เมื่อฉันหอบลูกหนีคุณสามีทรงเสน่ห์ (ต้นยุค90s)

    บทที่ 4 ความบังเอิญ

    บทที่ 4 ความบังเอิญ

     

            1 ชั่วโมงผ่านไป...

            ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเริ่มบางตาเข้าไปทุกทีผู้จัดการไนต์คลับเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะให้เจินอวี่รั้งอยู่ที่นี่ต่อหล่อนจึงอนุญาตให้เจินอวี่กลับขึ้นไปทำงานที่แผนกของตัวเองตามเดิม

            เจินอวี่เดินลัดเลาะออกมาจากโถงชั้นใต้ดินมาโผล่ที่ชั้นบนของโรงแรม หล่อนยืนพิงกับกำแพงกำมะหยี่เนื้อดีใช้มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกเบา ๆ แล้วถอนหายใจออกมายาว ๆ อย่างโล่งใจ

            “เห้อออ…ในที่สุดก็ได้ออกมาซะที ทำงานในที่บ้า ๆ แบบนั้นมันน่าอึดอัดชะมัด”แม้ปากของเจินอวี่จะพูดบ่นออกมาแบบนั้น แต่น่าเหลือเชื่อจริง ๆที่สมองของหล่อนดันเอาแต่ฉุกคิดถึงภาพที่ลูกค้าสาวคนนั้นผสมสิ่งแปลกปลอมลงไปในแก้วเครื่องดื่มของเพื่อนร่วมโต๊ะ

            ไม่รู้เลยว่า…ผลลัพธ์ของการดื่มเครื่องดื่มแก้วนั้นเข้าไปมันจะเป็นยังไงบ้างผู้ชายคนนั้นจะตายหรือยังนะ?

            ในขณะที่ถงเจินอวี่กำลังฉุกคิดไปเรื่อยเปื่อยสมองอีกซีกหนึ่งก็บอกให้หล่อนหยุดคิดเรื่องนั้นได้แล้วเมื่อตั้งสติได้ถงเจินอวี่จึงส่ายหัวหลัด ๆเพื่อขับไล่ความสอดรู้สอดเห็นพวกนั้นทิ้งไป หล่อนเดินหายเข้าไปในห้องเล็ก ๆห้องหนึ่ง จากนั้นทำการเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มให้กลายมาเป็นชุดของพนักงานบริการในโรงแรมอีกครั้ง

            แล้วจังหวะที่เจินอวี่เดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดกำลังจะเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์พนักงานที่มีอยู่แทบทุกชั้นของโรงแรม จู่ ๆดวงตาเจ้าปัญหาของหล่อนก็พลันเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนเดิมที่ทาลิปสติกสีแดงแปร๊ดจนดูแสบตาหล่อนกำลังประคองผู้ชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งออกจากลิฟต์อย่างทุลักทุเล

            ผู้ชายที่น่าสงสารคนนั้นหมดสติจนคอพับไม่รู้ว่าตกอยู่ในสภาพนั้นเพราะดื่มหนักจนเมาหรือเพราะถูกวางยาไม่พึงประสงค์กันแน่เห็นอย่างนี้แล้วถงเจินอวี่ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นก็ได้แต่นึกสงสารเขาจับใจแต่ถือว่ายังโชคดีไปอย่างที่เขายังมีชีวิตอยู่ นั่นก็หมายความว่าตัวยาที่เขากินเข้าไปมันไม่ใช่ยาพิษ

            ‘ไม่ ไม่ไม่ ๆ ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เพราะนั่นมันไม่ใช่เรื่องของฉันลำพังแค่ทำงานหาเงินก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้วอย่าสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องที่ไม่ควรยุ่งน่าจะดีกว่า’ ถงเจินอวี่เม้มริมฝีปากแน่นปล่อยให้เสียงในหัวดังก้องอยู่อย่างนั้น

            หล่อนแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นพวกเขาทั้งสองคนและกำลังจะเดินทิ้งช่วงห่างออกไปแต่แล้วเสียงที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุดก็ดังไล่หลังขึ้นมาทันที

            “นี่เธอ! เธอนั่นแหละรีบเข้ามาช่วยฉันประคองเขาไว้หน่อย อ้อ! แล้วอีกอย่างช่วยตรวจดูให้ฉันด้วยว่าเขาพักอยู่ห้องไหน” แม้ในใจเจินอวี่จะอยากปฏิเสธแค่ไหนแต่เมื่อเป็นคำขอของลูกค้า เธอก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เพราะไม่อย่างนั้นเธออาจถูกร้องเรียน และอาจถูกไล่ออกได้

            “คุณผู้ชายพักอยู่ที่ห้องหมายเลข065 ค่ะ” ถงเจินอวี่ตอบออกไปอย่างรวดเร็วนั่นก็เป็นเพราะว่าตอนที่คุณผู้ชายท่านนี้เข้ามาพักในโรงแรม พนักงานนำทางรวมถึงคนที่พาลูกค้าไปส่งถึงหน้าห้อง คือหล่อนเองฉะนั้นจึงไม่แปลกที่หล่อนจะจำหมายเลขห้องของเขาได้

            และที่สำคัญ!สิ่งที่ทำให้หล่อนจำแทบไม่ลืมคือ ห้องหมายเลข 065 คือห้องที่มีปัญหาบ่อยที่สุด เดี๋ยวก็อาหารไม่ถูกปากต้องให้พ่อครัวทำอาหารจานใหม่เตรียมไว้ให้เดี๋ยวก็รายงานปัญหายิบย่อยบอกว่าผ้าเช็ดตัวของโรงแรมมีกลิ่นเหม็นสาบไหนยังจะเรียกใช้บริการอื่น ๆ ของโรงแรมแทบจะทุกหนึ่งชั่วโมงอีก

            ถงเจินอวี่ที่ดูแลรับผิดชอบความเรียบร้อยภายในชั้นหกของโรงแรมจำต้องวิ่งวุ่นหัวหมุนวันละหลายรอบเพราะแบบนี้ไงล่ะ หล่อนถึงจดจำเขาได้ดีกว่าใคร ๆ 

            “มัวยืนโง่อะไรอยู่ตรงนั้นฉันหนักจะตายอยู่แล้ว เร็ว ๆ หน่อย รีบประคองพาเขาไป” 

            สือว่านชีชักสีหน้าใส่ถงเจินอวี่อย่างคนที่เอาแต่ใจ  หล่อนต้องรีบทำเวลาให้เร็วที่สุดเพราะกลัวว่าหากช้ากว่านี้เนี่ยนตงเฉินจะรู้สึกตัวขึ้นมาซะก่อนแล้วที่สำคัญที่สุดคือ!หล่อนคันที่จุดซ่อนเร้นจนแทบจะเอาไปถูกับผนังโรงแรมได้อยู่แล้ว!หล่อนอยากขึ้นควบเขาแทบคลั่ง อยากปลดปล่อยและอยากลอยขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดไปพร้อม ๆกันกับเขา

            'หึ!แค่เอื้อมเท่านั้น อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น ฉันก็จะกลายเป็นเมียของเขาแล้ว'

            “ได้ค่ะคุณผู้หญิง”ถงเจินอวี่พูดตอบรับอย่างมีมารยาทแม้ว่าผู้หญิงฝ่ายตรงข้ามจะพูดกับหล่อนไม่ค่อยดีเลยก็ตาม 

            ว่าเสร็จเจินอวี่ก็เดินเข้าไปประชิดตัวของเนี่ยนตงเฉินเพื่อช่วยสือว่านชีประคองร่างของชายตัวใหญ่ไว้อีกแรงทันทีที่เจินอวี่จับแขนของเขาพาดลำคอของตนเองและใช้มือข้างหนึ่งของตนประคองเอวสอบของเขาไว้อีกด้านหนึ่งของร่างกายเขาก็ไม่ถูกจับประคับประคองเอาไว้อีก ทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดของเนี่ยนตงเฉินเทมาหาถงเจินอวี่อย่างเต็มแรง

            หล่อนเสียจังหวะการทรงตัวไปครั้งหนึ่งเกือบทำเอาชายหนุ่มร่างใหญ่ล้มคอพับลงไปกองกับพื้น

            “อึก… อื้อ อ๊อกอ๊วกกก” 

            ในจังหวะที่สือว่านชีเข้ามาช่วยพยุงร่างของตงเฉินที่กำลังจะเซล้มลงไปทับร่างของถงเจินอวี่เขาก็ดันอ้วกรดหัวของเธอซะงั้น แต่โชคดีไปอย่างที่ตงเฉินไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า เหล้า แล้วก็ของทอดนิด ๆ หน่อย ๆทำให้คราบอ้วกที่ราดอยู่บนหัวของสือว่านชีไม่ได้ดูน่าพะอืดพะอมสักเท่าไหร่

            “อร๊ากกก อร้ายยอี๋!!!”

            เสียงหวีดร้องของสือว่านชีดังไปทั่วทั้งชั้นหกทำเอาแขกคนอื่น ๆ ที่เข้ามาพักในโรงแรม ต่างตื่นตระหนกกับเสียงหวีดร้องของหล่อนถึงขั้นเปิดประตูออกมาดูต้นเสียงพร้อม ๆ กันนี่ยิ่งทำให้สือว่านชีอับอายขายขี้หน้าไปกันใหญ่ 

            ตั้งแต่เกิดมาหล่อนไม่เคยถูกใครอ้วกรดหัวมาก่อนเรื่องนี้ว่าน่าอับอายมากแล้ว แต่การถูกสายตาของคนอื่นจ้องมองพร้อมกันหลาย ๆ คู่ยิ่งทำให้หล่อนรู้สึกอับอายจนแทบอยากมุดแผ่นดินหนี

            ทันทีที่เกิดเรื่องขึ้นพนักงานอีกคนที่วิ่งโร่มาจากชั้นล่างก็ไม่รอช้าที่จะเข้ามาประคองร่างของสือว่านชีไว้และรีบพาหล่อนออกไปจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุด สือว่านชีไม่สนแล้วว่าคืนนี้หล่อนจะได้เสียกับเนี่ยนตงเฉินหรือเปล่ายิ่งไม่สนแล้วว่าแผนนั้นจะล่มไม่เป็นท่า เพราะสิ่งที่หล่อนให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ก็คือหน้าตาและภาพลักษณ์ของหล่อน

            เหอะ!ถูกอ้วกรดหัวจนหัวเหนียวแบบนี้ ใครมันจะยังมีอารมณ์ความใคร่เหลืออยู่อีก!

            “ชุนชุนเธอรีบพาคุณผู้หญิงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ส่วนทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง”ถงเจินอวี่ฝากฝังสือว่านชีไว้กับพนักงานสาวอีกคนหนึ่งส่วนเธอจะรีบประคองผู้ชายคนนี้ไปส่งที่ห้องเอง

            ถงเจินอวี่ประคองร่างใหญ่อย่างทุลักทุเลในที่สุดหล่อนก็พาเขามาส่งถึงห้องสักที

            “อึก!!”ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก หล่อนรีบพาร่างใหญ่ตรงไปที่เตียงนอนและทิ้งร่างของเขาลงไปบนเตียงนุ่ม ๆ อย่างไม่มีความอ่อนโยนอะไรทั้งนั้นเจินอวี่ยืนมองเขาที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงด้วยสายตาสุดเอือมระอา หล่อนส่ายหัวเบา ๆอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวลงไปดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาคลุมร่างของเขาไว้เล็กน้อย

            “ผู้ชายอะไรตัวหนักชะมัดกินอิฐหินดินปูนเป็นอาหารหรือยังไงกันนะ”

            “แล้วนี่…คุณรู้ตัวบ้างหรือเปล่า ว่าผู้หญิงคนนั้นน่ะ จงใจวางยาคุณโชคดีที่คุณอ้วกใส่หัวของหล่อนไปก่อนไม่อย่างนั้นชะตากรรมของคุณอาจไม่ใช่แค่นอนสบาย ๆ บนที่นอนนุ่ม ๆ นี่ก็ได้”

            “เห้อ…พูดอะไรไปคุณคงไม่ได้ยินสินะ งั้นฉันไปล่ะ ต้องไปหายานวดสักหลอดมาทาเพราะน่าจะเอวเคล็ดน่ะ” ถงเจินอวี่บ่นไฟแลบต่าง ๆ นานาเพราะคิดไปเองว่าคนเมาน่าจะไม่ได้ยิน หรือถ้าได้ยินก็คงฟังไม่รู้เรื่องหรอก

            แล้วในจังหวะที่ถงเจินอวี่เอี้ยวตัวหันหลังกลับและกำลังจะเดินทิ้งระยะห่างจากไปก็ปรากฏว่ามีเรียวแขนยาว ๆที่ชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อยื่นเข้ามาคล้องเอวบางของหล่อนไว้จากนั้นออกแรงรวบร่างเล็กให้ล้มลงไปนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน!

    คล้ายกับเรื่องเมื่อฉันหอบลูกหนีคุณสามีทรงเสน่ห์ (ต้นยุค90s) ที่คุณอ่าน