนรักที่จะเดินทางมาได้รับการต้อนรับจากทุกคนที่นี่ด้วย”เอียนมิได้แสดงความคิดเห็นกับคำอธิบายของน้องชายในเรื่องนั้น และแพทริคก็พูดต่อ“รู้ว่าเวลานี้พี่เองก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมผมถึงให้สัญญากับเมียไปยังงั้น แต่สักวันหนึ่งเมื่อพี่ได้พบผู้หญิงที่ถูกใจ ได้รู้จักว่าความรักคืออะไร เมื่อนั้นพี่จะเข้าใจถึงความรู้สึกนี้ได้อย่างเต็มที่”แต่เอียนกลับสั่นศีรษะอย่างขุ่นเคือง“ช่างเถอะแพทริค ถึงยังฉันก็ไม่เข้าใจสิ่งที่แกกำลังพูดอยู่หรอก ฉันไม่คิดด้วยว่าสักวันหนึ่งจะพบผู้หญิงถูกใจอย่างที่แกว่า ฉันไม่เห็นผู้หญิงคนไหนจะดีกว่าคนไหนเลย”“จริง ครั้งหนึ่งผมก็เคยคิดยังงั้นเหมือนกัน” แพทริคพูดปนหัวเราะ “จนกระทั่งเมื่อผมได้มาพบฟรานเซส แคทเธอรีน นั่นแหละ”“แกพูดจาเหมือนผู้หญิง” เอียนตำหนิแต่แพทริคไม่ถือว่าคำพูดของพี่ชายเป็นการดูหมิ่นแต่อย่างใด เขารู้ว่าเอียนจะไม่มีวันเข้าใจในความรักที่เขามีต่อภรรยา แต่ด้วยพระประสงค์ของพระเจ้า สักวันหนึ่งเอียนจะต้องพบผู้หญิงสักคนที่เขาพร้อมจะมอบหัวใจให้ เมื่อวันนั้นมาถึง เขาจะต้องยั่วเย้าให้เอียนได้สำนึกถึงทรรศนคติที่มีต่อผู้หญิงในวันนี้อย่างสนุกสนานทีเดียว“ดันแคนบอกว่าแล้วว่าเขาต้องการจะสอบสวนเมียผมเสียก่อน” แพทริคเปลี่ยนเรื่องพูดกลับมายังเรื่องที่เขากำลังเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้อีกครั้ง “พี่คิดว่าพวกผู้อาวุโสจะล้อผมเล่นหรือเปล่า”เอียนมิได้หันหน้ามามองเมื่อตอบคำถามนั้น“ผู้อาวุโสในเผ่าของเราไม่มีใครมีอารมณ์ขันมากมายถึงขนาดนั้นหรอกนะแพทริค แกเองก็รู้ดีเท่ากับฉันอยู่แล้ว”“พุทโธ่ แต่ผมจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้นะ”“แน่นอน”แพทริคไม่สนใจกับคำตอบที่พี่ชายสวนกลับมาอย่างรวดเร็ว“ผมจะยอมให้กรรมการสภาฯ มาขู่ฟรานเซส แคทเธอรีน จนตกใจกลัวไม่ได้”“ฉันเองก็เหมือนกัน” เอียนตอบพร้อมกับถอนหายใจยืดยาวคำพูดของพี่ชายทำให้แพทริคถึงกับนิ่งงันไป สีหน้าที่บึ้งตึงคลายลงทันที“พวกนั้นคิดว่าจะทำให้ผมเปลี่ยนใจในเรื่องนี้ได้ แต่พี่จะต้องเข้าใจว่า ไม่ว่าพวกเขาจะพูดยังไงก็ตามผมไม่มีวันเปลี่ยนใจแน่ เพราะผมได้ให้สัญญากับฟรานเซส แคทเธอรีน ไปแล้ว และผมก็ต้องการจะรักษาสัญญานั่นไว้ ผมขอสาบานต่อหน้าพระเจ้าเลยนะเอียน ว่าถ้าจะให้ผมลงไปลุยไฟเพื่อช่วยเมียผมก็จะทำ”เอียนหันมายิ้มให้กับน้องชายเป็นครั้งแรก“ฉันคิดว่าตอนนี้แกอุทิศชีวิตด้วยการลุยเข้าไปในห้องโถงของปราสาทก่อนดีกว่า” เขาทอดเสียงในตอนท้าย “ให้มันเสร็จ ๆ ไปเสีย”แพทริคพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ออกเดินนำหน้าไปเปิดประตูบานคู่ออกด้านหนึ่ง“ขอเตือนไว้ก่อนนะแพทริค” เอียนว่า “แกจะต้องทิ้งความเจ้าอารมณ์ของตัวเองไว้นอกประตูนี่ ถ้าพวกเขาเห็นแกใช้อารมณ์ละก้อเขาเป็นเชือดคอแกแน่ เมื่อจะพูดอะไรก็พูดอย่างใจเย็นมีเหตุผล ใช้สติปัญญาเป็นตัวนำความคิดไม่ใช่อารมณ์”“แล้วยังไงต่อไป”“ที่เหลือฉันจะจัดการเอง”ครู่ต่อมา คณะกรรมการสภาฯ ก็ส่งคนไปตามตัวฟรานเซส แคทเธอรีน, ยัง ซีน เป็นผู้รับหน้าที่ดังกล่าว เขาพบภรรยาของแพทริคที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเตาผิงภายในกระท่อมของเธอ รีบอธิบายให้เธอฟังว่าฟรานเซส แคทเธอรีน จะต้องไปที่ปราสาทและยืนรออยู่หน้าประตูจนกว่าสามีจะออกมารับตัวเข้าไปหัวใจของฟรานเซส แคทเธอรีน เต้นไม่เป็นส่ำ ก่อนหน้านี้แพทริคได้บอกให้รู้ล่วงหน้าแล้วว่าคณะกรรมการสภาฯ จะต้องเรียกตัวเธอไปสอบถาม เพียงแต่ตอนนั้นเธอไม่เชื่อว่าเรื่องที่พูดจะเป็นความจริง เพราะไม่เคยมีธรรมเนียมมาก่อนที่ผู้หญิงจะต้องถูกเรียกตัวไปสอบสวนต่อหน้าคณะกรรมการ หรือทายาทผู้จะสืบทอดอำนาจการปกครองต่อไปมันมิได้ได้ให้เธอคลายใจลงได้เลย แม้จะรู้ว่าผู้เป็นทายาทคนใหม่นั้นคือพี่ชายของสามี เธอมองไม่เห็นว่าความสัมพันธ์ฉันญาติจะเข้ามามีส่วนช่วยเหลืออะไรในเรื่องนี้ได้หัวใจประหวั่นด้วยความหวาดกลัวจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง คณะกรรมการจะต้องคิดว่าเธอโง่เขลาเบาปัญญาแน่ ซึ่งเธออาจจะโง่จริงก็ได้ เมื่อมาถึงเวลานี้แพทริคคงจะบอกให้พวกเขารู้แล้ว ถึงเรื่องคำมั่นสัญญาที่เขาให้ไว้กับเธอ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอถูกเรียกตัวให้ไปที่ปราสาท เพื่อให้คำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนั้นด้วยตนเองพวกนั้นต้องการเพียงความมั่นใจว่าเธอทำเรื่องนี้ลงไปอย่างไร้สติ และหลังจากนั้นก็จะออกคำสั่งให้เธอต้องใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวจนถึงวันตาย...ความหวังทั้งหมดของเธอในยามนี้ฝากไว้ในอุ้งมือของทายาท ฟรานเซส แคทเธอรีน มิได้รู้จักมักคุ้นกับพี่ชายของสมีที่ชื่อเอียน เมทแลนด์ เท่าไรนัก ตลอดเวลาสองปีที่เธอแต่งงานกับแพทริคได้พูดจากับเขาเพียงไม่กี่คำ แต่แพทริคก็ยืนยันว่าเอียนเป็นบุคคลที่สมควรจะเชื่อถือไว้วางใจได้ เขาจะตัดสินเรื่องนี้อย่างยุติธรรมเนื่องจากมันเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการ เธอจำเป็นจะต้องผ่านมติของคณะกรรมการสภาฯ ไปก่อน ผู้อาวุโสสี่คนจะไม่พูดกับเธอโดยตรง เขาจะตั้งคำถามผ่านคนที่เป็นหัวหน้าชื่อเกรแฮมมายังเธอ และเกรแฮมคนเดียวเท่านั้นที่จะพูดจากับเธอได้เหตุผลสำหรับการนี้มีอยู่เพียงแค่ว่า เธอเป็นผู้หญิงและพวกเขายังจัดเธอไว้ในอันดับของ “คนนอก” เนื่องจากเธอเกิดและเติบโตตรงรอยตะเข็บของพรมแดน มิได้เกิดในไฮท์แลนด์เช่นผู้อื่นฟรานเซส แคทเธอรีน รู้สึกคลายใจไม่น้อยที่เกรแฮมจะเป็นผู้ซักถามเธอแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจากเขาเป็นคนเดียวในจำนวนผู้อาวุโสทั้งหมดที่น่ากลัวน้อยกว่าใคร เขาเป็นผู้ปกครองเผ่ามานานถึงสิบห้าปี และเพิ่งลาออกเนื่องจากความเป็นชราเมื่อสามเดือนที่ผ่านมานี้เองเกรแฮมจะไม่ทำให้เธอตกใจกลัว เนื่องจากเขาเป็นคนที่พูดจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล แต่เขาก็อาจจะใช้วิธีการหลอกล่อเพื่อให้เธอจำยอมให้แพทริคถอนคำมั่นสัญญานั่นเสียได้เธอยกมือขึ้นทำเครื่องหมายกางเขนตรงหน้าอกอย่างรวดเร็ว ขณะเดินขึ้นเนินเขาสูงชันตรงไปยังปราสาท บอกกับตัวเองว่าเธอจะต้องผ่านการพิจารณา และตัดสินในครั้งนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องกังวงกับเรื่องอะไรเลยแต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอจะไม่มีวันถอยหลังอย่างเด็ดขาด แพทริค เมทแลนด์ ได้ให้คำมั่นสัญญาแก่เธอในเรื่องนี้ไว้ก่อนหน้าวันที่เธอจะยอมตัดสินใจแต่งงานกับเขาเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเขาจะต้องปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาอย่างไม่มีทางบ่ายเบี่ยงได้เพราะเธอถือว่าชีวิตจะมีความสุขต่อไปได้ในวันข้างหน้าได้จะต้องขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ฟรานเซส แคทเธอรีน ขึ้นมาถึงบันไดชั้นบนสุดของปราสาทแล้วจึงหยุดยืนรออยู่ตรงนั้น ผู้หญิงหลายคนที่เดินผ่านลานกว้างเบื้องล่างต่างหันมามองด้วยความใคร่รู้ เมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งมายืนอ้อยอิ่งอยู่เบื้องหน้าปราสาท อันเป็นที่พำนักของหัวหน้าเผ่า ในยามนี้ฟรานเซส แคทเธอรีน ไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดคุยกับใครได้ หวังแต่เพียงว่าจะไม่มีผู้ใดทักถามขึ้นเธอไม่ต้องการให้ผู้หญิงทั้งหลายในเผ่าล่วงรู้เรื่องนี้จนกว่าจะได้รับฟังการตัดสินเสียก่อน แม้ว่าตอนนี้มันจะมีปัญหาเกิดขึ้นแต่ก็จะไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป